เป็เวลากว่า 10 นาทีที่เคอร์วอฟเล่าให้ริคชี่ฟังถึงงานเขียนรูปตามสไตล์ของฮิตเลอร์และทันทีที่เคาะประตูดังขึ้นเคอร์วอฟรีบลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูรับรูปภาพแผ่นนั้นกลับคืนมาจากเลขานุการ มีโน้ตมีโน้ตแผ่นหนึ่งแนบติดมาด้วย
จากนั้นเขานั่งลงอ่านโน้ตแผ่นนั้นพยักพเยิดอยู่กับตนเองก่อนเงยหน้าขึ้นมองแขกของเขาอีกครั้ง
“อย่างที่ผมคิดไว้นั่นแหละ” เขาเอ่ย “ผู้เชี่ยวชาญของผมก็เชื่อว่ารูปนี้เขียนขึ้นโดยฮิตเลอร์จริงๆ แม้ว่าเขาไม่มีเวลาพิจารณามากนักเพราะเป็การตรวจสอบในเวลาอันสั้นเขาอยาก มีเวลามากกว่านี้เพื่อศึกษาให้มันถ่องแท้ลงไป แต่จะยังไงก็ตามผมคิดว่าคุณสามารถวางใจในคำตัดสินของเพื่อนร่วงเพื่อนร่วมงานของผมได้ เพราะฉะนั้นเราสรุปได้เลยว่ารูปนี้เป็ของจริง”
เคอร์วอฟผลุดลุกขึ้นยืนเพื่อจะคืนรูปให้กับริคชี่ แต่แขกของเขาก็ยืนขึ้นพร้อมกัน
“ผมยินดีมากครับที่ได้รู้ในความจริงเื่นี้ ผมขอแสดงความขอบคุณ และอยากชดใช้ให้กับการที่คุณต้องมาเสียเวลาในการตรวจสอบรูปแผ่นนี้ให้กับผมไม่ว่าคุณจะเรียกร้อง...”
“ไม่จำเป็หรอก” เคอร์วอฟพูดยิ้มๆ “เราแค่ช่วยเหลือกันนิดหน่อยเท่านั้น ถ้าจะว่าไปแล้วผมเสียอีกที่จะต้องขอบคุณในความมีน้ำใจของคุณ ทำให้ผมได้มีโอกาสเห็นงานอีกชิ้นหนึ่งของฮิตเลอร์ซึ่งแทบไม่มีใครได้เห็นมาก่อน” เขายื่นรูปนั้นคืนให้ริคชี่พร้อมกับกล่าวเสริมว่า “คุณคงยินดีอย่างมากที่ได้มีรูปนี้มาสะสมไว้รวมกับรูปอื่น ๆ ที่คุณมีอยู่แล้ว”
แต่ริคชี่มิได้เอื้อมมือออกมารับภาพนั้นคืน
“ผมไม่เคยสะสมรูปที่เขียนขึ้นด้วยฝีมือของฮิตเลอร์เลยครับ ถ้าจะให้ผมพูดด้วยความสัตย์จริงแล้วผมอยากกล่าวด้วยซ้ำว่าผมไม่เคยสนใจในงานฝีมือของฮิตเลอร์เลย”
“อ้าว...ถ้าเช่นนั้นทำไมคุณถึง...” เคอร์วอฟจ้องหน้าแขกผู้มาเยือนอย่างไม่เข้าใจ “คุณ้าขายรูปนี้อย่างนั้นใช่มั้ยครับ?”
