"หลี่เจี้ยน ราชันย์หมาป่า กินข้าวได้แล้ว" สวี่หยางใช้กระบวยเคาะลูกกรงประตูเบา ๆ
หลี่เจี้ยนตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเกียจคร้าน "ข้าไม่กิน ไสหัวไปให้พ้นเลย"
เมื่อได้ยินเสียงของหลี่เจี้ยนดังกังวานและเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง สวี่หยางก็รู้สึกเบาใจลง
'เดิมทียังนึกว่ามันใกล้จะตายแล้วเสียอีก แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าความกังวลของเราจะสูญเปล่าไปจริง ๆ แถมหลังจากโดนซ้อมไปชุดใหญ่ เ้านี่กลับยิ่งแข็งกร้าวขึ้นกว่าเดิมเสียอีก'
สวี่หยางแค่นเสียงหัวเราะเบา ๆ
'ช่างเถอะ อย่างไรเสียขอแค่มันยังไม่ตาย ค่าประสบการณ์ของเราก็เพิ่มพูนเข้ามาอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย ไม่จำเป็ต้องไปสนใจมันหรอก'
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง จากกรงขังด้านข้างก็มีเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมา
"น้องชาย ในเมื่อมันไม่กินอาหารมื้อนั้น ก็อย่าปล่อยให้ตกเป็ของพวกหนูหรือแมลงสาบบนเขาเลย เอามาให้ข้ากินเถอะ"
สวี่หยางหันขวับไปมอง พร้อมกับปรายตามองหมายเลขกรงขัง
มหาปีศาจภายในกรงขังนี้มีนามว่าหูเลี่ย เหมือนว่ามันจะถูกจับข้อหาปลอมตัวเป็มนุษย์แล้วลักพาตัวเด็กไปเป็จำนวนมาก ซึ่งจนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มีใครรู้ว่าเด็กเ่าั้ถูกมันพาไปซ่อนไว้ที่ใด
"หูเลี่ย?" สวี่หยางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ถ้าข้าให้เ้าเพิ่มอีกส่วนหนึ่ง แล้วข้าจะได้ประโยชน์อันใดเล่า?"
หูเลี่ยหรี่ตาจ้องมองสวี่หยาง การเคลื่อนไหวของสวี่หยางภายในเรือนจำตลอดสองวันที่ผ่านมานี้ มันพอจะรู้เห็นอยู่บ้าง
ในสายตาของมัน สวี่หยางก็เป็แค่คนต่ำช้าที่อยากจะเลื่อนขั้นและร่ำรวยเท่านั้น การซ้อมราชันย์หมาป่าอย่างทารุณ การหยอกล้อปั่นหัวจางหลิง ล้วนไม่ใช่สิ่งที่คนดี ๆ เขาทำกัน
มันหัวเราะหึ ๆ ออกมาแล้วเอ่ย "น้องชายผู้คุม เ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดข้าถึงถูกขังอยู่ที่นี่?"
สวี่หยางพยักหน้ารับ หูเลี่ยจึงกล่าวต่อ "ใช่แล้ว เป็เพราะข้าล่อลวงเด็กไปมากมาย หากข้าบอกสถานที่ซ่อนตัวของเด็กเ่าั้แก่เ้า แล้วเ้าก็นำไปรายงานเบื้องบน เ้าคิดว่าเื่นี้เป็อย่างไรบ้าง?"
"ข้าขอเรียกร้องไม่มากหรอก แค่ขอข้าวเพิ่มให้ข้าสัปดาห์ละสองชามก็พอ" หูเลี่ยลอบดีดลูกคิดอยู่ในใจ
สวี่หยางเอียงคอหัวเราะพลางเอ่ยว่า "เช่นนั้นเ้าก็เล่ามาก่อน หากเ้าพูดจบ ข้าก็จะตักข้าวให้เ้าอีกชาม"
หูเลี่ยพยักหน้ารับพลางกวักมือเรียกให้สวี่หยางเข้ามาใกล้ ๆ สวี่หยางจึงเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าลูกกรง
จากนั้นหูเลี่ยก็เอ่ยขึ้น "มีเด็กแฝดชายหญิงคู่หนึ่ง ข้าลักพาตัวไปซ่อนไว้ที่บ้านนายพรานบนเขาฝั่งตะวันตก แฝดคู่นั้นเป็บุตรของเศรษฐีชิวแห่งเมืองหลวง หากหาตัวพวกเขาพบ ข้าไม่กล้ารับประกันว่าจะช่วยให้เ้าได้เลื่อนยศตำแหน่ง แต่เ้าจะต้องได้รับรางวัลและการสนับสนุนอย่างแน่นอน!"
