ตอนนี้ปรากฏการณ์โอสถระดับตำนานกลายเป็เหตุการณ์สำคัญของเมืองหลวงสิงคำรนอย่างรวดเร็ว ทั้งผู้มีอำนาจ และนิกายชั้นนำต่างปิดล้อมสมาคมนักปรุงยาราวกับกำลังดักปล้นชิงก็ว่าได้
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า พวกเ้าเห็นหรือยัง เ้าพวกภูมิภาคกลาง นี่คือพร์ของพวงเาาวเอลฟ์ สิ่งนี้พวกเ้าไม่สามารถทำได้”
ขณะนี้อาฟฟี่โลนกำลังะโออกมาต่อหน้าสี่ผู้าุโจากสภา และปรมาจารย์นักปรุงยาจากทั้ง 12 สำนัก
แทนที่จะทำให้ทุกคนรู้สึกชื่นชมในพร์ของเขา มันกลับทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไป 180 องศาทันที เหล่าตัวแทนมากกว่าครึ่งต่างจ้องมองไปที่อาฟฟี่โลนด้วยท่าทีโกรธเคือง เดิมทีพวกเขาต่างสงสัยว่าทำไมผู้มีพร์เช่นนี้ถึงได้มาทดสอบที่สมาคมอันไกลโพ้น ณ ภูมิภาคกลาง ตอนนี้พวกเขากระจ่างแจ้งแล้ว ดูเหมือนสาเหตุจะมาจากโบราณสถานที่ขวางกั้นระหว่างเมืองสิงคำรนและเมืองนครเหนือ ซึ่งทั้งสองเมืองเป็เส้นแบ่งระหว่างภูมิภาคทั้งสอง ตอนนี้ทั้งสองเมืองต่างถกเถียงกันมามากกว่า 2 ทศวรรษโดยยังไม่มีข้อสรุป
เมื่อพวกเขารู้สึกตัวมันก็สายเกินไป เป็ที่รู้กันดีว่าเมื่อปรมาจารย์ขั้นกลางคนใหม่ได้ถือกำเนิดขึ้น ตามข้อตกลงเดิมของภาคีปราชญ์ดั้งเดิม ผู้นั้นจะมีสิทธ์ตั้งถิ่นฐานในเมืองนั้นๆ โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการไตร่ตรองใดๆ จากวุฒิสภาด้านการปกครอง
เดิมทีภาคีปราชญ์ทำสิ่งนี้ขึ้นเพื่อตัวผู้มีพร์ให้อยู่ในเขตปกครองของตนเอง เพราะก่อนที่จะมีการลงนามตามข้อตกลงนี้ บรรดาขุมกำลังจากภูมิภาคอื่นๆ ต่างฉวยโอกาสใน่หลังทำากับฝ่ายมารแย่งชิงตัวบุคคลผู้มีพร์จากภาคตะวันออกและภาคกลางไปจนเกือบหมดสิ้น ส่งผลให้กลายเป็ 2 ภูมิภาคที่ล้าหลังที่สุดมาจวบจนปัจจุบัน
เมื่อมีผู้มีพร์จากภูมิภาคอื่นๆ เข้ามา เดิมทีพวกเขาคิดว่ามันคงไม่ต่างจากชิ้นเนื้อที่วิ่งเข้าปากเสือด้วยตัวเอง แต่บุคคลผู้นี้มันต่างออกไป เพราะเ้านี่เป็คนของราชวงศ์จากภูมิภาคอีสาน หากให้มันผู้นี้มาตั้งถิ่นฐานในเขตปกครองของพวกเขา นี่ไม่ต่างจากการยกเมืองทั้งเมืองให้กับราชวงศ์จาเร็ท หากสิ่งนี้เกิดขึ้นไม่เพียงแต่ขุมกำลังของราชวงศ์จะกลายเป็ภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่านั้น เหตุการณ์ต่อไปที่จะเกิดขึ้นก็คือการก่อจลาจลของประชาชนอย่างบ้าคลั่ง เมื่อถึงเวลานั้นก็เตรียมเปลี่ยนตัวแทนผู้นำสภาฝ่ายการปกครองได้เลย
“เป็เพราะมันตัวเดียว”
คาริสผู้มีหัวเป็สิงโต ผู้าุโจากสภาฝ่ายปกครองที่มีสิทธิ์หล่นเก้าอี้ตามไปด้วย เขามองไปที่หยางเก๋อที่กำลังมีสีหน้าเบิกบาน เ้าคงมีความสุขใช่หรือไม่ที่ขายบ้านเกิดเมืองนอนให้คนอื่น เดิมทีก่อนเริ่มการทดสอบจำเป็ต้องมีการคัดกรองผู้เข้าสอบอย่างถี่ถ้วน เห็นได้ชัดว่าหยางเก๋อใช้อำนาจในที่ลับแทรกแซง จนแม้แต่พวกเขาก็ไม่สามารถรับรู้ได้ มันผู้นี้ช่างต่างจากหัวหน้าสมาคมคนเก่ายิ่งนัก หากไม่ใช่เพราะคุณปรูปจากปู่ของมัน หลานที่เป็สวะเช่นนี้จะมานั่งตำแหน่งสำคัญได้อย่างไร
