ชายผู้นี้มักจะทำกระทำตนให้ผู้คนคิดไปไกลแต่กลับไม่มีสถานะ ทำสิ่งใดก็ไม่ชัดเจน เป็นแค่ไอ้เศษเดนคนหนึ่ง!
เย่ชิงชิงตำหนิเผยรุ่นจือในใจอย่างไรนั้นเขาย่อมไม่รู้เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ปล่อยนางตามคำขอ จากนั้นก็ถามว่า“ไฉนถึงเข้าเมืองกลางดึกเช่นนี้ หากคืนนี้ข้าไม่ปรากฏตัวเจ้าจะหลุดพ้นจากสถานการณ์นั้นได้อย่างไร?”
เย่ชิงชิงเบือนหน้าหนีไม่มองนัยน์ตาสีดำสนิทไร้รอยยิ้มของเขา “ข้ามีเรื่องเร่งด่วนเจ้าค่ะ”
เมื่อนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ทันได้ยืนยันว่าทังหว่านหรงอยู่ในร้านของตนจริงหรือไม่ เย่ชิงชิงก็ไม่อธิบายอะไรต่อนางรีบวิ่งไปเคาะประตู พอมานึกได้ว่าเผยรุ่นจืออยู่กับตนเองดูไม่เหมาะสมก็คิดจะหันกลับไปแนะนำให้เขาจากไป แต่กลับพบว่าด้านหลังของนางว่างเปล่าเสียแล้ว
เย่จื้อเฟิงได้ยินเสียงเคาะประตูจึงเดินมาถามว่า“ผู้ใด?”
“ท่านพี่ ข้าเอง!”
เย่จื้อเฟิงได้ยินเสียงที่คุ้นเคยก็นึกแปลกใจรีบเปิดประตูพานางเข้ามา “ดึกดื่นเช่นนี้เจ้ามาทำอะไร?มาคนเดียวหรือ?”
เมื่อเย่ชิงชิงเข้ามาในบ้านนางก็เห็นทังหว่านหรงจริงๆ เช่นนี้ก็วางใจได้แล้วแม่นางผู้หนึ่งหลงทางอยู่ข้างถนนคนเดียวนั้นอันตรายนัก
ทังหว่านหรงใบหน้าแดงก่ำนางก้มหน้าเล็กน้อย รู้ดีว่าตนเองทำตัวหุนหันพลันแล่นเกินไปจึงรู้สึกอับอายที่จะพบผู้คน
เย่ชิงชิงเล่าเรื่องที่พี่ชายและพี่สะใภ้สกุลทังมาที่นี่ให้ฟังรวมถึงการคาดเดาของนางกับมารดา นี่จึงเป็นเหตุผลที่นางต้องรีบมาในคืนนี้
“ทั้งหมดเป็นความผิดของข้า...ฮือฮือฮือฮือ” ทังหว่านหรงขอบตาแดงก่ำนางหุนหันพลันแล่นวิ่งเข้าเมืองเพื่อตามหาร้านไป่เว่ยที่เย่จื้อเฟิงเคยพูดถึงแต่บัดนี้กลับไม่รู้จะเผชิญหน้ากับครอบครัวของตนเองได้อย่างไรในวันพรุ่งนี้
“ข้า ข้าจะไม่ทอดทิ้งเจ้าเป็นอันขาด” เย่จื้อเฟิงจับมือนางไว้แน่น
ไอ๊หยาทั้งสองคนนี้คงได้เปิดใจพูดคุยกันไปแล้วสินะ ทั้งตั้งใจว่าจะครองคู่กันแล้วกระมังแต่ว่า... “คืนนี้พี่ทังยังต้องไปพักที่โรงเตี๊ยมกับข้าเพื่อหลีกเลี่ยงคำนินทาที่น่ารังเกียจเจ้าค่ะ”
ทังหว่านหรงย่อมยินยอมเดิมทีนางก็รู้สึกไม่สบายใจที่จะอยู่ที่นี่บ่ายวันนี้พี่ชายและพี่สะใภ้ของนางออกตามหานางไปทั่วหมู่บ้านเกรงว่าทั้งหมู่บ้านจะรู้แล้วว่านางหนีไป พรุ่งนี้คงมีคำนินทามากมายรออยู่
เย่จื้อเฟิงเห็นน้องสาวไม่คัดค้านไม่ด่าทอ ก็สบายใจไปได้ครึ่งหนึ่งเขารีบพาพวกนางทั้งสองไปหาโรงเตี๊ยมที่อยู่ฝั่งตรงข้าม
โรงเตี๊ยมนั้นอยู่บนถนนจิ้นเหมินเช่นกันเจ้าของโรงเตี๊ยมกับเย่จื้อเฟิงรู้จักกันดี จึงมั่นใจได้ในความปลอดภัย
เมื่อเริ่มดึกแล้วเรื่องไร้สาระไม่ควรกล่าวให้ยืดเยื้อ เย่ชิงชิงกับทังหว่านหรงพักอยู่ห้องข้างกันต่างคนต่างกลับห้องพักผ่อน
ในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคยเย่ชิงชิงรู้สึกไม่ค่อยชิน นางลูบคลำเตียงของตนเอง หวังว่าจะนอนหลับฝันดี
เพิ่งจะถอดเสื้อผ้าออกหน้าต่างก็มีเสียงแผ่วเบาขึ้นทันใด เงาร่างหนึ่งวูบไหวเข้ามา
“อื้ออือ...” เย่ชิงชิงตื่นตระหนกหน้าถอดสีเสียงร้องตกใจถูกปิดกั้นไว้
นางกะพริบตาจ้องมองบ้าจริง! เป็นเผยรุ่นจืออีกแล้ว ผู้นี้ปรากฏตัวอย่างไร้ร่องรอย ช่างน่าตกใจนัก!
