ทักษะจอมมารจำแลงไม่ได้อ่อนแออย่างแน่นอนมันคือทักษะระดับจักรพรรดิที่แข็งแกร่งเป็นอันดับต้นๆของนิกายมารมันสามารถสร้างร่างจำแลงของจอมมารเพื่อบดขยี้ศัตรูได้
แต่ทักษะที่ทรงพลังแบบนี้กลับถูกทำลายลงด้วยการฟาดฟันเพียงดาบเดียวแล้วจะไม่ให้เนี่ยชางตื่นตระหนกได้อย่างไร
“ทักษะระดับเซียน”เมิงฝู่กล่าว
เพียงคำกล่าวของเมิ่งฝู่ดังออกมาร่างของพวกโจวฟ่านก็สั่นใหวความโลภปรากฏออกมาจากดวงตาของพวกเขาทักษะระดับเซียนนั้นคือทักษะในตำนานที่พวกเขาไม่อาจเอื้อมและถ้ามีมันโอกาสที่พวกเขาจะแข็งแกร่งที่สุดในทวีปก็ไม่ใช่เรื่องที่เกินเลย
“พวกเราร่วมมือกัน”โจวฟ่านไม่รอช้ามองตากับคนที่ทันที
เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเปลี่ยนใจแล้วตอนแรกแค่อยากจะมาดูว่าฉางเฟิงแข็งแกร่งหรือไม่แต่ตอนนี้พวกเขาต้องการฆ่าฉางเฟิงจริงๆเพื่อชิงทักษะระดับเซียนและต่อให้ฉางเฟิงตายพวกเขาก็สามารถอ้างได้ว่ามันเป็นอุบัติเหตุและเป็นฉางเฟิงที่ประมาทเอง
“หมัดจักรพรรดิ”โจวฟ่านเป็นคนแรกที่ลงมือ
ทักษะหมัดจักรพรรดิเป็นทักษะที่ราชวงศ์จงโจวสร้างขึ้นมันเป็นทักษะหมัดที่รุนแรงอย่างถึงที่สุด
“มาได้ดี”ฉางเฟิงเก็บดาบและตั้งท่าชกหมัดออกไป
“ตูม!!!!!!!!!!”ฉางเฟิงไม่ได้ใช้ทักษะอะไรเลยใช้แค่พลังกายล้วนๆแต่ถึงอย่างงั้นพลังกายของฉางเฟิงก็อยู่ระดับราชันขั้นที่ 9 อยู่แล้ว
“อะไรกัน”เมื่อเห็นว่าทักษะของตนเองเสมอกับหมัดของฉางเฟิงโจวฟ่านก็ตกใจ
“เพลงกระบี่หยก”โยวอวิ้นเคลื่อนใหวด้วยความเร็วพริบตานางก็มาอยู่ด้านหลังของฉางเฟิงและแทงกระบี่ออกไป
ฉางเฟิงไม่กล้าใช้ร่างกายของตนรับร่างของฉางเฟิงปกคลุมด้วยสายฟ้าพร้อมกับเคลื่อนใหวออกไป
“พลาดงั้นเหรอ”โยวอวิ้นตื่นตระหนก
เพราะการโจมตีเมื่อครู่คือการลอบโจมตีที่รวดเร็วและนางมั่นใจว่าต้องโจมตีได้ผลแต่นางกลับดูถูกฉางเฟิงเกินไปไม่เพียงแต่ฉางเฟิงมีสายตาที่เฉียบคมแต่ยังมีพลังจิตที่แข็งแกร่ง
แม้ฉางเฟิงจะไม่ได้ใช้พลังจิตโจมตีแต่การตรวจสอบศัตรูนั้นไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใดอีกด้านเมื่อฉางเฟิงหลบหนีออกไปฝูงพลังสีดำที่ปลดปล่อยกลิ่นอายเน่าเหม็นก็ปรากฎออกมาเป็นฝูงหลายพันตัวโจสตีไปที่ฉางเฟิง
“แมลงกร่อนกระดูก!!!!!”ฉางเฟิงตกใจ
เพราะแมลงกร่อนกระดูกนั้นมีความสามารถในการกัดกร่อนอุปกรณ์ที่ทรงพลังหรือแม้แต่กระดูกที่แข็งแกร่งก็ตามมันมีความน่ากลัวมากและต่อให้เป็นกายาของฉางเฟิงก็คงต้านทานไม่ได้
“ฟุบ!!!!!!!!!!!”
