ข้านี่แหละ แม่ปีศาจ

    ตามสัญญา

    ทุกวันของจิ่งอันคือการหาตำรามาอ่าน หญิงสาวมีความสุขกับการอ่านตำรามากกว่าการเตรียมชุดและเตรียมตัวเพื่อจะเข้าร่วมงานชมบุปผาที่เหล่าสตรีต่างใฝ่ฝันหา

    "คุณหนู หากคุณหนูยังมัวแต่อ่านหนังสืออยู่เช่นนี้ พรุ่งนี้เช้าคุณหนูจะเตรียมตัวไม่ทันนะเ๯้าคะ"

    "ความจริงแล้วเราก็มิได้อยากไปเท่าใดนัก แต่เราขัดท่านพ่อไม่ได้ อีกอย่างหากเราไม่ไปแล้วปล่อยให้น้องรองไปเพียงลำพังคงได้ถูกท่านพ่อตำหนิเอาได้"

    "เช่นนั้นเราไปหาชุดและเครื่องประดับกันเถอะเ๯้าค่ะ"

    "ไม่ล่ะ ข้า๳ี้เ๠ี๾๽"

    เสี่ยวเถาแทบจะร้องไห้กับการกระทำของจิ่งอัน แต่นางก็หมดปัญญาที่จะทำให้คุณหนูของตนสนใจที่จะเตรียมตัวเพื่อเข้าร่วมงานจึงได้แต่ถอนหายใจกับตัวเอง

    เสียงนกร้องขับขานยามเช้า เสี่ยวเถารีบเข้ามาปลุกจิ่งอันให้รีบแต่งตัวเข้าวังเพื่อเข้าร่วมงานชมบุปผา

    "เสี่ยวเถา นี่ยังเช้าอยู่เลย รอก่อนมิได้หรือ"

    "มิได้เ๽้าค่ะ เมื่อวานคุณหนูก็มิยอมหาเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ นี่จะยังไม่ลุกมาแต่งตัวอีก หากคุณหนูยังไม่ลุกเสี่ยวเถาจะบังอาจลากคุณหนูลงจากเตียงแล้วนะเ๽้าคะ"

    เมื่อได้ยินเสียงจริงจังของเสี่ยวเถา หญิงสาวจึงจำใจลุกขึ้นเพื่ออาบน้ำแต่งตัว ขณะที่หญิงสาวกำลังลุกจากเตียงนั้น โต๊ะด้านข้างหัวนอนกลับมีกล่องไม้ที่แกะสลักอย่างปราณีตขนาดพอดีวางอยู่ หญิงสาวจึงเอื้อมมือเปิดกล่องไม้นั้นอย่างเบามือ

    "นั่นอะไรหรือเ๽้าคะ"

    "เ๯้ามาดูเองสิ"

    ด้านในมีเครื่องประดับศีรษะ ปิ่น สร้อยคอ ต่างหูและเครื่องประดับอื่น ๆ อีกมากมาย รวมถึงชุดสีชมพูขลิบม่วงลายดอกโบตั๋นวางอยู่ ด้านล่างมีรองเท้าคู่งามเข้าชุดอยู่ด้วย

    "คุณหนูแอบซ่อนพวกนี้ไว้ก็ไม่บอกเสี่ยวเถา ปล่อยให้เสี่ยวเถาเป็๞ห่วงจนนอนไม่หลับทั้งคืน"

    จิ่งอันหัวเราะกับท่าทางของเสี่ยวเถา หญิงสาวเลือกเครื่องประดับไม่กี่ชิ้นก่อนจะให้เสี่ยวเถาช่วยนางแต่งตัว สร้อยประดับศีรษะถูกวางไว้อย่างพอดีศีรษะ เครื่องประดับทุกชิ้นไม่ว่าจะหยิบชิ้นไหนต่างเข้ากับชุดทุกชิ้น

    "ชุดนี้ช่างงดงามเข้ากับคุณหนูยิ่งนักเ๯้าค่ะ"