หึ
เมื่อเห็นสีหน้าไม่พอใจจากผู้ประเมินระดับสูงพวกนี้ หยางเก๋อก็ไม่ได้ใส่ใจแม้แต่น้อย เหตุผลที่เขาช่วยอาฟฟี่โลนก็เพราะมีผลประโยชน์ร่วมกัน น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า พวกเขาสัญญาว่าจะรับหยางเก๋อเป็ส่วนหนึ่งของราชวงศ์ เมื่อถึงเวลานั้นชีวิตของเขาจะโลดแล่นอยู่บนกองเงินกองทองสุขสบายไปทั้งชีวิต ไม่จำเป็ต้องมานั่งตำแหน่งที่ไร้สาระเช่นนี้อีกต่อไป
ขณะที่หยางเก๋อกำลังคิดถึงการใช้ชีวิตอย่างาาโดยมีสาวงามรายล้อมมากมาย อัตตาของอาฟฟี่โลนก็กำลังสูงเสียดฟ้า เขาไม่สนใจเหตุการณ์รอบตัวแม้แต่น้อย ราวกับว่าเขาเป็จุดศูนย์กลางความสนใจของทั้งโลก ด้วยผลงานของเขาจะต้องทำให้องค์รัชทายาทพอพระทัยอย่างแน่นอน บางทีฝ่าาอาจจะตกรางวัลเป็ทาสเชื้อสายไฮเอลฟ์ซึ่งเป็สมบัติของราชวงศ์ให้เขาด้วย ด้วยสายเืของราชวงศ์เก่านี้ เขาสามารถให้กำเนิดจอมเวทระดับสูงได้ ไม่เพียงแค่นั้น ชื่อของเขาจะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์นานหลายศตวรรษเมื่อมีการยึดดินแดนได้สำเร็จ
“ผู้าุโซั่ง เรากลับกันเถอะ”
อัครเดชมองไปที่ซั่งกัวรุ่ยอย่างไม่เชื่อสายตา ซึ่งเขาเอาแต่พ่นคำว่า เป็ไปไม่ได้ออกมาจากปาก ถึงแม้อีกฝ่ายจะมีเจตจำนงการรู้แจ้งโอสถแล้วก็ตาม แต่ก็ยังล้มเหลวในการกลั่นโอสถตระหนักรู้
“หึ ก็ยังคงต่ำทรามเหมือนเดิม”
หวงไท่หันหลังแล้วเดินนำทุกคนจากไป เขารู้จักกับซั่งกัวรุ่ยมา 50 กว่าปีจะไม่รู้สาเหตุได้อย่างไร ในเมื่อมีสีหน้าหลงละเลิงเสียขนาดนั้น เมื่ออยู่ใน่เวลาสำคัญที่สุดอย่างกระบวนการควบแน่นโอสถ เขาไม่รู้ว่ามันผู้นี้คิดถึงเด็กผู้หญิงที่ไหนอีกถึงขนาดส่งผลให้เตาปรุงยาะเิได้ ด้วยผลงานที่น่ารังเกียจครั้งนี้ จะต้องออกหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่ง และกลายเป็เื่ซุบซิบนินทาเื่ที่สองของปีนี้อย่างแน่นอน
ขณะที่เขากำลังจะก้าวออกไปจากห้องทดสอบระดับ 4 ดาว เท้าของเขาก็หยุดชะงัก เขาขยี้ตาทั้งสองข้างเพื่อให้มั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ดูผิดไป จะเป็ไปได้อย่างไรที่การกลั่นโอสถระดับตำนานมีัถึงสองตัว แต่ก่อนที่เขาจะเดินไปดูเสียงคุ้นหูก็ดังขึ้นจากทางด้านซ้าย
“ท่านตา การทดสอบเป็อย่างไรบ้าง ผู้าุโซั่งกลั่นได้โอสถระดับใด?”
นพเก้าพูดขึ้น ขณะที่มองไปที่ัสีทองบนท้องฟ้า มันเล็กกว่าของเขาเล็กน้อย
“เฮ้อ อย่าให้ต้องพูดถึงมันเลย ว่าแต่เ้าหล่ะ?”
หวงไท่ตอบแบบขอไปที เขาไม่้าพูดถึงมันอีกต่อไป เขากลัวว่าตัวเองจะอับอายจนตาย
เฮ้ย!
