ครอบครัวของข้า นอกจากข้า ล้วนข้ามมิติมาทั้งครอบครัว [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 77 สนับสนุน

            การสอบถงเซิงระดับอำเภอของสวี่ตี้จบไป การแต่งงานของสวี่เกาก็ถูกจัดขึ้นตามกำหนด

            นี่คือแม่นางคนแรกของรุ่นที่แต่งงานออกไปการจัดงานแน่นอนว่าไม่ต้องพูดถึงเลย ข้าวของชุดแต่งงานรวมถึงของใช้บนเตียง รองเท้าต่างเตรียมเอาไว้อย่างเรียบร้อยถึงแม้สกุลเฉิงจะเป็นจวนป๋อแต่ว่าพ่อลูกสกุลเฉิงตอนนี้ก็ต่างเป็นคนโปรดของเหลียงเฉิงตี้จางจ้าวฉือจึงตามมาดูงานแต่งงานของคนชนชั้นสูง

            หลังจากส่งสวี่เกาออกเรือนแล้ว จางจ้าวฉือก็รีบพาสวี่ไป่กลับสวี่จือกลับไปที่เรือนของตนเองวันนี้ในจวนมีคนจากด้านนอกมากันเป็นจำนวนมาก เรือนหลังจึงวุ่นวายอยู่นิดหน่อยจางจ้าวฉือกลัวว่าพวกลูกๆ จะถูกชนจึงพาสวี่ไป่ที่อยากจะออกไปดูเรื่องสนุกมาเดินวนอยู่ในบ้านแทนกลับทำให้เด็กชายมายืนรั้นอยู่ที่หน้าประตูใหญ่

            หลังจากที่สวี่ตี้ส่งสวี่เกาออกเรือนกับพวกน้องชายคนอื่นๆ ในจวนเสร็จแล้วก็ไปอยู่ที่เรือนหน้าได้สักพัก ก่อนจะกลับไปที่เรือนหลังพอเข้ามาในเรือนก็เห็นสวี่ไป่ที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตู จึงเอ่ยปากถามออกไป“เป็นอะไรเล่านี่? ซนอีกแล้วหรือ?”

            สวี่ไป่เห็นว่าเป็นสวี่ตี้ ดวงตาก็หมุนไปมา ก็จะรีบวิ่งไปจูงมือสวี่ตี้“ท่างปี้ ไปดูๆ”

            สวี่ตี้จึงรู้แล้วว่าเป็นอะไรจึงพูดว่า “ด้านนอกเขาแยกตัวกันหมดแล้วเจ้าจะไปดูอะไร? นี่เย็นแล้ว พวกเราไปทานข้าวกันก่อนเถิด ทานเสร็จแล้วพี่จะพาเจ้าไปหาฮูหยินผู้เฒ่า ข้าได้ยินมาว่าที่เรือนฮูหยินผู้เฒ่ามีอิงเถาเยอะมากพวกเราไปขออิงเถาจากฮูหยินผู้เฒ่ากันดีหรือไม่?”

            ถึงแม้สวี่ไป่อยากจะออกไปดูด้านนอกมากเพียงใด แต่เขากลัวสวี่ตี้อยู่นิดหน่อยจึงทำได้แค่พยักหน้ารับ “เอาตามท่างปี้ว่าขอยับ”

            สวี่ตี้ถึงได้อุ้มสวี่ไป่แล้วเดินเข้าไปในเรือน เดินไปก็พูดไป“เจ้ารู้เท่าทันเหตุการณ์เช่นนี้ถือว่าถูกแล้ว ยังดีที่เจ้าเชื่อฟังหากเจ้าไม่เชื่อฟังข้าจะตีก้นเจ้า ตีจนกว่าเจ้าจะเชื่อฟัง”

            สวี่ไป่ตกใจตัวสั่น จริงด้วย พี่ชายของตนคนนี้อย่าเห็นว่าปกติแล้วเขาทำตัวอ่อนโยนใจดีด้วย หากตนดื้อไม่เชื่อฟังขึ้นมาก็จะตีก้นจริงๆ