เย่ชิงชิงชกไปที่ท้องของเขาอย่างไม่พอใจ“ดึกดื่นป่านนี้ท่านเป็นบ้าหรือ! ข้าตกใจแทบตายแล้วนะ!”
“เสี่ยวชิงชิงช่างกล้าหาญนัก~” เผยรุ่นจือหรี่ตาเล็กน้อยมือซ้ายจับหมัดที่นางชกมา มือขวาบีบกรามเล็กๆ ของนาง แล้วกระซิบว่า “หากเจ้ายังกล้าเข้าเมืองเพียงลำพังในยามค่ำคืนอีก ข้าจะสั่งสอนเจ้า”
สั่ง...สั่งสอนข้า?เย่ชิงชิงกะพริบตา นางไม่ได้หูฝาดไปใช่หรือไม่? “ท่านหมายความว่าอย่างไร?”
“ถึงตอนนั้นเจ้าก็จะรู้เองว่าหมายความว่าอย่างไร” เผยรุ่นจือจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนางครู่ใหญ่จึงปล่อยมือ “ขาเป็นอะไรไป ข้าขอดูหน่อย”
“ท่านเป็นหมอหรือ?” เย่ชิงชิงมองเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉยกล่าวว่าจะดูขาของผู้อื่นแบบนี้ก็ได้หรือนางไม่ใช่หญิงสาวในสายตาของเขาหรืออย่างไร? ชักจะเกินไปแล้ว!
ใครจะไปคิดเผยรุ่นจือผู้นี้กลับพยักหน้า “ใช่”
เย่ชิงชิงถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้“ตอบว่าใช่ ข้าก็ไม่ให้ท่านดูหรอก ข้าอยากพักผ่อนแล้วคุณชายเจ้าของห้างกลับไปเถิด”
แม้จะถูกไล่เผยรุ่นจือก็ไม่มีท่าทีจะออกไป มิหนำซ้ำ เขายังผลักเย่ชิงชิงให้นั่งลงบนเตียงแล้วคุกเข่าลงตรงหน้านาง
เวรเอ๊ยเวรเอ๊ย! เย่ชิงชิงตกใจสุดขีด เผยรุ่นจือที่ไร้รอยยิ้มผู้นี้ราวกับถูกผีเข้าสิงไม่มีท่าทางปกติแม้แต่น้อย!
“ท่านบ้าไปแล้วหรือ รีบไสหัวไป หยุดเดี๋ยวนี้!” ไม่ทันคิดนางก็เหวี่ยงมือตบไปแต่ถูกสกัดไว้กลางคัน
เผยรุ่นจือทำเหมือนไม่ได้ยินเสียงร้องของนางแถมยังเลิกคิ้วขึ้นแล้วยิ้มบางๆ “หากต้องการให้ข้ารับผิดชอบก็พูดออกมาตามตรงเถิด”เขากล่าวพลางเลิกกระโปรงของนางขึ้นและถกกางเกงซับในขึ้นไปถึงเหนือเข่าไม่มีความเกรงใจกันแม้แต่น้อย!
เย่ชิงชิงอยากจะร้องไห้ไม่ว่านางจะทำอย่างไรก็หยุดไม่ได้หรือว่าเผยรุ่นจือกินยาผิดแล้วกลายเป็นหมาป่าคลั่งนางผู้น่าสงสารเพิ่งจะอายุสิบสองปี ยังเป็นเด็กน้อยอยู่เลย…
ตอนแรกยังคิดว่าเขากำลังล้อเล่นกับนางเหมือนทุกทีแต่เมื่อกระโปรงถูกเลิกขึ้นสูงเรื่อยๆ เย่ชิงชิงก็รู้สึกหนาวเหน็บจับใจให้ตายสินี่เขายังล้อเล่นกับนางอยู่หรือเปล่า!
น้ำตาของเย่ชิงชิงไหลอาบแก้มความคิดมากมายตีรวนในหัว นางคิดว่าจะรวบรวมกำลังทั้งหมดเตะให้เขาพิการและหาทางหนีอย่างไรให้พ้น... ทว่าหลังจากที่แผลบริเวณเหนือเข่าปรากฏขึ้นสู่สายตาไม่รู้เวลาผ่านไปนานแค่ไหน อีกฝ่ายก็มิได้ขยับเขยื้อน