หวงไท่สะดุ้งเฮือกเมื่อเห็นผู้ประเมินจำนวนมากเดินตามหลังนพเก้าด้วยสีหน้าแปลกๆ เ้าหลานชายคนนี้คงไม่ได้ไปสร้างปัญหาเพิ่มขึ้นอีกใช่หรือไม่
“แน่นอนว่าท่านอาจารย์สอบผ่าน หนำซ้ำยังเป็โอสถระดับตำนานอีกด้วย”
ครั้งนี้ฉินอวี้หลิงเปิดปากพูดก่อนหวงชิงจู้ซะอีก นางเชิดหน้าชูอกและมือเท้าสะเอวราวกับว่าเป็ผลงานของนางเอง
“อะไรนะ! ระดับตำนาน”
หวงไท่มองสลับไปที่นพเก้ากับกลุ่มนักปรุงยาด้านหลัง เมื่อเห็นว่าพวกเขาพยักหน้าราวกับว่าไม่้าตอบ นั่นก็ชัดเจนแล้วว่าเป็ความจริง
“อา- โอว ยอดเยี่ยม สมแล้วที่เป็หลานชายข้า ฮ่าฮ่า”
ไม่จำเป็ต้องสนใจว่านพเก้าทำได้อย่างไร เพียงแค่ผลงานนี้เขาก็สามารถกลับขาวเป็ดำและบอกคนทั้งเมืองได้ว่าจุดประสงค์หลักที่มาสมาคมนักปรุงยาในครั้งนี้ เพียงเพราะ้าดูผลงานของหลานชายด้วยตนเองก็เท่านั้น
หวงชิงจู้มองไปที่คุณตาของนางพรางครุ่นคิด นางสงสัยว่าตระกูลหวงรอดมาจนถึงทุกวันนี้ได้อย่างไร
หลังจากนั้นอัครเดชและคนอื่นๆ ก็เดินออกมาจากห้องทดสอบ เมื่อทุกคนในตระกูลหวงรู้ว่านพเก้าสามารถปรุงโอสถระดับตำนานได้ พวกเขาต่างก็เข้ามารุมล้อมนพเก้าทันที ดูเหมือนเ้าเด็กคนนี้จะซ่อนความสามารถได้เก่งกาจนัก พวกเขา้ากลับไปที่ตระกูลเพื่อจัดงานเฉลิมฉลองทันที
“ช้าก่อน ข้ายังทดสอบไม่เสร็จ”
นพเก้าหลบเลี่ยงทุกคนและเดินไปที่โถงลงทะเบียนทันที
“ลูกเก้า เ้าจะไปไหน?”
อัครเดชและหวงเม่ยมองลูกชายด้วยความงุนงง
“สอบปรุงยาระดับ 2 ดาว”
นพเก้าหยุดฝีเท้าลงและพูดออกมา
อะไร!!
ไม่เพียงแค่คนในตระกูลหวงเท่านั้น แต่บรรดาคนที่ออกมาจากห้องทดสอบั้แ่ระดับ 1-4 ดาวต่างก็ได้ยินประโยคนี้ เ้ายังไม่ได้เหรียญตราระดับ 1 ดาวด้วยซ้ำ ก็คิดจะปีนป่ายขึ้น์แล้วหรือ
“นพเก้า นี่เ้าพูดจริงรึ?”
ครั้งนี้หวงไค่ไม่ได้รู้สึกแปลกใจแต่อย่างใด เขารู้สึกชินชากับมันแล้ว ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด เขารู้สึกว่าทุกครั้งที่มองทะลุเ้าเด็กคนนี้ได้ อีกฝ่ายก็มักจะมีสิ่งที่ทำให้ประหลาดใจได้เสมอ
(ไม่ ตอนนี้ยังกินไม่ได้ ต้องรออีกสักหน่อย)
โดยไม่มีใครสังเกตุเห็น หวงไท่ยิ้มด้วยท่าทางประหลาดชั่วครู่ก่อนที่จะกลับมาเป็ปกติแล้วเดินตามนพเก้าไป
“ผลงานของเ้า ข้าจะกลับไปรายงานต่อฝ่าาอย่างแน่นอน”
อาฟฟี่โลนพูดขึ้นขณะที่เดินออกจากห้องโถงทดสอบระดับ 4 ดาว
“ข้าคงต้องรบกวนท่านแล้ว”
หยางเก๋อพูดขึ้นโดยไม่มีความละอายแม้แต่น้อย
“เฮ้อ ช่างต่างจากหยางซู่ ปู่ของมันยิ่งนัก”
ฉินกวงอดไม่ได้ที่จะเปรียบเทียบ ความสามารถนับว่าพอใช้ได้ แต่เื่ของนิสัย ต่างกันราวฟ้ากับเหว
“ท่านจะสนใจไปทำไม มันหาใช่เื่ของเราไม่”
ฉินหนานไม่ได้ให้ความสนใจ สิ่งสำคัญคือเขาต้องรีบเลือกผู้สืบทอดตระกูลฉินโดยเร็วที่สุด เพราะปลายปีนี้เขาจำเป็ต้องเข้าร่วมกับ 1 ใน 9 นิกายของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ตำหนักสุริยัน
“โอว นี่มันท่านจักรพรรดิหวงใช่หรือไม่ เ้าสอบผ่านได้ระดับใดล่ะ ดี ดีเยี่ยม หรือพอใช้ได้”
เสียงพูดหยอกล้อของอาฟฟี่โลนดังขึ้นที่โถงทางเดินหลัก
“เอาแล้วๆ พวกเรารีบไปดูเร็วเข้า”
เกิดเสียงฮือฮาขึ้นโดยมีกลุ่มของนพเก้าเป็จุดศูนย์กลาง
“เกิดอะไรขึ้น?”
