เสียงปิดฝาแล็ปท็อปของลีน่าดังฉาดใหญ่ท่ามกลางความเงียบที่น่าอึดอัดหลังจบการประชุม
ตลอดสามสิบนาทีที่ผ่านมาเธอรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนลวดหนาม ทุกครั้งที่เธอนำเสนอแผนกลยุทธ์สายตาของอีธานจะจ้องเขม็งมาที่เธอ ไม่ใช่ในฐานะลูกค้าที่กำลังพิจารณางานแต่เหมือนนักโบราณคดีที่กำลังพยายามขุดค้นซากอารยธรรมที่เขาเคยทำลายทิ้งไป
“งานนำเสนอวิเศษมากเลยค่ะคุณลีน่า!” จูเลียนพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มสดใสที่ดูเหมือนจะไม่เคยรู้จักความทุกข์“ฉันชอบไอเดียเื่ ‘ความรักที่ยั่งยืน’ ในงานสถาปัตยกรรมจังเลยค่ะมันเข้ากับ่ชีวิตของเราตอนนี้พอดีเลยเนอะอีธาน?”
อีธานไม่ตอบทันทีเขายังคงจ้องมองลีน่า แววตาของเขาดูเข้มขึ้นจนเกือบเป็สีดำ “ครับ…มันเข้ากันจนน่าประหลาดใจ”
“จริงสิ!” จูเลียนอุทานพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา “อีธานคะร้านดอกไม้โทรมาเื่ช่อดอกไม้ในงานแต่ง ฉันขอตัวออกไปรับสายแป๊บนึงนะเดี๋ยวฉันจะกลับมาลาคุณลีน่าค่ะ”
จูเลียนเดินนวยนาดออกจากห้องประชุมไปทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมแนววานิลลาอ่อนๆและความเงียบที่หนักอึ้งเหมือนหินถล่มใส่คนสองคนที่เหลืออยู่
ลีน่ารีบเก็บของเข้ากระเป๋ามือของเธอสั่นจนเธอต้องกำสายกระเป๋าไว้แน่น
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวนะคะคุณเบลค”เธอจงใจเรียกนามสกุลเขาเพื่อขีดเส้นกั้น
“คุณเรียกผมแบบนั้นั้แ่เมื่อไหร่ ลีน่า” อีธานลุกขึ้นยืนช้า ๆ ความสูงของเขาข่มขวัญเธอได้เสมอ“และั้แ่เมื่อไหร่ที่คุณกลายเป็คนที่พูดเื่ ‘จิติญญา’ได้คล่องปร๋อ ทั้งที่คุณเป็คนทิ้งมันไปพร้อมกับผมที่เวอร์มอนต์”
ลีน่าชะงักเธอหันกลับไปเผชิญหน้ากับเขา ความโกรธเริ่มพวยพุ่งขึ้นมาแทนที่ความเศร้า“สิบปีนะอีธาน สิบปีที่ฉันสร้างชีวิตใหม่ขึ้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองคุณไม่มีสิทธิ์มาตัดสินว่าฉันทิ้งอะไรไปหรือไม่ทิ้งอะไร”
“ผมมีสิทธิ์!” เขาตวาดเสียงต่ำก้าวเข้ามาประชิดจนเธอััได้ถึงไอความร้อนจากตัวเขา“ผมมีสิทธิ์เพราะผมเป็คนที่เก็บเศษซากพวกนั้นมาตลอดสิบปี ลีน่า…คุณคิดว่ามันเป็เื่บังเอิญเหรอที่บริษัทคุณถูกรับเชิญให้มาเสนอโปรเจกต์นี้?”
หัวใจของลีน่ากระตุกวูบ“คุณหมายความว่ายังไง?”
“ผมเป็คนเลือกชื่อบริษัทคุณจากกองใบเสนอราคาเป็ร้อย ๆ ใบ”เขาพูดเสียงเบาลงแต่หนักแน่น “ผมอยากรู้ว่าคนที่บอกว่า ‘เราไม่คู่ควรกันอีกต่อไป’ จะเติบโตขึ้นมาเป็แบบไหน…แล้วผมก็ได้เห็นแล้ว คุณกลายเป็เครื่องจักรที่สวยงามแต่ไร้หัวใจ”
เพียะ!
ฝ่ามือของลีน่าฟาดลงบนใบหน้าคมสันของเขาโดยสัญชาตญาณแรงปะทะทำให้ใบหน้าของอีธานหันไปตามแรง ใบหน้าของลีน่าร้อนผ่าวและนองไปด้วยน้ำตาที่เธอพยายามกลั้นไว้
“อย่ามาทำเหมือนคุณเป็เหยื่อ” เธอกระซิบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ“คุณคือคนที่เดินจูงมือคู่หมั้นเข้ามาเยาะเย้ยฉันถึงที่นี่คุณคือคนที่กำลังจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ในขณะที่ฉันต้องจมอยู่กับความทรงจำที่ขมขื่น…ใครกันแน่ที่ไร้หัวใจ?”
อีธานหันกลับมารอยแดงจากนิ้วมือของเธอปรากฏชัดบนแก้มเขา แต่แววตาของเขาไม่ได้มีความโกรธเลยมันกลับเต็มไปด้วยความโหยหาที่ทำให้ลีน่าแทบหายใจไม่ออก
เขาเอื้อมมือมาคว้าข้อมือของเธอไว้ลีน่าพยายามดิ้นแต่เขากลับกระชับมันแน่นขึ้น
“ผมไม่ได้อยากเยาะเย้ยคุณ” เขาพูดเสียงสั่น “ผมแค่้าจะบอกคุณว่าต่อให้มีเพชรกี่กะรัตบนนิ้วของใครคนอื่น…แต่มันไม่มีคืนไหนเลยที่ผมไม่ฝันถึงสายฝนในคืนนั้น คืนที่เรา…”
“อีธานคะ? ร้านดอกไม้บอกว่า...”เสียงของจูเลียนดังขึ้นพร้อมกับการเปิดประตูห้องประชุมเข้ามา
ลีน่าสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมของอีธานทันควันเธอรีบเช็ดน้ำตาออก และหันหลังให้ประตู ทำทีเป็จัดเอกสารในกระเป๋า
“โอ้ มีอะไรกันหรือเปล่าคะ?” จูเลียนชะงักมองดูใบหน้าของอีธานที่มีรอยแดงและแววตาที่ตื่นตระหนกของลีน่า
“เปล่าครับ” อีธานตอบเสียงเรียบ ปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นักธุรกิจผู้สุขุมอย่างรวดเร็ว“แค่เื่ตัวเลขในสัญญานิดหน่อยครับ… คุณลีน่าดูจะเครียดกับมันมากไปนิด”
จูเลียนมองทั้งคู่สลับกันไปมาความสงสัยวาบผ่านดวงตาเธอเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มเดิม “อ๋องานคงจะหนักจริงๆ สิคะ งั้นอีธานคะ เราควรชวนคุณลีน่าไปทานมื้อค่ำกับเราวันศุกร์นี้ดีไหม?ถือเป็การเลี้ยงฉลองที่ร่วมงานกันล่วงหน้า”
ลีน่ารู้สึกเหมือนโลกกำลังถล่มลงมาอีกรอบ“ไม่เป็ไรค่ะ ฉันเกรงใจ…”
“ไม่ต้องเกรงใจหรอกค่ะ!” จูเลียนรุกต่อ“อีธานชมคุณไม่ขาดปากเลยนะว่าคุณเป็มือหนึ่งเื่การสื่อสารฉันอยากทำความรู้จักเพื่อนร่วมงานของอีธานทุกคนค่ะ โดยเฉพาะคน ‘เก่งๆ’ แบบคุณ”
อีธานจ้องมองลีน่าสายตาของเขาเป็การท้าทายอย่างชัดเจน ราวกับจะบอกว่า ‘คุณจะหนีอีกครั้งหรือจะเผชิญหน้ากับมัน?’
“ตกลงค่ะ” ลีน่าตอบ รับคำท้าด้วยความขมขื่น “เจอกันวันศุกร์ค่ะ”
ลีน่ารีบเดินออกจากห้องประชุมมาโดยไม่หันกลับไปมองเธอเดินผ่านโถงทางเดินกระจกที่ดูเหมือนจะยืดออกไปไม่สิ้นสุดทันทีที่เธอพ้นประตูบริษัทและเข้าไปอยู่ในความสงบของลิฟต์ เธอก็ทรุดตัวลงพิงผนังโลหะที่เย็นเฉียบ
เธอมองลงไปที่มือของตัวเองมือที่เพิ่งตบหน้าชายที่เธอเคยรักที่สุดและมือที่กำลังจะพาเธอไปสู่อาหารมื้อค่ำที่จะกลายเป็นรกบนดิน
ลีน่าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหาเบอร์ของ มายาเพื่อนสนิทของเธอ
“มายา… ฉันทำเื่พังแล้ว” ลีน่าพูดทันทีที่ปลายสายรับ “อีธานกลับมาแล้ว…และเขากำลังจะแต่งงาน”
แต่ก่อนที่มายาจะทันได้ตอบเสียงเตือนข้อความเข้าก็ดังขึ้นจากเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย ลีน่าเปิดอ่านด้วยความสงสัย
‘รอยตบยังเจ็บไม่เท่าคำโกหกที่คุณบอกว่าไม่รักผมแล้ว… เจอกันวันศุกร์นะลีน่า — E.’
นิ้วของลีน่าสั่นสะท้านเธอรู้ดีว่ามื้อค่ำครั้งนี้ไม่ใช่แค่เื่งานแต่มันคือจุดเริ่มต้นของาระหว่างความถูกต้องกับเสียงเพรียกของหัวใจที่เธอนึกว่ามันตายไปแล้ว