บทที่ 42 พลังอำนาจที่น่าสะพรึงกลัว ผู้คนต่างตกใจกลัว
“แหะ ๆ หากพี่หญิงต้องการลงโทษข้า ข้าจะไม่ขัดขืนเป็นอันขาด ข้าจะยอมรับทุกอย่าง” เฉินชิงหยวนดูเหมือนคนที่ไร้ยางอาย
“...” กงซุนหนานพยายามสงบจิตสงบใจอยู่หลายรอบ เพื่อไม่ให้ตนเองหงุดหงิดเพราะเฉินชิงหยวน ความหน้าหนาของเด็กหนุ่มผู้นี้ เกินกว่าสิ่งใดในโลก อาวุธใด ๆ ก็มิอาจฟันขาด
“หากเจ้าคิดว่านี่เป็นการข่มขู่ ก็ถือว่ามันเป็นการข่มขู่เถิด!” ในขณะที่กงซุนหนานกำลังโมโหอยู่นั้น หลิวรั่วอีก็กระโดดออกมา
“เช่นนั้นเจ้าจะลองดูหรือไม่?” เป้าให้ระบายความโกรธส่งตัวมาถึงหน้าประตู บ้านเช่นนี้ แน่นอนว่ากงซุนหนานจะไม่ปล่อยไปง่าย ๆ เป็นแน่
“ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตาสินะ” จนถึงตอนนี้ หลิวรั่วอียังคิดว่าทั้งหมดนี้เป็นแผนการของเฉินชิงหยวน เพื่อข่มขู่ผู้แข็งแกร่งที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้
หลิวรั่วอีถูกเฉินชิงหยวนเหยียบหน้าหลายครั้ง นางย่อมไม่เชื่อเรื่องเหลวไหลนี้ ต้องการเปิดโปงกลอุบายของเฉินชิงหยวน และทรมานเขาอย่างโหดเหี้ยม
พูดจบ หลิวรั่วอีก็ง้างฝ่ามือใส่กงซุนหนาน ความเย็นยะเยือก ทนแทบจะแช่แข็งห้วงอากาศรอบด้านในทันที เห็นหลิวรั่วอีลงมือในชั่วพริบตานั้น ใบหน้าของเฉินชิงหยวนก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ยากจะปิดบัง ในใจก็คิดว่า
‘ยัยแก่ผู้นี้ในที่สุดก็ตกหลุมพรางแล้ว หาทุกข์ใส่ตัวเองแท้ ๆ โชคร้ายเช่นนี้อย่างได้โทษข้าเชียว’
ชั่วขณะต่อมา ฝ่ามือน้ำแข็งก็มาถึงเบื้องหน้ากงซุนหนาน ลมหนาวพัดกระหน่ำสะท้าน พัดโต๊ะเก้าอี้และเสาในห้องโถงล้มระเนระนาด
ผู้คนของสำนักเสวียนชิงเตรียมต่อสู้ ทุกคนต่างเรียกจิตจำแลงเทพนักรบของตนออกมา
ในขณะที่หลินฉางเซิงและคนอื่น ๆ กำลังจะลงมือ กงซุนหนานก็สะบัดแขนเสื้อครั้งหนึ่ง ทำลายฝ่ามือน้ำแข็งของหลิวรั่วอีราวกับปีศาจ ความเร็วเกินคาดเดาได้ เพียงชั่วอึดใจนางก็มาถึงเบื้องหน้าของหลิวรั่วอี พลางใช้ฝ่ามือขาวบีบคอนางไว้
ขณะที่กงซุนหนานใช้มือขวา และออกแรงเพียงเล็กน้อย ร่างของหลิวรั่วอีก็ถูกยกลอยขึ้นกลางอากาศ
บนร่างของหลิวรั่วอีปรากฏเข็มเงินสิบหกเล่ม ปิดกั้นเส้นลมปราณทั่วร่าง ทำให้นางขยับเขยื้อนไม่ได้ และไม่สามารถระดมปราณวิญญาณภายในร่างกายได้ กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในเวลานี้ต่อให้สามัญชนคนหนึ่งถือมีดอยู่ ก็สามารถฆ่าหลิวรั่วอีได้อย่างง่ายดาย
ความเร็วในการลงมือของกงซุนหนานนั้นแทบไม่มีใครในที่นั้นมองเห็นได้ชัดเจน หลังจากที่หลิวรั่วอีถูกกงซุนหนานคว้าคอยกขึ้น ทุกคนตกใจจนตัวแข็งทื่อ ราวกับฟ้าผ่า หัวใจแทบจะหยุดเต้น
ทุกคนในที่นั้นต่างตะลึงพรึงเพริด ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะ เมื่อเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า ก็ยากที่จะเชื่อสายตาตนเอง หลิวรั่วอีขอบเขตหลุดพ้น กลับถูกปราบในชั่วพริบตา ชีวิตความตายอยู่ในความคิดเพียงชั่วขณะของผู้อื่น ใครก็ตามยากที่จะยอมรับได้
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้
“เคล็ดวิชาลับเข็มเงินสิบหกฆาตร ท่านคือผู้เยียวยา!”