“ก็ไม่เชิงนะครับ” ริคชี่ตอบ “ผมซื้อรูปนี้มาก็เพราะผมมีจุดประสงค์จะเก็บมันไว้แลกเปลี่ยนกับอะไรบางอย่างที่ผมเริ่มสะสมมาเมื่อไม่กี่ปีมานี้”
“แล้วคุณสะสมอะไรละครับ?” เคอร์วอฟเลิกคิ้วถามอย่างแปลกใจ
“ไอค็อนครับ ประเภทรูปหล่อแบบรัสเซียสมัยโบราณ ผมรักพวกรูปหล่อมากกว่า จริงๆ แล้วก่อนหน้าผมจะเดินทางมากับเรือเที่ยวนี้ผมเดินทางไปรัสเซียแล้วติดต่อกับใครบางคน เวลานผมมีอยู่ 3 ชิ้นแล้วครับและยังอยากมีมากกว่านั้น แต่รู้สึกราคามันค่อนข้างแพงมาก” เขามีท่าทางลังเล “คืออย่างนี้ครับ ถ้าคุณมีไอค็อนที่เป็ของแท้ผมก็อยากจะขอแลกเปลี่ยนกับรูปที่เขียนขึ้นด้วยฝีมือของฮิตเลอร์รูปนี้”
เคอร์วอฟใช้ความคิดพิจารณาข้อเสนอ แต่ดูเหมือนเขาแทบมิได้ใช้เวลานานเท่าไรเลย เขารู้ว่าตัวเองอยากได้รูปฝีมือของฮิตเลอร์ที่กำลังวางอยู่บนโต๊ะทำงานมาก มันอาจจะเป็ของจริงและมันจะช่วยเพิ่มงานที่สะสมไว้ให้มีจำนวนมากขึ้น เวลานี้เขาแทบปราศจากความสงสัยในเื่ความเป็ของจริงของมันแล้ว
สำหรับเื่รูปนั้น เขามีอยู่เป็โหลในห้องเก็บของ มากพอให้ริคชี่เลือกได้ตามความพอใจและอีกเป็จำนวนไม่น้อยที่จะนำออกมาตั้งโชว์ในเฮอร์มิเทจ ในฐานะภัณฑารักษ์เขามีอำนาจเต็มในการจัดการแลกเปลี่ยนกับงานชิ้นเล็กๆ เช่นนี้
“ตกลง” เคอร์วอฟยิ้มกว้างอย่างดีใจ “ผมจะรับรูปฝีมือฮิตเลอร์นั่นไว้ แล้วคุณก็เอารูปไอค็อนจีซัสไครัสของผมไป”
อีก 5 นาทีต่อมาริคชี่ได้รูปไอค็อนขนาดเล็กตามที่้า เขาถึงกับขนลุกด้วยความปราโมทย์จีซัสไครัสนั้นหล่อขึ้นจากโลหะสีเงิน เสื้อของพระองค์เป็โลหะเช่นกันแต่ถักทอเป็ลายละเอียดและเป็สีทอง
ขณะเดินตามไปส่งสจ๊วตหน้าประตูห้องเคอร์วอฟหยุดเขาไว้เหมือนเพิ่งนึกอะไรขึ้นมาได้
“ยังมีอีกเื่หนึ่งครับ ผมอยากขอทราบชื่อแกลเลอรี่ในเบอร์ลินตะวันตกที่คุณไปซื้อรูปนั่นมาหน่อยได้มั้ย?”
“เอ...ตอนนี้ผมเองก็นึกไม่ออกนะครับ” เขาพยายามใช้ความคิดอย่างหนัก “จำไม่ได้จริงๆ รู้แต่ว่าอยู่ใกล้กับย่านธุรกิจในเบอร์ลินนั่นแหละครับเดี๋ยว...” เขาเงียบไปเป็ครู่ แต่แล้วไหวไหล่เบาๆ “แต่ไม่เป็ไรหรอกครับมันมีชื่อติดอยู่ในใบเสร็จรับเงินที่ผมเมล์กลับไปบ้าน เอาอย่างนี้พอผมกลับไปเที่ยวนี้ผมจะรีบส่งมาให้คุณทันทีนะครับ”
“ก็ได้ แต่อย่าลืมเสียล่ะ” เคอร์วอฟสั่งเสีย
หลังจากจิออจิโอกลับไปยังเรือของเขาแล้วเคอร์วอฟมีโอกาสอยู่ตามลำพังอีกครั้ง เขาเดินช้าๆ กลับมายังโต๊ะทำงาน หยิบรูปวาดฝีมือฮิตเลอร์ขึ้นมาพิจารณาและรอยยิ้มอย่างปีติก็กระจายขึ้นบนใบหน้า
ตอนเขาเดินออกไปส่งริคชี่ ความคิดอย่างหนึ่งผ่านแวบเข้ามาในสมอง เขากำลังคิดถึงการโฆษณาประชาสัมพันธ์งานแสดงนิทรรศการอันยิ่งใหญ่ครั้งแรกที่จะเกิดขึ้นด้วยฝีมือของเขา ขณะนี้มันได้ก่อตัวเป็รูปเป็ร่างขึ้นในสมองแล้ว เขาต้องจัดห้องโถงใหญ่ชั้นบนเป็ที่จัดนิทรรศการในครั้งนี้ โดยจะปิดป้ายประกาศให้ผู้ที่เข้าชมได้อ่านด้วยว่า :
“งานแสดงภาพเขียนของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ฆาตกรฟาสซิสต์”
