“ขอบคุณเ้าค่ะ งั้นพวกเราขอตัวกลับเลยนะเ้าคะ” ทั้งสามลาท่านลุงหลี่ แล้วพากันเดินกลับบ้าน ซึ่งไกลพอสมควร
แต่ตอนนี้ทั้งสามคนไม่ได้รู้สึกเหนื่อยเลย เพราะต่างก็กำลังรู้สึกตื่นเต้นดีใจที่จะได้บ้านหลังใหม่ ความรู้สึกเหนื่อยล้าที่มีก็เลือนหายเป็ปลิดทิ้งแล้ว
เช้าวันที่เริ่มสร้างบ้านใหม่ ฮุ่ยเหมยกับพี่หยุ่นอี้ตื่นแต่เช้า เพื่อเตรียมหุงหาอาหารให้เสร็จ หากท่านลุงช่างกับชาวบ้านที่จะมารับจ้างทำรั้วมาถึง จะทำอะไรไม่ทัน เลยต้องเตรียมเื่ในบ้านให้เสร็จเรียบร้อยเสียก่อน
เมื่อฟ้าเริ่มสาง ก็ได้ยินเสียงเกวียนหลายเล่ม เดินทางมาถึงหน้าบ้าน ฮุ่ยเหมยกับพี่หยุ่นอี้เปิดประตูออกจากบ้านไปก็เจอกับท่านลุงช่างมาพร้อมกับคนงานรับสร้างบ้าน 30 คน พร้อมเกวียนอีก 15 เล่ม ขนอุปกรณ์มาพร้อม
“ท่านลุงช่าง อุปกรณ์ที่จะสร้างบ้าน มีอะไรขาดเหลืออีกไหมเ้าคะ บอกข้ากับพี่ชายข้าได้เลย แล้วค่าใช้จ่ายที่ซื้อไปเท่าไหร่ ท่านจะเบิกเงินเลยหรือไม่เ้าคะ”
ฮุ่ยเหมยเอ่ยถามท่านลุงช่าง พร้อมกับมองไปที่คนงานกำลังขนของลงจากเกวียน เอาของกองบนพื้นเป็กองๆ
“ยัง ยัง ข้ามีเงินสำรองแล้ว พวกเ้าค่อยจ่ายให้ข้าเมื่อบ้านสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วเถอะ” ท่านลุงช่างตอบพร้อมรอยยิ้ม
เขาดีใจมากที่จะได้สร้างบ้านจากแบบที่งดงามเช่นนี้ และรอคอยที่จะเห็นว่าเมื่อสร้างเสร็จแล้วจะสวยงามขนาดไหน
“อ้าว พวกเ้าที่ขนของเสร็จแล้วเอาวัวไปผูก หาหญ้าหาน้ำให้วัว แล้วเดินมาด้านนี้ ตรงนี้ที่พวกเ้าต้องสร้างบ้าน แบ่งงานกันได้เลย”
เสียงท่านลุงช่างแบ่งงานคนงาน เสียงคนงานแบ่งแยกหน้าที่กันเซ็งแซ่ไปหมด สักพักเสียงก็เงียบลง คนงานต่างก็ก้มหน้าทำงานของตนอย่างแข็งขัน
ตอนนี้เสี่ยวหยางตื่นนอนเพราะเสียงดังรบกวน ตื่นมาทำตาใสแจ๋ว วิ่งไปวิ่งมามองคนโน้นคนนี้ทำงานด้วยความสุข คิดว่าอีกไม่นานก็ได้บ้านหลังใหม่แล้ว
ฮุ่ยเหมยบอกกับพี่หยุ่นอี้และเสี่ยวหยางว่าใครหิวก็ไปกินข้าวได้เลย เพราะเธอต้มข้าวต้มหมูสับไว้ในหม้อแล้ว
ตอนนี้เธอปลีกตัวไปไหนไม่ได้เพราะท่านลุงหลี่ ได้พาชาวบ้านมาถางหญ้าและปรับหน้าดินให้เรียบ ซึ่งก่อนลงมือฮุ่ยเหมยก็ให้แต่ละคนมาบอกชื่อ เธอจะเป็คนจดชื่อว่าใครบ้างที่มาทำงานวันนี้