ฉินหนานรู้สึกสงสัย แต่ไม่นานเขาก็ได้คำตอบ ดูเหมือนละครจะยังไม่จบ
“ไม่ใช่เื่ของเ้า”
หลังจากนพเก้าสงบสติอารมณ์ได้แล้ว เขาก็ไม่อยากจะสร้างปัญหามากนัก ถึงแม้โอสถวารีเล้นรับที่เขามีจะสามารถสร้างได้อย่างไม่จำกัด แต่ก็อดที่จะรู้สึกเสียดายไม่ได้อยู่ดี เพราะชาติที่แล้วเขาเป็เพียงคนยากจนเท่านั้น
“เ้าเนี่ยนะ คนยากจน”
ระบบอดที่จะแย้งไม่ได้ หากคนที่มีสมบัติเช่นโฮสต์ของมันเป็คนยากจน คนทั้งโลกคงไม่ต่างจากขอทาน
“เสียมารยาท เ้าไม่รู้ธรรมเนียมหรือว่าต้องปฏิบัติตัวเช่นไรต่อผู้ที่มีดาวสูงกว่า”
ในฐานะผู้ติดตามผู้ซื่อสัตย์คนใหม่ หยางเก๋อต้องทำตัวให้มีประโยชน์มากขึ้น โดยไม่ปกปิดการกระทำใดๆ เขาชี้ไปที่หน้าของนพเก้าทันที
นพเก้าเงียบ เขาเลือกที่จะเมินเฉย สำหรับคนที่ขายชาติ เขาไม่้าเสียเวลาด้วย
“เ้า!”
หยางเก๋อรู้สึกอับอายจนหน้าแดงเมื่อเห็นสีหน้าดูถูกจากผู้คนรอบข้าง หลังจากการทดสอบครั้งนี้จบลง เขาต้องทำให้แน่ใจว่าผลสอบของนพเก้ากลายเป็โมฆะ
“พอได้แล้ว!”
ครั้งนี้เป็ชัตชนที่กำลังลงทะเบียนให้นพเก้า เมื่อเห็นการกระทำนี้ของหยางเก๋อ เขาก็อดที่จะกำหมัดไม่ได้ เ้ารออีกสักหน่อยไม่ได้หรือ เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายอยากจะออกจากสมาคมเต็มที แต่การกระทำโจ่งแจ้งเช่นนี้มันเป็ที่น่าอับอายจนเกินไป
ขณะนี้ผู้ชมต่างก็รู้สึกเย็นเยียบ พวกเขาสงสัยว่าจะมีการปะทะกันระหว่างนักเลงโตกับคนต่างภูมิภาคอีกหรือไม่ หลายๆ คนมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อนพเก้าั้แ่การกระทำเมื่อเช้า ทุบตีหัวหน้าสมาคม นั่นเป็สิ่งที่ยอดเยี่ยม เพราะไม่มีใครชอบใจมันผู้นี้นัก แต่อาฟฟี่โลนนั้นต่างออกไป อัจฉริยะรุ่นเยาว์ที่เป็นักปรุงยาระดับ 4 ดาว แม้แต่ผู้าุโระดับ 5 ดาวก็ต้องพูดทักทายด้วยความนอบน้อม
“เหตุใดเราไม่เดิมพันกันสักหน่อยล่ะ?”
นพเก้าพูดขึ้น ตอนนี้เขามีความคิดดีๆ อยู่ในใจแล้ว
“เงื่อนไขคืออะไร?”
อาฟฟี่โลนรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี มันจะลงมือทุบตีเขาต่อหน้าผู้คนหรือไม่
“ประลองโอสถ”
นพเก้าพูดขึ้นโดยมือซ้ายยกนิ้วชี้ขึ้น ความหมายของเขาชัดเจน ในเมื่อเขาเป็นักปรุงยาระดับ 1 ดาว อีกฝ่ายคงไม่ปฏิเสธหากต้องลดระดับการแข่งขันลงมา
“1 ดาว? ก็เอาสิ ว่าแต่เ้าจะเดิมพันสิ่งใด?”