บนผนังทั้ง 4 ด้านเขาจะแขวนภาพถ่ายความย่อยยับที่เกิดขึ้นจากการทำลายของกองทัพนาซีทุกเมือง เริ่มั้แ่เลนินกราด สตาลินกราด และวันที่กรุงเบอร์ลินแตก รวมทั้งภาพถ่ายของประชาชนที่ต้องตกเป็เหยื่อของาต้องมาตายลงทั้งที่เป็ผู้บริสุทธิ์ทั้งในออสชวิทซ์, ดาชูและสลัมในกรุงวอร์ซอว์
จากนั้นเพื่อเป็การแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่ขัดแย้งกับความโเี้ทารุณดังกล่าวเคอร์วอฟจะนำรูปที่เขียนขึ้นโดยฮิตเลอร์เมื่อสมัยหนุ่มๆ ซึ่งเขามีอยู่แล้วถึง 15 ภาพมาแขวนไว้ให้ประชาชนได้ชม และจะเป็อีกครั้งหนึ่งที่ประชาชาติรัสเซียจะได้รับการเตือนใจให้ราลึกถึงทรราชย์เยอรมันผู้มีจิตใจอันเหี้ยมโหดราวสัตว์ป่า และเป็บุคคลที่มีความผิดปกติทางด้านจิตจนถึงขั้นวิกลจริตผู้นี้
ใช่แล้ว...ภาพเขียนสีน้ำมันชิ้นล่าสุดประกอบเข้ากับงานศิลป์ฝีมือของฮิตเลอร์ที่เขาใช้ความพยายามซื้อหามาเก็บสะสมไว้ จะเป็สปริงบอร์ดผลักดันให้เขาก้าวไปสู่ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในฐานะภัณฑารักษ์แห่งเฮอร์มิเทจนี้เป็ครั้งแรก
แต่แล้วภายหลังจากพิจารณาภาพสีน้ำมันชิ้นนั้นอยู่อีกครู่หนึ่งเคอร์วอฟบังเกิดความกังวลใจขึ้นมาอาจจะมีคนนับล้านที่มาชมและยอมรับว่านี่คืองานฝีมือของฮิตเลอร์ แต่ขณะเดียวกันอาจจะมีใครสักคนสงสัยในความเป็ของแท้ของมัน เคอร์วอฟรู้ดีว่าเขาต้องมีความแน่ใจเสียก่อนว่านี่เป็ผลงานของฮิตเลอร์จริงๆ และถ้าเป็ไปได้ก็ควรจะต้องรู้ด้วยว่าอาคารที่ถูกถ่ายทอดลงไว้บนผืนผ้าใบเล็กๆ นี้เป็อาคารอะไร ตั้งอยู่ที่ไหน
แต่จะรู้ว่ามันเป็ของจริงหรือไม่ในทันทีได้อย่างไร? ทันใดเคอร์วอฟนึกไปถึงสารคดีชิ้นหนึ่งที่เขาเพิ่งอ่านพบเมื่อไม่นานมานี้ สารคดีชิ้นนั้นเขียนขึ้นโดยศาสตราจารย์อ๊อตโต บลูบ๊าครัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีของเยอรมันตะวันออกซึ่งเป็ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของอาณาจักรไร้ช์ที่ 3 และประวัติชีวิตของท่านฟือห์เรอร์ เพราะฉะนั้นถ้าจะมีใครสักคนให้ความรู้เกี่ยวกับภาพวาดชิ้นนี้กับเขาได้ก็ควรจะเป็บลูบ๊าคคนนี้เอง เคอร์วอฟพลิกปฏิทินตั้งโต๊ะขึ้นดูและอ่านข้อความที่เขาจดบันทึกไว้ในปฏิทินนั้น สัปดาห์หน้าเขาพร้อมด้วยภรรยาและบุตรชายจะเดินทางไปยังโซซีซึ่งอยู่ในทะเลดำ เพื่อการพักร้อนประจำปี วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือเขาจะส่งภรรยากับลูกให้เดินทางล่วงหน้าไปก่อนโดยเขาจะใช้เวลาอยู่ในเบอร์ลินตะวันออกสักหนึ่งสัปดาห์เพื่อที่จะหาโอกาสพบปะกับบลูบ๊าค เมื่อเสร็จธุระแล้วเขาจะเดินทางไปสมทบกับครอบครัว
อา...มันเป็แผนการสมบูรณ์แบบที่สุด
นิโคลาส เคอร์วอฟไม่เคยรู้สึกมีความสุขในหัวใจเช่นนี้มาก่อนเลย เมื่อแก้ไขสิ่งที่หมกมุ่นอยู่ในความคิดให้ลุล่วงไปได้แล้วเขาก็มีเวลามากพอจะใช้ความคิดตกแต่งเฮอร์มิเทจสำหรับการแสดงนิทรรศการต่อไปได้
วันเวลาแห่งความสำเร็จกำลังรอคอยเขาอยู่แล้วแต่ก่อนอื่นเขาต้องเดินทางไปให้ถึงเบอร์ลินตะวันออกเสียก่อน