“พี่สะใภ้เชิญดื่มชา” มู่หรงหว่านหรูถือถ้วยชาด้วยมือทั้งสองข้าง ร่างบางโค้งคำนับเล็กน้อยเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและดูเชื่อฟังราวกับน้องสาวคนเล็ก
“ตู๊ดตู๊ดตู๊ดตู๊ดตู๊ดตู๊ด...”
เสียงเตือนเร่งด่วนของระบบล้างพิษดังขึ้นอยู่เป็เวลานานจนเกือบทำให้ศีรษะของหานอวิ๋นซีะเิ ในชานี้มีพิษอยู่
หานอวิ๋นเปิดใช้งานระบบการสแกนชำเลืองมองและพิจารณาได้อย่างรวดเร็วว่าในชามียาพิษซึ่งเป็ยาระบายระดับต่ำ
มู่หรงหว่านหรูที่สวยงามราวกับดอกไม้ที่บอบบางที่แท้ก็เป็ดอกบัวขาว[1]เท่านั้น!
ให้นางดื่มยาระบายในเวลานี้และเมื่อเข้าไปทักทายที่พระราชวังนางไม่ต้องควานหาห้องน้ำอย่างบ้าคลั่งในที่สาธารณะจนขายหน้าหรือไร?
ช่างเป็ของขวัญที่ดีสำหรับการพบปะจริงๆเหลือเกิน หมอคนนี้จะให้ของขวัญที่ยิ่งใหญ่กว่าแก่เ้าเอง
เมื่อชายื่นมาตรงหน้าหานอวิ๋นซีก็รีบยื่นมือออกไปรับและดื่มในอึกเดียว ขณะที่กำลังจะวางถ้วยชากลับไปกลับเผลอทำมันตกลงไปที่พื้นและแตกเป็เสี่ยงๆ โดยไม่ตั้งใจ
“เป็อะไรไป?” อี้ไท่เฟยพูดเสียงดัง ถ้วยแตกในตอนที่ยกน้ำชา ถือว่าเป็ลางร้ายอย่างมาก
มู่หรงหว่านหรูรีบพูดปลอบ“มู่เฟย ไม่เป็ไรเพคะ ซุ่ยซุ่ยผิงอัน ซุ่ยซุ่ยผิงอัน[2]!”
พูดพลางนางก็รีบย่อตัวลงเพื่อเก็บกวาด หานอวิ๋นซีเองก็ย่อตัวลงเพื่อคว้ามันจากนางเช่นกัน“ข้าทำเองๆ เดี๋ยวเ้าจะโดนบาด”
ทันทีที่พูดจบเศษชิ้นส่วนที่แตกที่อยู่ในมือก็บาดมือมู่หรงหว่านหรู
“โอ๊ะเืออก! เป็ความผิดของข้าเอง!” หานอวิ๋นซีใและรีบดึงนิ้วของมู่หรงหว่านหรูใส่เข้าไปในปากโดยไม่รังเกียจ
บทคนดีถูกหานอวิ๋นซีแย่งไปทั้งหมดแล้วมู่หรงหว่านหรูจะยอมได้อย่างไร นางรีบดึงนิ้วออก“าเ็แค่เล็กน้อยไม่เป็ไรหรอก พี่สะใภ้อย่าทำเช่นนี้เลย ข้ารับไว้ไม่ได้หรอก”
“เื่เล็กน้อยอะไรกัน? เรียกหมอมาดูเร็ว เกิดเป็แผลเป็ขึ้นมาจะทำอย่างไรล่ะ!”
อี้ไท่เฟยเริ่มไม่พอใจดึงมู่หรงหว่านหรูมานั่งบนบัลลังก์ มองไปที่าแของนางด้วยสีหน้าเป็ทุกข์“เ้าก็นะ ข้าบอกกี่ครั้งแล้วว่าเื่พวกนี้ให้พวกนางกำนัลเป็คนทำสิจะไปแย่งทำไม เจ็บตัวเลยไหมล่ะ”
ไม่ว่าหานอวิ๋นซีจะมองอย่างไรมู่หรงหว่านหรูและอี้ไท่เฟยก็ดูเหมือนแม่ลูกกันมักจะรู้สึกว่าคิ้วของพวกนางเหมือนกัน แต่นางก็ไม่ได้คิดเกี่ยวกับเื่นี้มากนักอย่างไรคนอยู่ด้วยกันนานๆ ก็จะมีความคล้ายคลึงกันอยู่แล้ว
ยังไม่ทันที่อี้ไท่เฟยจะได้ตำหนิหานอวิ๋นซีมู่หรงหว่านหรูก็พูดว่า “มู่เฟย อย่าโทษพี่สะใภ้เลยเพคะมันเป็ความสะเพร่าของหม่อมฉันเอง”
มุมปากของหานอวิ๋นซีกระตุกเมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้นี่ใช่ดอกบัวขาวเสียที่ไหนกัน ดอกบัวพิษชัดๆ
คำพูดของมู่หรงหว่านหรูเตือนอี้ไท่เฟยนางมองด้วยสายตาที่โกรธเกรี้ยว “สะเพร่าเลินเล่อ ไม่ได้รับการสั่งสอนข้าจะลงโทษ...”
โดยไม่คาดคิดก่อนที่จะพูดคำต่อไป ก็มีเสียง “ปัง...” ดังขึ้น
เสียงอะไร? ทุกคนต่างสับสน แล้วก็มีเสียงเหมือนจุดประทัดดังขึ้น “ปังปังปังปุดปุดปุด...”