อาฟฟี่โลนพูดขึ้นด้วยนํ้าเสียงเย่อหยิ่ง ขณะที่ในใจรู้สึกโล่งอก เขาคิดมากเกินไป มันจะกล้าลงมือทุบตีเขาต่อหน้าผู้คนจริงๆ ได้อย่างไร
“หากข้าแพ้ ข้าจะเป็คนรับใช้เ้าสิบปี”
นพเก้าพูดขึ้น
“เอาแล้วไง”
หวงชิงจู้ส่ายหน้าขณะพูด ดูเหมือนวันนี้จะมีคนที่ต้องพบเจอกับชะตากรรมแห่งหายนะ
“นพเก้า!”
หวงเม่ย้าเข้าไปหยุด แต่อัครเดชห้ามนางไว้ ไม่ใช่ว่าเขาไม่ห่วง แต่รู้ดีว่าอีกฝ่ายคงวางแผนบางอย่างเช่นเคย แม้แต่หวงไท่ก็มองไปที่อาฟฟี่โลนแล้วส่ายหัวเล็กน้อย เ้าเอลฟ์นี่จบสิ้นแล้ว
โอว
ทันใดนั้นบรรดาผู้คนรอบข้างต่างก็ตกอยู่ในความโกลาหล พวกเขาสงสัยว่าสมองของนพเก้ามีปัญหาหรือไม่ การเดิมพันนี้หากพ่ายแพ้ก็ไม่ต่างจากการยกทั้งตระกูลหวงให้อีกฝ่าย ต้องรู้ก่อนว่าในฐานะตระกูลลำดับที่ 4 ที่พึ่งมีจักรพรรดิยุทธ์มาค้ำจุน ผู้ที่มีขอบเขตต่ำกว่าในตระกูลก็ต้องอยู่ภายใต้อีกฝ่ายด้วยเช่นกัน
“พวกมันบ้าไปแล้ว”
ครั้งนี้ฉินหนานไม่อาจสงบนิ่งได้อีกต่อไป จะเกิดอะไรขึ้นถ้าหากอาฟฟี่โลนสั่งให้นพเก้ามารุกรานขุมกำลังต่างๆ ในเมืองเวสสุวรรณ การเดิมพันนี้มันสิ้นคิดเกินไป
“ฮ่า ฮ่า ดี ดี ในเมื่อเ้าอยากจะเป็คนรับใช้ข้าเสียขนาดนั้น ข้าก็จะสนองให้”
อาฟฟี่โลนรู้สึกว่าอีกฝ่ายทำตัวจองหองเกินไป เพียงแค่ปรุงโอสถระดับตำนานได้เพียงครั้งเดียวก็หลงระเริงคิดว่าจะสามารถต่อกรกับเขาได้
“แล้วถ้าหากเขาชนะล่ะ?”
ฉินกวงรู้สึกสนใจ เดิมทีเขาคิดว่าหลังจากสอบผ่านระดับ 4 ดาวแล้วก็ตั้งใจจะกลับไปอย่างเงียบๆ อย่างไรก็ตามเขา้ารับชมต่อไปอีกสักเล็กน้อย การประลองโอสถไม่ได้หาดูได้ง่ายๆ นอกจากนี้การเดิมพันที่สูงเสียดฟ้าก็แลกมากับผลตอบแทนที่มหาศาลเช่นกัน
“ถ้าข้าชนะ ข้า้าหัวของเ้า”
นพเก้าพูดออกมาด้วยรอยยิ้มขี้เล่น
บัดซบ!!
ความเท่าเทียมมันอยู่ที่ใดกัน เมื่อบรรดาผู้ชมได้ยินประโยคนี้ต่างก็พูดคุยกันอย่างออกรส แต่บางคนที่คิดตามก็รู้สึกว่านี่การเดิมพันนี้ของนพเก้าไม่ได้เอาเปรียบแต่อย่างใด หากนพเก้ากลายเป็คนรับใช้ของอีกฝ่ายก็ไม่ต่างจากกลายเป็ทาสรับใช้มากนัก ถึงแม้อาฟฟี่โลนจะไม่สามารถยึดทรัพย์สินของนพเก้าได้ แต่ก็เป็เ้าของชีวิตครึ่งหนึ่ง หากเขาบอกให้ไปทางซ้ายก็ต้องไปทางซ้าย ไม่อาจขัดขืนได้ เป็ที่รู้กันดีว่าเอลฟ์ส่วนใหญ่มองมนุษย์เป็สิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ และไม่เคยปฏิบัติตัวด้วยอย่างเท่าเทียม
“เ้า!!”