ร่างของฉางเฟิงปรากฏเปลวเพลิงสีน้ำเงินออกมาฉางเฟิงผสานมือทะเลเปลวเพลิงก็ปรากฎเหมือนกับคลื่นมหาสมุทรที่เคลื่อนออกไป
“เพลิงวิเศษ”กู่เต้าตกใจและรีบควบคุมแมลงของตนเองให้กลับมาเพราะแมลงกร่อนกระดูกนั้นแพ้ทางเพลิงวิเศษอย่างมาก
“อย่าได้ฝัน”ฉางเฟิงควบคุมเปลวเพลิงให้โจมตีออกไปใส่แมลงกร่อนกระดูกทันที
“ม่ายยยยย”กู่เต้ากรีดร้องเพราะการเลี้ยงดูแมลงกร่อนกระดูกหลายพันตัวมันต้องใช้ความพยายามและทรัพยากรจำนวนมากและถ้ามันมาตายที่นี่กู่เต้าจะต้องสูญเสียอย่างหนักและต้องใช้เวลาอีกหลายปีในการเลี้ยงดูแมลงเหล่านี้ใหม่
“ข้าช่วยเจ้าเอง”เนี่ยชางปรากฏตัวอีกครั้งและปลดปล่อยจอมมารจำแลงออกมา
“ผสานร่างจอมมารจำแลง”เนี่ยชางในตอนนี้ได้ปรากฏแขนงอกออกมาอีก 4 แขนทำให้เนี่ยชางมีแขนทั้งหมด3 คู่ และในมือทั้งหมดต่างถือกระบี่เอาไว้
“ลองรับการโจมตีของข้าดู”เนี่ยชางพุ่งออกไปพร้อมกับร่ายรำกระบี่
“อย่าลืมพวกข้า”โจวฟ่านและโยวอวิ้นเองก็ปรากฏตัวและโจวตีพร้อมกัน
“สมเป็นอัจฉริยะของจงโจวพวกเจ้าไม่ธรรมดาจริงๆสามารถทำให้ข้าต้องใช้พลังจริงๆ” ปราณโกลาหลพวยพุ่งออกมาจากร่างของฉางเฟิง
“ทักษะโกลาหลเขตแดนโกลาหล” ฉางเฟิงปลดปล่อยทักษะที่ซีรั่วหยานสอนทันที
ซีรั่วหยานนั้นได้สอนทักษะโกลาหลจำนวนหนึ่งให้กับฉางเฟิงไปแล้วและฉางเฟิงก็เก็บมันไว้เป็นไพ่ตายของตัวเองมาตลอด
“ทักษะนั่นระดับเซียนอีกแล้วแถมยังเป็นประเภทเขตแดนอีกด้วย”เมิ่งฝู่ยิ่งตกใจ
“อะไรกันพลังปราณของข้าทำไมควบคุมไม่ได้”
“ข้าเองก็เหมือนกันแมลงของข้าเหมือนจะหลุดออกจากการควบคุม”
“ร่างจอมมารของข้ากำลังหายไป”ทั้งสี่คนตื่นตระหนก
“พวกเจ้าถอยไป”ซางเหิงที่ยืนนิ่งสะสมพลังเอาไว้ที่ตัวดาบมาตลอดก็คำรามออกมา
ทั้งสี่คนรีบกระโจนหนีออกจากฉางเฟิงทันทีซางเฟิงปลดปล่อยจิตสังหารที่รุนแรงออกมาจนแม้แต่ฉางเฟิงยังต้องแปลกใจ
“ทักษะดาบแยกเมฆา” ซางเหิงฟาดฟนดาบออกไป
ปราณดาบที่ทรงพลังและรุนแรงราวกับเป็นการโจมตีของระดับจักรพรรดิพุ่งเข้าหาฉางเฟิงทันทีฉางเฟิงไม่อาจหลบได้จึงยกดาบขึ้น
“ผ่าสวรรค์”