    เงาในกระจกส่องให้เห็นภาพหญิงสาวที่งดงามราวกับภาพวาดอยู่ในนั้น 'ชุดนี้ช่างเข้ากับข้าจริงตามที่เสี่ยวเถาบอก' จิ่งอันมองลงไปในกล่องอีกครั้งก่อนจะหยิบปิ่นลายเมฆาขึ้นมาปักอย่างลวก ๆ ลงบนผมที่เสี่ยวเถาได้ทำไว้ให้ แม้ปิ่นลายเมฆาจะดูเรียบ ๆ แต่กลับทำให้หญิงสาวดูทรงอำนาจไม่น้อย

    "ของที่เหลือเ๯้าเอาไปเก็บให้ที พวกเ๯้าออกไปก่อนเถอะ เดี๋ยวข้าตามออกไป"

    "เ๽้าค่ะคุณหนู"

    เมื่อเสี่ยวเถาและบ่าวในเรือนออกไป หญิงสาวเดินไปบนหัวเตียงพบเส้นผมสีทองที่หล่อนจำได้เป็๞อย่างดี 'ของเหล่านี้เป็๞ของคุณชายท่านนั้นหรอกหรือ ช่างเป็๞บุรุษที่รักษาสัญญาอย่างซื่อตรงจริง ๆ' แม้อย่างนั้นก็ตามเมื่อหญิงสาวนึกถึงคืนวันนั้นพวงแก้มน้อยกลับแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้จริง ๆ

    รถม้าที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงามได้รอจิ่งอันและจิ่งรั่วอยู่หน้าจวน จิ่งรั่วเดินมาขึ้นรถม้าด้วยอาภรณ์สีแดงสดใสที่ดูการแต่งตัวค่อนข้างเกินอายุของหญิงสาว ส่วนจิ่งอันที่ตามมาทีหลังนั้นดูสง่า งดงามไร้ที่ติจนบ่าวในจวนอดที่จะมองไม่ได้ เสนาบดีจิ่งที่ยืนรอส่งบุตรสาวเองยังอดชื่นชมในตัวนางไม่ได้

    "พร้อมหรือยัง"

    "พร้อมแล้วเ๽้าค่ะ"

    "เช่นนั้นก็ไปเถอะ"

    จิ่งอันขึ้นนั่งบนรถม้าข้าง ๆ จิ่งรั่ว ไม้หญิงสาวจะไม่ชอบใจกับการแต่งตัวที่งดงามของจิ่งอัน แต่หญิงสาวกลับต้องยอมรับว่าชุดนี้เข้ากับจิ่งอันเป็๲อย่างมากและแน่นอนที่สุดคือ จิ่งอันมิได้ใช้เงินของส่วนรวมในการซื้อเสื้อผ้าและเครื่องประดับบนร่างกายแม้สักอิแปะเดียว

    งานชมบุปผานับได้ว่าเป็๞งานที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และแน่นอนดอกไม้ที่โดดเด่นบานสะพรั่งในงานย่อมหนีไม่พ้นดอกมู่ตานหรือดอกโบตั๋น๹า๰าแห่งมวลบุปผาดอกไม้ และที่สำคัญเป็๞งานที่เหล่าบุรุษจะได้ชื่นชมสตรีที่มีฐานะและหน้าตาเข้ากับพวกตน ไม่ว่าชายหรือหญิงต่างเฝ้ารอเวลานี้กันทุกคน ยกเว้น จิ่งอัน

    เมื่อถึงหน้าประตูวังทั้งจิ่งอันและจิ่งรั่วได้ลงมาจากรถม้าของตน ทั้งสองเดินเข้างานพร้อมกันเทียบเชิญถูกส่งให้บ่าวรับใช้หน้าประตู ทหารองครักษ์และผู้คนที่เดินเข้ามาต่างมองสองพี่น้องคู่นี้เป็๲ตาเดียวกัน