            เห็นบนใบหน้าของสวี่ไป่มีความหวาดกลัว สวี่ตี้ก็พยักหน้า “รู้จักกลัวก็ดีแล้ววันหลังพี่สาวคนโตจะพาพี่เขยคนใหม่ของพวกเรากลับมาถึงตอนนั้นเจ้าอยากจะดูนานเท่าไหร่ก็ได้”

            จางจ้าวฉือจัดอาหารกลางวันขึ้นโต๊ะกับแม่นมลู่ สวี่จือช่วยถือตะเกียบมาสวี่ตี้วางสวี่ไป่ลงบนเก้าอี้เด็ก ก่อนที่สวี่ไป่จะร้องเรียกจางจ้าวฉือ “ท่างแม่ท่างแม่ ย้างมือ ย้างมือ”

            จางจ้าวฉือจึงรีบหยิบผ้ามาเช็ดมือให้เขา “เอาเช่นนี้ก่อนแล้วกัน”

            สามวันกลับบ้านเรือน สวี่เกากับเฉิงไค่ลูกเขยคนใหม่ของจวนโหวมาที่เรือนสกุลสวี่ตั้งแต่เช้าของวันที่สิบเก้าเดือนสี่

            ครอบครัวสกุลสวี่ได้เตรียมตัวเอาไว้แล้วโหวเย่พาซื่อจื่อมารออยู่หน้าเรือน โหวฮูหยินกับฮูหยินของเรือนสองพาลูกสะใภ้แล้วก็กลุ่มแม่นางน้อยมารอที่บ้านพักของฮูหยินผู้เฒ่าสวี่ตี้ก็พาเหล่าน้องชายตามโหวเย่มารออยู่ที่เรือนหน้า

            สวี่เกากับเฉิงไค่มากันแล้ว ก่อนจะมาคำนับฮูหยินผู้เฒ่า ซึ่งฮูหยินผู้เฒ่ามองใบหน้าเขินอายของเหลนแล้วก็มองใบหน้าเหลนเขยที่สง่างาม จากนั้นก็มอบถุงเงินใบเล็กๆ ให้ “พวกเจ้าสองสามีภรรยาต่อไปจะต้องใช้ชีวิตร่วมกันแล้วนะ ทั้งสองคนจะต้องให้อภัยซึ่งกันและกันจับมือกันไว้ สิ่งนี้ข้าให้กับพวกเจ้าทั้งสอง ขอให้มีลูกไวๆ นะ”

            เฉิงไค่เป็นคนที่ซื่อตรงมาก รีบทำความเคารพฮูหยินผู้เฒ่า เอ่ยขอบคุณสำหรับของขวัญก่อนที่ผู้อาวุโสคนอื่นๆ จะเอาของมาให้ แต่ว่าส่วนมากล้วนจะเป็นถุงเงิน ไม่รู้ว่าด้านในใส่อะไรเอาไว้

            เฉิงไค่รับถุงแต่ละใบมา ก็รู้แล้วว่านอกจากฮูหยินผู้เฒ่ากับฮูหยินสามสกุลสวี่ที่ให้ตั๋วเงิน คนอื่นๆ ต่างให้ก้อนทองหรือก้อนเงิน

            ตอนกลางวันทุกคนก็ต่างทานอาหารกันที่เรือนของฮูหยินผู้เฒ่า บุรุษโต๊ะหนึ่งสตรีสองโต๊ะ เหตุผลหลักๆ เป็นเพราะเด็กหญิงรุ่นเดียวกับสวี่เกามีจำนวนมากเกินไป

            โหวเย่พาเหล่าบุรุษในจวนมานั่งอยู่ที่โต๊ะด้านนอกกับเฉิงไค่ สวี่ไป่ถูกจางจ้าวฉืออุ้มมานั่งที่โต๊ะของฮูหยินผู้เฒ่าเขามองโต๊ะล้วนมีแต่สตรี จึงลงมาจากตัวของจางจ้าวฉือแล้ววิ่งไปหาสวี่ตี้ด้วยตนเองจะให้สวี่ตี้อุ้มตัวเองนั่งอยู่ที่โต๊ะด้วยให้ได้

            โหวเย่เห็นหลานชายตัวน้อยที่ตนเองรักมากที่สุดมาหา ก็ยิ้มแล้วถามเขา “ไป่เกอเหตุใดเจ้าไม่ไปกินข้าวกับแม่ของเจ้าหรือ?”