อาฟฟี่โลนสะดุ้งโหยง แต่เมื่อเขาสงบลงเขาก็พยักหน้ารับคำท้าประลอง หากนพเก้าชนะขึ้นมาจริงๆ เขาก็ยังมีผู้พิทักษ์ที่ซ่อนอยู่ด้านหลังเขา ซึ่งเป็ผู้ฝึกปรือขอบเขตครึ่งก้าวจ้าว์ หลังจากสื่อสารผ่านกระแสจิตเขาก็รับรู้ได้ว่านพเก้าอยู่ในขอบเขตจักรพรรดิยุทธขั้นสูงสุด ซึ่งลำพังก็ไม่สามารถต่อต้านคนของเขาได้
(เดี๋ยวนะ จักรพรรดิยุทธ์ขั้นสูงสุด?)
เขาสามารถใช้ให้นพเก้าทำสิ่งใดได้บ้าง เขาคิดสิ่งต่างๆ มากมายขณะที่เดินไปที่โถงทดสอบระดับ 4 ดาว เนื่องจากมีจำนวนคนเยอะเกินไปจึงเลือกสถานที่ที่จุคนได้เยอะที่สุด ด้วยเื่ที่เขาบดขยี้ผู้คนเมื่อ่บ่าย และชัยชนะในอนาคตอันใกล้ วันนี้เขาจะทำให้คนของภูมิภาคกลางรู้สึกอัปยศเพิ่มขึ้นเป็สองเท่า
การประลองครั้งนี้นอกจากผู้ประเมินที่มามุงดูทั้งหมดแล้ว ยังมีผู้มีอิทธิพลจากด้านนอกมาร่วมชมด้วย แม้แต่นักข่าวที่เข้ามาถ่ายทอดสดก็ยังแน่นขนัด
จำเป็ต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรือ ผู้ประเมินจาก 4 สภา และ 12 สำนักครุ่นคิด แต่เมื่อมองดูคนที่นำพวกนักข่าวมา มันทำให้พวกเขารู้สึกหืดขึ้นคอ
ระยำ!!
เป็มัน หยางเก๋อ สุนัขที่นั่งตำแหน่งหัวหน้าสมาคม
คาริสเห็นแล้วถึงกับหนังตากระตุก เขาหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาทันที เขาไม่รู้ว่าทั้งสองคนระหว่างหยางเก๋อและอาฟฟี่โลนมีความสัมพันธ์กันอย่างไร แต่อย่างน้อยก่อนที่เขาจะหล่นจากเก้าอี้ก็ขอให้ได้สั่งสอนอีกฝ่ายสักเล็กน้อย
“หัวข้อประเมินครั้งนี้คือโอสถหยางบริสุทธิ์ โอสถระดับ 1 ขั้นสูงสุด ด้านซ้ายเป็วัตถุดิบที่จัดเตรียมไว้ให้...”
ชายชราร่างอ้วนพูดขึ้นราวกับคัดลอกประโยคเดิมซ้ำมา เพิ่มเติมคือเปลี่ยนคำเล็กน้อย
“ในเมื่อพวกท่านทั้งสองพร้อมแล้ว เช่นนั้นก็เริ่มได้เลย”
ผู้ตัดสินประกาศเริ่มการแข่งขันทดสอบด้วยความลำบากใจ เขาไม่ทราบว่าจุดจบจะเป็อย่างไร แต่มีความเป็ไปได้มากที่นพเก้าจะพ่ายแพ้ และเขาไม่แน่ใจว่าเมื่อถึงจุดที่ต้องตัดสิน เขาจะถูกอันธพาลผู้นี้ทุบตีจนตายหรือไม่ เพียงแค่คิดก็ทำให้เขารู้สึกหนาวสั่น เพราะถึงอย่างไรก็ไม่มีคนคุ้มกะลาหัวเขาแล้วในตอนนี้
สิ้นเสียงผู้ตัดสิน เสียงพูดคุยทั้งหมดในห้องโถงทดสอบก็เงียบลง มีเพียงเสียงของเปลวไฟในเตาหลอมกลั่นโอสถที่ส่งเสียงเปรี๊ยะ เปรี๊ยะ เป็ระยะ
ฮึม
ผู้ที่ก้าวออกไปก่อนเป็อาฟฟี่โลน ต้องบอกว่าหยางเก๋อทำได้ดีจริงๆ ถึงขั้นเตรียมนักข่าวมาด้วย เขาเดินตรงไปที่เตาปรุงยาที่มีความสูงขนาดหกเมตรตรงหน้า
ฟรึบ!
เกิดเปลวไฟสีฟ้าครามแทนที่เปลวไฟสีแดงในเตาหลอมกลั่นโอสถ
“เปลวเพลิงวายุคราม!”