เสิ่นฉือเจี๋ยผู้เห็นกว้างรู้ไกล เพียงแค่มองเข็มเงินที่ปักอยู่บนร่างของหลิวรั่วอี ก็รู้ที่มาของมัน จึงอุทานด้วยความตกใจ
เคล็ดวิชาเข็มเงินสิบหกฆาตร สามารถช่วยชีวิตคน และก็สามารถฆ่าคนได้เช่นกัน นางเป็นผู้เยียวยาตามคำร่ำลือจริง ๆ! ทุกคนเข้าใจสถานการณ์ได้ในทันใด จึงต่างพากันอ้าปากค้าง
ในขณะนี้ ไม่มีใครกล้าไม่เคารพกงซุนหนานอีกต่อไป มีแต่ความเกรงกลัว สั่นเทิ้มไปทั่วทั้งร่าง
“หลินฉางเซิง ประมุขแห่งสำนักเสวียนชิง ขอคารวะท่านผู้เยียวยา” หลินฉางเซิงเป็นคนแรกที่ได้สติ ก้าวลงจากแท่นสูง คำนับกงซุนหนาน
“คารวะท่านผู้เยียวยา” ตงเหวินจวินและคนอื่น ๆ ตกใจเล็กน้อย พวกเขาพยายามข่มความรู้สึกตกใจ และรีบคำนับ ไม่มีใครรู้ชัดเจนว่าขอบเขตการบำเพ็ญของผู้เยียวยาอยู่ในระดับไหน มีเพียงข่าวลือว่า แม้แต่ผู้บำเพ็ญขอบเขตสูง ๆ บางคนก็ต้องให้เกียรติผู้เยียวยา ไม่อยากทำให้ขุ่นเคือง
ยิ่งไปกว่านั้น ผู้เยียวยาใช้พลังอันน่าสะพรึงกลัวเพื่อควบคุมหลิวรั่วอีได้ นั่นก็เพียงพอที่จะพิสูจน์ถึงความน่ากลัวของนางแล้ว
“ท่านผู้ทรงเกียรติมาเยือน โปรดอภัยพวกข้าที่ตาฝ้าฟาง ไม่ต้อนรับท่านให้ดี” เสิ่นฉือเจี๋ยไม่มีท่าทางเย่อหยิ่งเหมือนตอนแรก ก้มหัวคำนับ
ผู้แข็งแกร่งจากแต่ละสำนักก็รีบคำนับ ไม่กล้าสงสัยอีกแม้แต่น้อย
สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปอย่างกะทันหัน ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าเฉินชิงหยวนจะสามารถเชิญผู้เยียวยามาได้จริง ๆ และความสัมพันธ์ของพวกเขาก็ดูใกล้ชิดกันมาก มิฉะนั้นแล้ว หากคนอื่นมาเรียกผู้เยียวยาว่า ‘พี่หยิง’ ไม่รู้ว่าจะถูกทุบจนตายหรือเปล่า?
ผู้เยียวยารู้จักกับเฉินชิงหยวนจริง ๆ เด็กหนุ่มคนนี้มีความสามารถขนาดนี้ได้อย่างไรกัน?
ทุกคนงงงวย เป็นครั้งคราวที่มองเฉินชิงหยวนด้วยหางตา และไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อย
“มิต้องมากพิธี” กงซุนหนานพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ทุกคนลุกขึ้น มองกงซุนหนานด้วยความระมัดระวัง ไม่กล้าตรวจสอบขอบเขตการบำเพ็ญซี้ซั้วเหมือนตอนแรกอีกแล้ว
‘เฉินชิงหยวน ไอ้เด็กเวรนี่ ทำไมถึงทำให้ผู้เยียวยามาเยือนได้ เขามีหน้ามีตาขนาดนี้เชียวหรือ?’
เรื่องในวันนี้ เกรงว่าจะมีปัญหาใหญ่แล้ว! ผู้แข็งแกร่งจากแต่ละสำนักด่าอยู่ในใจ อยากจะสับเฉินชิงหยวนเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแล้วเอาไปให้หมากินเสียจริง
“เจ้าชอบหลอกลวงนัก ก็หลอกลวงไปให้สุดเลยสิ! เหตุใดถึงได้จริงจังขึ้นมาเสียอย่างนั้น ไปเชิญท่านผู้เยียวยาตัวจริงมาได้ พวกข้าจะทำอย่างไรเล่า!” ทุกคนตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร
เสิ่นฉือเจี๋ยอยากจะเอ่ยปากขอร้องให้หลิวรั่วอีได้รับการอภัย แต่เขาไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับผู้เยียวยา จึงได้แต่ปิดปากเงียบ เหงื่อเย็นผุดพรายเต็มหน้าผาก ยิ่งไปกว่านั้น หากผู้เยียวยาจับผิดตน สถานการณ์ของตัวเองก็จะยุ่งยากมากขึ้นไปอีก แล้วเช่นนี้เขาจะไปสนใจคนอื่นได้อย่างไร
หลิวรั่วอีถูกบีบคอ จนไม่สามารถใช้เคล็ดวิชาอะไรได้ แม้กระทั่งพูดก็พูดอะไรไม่ออกสักคำ
ใบหน้าของนางแดงก่ำ ปราณติดขัด สีหน้าบิดเบี้ยวเล็กน้อย ดวงตาทั้งสองข้างเต็มไปด้วยความหวาดกลัว หากรู้ตั้งแต่แรกว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ตัวปลอม ต่อให้ฆ่านางนางก็ไม่มีวันกล่าวคำพูดเช่นนั้นออกมาแน่!