ช่างเสียงดังเสียเหลือเกิน!
แล้วก็...เหม็นมากด้วย?
“อ๊าย...”อี้ไท่เฟยกรีดร้องขึ้นมา เอามือปิดจมูกและเบือนหน้าหนีด้วยความขยะแขยง“เ้าผายลมหรือ! เหม็นจะตายอยู่แล้ว! เหม็นมาก! รีบออกไป!”
ในขณะนี้ทุกคนในห้องต่างมองไปที่มู่หรงหว่านหรูใบหน้าของมู่หรงหว่านหรูก็เปลี่ยนเป็สีแดงเหมือนก้นลิงทันที หลังจากผายลมแล้วนางเพิ่งจะรู้ตัว และจับบั้นท้ายอย่างร้อนรนแต่ไม่ว่าจะพยายามมากแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์
“มู่เฟย หม่อมฉัน...”
ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรบั้นท้ายเองก็อยู่เหนือการควบคุมของตนเอง และมีเสียงดังขึ้นมาอีกครั้งกลิ่นหอมของดอกไม้รอบๆ ก็โดนกลบไปจนหมด
อี้ไท่เฟยผู้รักสะอาดทนไม่ไหวจนอยากจะอาเจียนออกมากระทืบเท้าอย่างกระวนกระวายและะโว่า “นางกำนัล พานางออกไปอย่ามาทำให้ห้องข้าสกปรก!”
“อ๊าย...”
มู่หรงหว่านหรูกรีดร้องออกมาสั้นๆส่วนล่างของนางก็มีเสียงดังขึ้นมาอีกครั้ง ให้ตายเถอะ! เป็ไปได้อย่างไร? ขาทั้งสองของนางหนีบไว้แน่น อยากจะร้องไห้ ไม่กล้าแม้แต่จะพูด
เมื่อเห็นสายตาเหยียดหยามของทุกคนนางอายมากจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี น่าอายเหลือเกิน โดยเฉพาะต่อหน้าฉินอ๋องต่อไปจะกล้าเจอหน้าเขาได้อย่างไรกัน! มันเกิดอะไรขึ้นกับนางกันแน่?
นางกำนัลสองคนที่กำลังจะเข้ามาพานางออกไปทว่าในขณะเดียวกัน จู่ๆ ก็มีเสียง “ปัง” ออกมาเสียงะเิดังสนั่น!
ทันใดนั้นก็มีเสียงน้ำไหลออกมา พร้อมกับกางเกงที่เปียก
“อ๊าย...อ๊าย...อ๊าย!”อี้ไท่เฟยทนไม่ได้อีกต่อไป นางกรีดร้องและวิ่งออกไปราวกับว่าจะหนีเอาชีวิตรอด
ทั้งห้องคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นเหม็นอี้ไท่เฟยวิ่งหนีไปแล้ว และแน่นอนว่าทุกคนก็วิ่งตามกันออกไป เหลือเพียงมู่หรงหว่านหรูที่ยังคงอยู่ในห้องและร้องไห้ไม่หยุด
เหตุใดจึงเป็เช่นนี้? ขายหน้าเหลือเกิน! ต่อไปนางจะมีหน้าไปเจอผู้คนได้อย่างไรกัน?
ใครบอกได้บ้างว่าเื่กลายเป็เช่นนี้ได้อย่างไรเห็นๆ กันอยู่ว่านางใส่ยาให้หานอวิ๋นซี แล้วก็ไม่ใช่ยาระบายที่เห็นผลในทันทีด้วย
มู่หรงหว่านหรูนั่งอยู่ในแอ่งอุจจาระและปัสสาวะจะลุกขึ้นก็ไม่ได้ จะนั่งก็ไม่ได้ ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดีใครก็ได้มาช่วยนางหน่อย!
หานอวิ๋นซีเดินตามหลังหลงเฟยเยี่ยออกมาและอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ เมื่อหันศีรษะกลับมาก็พบว่าหลงเฟยเยี่ยกำลังจ้องมองมาที่นาง
แคกแคก...
นางกลั้นยิ้มไว้ยกมือปิดจมูก “ท่านอ๋อง เหม็นเหลือเกิน เรารีบไปที่พระราชวังกันเถอะ”
“เ้าวางยาบนแผลของนางเช่นนั้นมันถึงได้ผลเร็วแบบนี้สินะ?” หลงเฟยเยี่ยถามด้วยเสียงทุ้มต่ำ
“จะเป็เช่นนั้นได้อย่างไร? ท่านอ๋องอย่าใส่ร้ายข้านะ” ดวงตาของหานอวิ๋นซีโค้งงอนและยิ้มสวยเป็พิเศษ
—---------------------------
[1]ดอกบัวขาว (白莲花) ใช้เปรียบเปรย หญิงสาวที่ภายนอกดูบริสุทธิ์ แต่ภายในมีพฤติกรรมที่ไม่ดี
[2]ซุยซุยผิงอัน (碎碎平安) คือคำที่คนคนจีนใช้พูดเวลาทำของแตกที่ถือว่าลางร้ายจะมาเยือน ก็จะแก้เคล็ดโดยการพูดว่า ซุยซุยผิงอัน (碎碎平安) ซึ่งพ้องเสียงกับคำว่า สุ่ยสุ่ยผิงอัน(岁岁平安) ที่แปลว่า ขอให้สงบสุขและปลอดภัยตลอดไป