ผู้ที่เคยดูก่อนหน้านี้ต่างก็ไม่รู้สึกประหลาดใจ แต่สำหรับผู้มาใหม่พวกเขาอ้าปากตาค้าง มันเป็เปลวเพลิงในรายนามที่ 6 จาก 18 ของเปลวเพลิงระดับ์ขั้นสูงสุด
เมื่อนักปรุงยาใช้สิ่งนี้ ประสิทธิภาพในการหลอมกลั่นโอสถจะเพิ่มขึ้นถึง 40% มากกว่าเจตจำนงการรู้แจ้งโอสถถึง 4 เท่าตัว
เมื่อทุกคนเห็นเช่นนี้ก็สลับไปมองที่นพเก้า อย่างไรก็ตามอีกฝ่ายไม่ได้ขยับตัวแต่อย่างใด สิ่งนี้หมายความว่าอย่างไร ยอมแพ้แล้วหรือ
“เหตุใดเ้าถึงยังไม่เริ่ม?”
หลังจากปรับแต่งเปลวเพลิงให้อยู่ในสภาวะคงที่ และจัดเตรียมวัตถุดิบแล้วเสร็จภายใน 15 นาที อาฟฟี่โลนก็หันไปมองที่นพเก้า ต้องบอกว่าเขาเป็ผู้มีพร์ด้านการปรุงยาอย่างแท้จริง ใช้เวลาเตรียมการน้อยกว่าคนปกติถึงครึ่งหนึ่ง
“ข้าต่อให้เ้าก่อน เมื่อเ้าเริ่มหลอมกลั่น ข้าคงเสร็จทันที”
นพเก้าพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย
จองหอง จองหองอย่างถึงที่สุด อีกฝ่ายเป็ถึงระดับ 4 ดาว แต่เ้ากลับต่อให้ก่อนอย่างนั้นหรือ นี่ไม่ต่างจากกันพนันบอลกับเพื่อนแล้วต่อให้ก่อน 10 ลูก เห็นได้ชัดว่านี่คือการโยนเกมส์
กร็อบ!!
อาฟฟี่โลนรู้สึกโกรธเคืองจนตัวสั่น เขาไม่ทราบว่านี่เป็กลยุทธ์ของอีกฝ่ายที่ใช้จิตวิทยาเพื่อปั่นหัวเขาหรือไม่ เขาเลิกสนใจสิ่งรอบข้างแล้วเริ่มปรุงยาในขั้นตอนถัดไป
“พี่เขาจะทำได้หรือไม่?”
หวงชิงจู้มีสีหน้าไม่มั่นใจและมือทั้งสองข้างกุมที่ชายกระโปรง นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพี่ชายของนางไปซุ่มเรียนรู้เื่การปรุงยาั้แ่เมื่อไหร่ และมีวิชาลับที่จะพลิกล็อกได้จริงๆ หรือไม่
“ฮึ พี่ชิงจู้กังวลมากเกินไปแล้ว ด้วยความสามารถของอาจารย์ เ้าคนเอลฟ์สานนั่นจะต้องถูกบดขยี้จนไม่เหลือซากอย่างแน่นอน”
ฉินอวี้หลิงไม่สงสัยในความสามารถของนพเก้าแม้แต่น้อย ในความคิดของนางไม่มีผู้ใดที่เก่งไปกว่าอาจารย์อีกแล้ว
ขวับ!!
ทุกคน ณ ที่นี้ต่างจ้องไปที่นางทันที พวกเขาลืมไปได้อย่างไรว่านางคือต้นเหตุของเื่ทั้งหมด และนอกจากนี้การเชิดชูอาจารย์ถึงระดับนั้น เ้าทำไปได้อย่างไร ไม่คิดจะรักษาหน้าเวลาแพ้บ้างหรือ
ขณะที่อาฟฟี่โลนเข้าสู่สภาวะลืมตัวตนและกำลังควบแน่นของเหลวเป็โอสถ นพเก้าก็เริ่มลงมือ
เขาเดินไปที่โต๊ะวัตถุดิบด้านซ้ายแล้วเรียกระบบออกมา
“ระบบ เปิดใช้งานการหลอมกลั่นอัตโนมัติ”
นพเก้าคิดในใจ นอกจากรางวัลเป็คัมภีร์เทพโอสถระดับ 2 ดาวที่หลังจากปรุงยาครั้งแรกสำเร็จแล้ว เขายังได้รับฟังก์ชันใหม่เพิ่มเข้ามาด้วย
[ติ๊ง เปิดใช้งานการหลอมกลั่นโอสถอัตโนมัติระดับ 1 ดาว]
สิ้นเสียงของระบบ ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นปรากฏขึ้นมาในอากาศ พวกมันยกวัตถุดิบตรงหน้าของนพเก้าทั้งหมดขึ้นเหนือพื้น แล้วเริ่มสลายพวกมันเป็ละอองแสง นพเก้าเอื้อมมือขวาออกไป ทำท่าทางราวกับว่าเขาเป็คนควบคุมมันเสียเอง
“นั่นมันอะไร? พระเ้า! ข้าไม่เคยเห็นวิธีการปรุงโอสถเช่นนี้มาก่อน”
“นี่! มันกำลังหลอมเป็เม็ดยาแล้ว นี่มันไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำ”
บรรดาผู้าุโทั้งสี่จากสภาและ 12 สำนักต่างก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที สิ่งนี้มันคืออะไร
“เป็ไปไม่ได้!”
