“ ถึงเวลาที่ทุกท่านรอคอยแล้ว ในการประลองรอบสุดท้ายนี้ทุกท่านจะได้รู้กันแล้วว่าผู้ได้จะสามารถติดอันดับหนึ่งถึงสิบได้กัน“ เสียงพิธีกรกล่าวขึ้น
ในรอบการประลองที่ผ่านมาทั้งเยว่ซิน ซีห่าวและซีซวนชนะจนเข้ามาถึงในรอบสุดท้าย
…
“คู่ที่หก หวังซาน หมายเลข 23 ศิษย์จากสำนักเพลิงทมิฬ กับ ซีซวน หมายเลข 358 ผู้ฝึกตนอิสระ “
“ ไม่ต้องกังวลไป แค่เพียงเ้ามีสติเ้าก็จะผ่านไปได้ “ เยว่ซินกล่าวขึ้น เห็นซีซวนแสดงท่าทีกังวลออกมาจนเห็นได้ชัด
“ ขอรับคุณชาย “ซีซวนตอบรับ เขานั้นรู้สึกกังวลเล็กน้อยจริงๆ ฝีมือของชายผู้นี้ในรอบที่ผ่านมาถือว่าไม่ธรรมดา สามารถเอาชนะผู้ที่พลังสูงกว่าถึงสองขั้นด้วยกัน
“ ข้าเชื่อว่าเ้าทำได้ “ เสี่ยวหู่เอ่ยให้กำลังใจอย่างจริงจัง หลังจากที่เห็นอาการของซีซวนที่แสดงออกมาทุกทีซีซวนจะเป็คนที่จริงจังกับเื่ต่างๆ
“ เริ่มการประลองได้ “
“ คุณชายโปรดชี้แนะ “ ซีซวนกล่าวออกมาหลังจากทั้งคู่ขึ้นมาบนสนามประลองแล้ว
“ ศรเพลิงสังหาร “ ทันทีที่ซีซวนกล่าวจบ ก็เปิดฉากโจมตีเป็คนแรก ศรเพลิงของพุ่งไปหาหวังซานด้วยความเร็ว
ตู้ม!! ตู้ม!!
ศรเพลิงของซีววนพุ่งชนเกราะของหวังซานอย่างจัง ก่อนจะสลายหายไป
“ ศรเพลิงสังหาร “
“ ศรเพลิงสังหาร “
“ ศรเพลิงสังหาร “
ซีซวนเรียกศรเพลิงถึงสามครั้ง ศรเพลิงนับสิบลูกพุ่งใส่หวังซานทันที
ตู้ม!! ตู้ม!! ตู้ม!!
เสียงะเิดังลั่นสนาม ถึงแม้ศรเพลิงของซีซวนจะไม่สามารถทำลายเกราะของหวังซานได้ แต่ด้วยความที่ซีซวนโจมตีหลายครั้งเริ่มทำให้เกราะเริ่มแตกร้าว
“ ไม่เลว….. “ หวังซานกล่าวก่อนจะสลายเกราะ ก่อนจะมาประจันหน้ากับซีซวนอีกครั้ง
“ เปลวเพลิงนรกโลกันตร์ “ อากาศที่อยู่รอบๆ เริ่มสูงขึ้น หวังซานรวบรวมพลังไว้ที่ฝ่ามือ ก่อนจะตวัดโจมตีซีซวน
“ วารีชำระ….ย้ากกกก “ ซีซวนเองก็ปลดปล่อยพลังต้านทานไว้ รอบนี้ใส่พลังถึงสิบส่วน
ตู้ม!!
พลังโจมตีของทั้งคู่ทรงพลังอย่างมาก แรงะเิทำให้เกราะป้องกันของสนามแตกร้าว จนผู้าุโของสำนักต้องเข้ามาซ่อมแซม เพื่อไม่ให้โดนผู้ชมที่อยู่รอบสนาม
“ อึก…. “
“ อึก…. “
การโจมตีเมื่อสักครู่ที่ให้ทั้งสองโดนพลังของตนเองสะท้อนกลับ ทำให้ร่างกายภายในบอบช้ำ เสื้อผ้าขาดหลุดลุ่ย ซีซวนรีบกินยาพื้นฟูลมปราณทันที หวังซานก็เช่นกัน ทั้งสองถือทำผลงานไว้ดีมากๆ ในรอบที่ผ่านมา ผู้ชมทั้งสนามกำลังรอชมว่าผู้ใดจะยืนหยัดขึ้นมาได้ก่อนกัน
พรึ่บ!!
