หลี่จงเหรินรอคอยฮวาหว่านอยู่ตรงถนนนอกอำเภอกวงหยางเรียบร้อยแล้ว
หลังจากที่สองคนพี่น้องพบหน้ากันฮวาหว่านจึงบอกเื่ที่จะโรงเรียนช่างศิลป์กับหลี่จงเหริน เขาเม้มปากสนิท มีเพียง"อืม" แค่คำเดียวแล้วก็ไม่กล่าวอะไรอีก มองไม่ออกว่าบนใบหน้าแสดงอารมณ์ชอบหรือไม่ชอบอันใดเลย
ฮวาหว่านเพียงคิดว่าพี่ชายไม่สนใจเื่ของนางอย่างสิ้นเชิงได้แต่รอให้กลับถึงหมู่บ้านจึงค่อยบอกกับท่านลุงและท่านป้าหากแต่พอนึกถึงว่าจะไม่ได้ไปส่งอาหารให้พี่ชายและไม่สามารถช่วยอาจารย์ที่สำนักปราชญ์ตักน้ำกวาดลานสวนได้อีก ในใจก็รู้สึกปวดแปลบอยู่บ้าง
"ไม่ได้ เ้าเพิ่งจะอายุสิบสองไปอยู่ในเมืองหลวงตัวคนเดียวข้าไม่วางใจ บ้านของพวกเราถึงแม้ไม่ร่ำรวย แต่ก็ไม่ขาดแคลนสิ่งใด ต่อไปเ้าก็อยู่อย่างสงบเครื่องประดับหญ้าก็ไม่ต้องถักแล้ว ตอนกลางวันไม่มีเื่มดทำก็ไปหาเซียงลี่เล่นซะลุงเลี้ยงเ้าได้" หลี่ชางม่าวเมื่อฟังว่าฮวาหว่านจะไปโรงเรียนข่าวศิลป์ก็คัดค้านทันทีเขาเข้าใจว่าเพราะฮวาหว่านคิดว่าที่โรงเรียนช่างศิลป์ดูแลให้อิ่มท้องโดยเฉพาะทุกเดือนยังจะมีเงินให้อีกก้อนหนึ่งนางถึงตกลงใจที่จะไป
หายากที่นาวเก๋อซื่อไม่เอ่ยปากนั่งเย็บผ้าเงียบๆ ใต้แสงตะเกียงน้ำมัน ฮวาหว่านร้อนรนอยู่บ้างนางไม่อยากพลาดโอกาสนี้ แต่ก็ไม่ยินยอมโต้แย้งให้ท่านลุงเ็ปใจทรยศฝ่าฝืนต่อความหวังดีของท่านลุง
หลี่จงเหรินม้วนปิดหนังสือในมือมองไปทางหลี่ชางม่าวกล่าว "ท่านพ่อ ให้อาหว่านไปเถอะนางฉลาดเฉลียวจิตใจละเอียดอ่อน ถักเครื่องประดับหญ้าจนได้รับความชื่นชมจากหัวหน้าของสำนักหนิงกวงหยวนภายหลังเมื่อสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนช่างศิลป์ยังสามารถเข้าสำนักหนิงกวงหยวนอีกเื่นี้บ้านที่มีบุตรชายบุตรสาวตั้งมากเท่าไหร่ที่พยายามแสวงหาแต่ก็ไม่สามารถทำได้
"สามารถเข้าสำนักหนิงกวงหยวน?"หลี่ชางม่าวเอ่ยถามด้วยความสงสัย
หากว่าสามารถเข้าไปในสำนักหนิงกวงหยวนได้แน่นอนว่าย่อมเป็เื่ที่ดี ได้แต่ต้องให้ไปแล้ว แถมยังมีโอกาสได้ฐานะนางในวังอีกทั้งช่างฝีมือของสำนักหนิงกวงหยวนไม่เหมือนนางในทั่วๆ ไปช่างฝีมือสามารถแต่งงานได้อย่างอิสรเสรี
อย่างนี้เมื่อรอให้ถึงเวลาที่ฮวาหว่านต้องแต่งงานในหมู่บ้านจะมีบ้านไหนกันเล่าที่กล้าดูถูกนางอีก
สิ่งที่หลี่ชางม่าวกังวลมากที่สุดยังคงเป็เพราะฮวาหว่านอายุยังน้อยให้โตขึ้นอีกสักปีสองปี เขาจะไม่ขัดขวางเด็ดขาด
"ใช่แล้ว ฮวาหว่านบอกกับข้าแล้ววันนี้หัวหน้าฝ่ายศิลป์ของสำนักหนิงกวงหยวนมาพบนางด้วยตนเอง ยิ่งกว่านั้นเดือนหน้าเ้าจะต้องไปสอบเข้าที่สถาบันไท่เสว่ เมื่อสอบเข้าได้แล้วก็ต้องอยู่ในเมืองหลวงเช่นกันกับอาหว่านจะได้ดูแลกันและกัน" หลี่จงเหรินมองไปที่ฮวาหว่าน
ตะเกียงน้ำมันบนโต๊ะถูกน้ำกระเซ็นใส่ลุกไหม้จนส่งเสียงซาๆ หยอกล้อแสงไฟจนเดี๋ยวสว่างเดี๋ยวมืด
นางเก๋อซื่อรีบตะแคงตัวปรับไส้ตะเกียงแสงไฟลุกสว่างขึ้นประทับไปบนตัวของฮวาหว่านทำให้ใบหน้าด้านข้างของนางช่างงดงามเหมือนดอกโบตั๋นยามถูกแสงอาทิตย์อัสดง
"เ้าสามารถสอบเข้าสถาบันไท่เสว่ได้?"หลี่ชางม่าวรู้สึกคล้ายจะเป็ลม กลับมาวันนี้เด็กสองคนนี้ก็ไม่หยุดหย่อน จากคนหนึ่งไปรับอีกคน หากเข้าสถาบันไท่เสว่ได้ก็เท่ากับว่าขาข้างหนึ่งได้ก้าวไปในหนทางชีวิตการเป็ขุนนางแล้ว เด็กทั้งสองของเขาต่างก็มีอนาคตที่สดใสจริงๆ
" อืม ท่านพ่อโปรดวางใจ ข้าต้องสอบเข้าได้แน่" หลี่จงเหรินนวดนิ้วมือไปมาเพราะว่าใช้เวลาเขียนตัวอักษรมากเกินไปข้อมือจึงเจ็บแปลบอยู่บ้างเขากลับไปนั่งที่หน้าโต๊ะอีกครั้งเดิมทีเขาวางแผนจะไปสอบเข้าสถาบันไท่เสว่ในปีหน้าเป็เช่นนี้จึงมีความมั่นใจขึ้นอีกหน่อย จนปัญญาก็แต่ปีนี้ฮวาหว่านก็ต้องเข้าไปอยู่ในเมืองแล้ว
"ให้เ้าหว่านไปเถอะต่างคนต่างก็มีโชคดีเป็ของตนเองนางจะได้ไม่บ่นว่าพวกเราที่ไปขวางอนาคตของนาง"นางเก๋อซื่อใช้ปากกันเส้นด้ายที่พันกัน กล่าวเรียบเฉย
"ท่านป้าข้าไม่เคยกล่าวโทษ....."
"พอแล้ว พอแล้ว เ้าเด็กโง่เอ๊ย คนอื่นพูดอะไรก็ถือเป็จริงเป็จัง หากเ้าอยู่ที่โรงเรียนแล้วถูกกลั่นแกล้งหรือว่าลำบากหรือเหนื่อยเกินไป ก็กลับมาเถอะ บ้านเราไม่ให้เ้าอดตายหรอก"นางเก๋อซื่อโยนงานเย็บปักลงในตะกร้าสาน" ข้าจะไปเก็บของให้เ้า พรุ่งนี้จะไปส่งเ้าเข้าเรียนที่โรงเรียนศิลป์"
" พรุ่งนี้ข้าก็จะไปส่งอาหว่าน"หลี่จงเหรินเงยหน้าส่งสายตาอย่างจริงจัง
"ไม่ได้" นางเก๋อซื่อน้ำเสียงแข็งขึ้น" พรุ่งนี้บ้านเ้าเหอจะเข้าเมืองพอดีข้าสองคนกับเ้าหว่านพอดีอาศัยเข้าเมืองได้ พอส่งเ้าหว่านเข้าโรงเรียนศิลป์แล้วข้าจะได้ตามบ้านเ้าเหอกลับหมู่บ้าน ดังนั้นเ้าสองคนพ่อลูกอย่ามาสร้างความวุ่นวายเพิ่ม ควรทำต้องทำอะไรก็ไปทำกันซะ"
"อ๋ายส์ ก็ได้ อาหว่านเ้าตัวคนเดียวอยู่ด้านนอกต้องดูแลตัวเองให้ดี"เมื่อถูกนางเก๋อซื่อดุใส่ พ่อลูกจึงได้แต่ยอมประนีประนอมตาม
" อืม พอโรงเรียนหยุดพักข้าก็จะกลับมาเยี่ยมท่านลุง ท่านป้า ท่านพี่" ทุกคนต่างก็เห็นด้วยในใจของฮวาหว่านจึงผ่อนคลายลง ติดตามนางเก๋อซื่อทางด้านหลังไปเก็บเสื้อผ้าบางส่วน