่เย็นจะได้จ่ายค่าแรงได้ถูกต้อง ชาวบ้านทั้งหมดที่ท่านลุงหลี่พามาเกือบห้าสิบคน มีทั้งคนในหมู่บ้านและญาติๆของชาวบ้านที่สนใจอยากจะได้งานนี้
ท่านลุงหลี่ถามฮุ่ยเหมยว่าเธอเขียนตัวอักษรได้ด้วยหรือ เธอจึงตอบไปว่าพอเขียนได้นิดหน่อย เพราะท่านพ่อของเธอเคยสอนไว้ ท่านลุงหลี่จึงไม่ข้องใจเื่ฮุ่ยเหมยเขียนอักษรได้อีก
ฮุ่ยเหมยให้พี่หยุ่นอี้ไปกับท่านลุงหลี่ เพื่อไปบอกชาวบ้านว่าต้องปรับดินถึงเขตไหน เพราะครอบครัวฮุ่ยเหมยได้ขอซื้อที่รอบๆบ้านไว้จำนวนเกือบ 100 หมู่
โดยท่านลุงหลี่ก็ไม่ได้ขายแพง ฮุ่ยเหมยจ่ายไปแค่ 50 ตำลึงเงินบวกค่าดำเนินการอีก 10 ตำลึงเงิน เพียงยังไม่ได้โฉนด เพราะท่านลุงหลี่ยังไม่เข้าเมืองไปจัดการให้ เขาต้องอยู่ช่วยเื่สร้างบ้านของครอบครัวเด็กสามคนนี้ก่อนนั่นเอง
ผ่านไปสามอาทิตย์ บ้านเริ่มเป็รูปเป็ร่าง เพราะใกล้เสร็จแล้ว เหลือเก็บรายละเอียดอีกเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น
รั้วบ้านก็สร้างเสร็จเรียบร้อย ฮุ่ยเหมยยังจ้างให้ชาวบ้านขุดบ่อน้ำให้สองบ่อและยกร่องดิน เตรียมไว้ปลูกผัก เพียงแต่ยังไม่ลงมือปลูก ให้ฉลองขึ้นบ้านใหม่เสร็จค่อยเริ่มก็ไม่สาย
วันนี้ฮุ่ยเหมย พาพี่ชายน้องชายเข้าเมืองเพื่อไปหาซื้อเครื่องเรือน ประเภทโต๊ะ ตู้ เตียง เก้าอี้ ที่นอน หมอน ผ้าห่ม เธอก็จะซื้อใหม่ทั้งหมด
ทุกคนขึ้นเกวียนไปพร้อมกับท่านลุงหลี่ที่จะเข้าเมือง เพื่อไปทำโฉนดให้ครอบครัวฮุ่ยเหมย โดยให้เป็ชื่อของพี่หยุ่นอี้ พี่หยุ่นอี้จึงต้องเดินทางไปกับท่านลุงหลี่ที่อำเภอ
ส่วนฮุ่ยเหมยกับเสี่ยวหยาง เดินทางไปร้านเครื่องเรือนที่ใหญ่ที่สุดในอำเภอ ภายในร้านมีเครื่องเรือนจำนวนมากให้เลือก ทำจากไม้เนื้อแข็ง แกะสลักได้อย่างสวยงาม
ฮุ่ยเหมยสั่งเครื่องเรือนที่จะใช้ในห้องนอนทั้งสี่ห้อง ครบชุด ส่วนโต๊ะอาหารที่จะใช้ในครัวฮุ่ยเหมยเลือกแบบโต๊ะกลม พร้อมเก้าอี้อีกหกตัว เผื่อมีแขกมาบ้าน
ตรงห้องโถงขนาดใหญ่ ฮุ่ยเหมยได้ให้ท่านลุงช่างก่อเตาผิงไว้ติดผนังด้านหนึ่ง เป็เตาผิงขนาดใหญ่ที่ทำจากอิฐและทำปล่องไฟไว้ด้วย
ใน่ฤดูหนาวทุกคนจะได้มาอยู่ในห้องนี้ด้วยกัน ในห้องนี้ฮุ่ยเหมยสั่งทำเครื่องเรือนที่เป็โต๊ะยาว และเบาะหนานุ่มไว้วางบนโต๊ะ ซึ่งช่างในร้านก็บอกว่าสามารถทำให้ได้อย่างที่ฮุ่ยเหมย้า อีกไม่เกินหนึ่งอาทิตย์คาดว่าคงเสร็จและจะส่งไปให้ที่หมู่บ้านซาน