ด้วยยาฟื้นฟูลมปราณของซีซวนมีความบริสุทธิ์มากกว่าทำให้ฟื้นพลังได้เร็วกว่าหวังซาน
ซีซวนลุกขึ้น แม้พลังจะยังไม่ฟื้นคืนมาทั้งหมด แต่ก็ฟื้นมาได้ครึ่งหนึ่งเพียงพอที่จะโจมตีอีกครั้ง
“ศรเพลิงสังหาร “ ศรเพลิงนับสิบลูกพุ่งโจมตีหวังซานอีกครั้ง
“ อึกกก….. ข้าขอยอมแพ้ขอรับ “ หวังซานโดนเข้าอย่างจัง เขานั้นพลังยังไม่ฟื้นมากพอที่จะสร้างเกราะป้องกัน
“ ผู้ชนะ ซีซวน หมายเลข 358 ผู้ฝึกตนอิสระ เป็ผู้เข้ารอบคนที่หก “
“ ผู้ชนะ เหวินซาน หมายเลข 293 ศิษย์จากสำนักเพลิงทมิฬ เป็ผู้เข้ารอบคนที่เจ็ด “
“ ผู้ชนะ ไป๋เสวี่ยน หมายเลข 98 ศิษย์จากสำนักัฟ้า เป็ผู้เข้ารอบคนที่แปด “
“ ผู้ชนะ ซีห่าว หมายเลข 357 ผู้ฝึกตนอิสระ เป็ผู้เข้ารอบคนที่เก้า “
“ ผู้ชนะ ป๋อเหริน หมายเลข 129 ศิษย์จากสำนักสยบเมฆา เป็ผู้เข้ารอบคนที่สิบ ” ทั้งสามเข้ารอบสิบคนที่เหลือส่วนเป็ศิษย์จากสำนักใหญ่ มีศิษย์จากสำนักเพลิงทมิฬสองคน ศิษย์จากสำนักัฟ้าสองคนศิษย์จากสำนักสยบเมฆาหนึ่งคน ศิษย์จากสำนักจอมราชันย์สองคน
“ ตอนนี้เราได้ผู้เข้าแข่งขันการประลองทั้งสิบท่านแล้ว ตามที่ทุกท่านทราบทั้งสิบคนนี้จะได้เข้าไปในมิติสุสานแห่งทวยเทพอสูรจะมีเวลาเพียงสิบวันเท่านั้นในมิติ หากออกมาไม่ทันจะติดอยู่ในนั้นอีกร้อยปี มิติถึงจะเปิดอีกครั้ง ขอให้ทุกท่านโชคดี “ เสียงกล่าวของเ้าสำนักจบลง ประตูมิติก็ปรากฏขึ้นกลางลานประลอง ผู้คนต่างจ้องมองไปยังประตูบานนั้น กลิ่นอายความลึกลับแผ่ออกมาจนผู้ฝึกวรยุทธ์ต่างอยากจะเข้าไป รวมถึงเย่วซินด้วยมีบางสิ่งบางอย่างกำลังเรียกร้องให้เย่วซินเข้าไปในนั้น
จากนั้นผู้ชนะทั้งสอบคนค่อยก้าวเข้าไปในประตูมิตินั้น พวกเยว่ซินเข้าไปเป็คนสุดท้าย
พรึ่บ!!
แรงดูดมหาศาลดึงร่างพวกเขาเข้ามา ก่อนที่จะมาโผล่อยู่กลางป่า รอบๆ เต็มไปด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ราวๆ สิบคนโอบ อีกทั้งต้นไม้ั์พวกนี้ยังปล่อยพลังิญญาออกมา แม้จะเบาบางอย่างมากแต่เยว่ซินก็พอที่จะััได้ ไม่ไกลจากตรงนี้เหมือนจะมีลำธารอยู่ ได้ยินเสียงไหลของน้ำ เห็นได้ชัดว่าบริเวณนี้มีแต่พวกเขา คนอื่นคงถูกส่งไปแต่ละที่ในมิติสุสานแห่งทวยเทพอสูร
พรึ่บบบบบบบ
เสี่ยวหู่ปรากฏออกมา หลังจากเย่วซินชนะแล้วก็ได้ให้เสี่ยวหู่เข้าไปอยู่ในมิติก่อน ค่อยออกมาเมื่อเข้ามาในมิติแล้ว
“ ท่านแม่ พวกเราจะไปทางไหนก่อนดีขอรับ…. “ เสี่ยวหู่เอ่ยถามมองไปทางไหนก็มีต้นไม้เต็มไปหมดไม่รู้จะได้ทางไหนดี
พรึ่บ!!