โรงเรียนศิลป์สถาบันไท่เสว่อีกทั้งหน่วยงานของราชสำนักบางส่วนล้วนอยู่ที่สะพานโจวของฝั่งสะพานเหนือส่วนฝั่งสะพานตะวันออกเป็ท่าเรือแหล่งรวบรวมการลำเลียงทางน้ำฝั่งสะพานตะวันตกกลับเป็ซ่องโสเภณี สำนักนางโลมและฝั่งสะพานตะวันตกเป็เขตการค้าขาย
หากไม่ใช่เพราะมีหลายโรงเรียนต่างล้อมรอบด้วยกำแพงดินสูงเกรงว่าเสียงอ่านหนังสือกับเสียงหัวเราะสนุกสนานและเสียงด่าทอของคนในตลาดคงผสมปนเปรวมอยู่ด้วยกันแล้ว
นางเก๋อซื่อจูงฮวาหว่านมารอหัวหน้าหลัวตรงหัวสะพานของสะพานโจวั้แ่รุ่งเช้าผ่านไปราวสิบห้านาที ไกลออกไปก็มองเห็นรถม้าที่มีกระโจมสีแดงตรงมุมโค้งของรถตกแต่งด้วยพู่ระย้าที่กำลังวิ่งออกมาจากมุมตรอกมุ่งตรงมายังพวกนางช้าๆ
ชิงเหอเปิดผ้าม่านก้าวลงจากรถยิ้มให้ฮวาหว่านและนางเก๋อซื่อ "ขอเรียนถามว่าท่านนี้คือผู้ใด?"
"พี่ชิงเหอ นี้คือท่านอาของข้า นางมาส่งข้าไปโรงเรียนศิลป์" ฮวาหว่านยิ้มหวานตอบ
"เข้าใจแล้ววันนี้ท่านหัวหน้ามีธุระไม่สามารถไปส่งเ้าเข้าโรงเรียนศิลป์ด้วยตนเองได้จึงตั้งใจเขียนจดหมายมาด้วยตนเอง กำชับให้ข้าส่งเ้าไปรีบขึ้นรถม้าเร็วเข้าเถอะ"
นางเก๋อซื่อมือหนึ่งจูงฮวาหว่านมือหนึ่งลูบเสื้อ นางเห็นั้แ่แรกว่าชิงเหอแต่งตัวหรูหราเข้าใจผิดว่าเป็คนมีหน้ามีตาในสำนักหนิงกวงหยวน รอจนชิงเหอเปิดม่านรถให้กับพวกนางนางจึงได้ทราบว่าชิงเหอก็คือสาวใช้ประจำตัวของท่านหัวหน้ามิน่าเล่าเหรินเอ๋อจึงเตือนนางและตาเฒ่าม่าวว่าอย่าทำให้ฮวาหว่านเสียเื่
จากสะพานโจวถึงโรงเรียนศิลป์ห่างกันไม่ถึงสองลี้หลังจากฮวาหว่านและนางเก๋อซื่อโดยสารรถม้าม้านั่งนุ่มนิ่มนั่งยังไม่ทันร้อนก็ถึงเสียแล้ว
ชิงเหอหยิบจดหมายที่หัวหน้าหลัวเขียนด้วยตนเองออกมาอย่างรวดเร็วก็มีผู้ดูแลโรงเรียนหญิงออกมาต้อนรับ
พอมาถึงโรงเรียนศิลป์นางเก๋อซื่อก็ไม่สามารถตามเข้าไปด้วยได้แล้ว
นางเก๋อซื่อช้อนตามองเข้าไปไกลๆในโรงเรียนศิลป์ อิฐเขียวกระเบื้องเทาเชื่อมโยงต่อกันเป็ห้องห้องโถงระเบียงทางเดินล้วนกว้างขวาง มีสวนเล็กๆ กับสระน้ำกว้างถูกล้อมรอบด้วยต้นไม้พุ่มเล็กๆหลากหลายพันธุ์ บางครั้งก็มีคนเดินผ่านระเบียง ล้วนเป็เด็กสาวต่างสวมใส่ชุดลำลองย้อมสีเขียวครามที่แขนเสื้อกว้างพอดีตัวมีแถบผ้าปิดทับตรงคอปกทั้งสองข้าง คงเป็ลักษณะของนักเรียนหญิง
มองออกว่าการเรียนในโรงเรียนศิลป์คงเข้มงวดมากเมื่อเป็เข่นนี้นางเก๋อซื่อจึงค่อยวางใจ