ในเมื่อหลบไม่ได้ฉางเฟิงก็โจมตีสวนกลับไปว่ากันว่าการป้องกันที่ดีที่สุดคือการโจมตี ปราณดาบสองสายปะทะกันอย่างรุนแรงจนทำให้ป่าไผ่และต้นท้อรอบๆถูกทำลายทันที
“ปรมาจารย์ฉาง”ผู้อาวุโสนิกายบุปผาตื่นตระหนก
ตอนนี้ผู้อาวุโสนิกายบุปผาต่างมารวมตัวกันแล้วแต่ละคนจ้องมองการต่อสู้ที่ไม่ยุติธรรมนี้อย่างเงียบๆ
“ไม่ต้องกังวลไปข้าเคยเห็นปรมาจารย์ฉางเฟิงต่อสู้กับราชาจงเย่มาก่อนข้ารู้ว่าปรมาจารย์ยังไม่ได้เอาจริง”
“ถึงเจ้าจะบอกแบบนั้นแต่ห้าคนนั้นเป็นอัจฉริยะของจงโจวพลังของพวกเขาเหนือว่าราชาจงเย่ไปแล้ว”
“เจ้าดูนั่นปรมาจารย์ฉางไม่เป็นอะไรเลย”เหล่าผู้อาวุโสในนิกายบุปผาบางกลุ่มก็กังวลบางกลุ่มก็ยกยิ้มออกมา
เมื่อกลุ่มควันหายไปร่างของฉางเฟิงก็ปรากฏโดยไม่เป็นอะไรเลยแม้แต่น้อยฉางเฟิงยกยิ้มออกมา
“พวกเจ้าทำได้ไม่เลวเลยแต่ต่อไปถึงคราวข้าโจมตีบ้างแล้ว” ฉางเฟิงปลดปล่อยเขตแดนอีกครั้ง
คราวนี้เขตแดนของฉางเฟิงปกคลุมร่างของทั้งห้าในพริบตาจากนั้นร่างของฉางเฟิงก็ปะทุความเร็วที่น่าเหลวเชื่อลำแสงสายฟ้าเคลื่อนใหวด้วยความเร็วจนมองตามไม่ทันพริบตาก็ปรากฎอยู่ตรงหน้าของซางเหิงที่กำลังฟื้นฟูพลังปราณ
“อะไรกัน”ซางเฟิงตื่นตระหนก
“แปดหมัดทลายนภา”ฉางเฟิงใช้ทักษะระดับเซียนอีกครั้ง
“ตูม!!!!!!!!!!”หมัดแรง ฉางเฟิงโจมตีออกไปเพียงมัดเดียวร่างของซางเหิงก็ลอยออกไปพร้อมกับพ่นเลือดออกมาเป็นสาย
“หมัดสอง”ฉางเฟิงปรากฏที่ด้านหลังของกู่เต้าและชกหมัดออกไป
“อ๊ากกกกกกกกกก”กู่เต้ากรีดร้องออกมาเมื่อถูกชกที่แผ่นหลังกระดูกทั่วร่างปรากฎรอยร้าวอย่างเห็นได้ชัด
“หมัดที่สาม”เนี่ยชางหันไปที่ด้านหลังแต่กลับไม่พบเจอใครแต่เมื่อหันมาก็พบว่าฉางเฟิงชกหมัดมาที่ใบหน้าของตนเองแล้ว
“ตูม!!!!อ๊ากกกก” เนี่ยชางร่างลอยออกไปปะทะกับก้อนหินขนาดใหญ่ทันที
“หมัดที่สี่”ฉางเฟิงชกออกไปที่หน้าอกของโจวฟ่านอย่างรุนแรงทำให้กระดูกส่งเสียงแตกหักออกมา
“ม่ายยยย”โยวอวิ้นกรีดร้องและหวาดกลัวว่าฉางเฟิงชะชกใบหน้าของนาง
“ตบที่ห้า”ฉางเฟิงไม่ชกหมัดแต่ใช้ฝ่ามือตบออกไปที่หน้าอกของอีกฝ่ายทำให้โยวอวิ้นโกรธและหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน