“หลับฝันดีนะครับ” เขาพูดพร้อมกับหันหลังเดินออกมา ก่อนที่ร่างบางจะตัดสินใจวิ่งเข้าไปโอบเอวนคินทร์จากด้านหลัง
“ขับรถดี ๆ นะคะ มิตารักพี่คินทร์มากที่สุดเลยนะ” คำบอกรักอันแสนบริสุทธิ์ของเธอ ทำให้เขาใจหายวาบ ก่อนจะตั้งสติแล้วหันกลับมา
“พี่ก็รักมิตามากที่สุดเหมือนกัน พรุ่งนี้เช้าพี่จะมารับไปทำงาน แต่งตัวรอพี่ด้วยล่ะ”
“ค่ะ” เธอปล่อยเขาแล้วทอดสายตามองชายหนุ่ม จนเขาเดินลับหายไป จึงเบี่ยงตัวเดินกลับเข้าห้องมา สองเท้าเล็กของรมิตาเดินมาทิ้งตัวนั่งยังโซฟา แล้วหันไปยังมือถือของเธอ ที่วางทิ้งไว้
“ทำไมหมู่นี้ไม่ค่อยรับสายเลย หลานคิดถึง” ข้อความไลน์ของรวิพาส่งมา ก่อนที่รมิตาจะถอนหายใจแล้วพิมพ์ตอบกลับไป
“มิตายุ่งมากค่ะ ขอโทษด้วยนะคะที่ไม่ค่อยมีเวลาให้” รมิตาวางมือถือไว้ด้านข้างอย่างคนรู้สึกผิด เป็ครั้งแรกที่เธอคิดปิดบังพี่สาว เพราะรู้ว่ารวิพาจะไม่มีวันเห็นด้วยกับการแต่งงานที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
“มิตาขอโทษนะคะที่ต้องปิดบัง แต่เมื่อถึงเวลา มิตาจะสารภาพทุกอย่าง หวังว่าพี่วิพาจะให้อภัยมิตานะคะ” เธอพึมพำออกมาอย่างคนรู้สึกผิด
ชายหนุ่มเดินเข้ามายังบ้านหลังใหญ่ เห็นบิดานั่งทานอาหารมื้อค่ำอยู่คนเดียว จึงตัดสินใจเดินเข้าไปหาแล้วย่อตัวลงนั่งตรงข้าม
“ตักข้าวให้ลูกชายฉัน”
“ไม่ต้องครับ” เขาหันไปหาแม่บ้านแล้วเอ่ยห้ามไว้
“วันนี้คิดยังไงกลับมานอนบ้าน”
“วันนี้ผมพามิตาไปดูชุดแต่งงานมา” ชายกลางคนพยักหน้าขึ้นลง แล้วรอฟังคำพูดของลูกชายต่ออย่างเงียบ ๆ
“พนักงานที่ร้านบอกว่า คุณพ่อจะจัดงานให้ผมกับรมิตากลางเดือนหน้าเหรอครับ”
“ก็ไหนแกอยากแต่งเร็ว ๆ ไม่ใช่เหรอ กลางเดือนหน้าก็เร็วสุดแล้ว หรือ้าเร็วกว่านี้อีกล่ะ ฉันทำให้ได้นะ” เขาตอบลูกชาย พร้อมกับเอื้อมไปตักอาหารอย่างช้า ๆ โดยไม่คิดว่าการแต่งงานของลูกชายนั้นจะยุ่งยากลำบากเกินกำลังเขา
“ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะ ฉันทำตามที่แกขอทุกอย่างแล้วไม่ใช่เหรอ” ชายหนุ่มแน่นิ่งไปครู่หนึ่ง
“ก็ใช่”
“แล้วทำไมทำเหมือนไม่ดีใจ” มือหนากำแน่น ใจจริงเขาเองอยากล้มเลิกการแก้แค้นบ้า ๆ นี้ แต่เมื่อย้อนนึกถึงภาพเหตุการณ์ในวันนั้น ยิ่งทำให้เขาไม่อาจวางความเ็ปนี้ลงได้ จึงฝืนส่งยิ้มให้กับบิดา
“พ่อครับ ถ้าหลังจากนี้ผมทำอะไรผิดไป พ่อจะให้อภัยผมไหม” ชายกลางคนได้ยินดังนั้นจึงขมวดคิ้ว แล้วจับจ้องมองตรงมายังลูกชายของเขาพร้อมความคิดมากมาย
“จะทำอะไรผิดไม่ว่านะ แต่ขออย่างเดียว ว่าอย่าทิ้งทุกอย่างไปเมืองนอกอีก เพราะถ้าแกทิ้งทุกอย่างไปอีกครั้งเดียว ฉันจะยกทรัพย์สินทุกอย่างให้กับการกุศลทันที ฉันจะไม่พยายามเพื่อลูกเหลือขออย่างแกอีก” คำพูดของชายกลางคนทำให้ชายหนุ่มแย้มยิ้มออกมา