สวี่หยางเลิกคิ้วขึ้นพลางเอ่ยถาม "นี่เป็เื่จริงงั้นหรือ!?"
"เ้าก็ลองส่งคนไปตรวจสอบดูสิ ข้าที่เป็ถึงมหาปีศาจ จะมาหลอกลวงเด็กน้อยอย่างเ้าไปทำไมกัน?"
สวี่หยางพยักหน้ารับ เขาใช้กระบวยคนลงไปในถังสองสามครั้ง ก่อนจะตักข้าวโยนใส่ชามให้หูเลี่ย
หูเลี่ยซดข้าวต้มในชามจนเกลี้ยงภายในสองคำ จากนั้นมันก็เบิกตากว้างจ้องมองสวี่หยางเขม็ง
สวี่หยางหัวเราะร่าออกมา ก่อนจะเดินตรงไปยังกรงขังอื่นโดยไม่สนใจไยดีมันเลยแม้แต่น้อย
"เ้าหมายความว่ายังไง!" หูเลี่ยะโร้องคำรามลั่น
ทว่า สวี่หยางกลับเอ่ยด้วยรอยยิ้ม "สัปดาห์หน้าค่อยเพิ่มอาหารให้เ้าก็แล้วกัน วันนี้ตกลงกันไว้ว่าชามเดียวก็คือชามเดียว ไม่มีทางให้เพิ่มอีกหรอก!"
ในขณะที่กำลังแจกจ่ายอาหารให้กับมหาปีศาจตัวอื่น ๆ สวี่หยางก็รีบตรวจสอบบันทึกเื่ราวปีศาจของตนเองอย่างรวดเร็ว แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับไม่ปรากฏข้อมูลใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับหูเลี่ยเลยแม้แต่น้อย
'ให้ตายเถอะ ความอดกลั้นของมหาปีศาจพวกนี้จะดีเกินไปหน่อยแล้วมั้ง? หากเป็ในโลกอินเทอร์เน็ตล่ะก็ ป่านนี้ข้าคงโดนนักเลงคีย์บอร์ดด่ากราดจนตายไปแล้ว!'
สวี่หยางรู้สึกจนปัญญาอยู่ในใจ เขาไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่า จะมีวันที่เขาต้องมานั่งกลุ้มใจเพื่อหาวิธีทำให้มหาปีศาจเกิดความรู้สึกด้านลบต่อตนเองเช่นนี้ มันช่างไร้เหตุผลเอาเสียเลย
"ไป๋อี้ กินข้าว!" สวี่หยางเคาะลูกกรงประตูพลางตักอาหารให้กับมหาปีศาจตัวสุดท้าย
ทว่า ยังไม่ทันที่เขาจะตักน้ำข้าวก้นถังเทลงไปในชาม มหาปีศาจที่ชื่อไป๋อี้ก็พุ่งพรวดเข้ามาใช้ทั้งสองมือเกาะลูกกรงเอาไว้แน่น
ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นะเื "ข้าขอสาปแช่งเ้า ข้าขอสาปแช่งพวกเ้า ต่อให้ตายข้าก็จะไม่มีวันปล่อยพวกเ้าไปเด็ดขาด!"
สวี่หยางสะดุ้งใ เขาพาลรู้สึกงุนงงและแปลกใจเป็อย่างยิ่ง
'เ้านี่มันเสียสติไปแล้วหรือยังไง? ตัวข้ากับมันก็ไม่เคยมีเื่บาดหมางอะไรกันสักหน่อย'
แต่เมื่อลองคิดดูอีกที ลาภลอยความสุขก็เหมือนจะมาเยือนอย่างกะทันหันเสียเหลือเกิน
'สาปแช่งข้ารึ? ดีสิ ยิ่งสาปแช่งมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี!'