จางหลี่ที่อยู่ด้านข้างคาริสอุทานออกมา นางนึกถึงความเป็ไปได้หนึ่ง
“อะไรที่เป็ไปไม่ได้?”
คาริสเดินเข้าหานางและถามขึ้นอย่างรีบร้อน
“หากข้าเดาไม่ผิด สิ่งนี้คือกายาเทพเ้าที่สาบสูญ กายาเทพโอสถ”
จางหลี่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
เชี่ย!!
บางคนสบถออกมาเสียงดังลั่น นี่มันบ้าไปแล้ว ลำพังแค่กายาเสมือนเทพในสามแดนศักดิ์สิทธิ์ยังมีจำนวนนับนิ้วได้ แต่นางกำลังจะบอกว่าเป็กายาเทพเ้า กายาเทพเ้าลำดับที่ 8 ในตำนาน ว่ากันว่าเพียงแค่คิดก็สามารถหลอมกลั่นโอสถระดับตำนานได้ แบบนี้ไม่ได้การ พวกเขาต้องติดต่อขุมกำลังหลักทันที
นพเก้าหารู้ไม่ว่าการกระทำครั้งนี้ของเขาจะทำให้ทั้งสามแดนศักดิ์สิทธิ์ตามมาดึงตัวเขาถึงหน้าบ้าน
ตอนนี้คนที่ใที่สุดไมใช่ใครอื่นแต่เป็หยางเก๋อ เขาเหวอจนอ้าปากตาค้าง เพราะตอนนี้เขาเห็นปรากฏการณ์ที่คุ้นเคยเหนือขึ้นไปบนท้องฟ้า
โฮก!!
ครั้งนี้มีเสียงัเกิดขึ้น นั่นหมายความว่าแม้แต่เต๋า์ก็ให้ความสำคัญกับโอสถที่กำลังกำเนิดใหม่นี้
“เกิดอะไรขึ้น? ใครมันบังอาจมารบกวนเวลาสำคัญของข้า”
อาฟฟี่โลนรู้สึกว่าฟางเส้นสุดท้ายของเขาใกล้จะขาดเต็มที กี่ครั้งแล้วที่เขาถูกยั่วโมโหเช่นนี้ในหนึ่งวัน เมื่อเขาหันไปมองผู้คนเขาก็รู้สึกงุนงง แม้แต่นักข่าวก็หันกล้องไปที่นพเก้า
อึก
เขาเริ่มสังหรณ์ใจไม่ดี เขาอดไม่ได้ที่จะสูดหายใจเข้าลึกแล้วหันไปมองทิศทางของนพเก้าอย่างช้าๆ และเห็นโอสถสี่สายที่มีควันลอยออกมาจากมือของอีกฝ่าย
“อะไรวะ!!”
อาฟฟี่โลนรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่ากลางศีรษะ ในฐานะนักปรุงยามากประสบการณ์เขารู้ได้ทันทีว่านพเก้าไม่ได้โกงแต่อย่างใด แต่มันเกิดขึ้นั้แ่เมื่อไหร่และทำได้อย่างไร แต่ไม่นานเขาก็ได้รับคำตอบ หูที่ยาวของเอลฟ์ไม่ได้มีไว้ประดับเฉยๆ นอกจากได้ยินเสียงของภูติแล้วยังสามารถแยกแยะคำพูดแต่ละคนได้ฉับไวเหนือกว่ามนุษย์ถึง 10 เท่า
“ไม่ นี่มันไม่ยุติธรรม สิ่งที่เ้าทำลงไปมันไม่ต่างจากการโกง”
อาฟฟี่โลนรู้สึกไม่ได้รับความเป็ธรรม
“โกง โกงอย่างไร? การใช้พลังฝึกปรือในการหลอมกลั่นโอสถนั่นถือเป็เื่สามัญ”
คาริสพูดออกมาด้วยความชอบธรรม ไม่ว่าอย่างไรสถานะของนพเก้าก็กำลังสูงขึ้นเรื่อยๆ หากไม่ประจบประแจงเสียตอนนี้แล้วจะให้เขาทำตอนไหน
“แต่นั่นมัน-”
ครั้งนี้อาฟฟี่โลนไม่อาจโต้แย้งใดๆ ได้ แต่เขาก็รู้สึกว่ามันไม่ถูกต้องอยู่ดี
“เ้าจะเอาอย่างไรต่อ ยัง้าแข่งขันต่อหรือไม่?”
นพเก้าส่งยิ้มไปให้อาฟฟี่โลน หากเป็สถานการณ์อื่นทุกคนคงคิดว่าช่างเป็รอยยิ้มที่อบอุ่น แต่นี่
ช่างร้ายกาจ!!