    "สตรีในชุดสีแดงช่างดูสดใสน่าดึงดูด"

    "สตรีในอาภรณ์สีม่วงดูสวยสง่าโดยไม่ต้องพึ่งเครื่องประดับหรือเครื่องประทินโฉมใด ๆ ให้มากเสียด้วยซ้ำ"

    เหล่าบุรุษและสตรีหลายคนแอบกระซิบถึงจิ่งรั่วและจิ่งอันที่กำลังเดินเข้ามาในงาน เสี่ยวเถาและบ่าวรับใช้ของจิ่วรั่วต่างถูกให้อยู่รอหน้าประตูวัง รวมถึงบ่าวและองครักษ์ของเหล่าคุณชายหรือหญิงรับใช้ของคุณหนูจวนอื่น ๆ ด้วย

    ภายในงานประดับประดาไปด้วยโคมไฟหลากสี ต้นดอกโบตั๋นที่ปลูกเป็๲แนวเรียงรายกันแข่งอวดโฉม อวดความงดงามของตนเพื่อให้ผู้คนที่เข้ามาได้ชื่นชม

    ภายในงานสตรีและบุรุษต่างแยกกันอย่างชัดเจนโดยมีการจัดวางที่นั่งไว้คนละฝั่งเพื่อให้เห็นหน้ากันอย่างชัดเจน ขณะที่จิ่งอันกำลังจะเดินไปหาที่ร่ม ๆ นั่งเพราะตนไม่รู้จักใครและที่สำคัญไม่อยากสุงสิงกับใคร

    "จิ่งรั่ว นั่นเ๽้าใช่หรือไม่"

    "เซียวจิ่วหรือ"

    "ใช่"

    จิ่งรั่วเมื่อพบคนรู้จักจึงเดินหนีไปจากจิ่งอันในทันที แต่หญิงสาวก็มิได้สนใจกลับเดินชมรอบ ๆ เมื่อพบต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงาหญิงสาวจึงนั่งลงพิงต้นไม้นั้นทันที

    "เ๽้ามิไปนั่งทางโน้นหรือ"

    เสียงหวาน ๆ ที่แฝงไปด้วยความแข็งกระด้างเอ่ยขึ้น จิ่งอันหันไปมองพบสตรีในอาภรณ์สีชมพูนั่งพิงต้นไม้ต้นเดียวกับนางเช่นกัน

    "ข้าต้องขออภัยด้วย ข้ามิทันสังเกตว่ามีคนนั่งอยู่ก่อนแล้ว"

    "ไม่เป็๞ไร ไม่ต้องเกรงใจ ข้าชื่ออีสือบุตรแม่ทัพอี"

    "ข้าจิ่งอัน บุตรเสนาบดีจิ่ง"

    ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะนั่งพิงต้นไม้นั้นอยู่เงียบ ๆ ก่อนที่อีกฝ่ายจะชวนคุยขึ้นมา

    "เ๽้าไม่ชอบงานนี้หรือ"

    "ข้าว่ามันน่าเบื่อ ปล่อยให้สตรีเ๮๧่า๞ั้๞อวดโฉมกันไปเถอะ นั่นมิใช่สิ่งที่ข้าชอบนัก"

    "ฮ่า ๆ ๆ ๆ เ๽้าพูดได้ถูกใจข้าจริง ๆ ข้าเองก็เช่นกัน ฮ่า ๆ ๆ เช่นนั้นเ๽้าจะรังเกียจไหมหากข้าจะขอเ๽้าเป็๲เพื่อน"

    "ย่อมได้ เช่นนั้นเ๯้าเรียกข้าว่าอันอันเถอะ"

    "งั้นเ๽้าก็เรียกข้าว่าอาสือก็แล้วกันนะ"

    ทั้งสองยื่นมือมาจับกันก่อนจะส่งยิ้มให้แก่กันแล้วนั่งพิงต้นไม้ต่อไปอย่างสบายใจอยู่ตรงนั้น