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ ผมบอกแล้วไง ว่าผมจะไม่มีวันไปอยู่เมืองนอกอีก ผมจะช่วยพ่อบริหารธุรกิจ”
“ก็ถ้าแกรับปากแบบนี้แล้ว ฉันก็ไม่ห่วงว่าแกจะทำอะไรผิด จะทำอะไรก็ทำไป ขออย่าผิดกฎหมายก็พอ”
“อ่อ ฉันลืมบอกไป พรุ่งนี้ฉันจะให้คนส่งรูปแบบการ์ดงานแต่งมาให้แกกับรมิตาเลือก หลังจากนั้นฉันจะจัดการส่งการ์ดนี้เชิญแเื่ทันที”
“ครับ” เขาตอบรับ ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินไปยังห้องนอนของตัวเอง ก่อนจะกดโทรหารมิตาแล้วบอกฝันดีกับเธออีกครั้ง
“มิตารักพี่คินทร์นะคะ รักมากที่สุด ฝันดีเช่นกันนะคะ” คำตอบรับของเธอทำให้หัวใจของเขาพองโต อย่างไม่เคยเป็มา ทว่าเมื่อคิดได้ดังนั้น ชายหนุ่มจึงพยายามเรียกสติตัวเองแล้วกดวางสายในที่สุด
รมิตาเบี่ยงตัวเดินไปยังสมุดบันทึกเล่มเล็ก เธอเปิดไปพร้อมรอยยิ้มแห่งความสุข
“แม้เป็เวลาสั้น ๆ ที่ฉันได้รู้จักกับพี่คินทร์ แต่ไม่รู้ทำไมหัวใจของฉันถึงได้รักเขามากมายขนาดนี้ พี่คินทร์เป็รักแรกและรักเดียวของฉัน เราได้ตกลงแต่งงานกัน ฉันไม่รู้หรอกนะว่าอนาคตจะเป็อย่างไร แต่ที่ฉันมั่นใจคือ...วันนี้ฉันมีความสุขมากที่สุด และเชื่อว่าพี่คินทร์เองก็มีความสุขมากเช่นกัน” หญิงสาวเขียนจบ จึงวางปากกาลง หวนนึกถึงใบหน้าหล่อเหลาของเขาแล้วปล่อยยิ้มออกมา
ศิวกรประกาศเื่การแต่งงานของนคินทร์และรมิตาภายในห้องประชุม ทำให้ข่าวลอดออกมาถึงหูของพนักงาน พวกเขาต่างยินดี และพูดถึงเื่นี้เป็วงกว้าง รมิตาคือหญิงสาวธรรมดา ที่สามารถครองใจชายหนุ่มโลกส่วนตัวสูง อย่างนคินทร์ได้สำเร็จ พร้อมจับจ้องร่างเล็กที่เดินตามหลังนคินทร์เข้ามายังบริษัท ไม่นานนักเขาก็หันไปคว้ามือหญิงสาวแล้วจูงเธอเข้าห้องทำงานไป ปล่อยให้พนักงานหันมองหน้ากันด้วยความอิจฉา
“เธอดูสิ ฉันล่ะอยากมีแฟนที่เอาใจใส่ฉันแบบนี้จัง” พนักงานคนหนึ่งหันมาพูดพับเพื่อน แล้วทำสายตาเยิ้มอย่างมีความหวัง
“คุณคินทร์เป็คนโลกส่วนตัวสูง เขาจะพูดกับคนแปลกหน้าเฉพาะเื่ที่จำเป็เท่านั้น ฉันเพิ่งเห็นในมุมนี้ของเขาเหมือนกัน คนอะไรดูอบอุ่นเป็บ้า” พนักงานสาวสองคนพูดคุยกันด้วยสายตาประทับใจ
นคินทร์จูงมือว่าที่เ้าสาวของเขามานั่งยังห้องทำงาน พร้อมกับกองเอกสารที่วางอยู่เต็มโต๊ะ
“จะทำอะไรคะ”
“วันนี้ยังไม่ได้หอมเลย” เขาชะเง้อหน้าเขามาใกล้ ก่อนที่หญิงสาวจะดันกายของชายหนุ่มไว้ได้ทัน พลันส่งยิ้มหวานแล้วส่ายศีรษะปฏิเสธ
“งานเต็มโต๊ะเลย มิตาของทำงานก่อนนะคะ”
“ทำไมล่ะ หอมนิดเดียว”