“อ๊ะ…ฉีหลินเ้าออกมาทำไม “ ซีซวนใ อยู่ดีๆ เ้ากิเลนตัวน้อยก็โผล่ออกมาโดยที่เข้าไม่ได้เรียกเลย
“อี้…อี้อี้….อี้ “
“ อี้…อี้…อี้อี้….อี้…” ฉีหลินพยายามส่งเสียงบอกให้ซีซวนเข้าใจ แต่ซีซวนได้ฟังก็ไม่ได้เข้าใจเลยว่าฉีหลินนั้นพูดอะไร ได้ยินแต่อี้ๆๆ จะให้เขาเข้าใจได้อย่างไร
“ เหมือนว่ามัน้าที่บอกอะไรเ้า” ซีห่าวเอ่ยขึ้น หลังจากเห็นฉีหลินเดินไปเดินมาพร้อมส่งเสียงร้องเหมือน้าบอกอะไรสักอย่าง
“ มัน้าให้พวกเ้าตามมันไป “ เสี่ยวหู่เห็นท่าทางที่ดูงงของซีซวน เลยบอกให้รู้ว่าฉีหลิน้าจะบอกอะไรกับเขา ฉีหลินพยักหน้าลงว่านั้นแหละสิ่งที่มัน้าจะบอก พอได้ยินอย่างนั้นซีซวนเลยหวังจะเข้าไปอุ้มฉีหลิน แต่ฉีหลินก็หลบจากซีซวนแล้ววิ่งเข้ามาหาเยว่ซินพร้อมกับส่งเสียง
“อี้ๆ…อี้…อี้”
“ เช่นนั้นก็ปล่อยให้มันนำไป ข้าก็อยากรู้มันจักพาไปที่ใด “ เยว่ซินนก็อยากรู้ว่าที่ฉีหลินมีปฏิกิริยาขนาดคงมีอะไรดึงดูดหรือเรียกหามันเป็แน่ เสียงที่เคยได้ยินก็หายไป ลองตามเ้าตัวน้อยนี้ไปอาจจะเจอสิ่งที่เยว่ซินกำลังสงสัยได้
ฉีหลินกำลังยืนรอว่าเ้านายเมื่อไหร่จะให้มันไปสักที ก็เห็นซีซวนพยักหน้าแล้วมันก็วิ่งออกไปทันที พวกเยว่ซินก็ตามมันไป
…
ฉีหลินพาพวกเยว่ซินมุ่งหน้ามาทางทิศเหนือ หลังตามมาได้สักพักก็เจอเข้ากับลำธารที่ได้ยินเสียงในตอนแรกที่เข้ามา บริเวณนี้มีฝูงกระทิงไพร ราวๆ สิบกว่าตัว ระดับสามถึงสี่ แต่เหมือนตัวหนึ่งระดับหกคงจะเป็จ่าฝูง
“ อี้อี้…อี้อี้….อี้…” เสียงร้องของฉีหลินเรียกความสนใจพวกเยว่ซินให้หันจะมองราวกับว่าที่นี่ ไม่ใช้เป้าหมายของมัน ก็วิ่งต่อทันที คราวนี้ฉีหลินวิ่งต่อไปอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย ตามทางที่ผ่านก็เริ่มเห็นสมุนไพรระดับสูงมากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่าพวกเขากำลังมุ่งหน้าเข้าเขตป่าชั้นใน
ซีซวนก็เก็บทุกอย่างที่เป็สมุนไพรถึงแม้สมุนไพรระดับพวกนี้ในมิติองเยว่ซินมีมากมายแต่คุณภาพก็ยังต่ำกว่า หากนำไปขายให้แก่อิทธิพลต่างคงได้ราคาดีแน่นอน เพราะด้านนอกการปรุงโอสถยิ่งให้สมุนไพรระดับสูงเท่าไหร่ก็จะยิ่งมีโอกาสจะได้โอสถความบริสุทธิ์สูงขึ้น ทำให้ตระกูลและสำนักต่างๆ ต่างแสวงหาสมุนไพรระดับสูงเพื่อใช้บ่มเพาะให้คนของตนแข็งแกร่งขึ้น
“นี้ฉีหลิน…เมื่อไหร่จะถึงสัก…..” ยังไม่ทันที่เสี่ยวหู่จะพูดจบ ฉีหลินก็หยุดกระทันหันส่งเสียงร้อง ก่อนจะพบว่าต่อหน้าพวกเขาเป็หน้าผาขนาดใหญ่สูงเทียมฟ้า
“ ยังไงต่อ “ซีซวนเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย พวกเข้าตามมาตั้งนานกลับมาเจอทางตัน ก่อนจะเห็นฉีหลินพยายามะโขึ้นไปขอบหินบนหน้าผาราวกับ้าที่จะขึ้นไปข้างบน เยว่ซินที่เห็นอย่างนั้นก็พุ่งเข้าไปจับตัวฉีหลินก่อนจะพุ่งขึ้นไปยังหน้าผาเสี่ยวหู่ที่เห็นเยว่ซินพุ่งขึ้นไปบนหน้าผาก็แต่รีบตามไปทันที ซีซวนกับซีห่าวก็พุ่งขึ้นตามไปเหมือนกัน
…
พรึ่บ!! พรึ่บ!! พรึ่บ!!