ในใจของหลิวรั่วอีแทบจะร้องไห้ออกมา ครั้งนี้ก็ยังถูกเฉินชิงหยวนหลอกอยู่เช่นเดิม
“ข้ามีอะไรให้เจ้ากล้ามาข่มขู่?” กงซุนหนานจ้องมองดวงตาของหลิวรั่วอี ทำให้ความหวาดกลัวในส่วนลึกของจิตใจนางทวีคูณมากยิ่งขึ้น หลิวรั่วอีอ้าปากกว้าง อยากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่กลับไม่สามารถเปล่งเสียงใด ๆ ออกมาได้
“ปั๊ก!” เสียงหนึ่งดังขึ้น เสียงที่กงซุนหนานโยนหลิวรั่วอีลงบนพื้น
“แค่ก ๆ แค่กๆ” หลิวรั่วอีไอขึ้นมา มือทั้งสองข้างกุมคอ จากนั้น นางก็พลันละทิ้งศักดิ์ศรี และคุกเข่าลงกับพื้นขออภัย
“ข้าน้อยไม่รู้ว่าท่านคือผู้เยียวยา กระทำการไร้มารยาทกับท่าน ขอท่านโปรดอภัยด้วย”
เนื่องจากเข็มเงินยังปักอยู่บนร่างกาย หลิวรั่วอีจึงไม่กล้าขยับตัวมากนัก เกรงว่าจะทำให้เข็มเงินแทงเข้าไป และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
ชีวิตและความตายของหลิวรั่วอี ขึ้นอยู่กับความคิดเพียงชั่ววูบของกงซุนหนาน เพียงนางต้องการ ก็สามารถพรากชีวิตของหลิวรั่วอีไปได้ในพริบตา
เสิ่นฉือเจี๋ยและคนอื่น ๆ ไม่ใช่ไม่อยากช่วย แต่ช่วยไม่ได้
ความสามารถของผู้เยียวยานั้นเหนือกว่าคนอื่น ๆ ถึงแม้พวกเขาจะร่วมมือกันออกมาช่วย ก็มิอาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้อยู่ดี มีแต่จะทำให้สถานการณ์วุ่นวายจนยากที่จะแก้ไขได้
วิธีเดียวที่จะทำได้ในตอนนี้ก็คือก้มหัวขอโทษเท่านั้น! กงซุนหนานมองหลิวรั่วอีปราดหนึ่ง แต่มิได้สนใจนาง
หลังจากนั้น กงซุนหนานก็หันไปมองเฉินชิงหยวนที่อยู่ข้าง ๆ และพูดด้วยเสียงเย็นชาว่า “เจ้าคิดว่าควรจะจัดการนางอย่างไรดี”
“ข้าไม่ทราบ แต่เรื่องนี้ข้ายกให้พี่หญิงตัดสินใจก็แล้วกัน” เฉินชิงหยวนไม่อยากแบกรับภาระนี้ ถึงแม้เขาจะอยากฆ่าหลิวรั่วอี แต่ต่อหน้าคนมากมายขนาดนี้ก็ไม่กล้าพูดออกไป เพราะจะถูกจดจำได้ง่าย
“โอ้ งั้นหรือ?” กงซุนหนานหรี่ตาลงเล็กน้อย
“อื้ม ๆ” เฉินชิงหยวนพยักหน้าเบา ๆ
กงซุนหนานเข้าใจความคิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเฉินชิงหยวนดี ไม่อยากถูกใช้เป็นอาวุธ “เช่นนั้นก็ให้อภัยต่อความผิด ที่นางไม่ให้เกียรติท่านเถอะ!”
“อ๊ะ? แบบนั้นมิได้นะ!” เฉินชิงหยวนยุยงว่า “เมื่อครู่นางไม่ให้เกียรติท่านขนาดนั้น ถ้าท่านให้อภัยนางไปแบบนี้ ข่าวแพร่ออกไปท่านจะไม่เสียหน้าหรอกหรือ?” หลิวรั่วอีจ้องเฉินชิงหยวนตาเขม็ง อยากจะกลืนเขาทั้งเป็น
‘เด็กหนุ่มคนนี้ใจร้ายเหลือเกิน คิดจะยืมมือฆ่าคนงั้นหรือ’
ทุกคนคิดในใจ