            สวี่ไป่ย่นจมูกพร้อมเอ่ย “ท่างปู่ ข้าเป็นเด็กปู้จายควงจะกิงข้าวที่นี่กับท่างปี้ขอยับ”

            โหวเย่มองเด็กน้อยที่ยังสูงไม่ถึงโต๊ะคนนี้ ยิ้มแล้วเอ่ย “เจ้ายังเด็กอยู่เลยจะต้องกินข้าวกับแม่ของเจ้า ไม่เช่นนั้นใครจะดูแลเจ้า?”

            สวี่ไป่ตอบ “ท่างปู่ ข้าฉามารถดูแยตัวเองได้ขอยับ ท่างวางใจเถิดข้ายับประกันว่าจะไม่สร้างความวุ่งวายให้กับท่าขอยับ”

            โหวเย่เห็นเช่นนั้นจึงทำได้แค่สั่งให้คนไปจัดที่นั่งให้สวี่ไป่ ให้อยู่ข้างๆกับสวี่ตี้ หลังจากเขานั่งลงแล้วก็เห็นแค่หัวเล็กๆ ทุกคนเห็นแล้วก็หัวเราะออกมาซึ่งสวี่ไป่ก็ไม่ได้หงุดหงิดอันใด แล้วปีนลงจากเก้าอี้ ไปหาเบาะรองนั่งหนาๆที่ห้องพักผ่อนของฮูหยินผู้เฒ่ามารองใต้ก้นของตนเอง หลังจากนั่งลงไปแล้วอย่างน้อยก็สามารถเห็นได้ครึ่งตัว

            โหวเย่อดไม่ได้ที่จะให้ความสนใจกับเด็กน้อยคนนี้ อายุน้อยแต่กลับไม่งอแงไม่วุ่นวายเจอปัญหาก็ยังสามารถใช้สมองของตนเองมาพิจารณาว่าจะแก้ไขอย่างไรเขาคิดว่าเด็กขนาดนี้ก็มีความสามารถเช่นนี้แล้ว เก่งไม่เบาเลย

            สวี่ตี้มองสวี่ไป่ที่นั่งทำตัวน่ารักอยู่ข้างๆ ตนเองอย่างรังเกียจ เบะปากแล้วยื่นหน้าไปตรงหน้าของสวี่ไป่ พลางพูดเสียงเบา “พยายามทำตัวน่ารักเกินไปจนน่าเกลียดนะ”

            สวี่ไป่รู้ว่าพี่ชายของตนเองมองออกนานแล้ว ส่วนตัวเขาหรือมองออกแล้วจะอย่างไร ตนเองกับเขาก็เป็นพี่น้องแม่เดียวกันจึงพยักหน้ายิ้มแล้วพูดเสียงเบา “ก็ข้าอายุเท่านี้ จ้วยไม่ได้นี่นา”

            สวี่ตี้หัวเราะรับคำ “เอาแค่พอประมาณพอนะ หากมากเกินไปมันจะไม่น่ามอง”

            สวี่ไป่หัวเราะฮี่ๆ พยักหน้าเฉิงไค่มองเด็กอายุน้อยที่สุดในจวนนี้ด้วยความสนใจมาตลอดรู้สึกว่าเด็กน้อยคนนี้ถึงแม้จะอายุน้อยแต่ว่าน่ารักมาก คิดได้ว่าต่อไปหากลูกชายของตนเองเหมือนกับสวี่ไป่เช่นนั้นจะดีแค่ไหนกัน

            คิดมาถึงตรงนี้ ก็อดที่จะคิดไปถึงภรรยาที่เพิ่งจะแต่งงานใหม่ของตนเองแล้วก็คิดไปถึงความร้อนแรงของทั้งสองคนในช่วงสองวันนี้ใบหน้าก็อดที่จะร้อนขึ้นมาไม่ได้

            จวนชิงผิงป๋อเป็นคนที่บริสุทธิ์ เด็กชายในครอบครัวหากไม่ตั้งใจเรียนหนังสือก็ตั้งใจฝึกซ้อมศิลปะการต่อสู้ ตอนที่ยังไม่ได้แต่งงาน เด็กชายในเรือนจะไม่อนุญาตให้มีสาวใช้ข้างห้องเฉิงไค่ชอบคนหน้าตางดงามมาก สวี่เกาก็ดันเป็นคนที่รู้จักสถานการณ์ดีตอนที่ทั้งสองคนเพิ่งจะแต่งงานกัน จึงเป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ

            พอถึงเวลาที่ต้องดื่มสุรา สวี่ตี้ที่เป็นพี่ชายที่อายุมากที่สุดในรุ่นจึงยกแก้วสุราแล้วลุกขึ้น กล่าวกับเฉิงไค่ “พี่เขยใหญ่ข้าขอชนแก้วกับท่านสักแก้วนะขอรับ”

            เฉิงไค่รีบหยิบแก้วเหล้าแล้วลุกตามขึ้นมา สวี่ตี้โบกมือ“พี่เขยใหญ่นั่งเถิดขอรับ ก่อนที่จะดื่มเหล้ากัน ข้ามีสิ่งหนึ่งอยากจะพูดสักหน่อยหลังจากที่พี่สาวแต่งงานกับท่านไปแล้ว พวกเราก็จะเป็นครอบครัวเดียวกันต่อไปท่านกับพี่สาวจะต้องสนับสนุนซึ่งกันและกัน ใช้ชีวิตที่เหลือด้วยกัน อย่างอื่นข้าจะไม่พูดถึงวันนี้สิ่งที่ข้าจะพูดกับท่านก็มีแค่เรื่องเดียว ขอให้ท่านดูแลพี่สาวของพวกเราดีๆถึงแม้พวกเราจะไม่ใช่พี่น้องท้องเดียวกัน แต่ว่าพวกเราก็ออกมาจากสกุลเดียวกันเรื่องความสัมพันธ์ก็คงไม่ต้องพูดถึง ด้านหลังของพี่สาวใหญ่ยังมีพวกเราเหล่าน้องชายยืนอยู่พี่เขย ขอให้ท่านโปรดดีกับพี่ของข้าด้วย”

            เฉิงไค่ยกแก้วเหล้าขึ้น “สามีภรรยาคือคนคนเดียวกันในเมื่อพวกเราเป็นสามีภรรยากันแล้ว ต่อไปพวกเราจะต้องแบ่งปันซึ่งกันและกันขอให้เจ้าโปรดวางใจ ข้าจะต้องดูแลภรรยาของข้าให้ดี”

            สวี่ตี้พยักหน้า หลังจากยกแก้วในมือขึ้นแล้วดื่มให้หมดในทีเดียวเฉิงไค่ก็ยกแก้วเหล้าในมือของตนเองดื่มจนหมด

            คำพูดพวกนี้ความจริงแล้วไม่ใช่การเตือน แต่เป็นการแสดงท่าทีของตนเองออกมาสำหรับผู้อาวุโสในเรือน จะต้องอยากจะแสดงออกกับเฉิงไค่ว่า ครอบครัวของภรรยาของเจ้ายังมีพี่น้องอีกหลายคนแต่ว่าผู้อาวุโสพูดออกมาไม่ได้ สวี่ตี้ที่เป็นน้องชายของสวี่เกา ถึงแม้จะไม่ใช่น้องชายแท้ๆแต่ว่าในครอบครัวเขาก็เป็นเด็กผู้ชายที่อายุมากที่สุดในรุ่นให้เขาเป็นคนออกมาพูดนั้นเป็นสิ่งที่เหมาะสมที่สุด

            ในใจของซื่อจื่อรู้สึกซาบซึ้งกับสวี่ตี้มาก สวี่เกาที่นั่งอยู่อีกโต๊ะแน่นอนว่าได้ยินคำพูดของสวี่ตี้แล้วนางจึงพูดกับจางจ้าวฉือว่า “ท่านน้าสะใภ้สาม ขอบคุณพวกท่านนะเจ้าคะ”

            จางจ้าวฉือยิ้มแล้วเอ่ย “พวกเขาต่างเป็นพี่น้องของเจ้า แน่นอนว่าจะต้องคอยสนับสนุนเจ้าอยู่ด้านหลังต่อไปจะทำอะไร ก็มิต้องไปเกรงกลัวสิ่งใด สิ่งที่ควรจะทำก็ทำเสีย พวกน้องชายของเจ้ายังไม่โต แต่ว่ายังมีพวกเราน้าๆ อยู่ไม่ใช่หรือ? แม่ของเจ้าออกหน้าให้ไม่สะดวก พวกเราออกหน้าให้เจ้าก็พอ”