ในที่สุดเยว่ซินก็มาถึงบนหน้าผา ก่อนจะพบวิหารขนาดใหญ่ตั้งอยู่ มีแต่บางส่วนเริ่มที่จะผุพัง อีกทั้งโดยรอบวิหารยังมีมยุเรศ์หลายตัวอาศัยอยู่ ตัวใหญ่กว่านกยูงธรรมดาถึงสองเท่า ขนของมันสีเหลืองทองอร่าม ในแดน์พวกมันเป็กลุ่มที่รักสงบไม่ยุ่งเกี่ยวกับเผ่าอื่น แต่ระดับของพวกมันสูงมากเช่นกัน ระดับเจ็ดถึงระดับเเปด ก็มีบางตัวระดับเก้าเช่นกัน
กรี๊ช!!
เสียงร้องของมยุเรศ์ดังขึ้น พวกมันััได้ถึงผู้บุกรุกเข้ามาในอาณาเขตของพวกมัน ก่อนที่พวกมันจะมารวมตัวกันที่หน้าวิหารเพื่อขับไล่ผู้บุกรุก
โฮก!!
“ ท่านแม่ข้าจัดการเอง “ กล่าวจบเสี่ยวหู่ก็กลายเป็จิ้งจอก์เก้าหางขนาดตัวสูงถึงสองผิง (1 ผิงเท่ากับ 3.3เมตร ) พุ่งไปประจันหน้ากับมยุเรศ์พร้อมกับปล่อยพลังระดับ์ขั้นสูงออกมากดดันโดยความห่างชั้นที่มากเกินไป ทำให้บางตัวที่ระดับต่ำกว่าเก้าโดนพลังเสี่ยวหู่กดทับจนไม่สามารถขยับได้เลย
“ นายท่านโปรดยังมือ “ ก่อนที่เสี่ยวหู่จะได้ทำอะไรไปมากกว่านี้ ก็ได้ยินเสียงแหบพร่าของชายชราดังพร้อมกับปรากฏมยุเรศ์สีขาวบริสุทธิ์ร่อนลงจาก้าวิหาร ก่อนจะกลายร่างเป็ชายชราตรงหน้าของเสี่ยวหู่
เสี่ยวหู่ที่เห็นดังนั้นก็ได้ระวังตัวมากขึ้น พร้อมกับจ้องเขม็งไปยังชายชรา ตนไม่สามารถััได้ถึงของชายชราตรงไหนได้เลย
“ ผู้าุโไม่ทราบว่าวิหารแห่งนี้เป็ของใคร" เสียงใสไพเราะของเยว่ซินถามขึ้นด้วยความนอบน้อม ทำให้ชายชราต้องหันไปมอง ก่อนจะตกตึงกับใบหน้าที่งดงามที่ใครๆ อยากจะที่ กลิ่นอายความบริสุทธิ์ที่แผ่นออกมา ก่อนจะเลื่อนสายตาก็มาเจอกับสายตากลมโตของเ้าตัวน้อยที่จ้องมองมายังเขาก่อนแล้ว
ทำให้เขาเริ่มเข้าใจแล้ว ตามคำทำนายที่ท่านผู้นั้นได้กล่าวไว้ 'หนึ่งทายาท หนึ่งผู้สูงศักดิ์ จะหวนคืนกลับมาอีกครั้ง'
พรึ่บ!!
“ ขออภัยที่พวกข้าล่วงเกินโปรดอภัยให้ด้วย “
เยว่ซินก็ได้แต่ยืนงงเขาแค่ถามเฉยๆ ทำไมชายชราผู้นี้ต้องให้เขายกโทษให้ด้วย “ท่านลุกขึ้นเถิด…ข้าแค่อยากรู้ว่าที่นี่คือที่ใด “
“ ขอเพียงเข้าไปท่านก็จะรู้ทุกอย่าง “ เอ่ยจบเหล่ามยุเรศ์ทั้งหลายก็หลีกทางให้ จนทำให้ประตูหน้าวิหารปรากฏต่อหน้าพวกเขา เยว่ซินลังเลเล็กน้อย ในเมื่อฉีหลินนำพาพวกเขามาที่นี่ก็ต้องรู้ให้ได้ว่าวิหารแห่งนี้เป็สถานที่แบบใด เยว่ซินก้าวนำหน้าคนแรกแล้วตามมาด้วยคนอื่น