พูดคุยกำชับฮวาหว่านไม่กี่คำนางเก๋อซื่อจึงมอบฮวาหว่านให้ชิงเหอและผู้ดูแลโรงเรียนส่วนตนเองเดินจากไปตามหาคนบ้านเหอ
ขุนนางผู้ใหญ่ของโรงเรียนศิลป์คือต้าซือเฉิงจดหมายของหัวหน้าหลัวถูกส่งถึงมือของต้าซือเฉิงโดยตรงฮวาหว่านไม่รู้เลยว่าในจดหมายของหัวหน้าหลัวเขียนข้อความอันใดไว้รู้เพียงว่าเมื่อต้าซือเฉิงอ่านจดหมายจบแล้ว ก็ชำเลืองมองนางอย่างเ็าวูบหนึ่ง แล้วจึงให้ผู้ดูแลโรงเรียนจัดการเื่ในโรงเรียนทุกเื่ให้กับนาง
หลังจากที่ลงทะเบียนเสร็จก็ควรต้องไปห้องพักแล้วชิงเหอพลันดึงชายเสื้อของฮวาหว่าน นางจึงเงยหน้ามองชิงเหอ
ดวงตาที่ช่างใสสะอาด
ชิงเหอเข้าใจแล้วว่าเหตุใดคนที่หยิ่งยโสอย่างหัวหน้าหลัวจึงให้ความสำคัญกับเด็กน้อยนางนี้ทั้งยัวช่วยเด็กน้อยจัดการเื่ตั้งมากมายอย่างนั้นดวงตาทั้งคู่เฉียบแหลมปราดเปรื่อง จิตใจของฮวาหว่านเองก็ใสสะอาดยิ่งเป็คนมีความสามารถที่ความคิดไม่ฟุ้งซ่านหากแต่สามารถจดจ่อกับเื่ใดเื่หนึ่งเป็อย่างดีอย่างนี้ถึงจะสามารถทำเื่ใดๆให้สำเร็จลุล่วงได้
"พี่ชิงเหอเป็ไรแล้ว?"ฮวาหว่านถามอย่างตื่นเต้น
ชิงเหอหัวเราะ "เวลาไม่เข้าแล้วข้าควรจะกลับไปรายงานท่านหัวหน้าได้แล้ว ภายหลังหากมีเื่อันใด เขียนจดหมายหรือไปหาข้าที่สำนักหนิงกวงหยวนได้โดยตรงเลยนะ"
ฮวาหว่านรีบม้วนกายทำความเคารพชิงเหอ "พี่ชิงเหอท่านรีบกลับเถอะ วันนี้รบกวนท่านมามากแล้วข้ายังอยากขอร้องท่านให้กล่าวคำขอบคุณต่อท่านหัวหน้าหลัวแทนข้าด้วย"
"ได้สิ"ชิงเหอลูบศีรษะฮวาหว่าน หันไปทำความเคารพผู้ดูแลโรงเรียนตามกฎ
ฮวาหว่านพักในหอสี่ หนึ่งห้องสี่คนสี่เตียงที่เรียงตามสี่มุมของห้อง บนเตียงเพียงวางไว้ด้วยผ้าห่มเรียบง่าย
" ตอนกลางวันเ้าก็ทำความคุ้นเคยโดยรอบก่อนแล้วกันตอนบ่ายข้าค่อยพาเ้าไปที่ห้องเรียน" ผู้ดูแลโรงเรียนให้คนนำเสื้อผ้าเครื่องแบบสีครามมาให้ฮวาหว่านก่อนที่จะจากไปยังแนะนำกฎระเบียบในโรงเรียนให้นางอีกด้วย
หลังจากฮวาหว่านเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็ยังไม่กล้าเดินเพ่นพ่านได้แต่นั่งบนเตียงของตนเองอย่างมึนงงรอคอยเพื่อนร่วมห้องอีกสามคนเลิกเรียนกลับมา......
***ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/31460372a950b4e2a8c09017ed8e19b6
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่บันทึกมงกุฎขนนกที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #บันทึกมงกุฎขนนก #เรือนหอมหมื่นลี้#readAwrite ด้วยน้า