            หนิงซื่อฟังคำพูดของจางจ้าวฉือก็ยกแก้วเหล้าไปทางจางจ้าวฉือ “น้องสะใภ้สามขอบคุณเจ้าแล้ว”

            ตลอดการรับประทานอาหาร ทุกคนต่างทานกันอย่างมีความสุข

            ระหว่างทางที่สวี่เกากับเฉิงไค่กลับไปที่จวนชิงผิงป๋อ เฉิงไค่ได้หาข้ออ้างว่าตนดื่มเหล้าเมาแล้วไม่ขี่ม้าแต่เข้าไปอยู่ในรถม้าของสวี่เกาพร้อมเข้าไปนั่งพิงซบนาง

            สวี่เกามองเฉิงไค่ด้วยท่าทีเอียงอาย ก้มใบหน้าที่แดงลงเพราะว่าเฉิงไค่ดื่มเหล้ามา ใบหน้าจึงยังแดงอยู่นิดหน่อย ก่อนจะจับมือของสวี่เกามากุมอยู่ในฝ่ามือของตนเองเบาๆมือของเฉิงไค่ใหญ่และหนา เพราะว่าฝึกการต่อสู้มาหลายปี ฝ่ามือจึงมีเม็ดไตอยู่เยอะตุ่มนั้นบาดผิวนุ่มๆ ของสวี่เกาจนรู้สึกคัน ความรู้สึกคันนี้ค่อยๆขยายมาถึงก้นบึ้งหัวใจ

            เฉิงไค่หน้าแดงแล้วเอ่ย “ที่รัก ข้าได้สาบานต่อหน้าน้องๆ ภรรยาว่าต่อไปจะต้องดีกับเจ้า ที่รัก เจ้าวางใจก็พอ”

            สวี่เกาก้มหน้าลง ฟังคำพูดพวกนี้แล้วใบหูก็แดง พยักหน้าโดยไม่ได้เงยหน้าเฉิงไค่มองภรรยาตัวน้อยที่อยู่ข้างกาย ก็รู้สึกว่าทั้งโลกใบนี้เหมือนจะสมบูรณ์แล้ว

            หลังจากสวี่เกากลับไปวันที่สองซื่อจื่อก็ได้ส่งคนให้เอาอุปกรณ์สำคัญในการอ่านหนังสือสี่อย่างมาให้สวี่ตี้ซึ่งเขาก็รับไว้ด้วยความเต็มใจ ก่อนจะกลับมาพูดกับจางจ้าวฉือซึ่งจางจ้าวฉือเข้าใจว่าซื่อจื่อต้องการขอบคุณที่สวี่ตี้พูดบนโต๊ะอาหารที่สวี่ตี้พูดพวกนั้นเพราะว่าเขากับสวี่เกาต่างเป็นลูกหลานสกุลสวี่ซื่อจื่อส่งคนเอาของมาให้ เช่นนั้นก็หมายความว่าเขาได้ติดหนี้บุญคุณสวี่ตี้แล้ว

            สวี่ตี้เอ่ย “ข้ารู้สึกว่าซื่อจื่อเกรงใจกันไปหน่อยพวกเราก็ต่างออกมาจากจวนเดียวกัน จะต้องช่วยเหลือกันถึงจะถูกคำพูดพวกนี้ใครพูดก็ต่างไม่เหมาะสม ก็มีข้าพูดถึงจะเหมาะสมที่สุด”

            จางจ้าวฉือเอ่ย “เจ้าทำได้ แต่ฮวาเกอที่เป็นน้องชายแท้ๆ เหตุใดเขาถึงไม่พูดล่ะ?”

            สวี่ตี้เอ่ย “เอ้อ สวี่ฮวาน่ะหรือ? ท่านไม่เห็นสายตาที่เขามองเฉิงไค่หรือนั่นมันสายตาของคนที่มองแบบอย่างที่ตัวเองนับถือ เฉิงไค่คนนี้น่ะชื่อเสียงในเมืองหลวงดีมาก ตัวสูงใหญ่มีอำนาจ ศิลปะการต่อสู้ก็แข็งแกร่งตอนนั้นเดินทางในสายการสู้รบ สวี่ฮวามีงานอดิเรกเป็นศิลปะการต่อสู้ เคยเห็นเฉิงไค่ต่อสู้กับคนอื่นมาก่อนเขายังสามารถพูดคำพูดพวกนี้ใส่เฉิงไค่ได้หรือ? พับเก็บลงไปเถิด”

            แม่นมลู่หัวเราะแล้วเอ่ย “ซื่อจื่อของจวนชิงผิงป๋อชื่อเสียงดีมากพวกเราที่อยู่เมืองหลวงน่ะ คนหนุ่มๆ หลายคนต่างมองราชองครักษ์เฉิงเป็นแบบอย่างของตนเองกันทั้งนั้น”

            จางจ้าวฉือเอ่ย “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ต่อไปจะต้องติดต่อกับเขาให้มากหน่อยถึงจะดี ไม่ติดต่อกันพี่ใหญ่ของเจ้าถูกเขารังแกเจ้าก็จะไม่รู้เรื่อง เจ้าพูดเตือนกับเขาไปแล้วถึงตอนนั้นเกิดปัญหาขึ้นมาจริงๆ ก็ต้องเป็นเจ้าที่ออกโรง”

            สวี่ตี้เอ่ย “ออกโรงก็ออกโรงสิ ไม่มีอะไรน่ากลัว เอาล่ะ ท่านแม่ของพวกนี้ตอนนี้มีสิ่งที่ข้าใช้ได้ไม่มาก เก็บเอาไว้ที่ท่านแล้วกัน ให้จือเอ๋อร์หรือไป่เอ๋อร์ใช้ก็ได้ขอรับ”

            จางจ้าวฉือมองของที่วางอยู่ในกล่องหลายใบ แค่มองก็รู้แล้วว่าเป็นของดีแม่นมลู่มาเปิดดูก็เอ่ย “พู่กันจูเก๋อ หมึกหลี่เหยียนกวา กระดาษแดงซินถาง แท่นฝนหมึกหางหลงเว่ยซื่อจื่อของพวกเราก็ถือว่าเข้าเนื้อแล้วนะ”

            สวี่ตี้เอ่ย “ของพวกนี้ทำออกมาไม่ใช่ให้คนใช้หรือ? ตอนนี้ข้าใช้ไม่ได้จะปล่อยให้ฝุ่นจับก็กระไร ให้จือเอ๋อร์กับไป่เอ๋อร์ใช้ไปเถิด”

            หลังจากสวี่เกาแต่งงานออกไปตอนนี้ก็เป็นเวลาสำคัญที่สุดที่สวี่ผูจะพาครอบครัวออกเดินทางแล้ว

            จากที่สวี่ผูได้บรรยายกับเฉินซื่อ นางจึงยิ่งรอคอยการเดินทางครั้งนี้มากลูกๆ ทั้งสี่คนในเรือนก็ตั้งตารอให้มาถึงไวๆ

            สวี่จิ่นคือลูกคนโตสุดในครอบครัว ไม่เพียงแต่จะจัดสัมภาระให้กับตัวเองเท่านั้นยังช่วยน้องชายน้องสาวจัดอีกด้วย

            ครอบครัวสวี่ผูมีลูกสี่คน สวี่จิ่นอายุสิบสามปี ลูกชายอายุรองลงมานามว่าสวี่จง เป็นคุณชายสามในจวน เด็กที่สุดเป็นฝาแฝดหญิงเป็นคุณหนูหกสวี่กุ้ยกับคุณหนูเจ็ดสวี่จวี๋

            สวี่จือให้ถุงเงินที่ตนเองทำเองกับพวกน้องๆ พี่ๆ ทุกคนในถุงได้ใส่ก้อนเงินเอาไว้สองก้อน

            สวี่จิ่นไม่อยากรับ แต่สวี่จือยิ้มแล้วเอ่ยว่า “พี่สามเจ้าคะท่านแม่บอกว่าคนในครอบครัวจะออกเดินทางไกลจะต้องให้ของขวัญเป็นการส่งออกเดินทางตอนนี้ข้ามีเงินไม่มาก พวกนี้คือเงินอั่งเปาที่ข้าเก็บเอาไว้ท่านแม่บอกว่าข้าเก็บเอง อยากจะใช้อย่างไรก็ตามใจข้า ข้าคิดมาหลายวันแล้วคิดว่ามอบให้พวกเจ้าค่อนข้างเหมาะสมแล้ว พวกเจ้าจะออกไปด้านนอกหากเห็นของที่ตนเองอยากได้ แล้วรู้สึกไม่ดีที่จะขอเงินท่านลุงกับท่านป้าสองก็สามารถใช้เงินนี้ได้เจ้าค่ะ”

            สวี่กุ้ยนิสัยร่าเริง ยิ้มแล้วรับกระเป๋าไป “ขอบคุณน้องเก้ามากรอตอนข้ากลับมาจะเอาของขวัญมาฝากเจ้า”

            สวี่จือยิ้มแล้วเอ่ย “ขอบคุณพี่หกมากเจ้าค่ะท่านแม่เคยพูดเอาไว้ว่าทางใต้ฝนตกชุก อากาศแห้งสู้ทางเราไม่ได้ เสื้อผ้าแห้งยากข้าคิดว่าพวกพี่ๆ เตรียมชุดใส่ด้านในไปหลายๆ ตัวหน่อยจะดีกว่า แล้วก็นะ ยามออกไปด้านนอกจะต้องพกยาที่ใช้ฉุกเฉินเอาไว้ด้วยท่านแม่ของข้ากำลังเตรียมยาให้พวกเจ้าอยู่ในเรือนบอกว่าเดี๋ยวทำเสร็จแล้วจะเอาไปให้พวกเจ้า”

            สวี่จิ่นรีบพาน้องชายน้องสาวขอบคุณสวี่จือซึ่งคนถูกขอบคุณนั่งอยู่ครู่หนึ่งก็บอกลาแล้วกลับเรือนตัวเองไป

            กลิ่นยาจีนลอยออกมาจากในเรือนจางจ้าวฉือกำลังใช้เตาดินเผาในโรงครัวเล็กทำยาในหม้อเล็กๆสวี่จือรีบเข้ามาช่วยดูไฟให้ จางจ้าวฉือเห็นนางเข้ามาก็ยิ้มแล้วถาม“เจ้าไปส่งของขวัญกลับมาแล้วหรือ?”

            สวี่จือตอบ “ใช่เจ้าค่ะ พี่จิ่นไม่กล้ารับ ข้าก็ขอให้พวกนางรับเอาไว้ท่านแม่เจ้าคะ ข้าคิดว่าอยู่กับพวกพี่จิ่นดีมากเลยเจ้าค่ะพี่สาวในจวนดีกันมากเลยเจ้าค่ะ ยกเว้นพี่สี่”

            จางจ้าวฉือพูดด้วยความแปลกใจ “ข้าเห็นแม่หนูสี่ก็ดีนี่ เหตุใดถึงมีเรื่องกับเจ้าหรือ?”

            สวี่จือเอ่ย “ข้าเองก็มิรู้เจ้าค่ะ แต่เข้ากับพี่สี่ไม่ได้คงเป็นเพราะพวกเราสองคนไม่ถูกชะตากันตั้งแต่เกิดเจ้าค่ะ ท่านแม่พวกเราไม่พูดเรื่องพวกนี้แล้ว ท่านว่า ข้าเรียนวิชาแพทย์กับท่านเป็นอย่างไรเจ้าคะ?”

            จางจ้าวฉือยิ้มแล้วเอ่ย “เจ้าน่ะพลาดเวลาในการเรียนที่ดีที่สุดไปแล้วอยากจะเป็นเหมือนกับแม่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ว่าแม่สามารถสอนเจ้าเกี่ยวกับยาได้ เรียนเบื้องต้นไปก่อนแล้วค่อยสอนเจ้าว่าจะทำยาอย่างไรต่อไปอย่างน้อยก็จะได้มียาดีๆ ไว้กินด้วยจริงหรือไม่?”

             

     

    คล้ายกับเรื่องครอบครัวของข้า นอกจากข้า ล้วนข้ามมิติมาทั้งครอบครัว [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498