แต่เพียงชั่วอึดใจต่อมา มือทั้งสองข้างของไป๋อี้ก็พลันร่วงหล่นลงมาอย่างหมดเรี่ยวแรง ร่างของมันล้มตึงกระแทกพื้นดังตุบ และแน่นิ่งไปในทันที
ในชั่วเวลานั้น สวี่หยางไม่ได้สนใจความเป็ความตายของไป๋อี้เลยแม้แต่น้อย เขากลับรีบตรวจสอบบันทึกเื่ราวปีศาจอย่างรวดเร็ว
และก็เป็ไปตามคาด ภายในบันทึกเื่ราวปีศาจปรากฏชื่อของไป๋อี้ขึ้นมาจริง ๆ ทว่าหลังจากปรากฏขึ้นได้เพียงชั่วครู่ ชื่อของมันก็ค่อย ๆ เลือนรางและจางหายไปจนไร้ร่องรอยในทันที
มหาปีศาจพวกนี้ยังไม่ทันตบะแตก สวี่หยางก็เป็ฝ่ายตบะแตกเสียเอง
'ความสุขที่เพิ่งจะได้มา กลับมลายหายไปในชั่วพริบตา นี่มันจะเล่นตลกอะไรกันนักหนา? ทำแบบนี้มันช่างน่าเหลือเชื่อจนเกินบรรยายจริง ๆ '
"ตายก็ตายไปเถอะ ข้ายังต้องเสียแรงลากศพมันออกไปอีก!" สวี่หยางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
แม้ว่ามหาปีศาจเหล่านี้จะมีพลังชีวิตที่แข็งแกร่ง ทว่าเมื่อถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำ์และต้องเผชิญกับการถูกทารุณกรรมอย่างหนักหน่วงอยู่บ่อยครั้ง อีกทั้งยังไม่สามารถฟื้นฟูพลังงานได้ การตายไปจึงไม่ใช่เื่แปลกประหลาดอะไรนัก
เพียงแต่เขาไม่มีกุญแจกรงขัง จึงต้องไปขอรับกุญแจจากผู้เฒ่าหวงเสียก่อน
สวี่หยางหิ้วถังข้าวต้มวิ่งจ้ำอ้าวไปตลอดทาง เมื่อได้กุญแจมาแล้วเขาก็รีบจัดการเคลื่อนย้ายร่างไร้ิญญาของไป๋อี้ออกไปด้านนอก ร่างเดิมของเ้านี่คือหมาป่าขาว หากเป็สวี่หยางคนก่อนหน้า คงไม่มีทางแบกมันไหวด้วยตัวคนเดียวแน่
ทว่าตอนนี้ สวี่หยางกลับสามารถหิ้วมันขึ้นมาได้สบาย ๆ ด้วยมือเพียงข้างเดียว
ตอนที่ออกมาด้านนอก ผู้เฒ่าหวงก็ได้สั่งการให้ผู้คุมคนอื่น ๆ มาช่วยจัดการแล้ว สวี่หยางจึงแสร้งทำทีเป็หอบเหนื่อย ก่อนจะส่งมอบศพให้กับผู้คุมคนอื่น ๆ รับ่ต่อ
"สวี่หยางเอ๋ย เ้ารีบไปพักผ่อนเถอะ" ผู้เฒ่าหวงตบไหล่สวี่หยางเบา ๆ
สวี่หยางพยักหน้ารับ แต่แล้วจู่ ๆ เขาก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงเดินกลับเข้าไปภายในกรงขังอีกครั้ง
'บางทีไป๋อี้อาจจะทิ้งเคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียรเอาไว้ก็เป็ได้'
สวี่หยางนึกถึงเื่นี้ขึ้นมา จึงเดินวนค้นหาภายในกรงขังอยู่รอบหนึ่ง ทว่ากลับต้องคว้าน้ำเหลวแทน...
เวลาล่วงเลยไปค่อนวัน สวี่หยางเดินกลับมาถึงห้องพักพลางถอนหายใจออกมา วันนี้เขาเหนื่อยเปล่าเสียแล้ว
ค่าประสบการณ์ก็ไม่ได้แถม มหาปีศาจก็ดันมาตายจากไปอีก
'คงได้แต่คาดหวังว่าสัปดาห์หน้าหูเลี่ยจะสร้างเื่ประหลาดใจให้ข้าได้บ้าง โดนข้าปั่นหัวไปถึงสองครั้งติดกัน มันก็สมควรจะสติแตกได้แล้วไม่ใช่หรือไง?'
เมื่อไม่มีอะไรทำ สวี่หยางจึงเปิดบันทึกเื่ราวปีศาจขึ้นมาดู เดิมทีเขาเพียงแค่อยากจะตรวจสอบสถานะของตนเองเท่านั้น แต่ผลลัพธ์กลับพบว่าในหน้าข้อมูลของไป๋อี้ ปรากฏตัวอักษรขนาดเล็กบรรทัดหนึ่งขึ้นมา
[ค่าความมุ่งร้ายได้ก่อตัวขึ้นแล้ว หลังจากเสียชีวิต ท่านสามารถสุ่มรับทักษะหนึ่งอย่างของเป้าหมายก่อนตายได้ ท่าน้าสุ่มรับทักษะหรือไม่?]
สวี่หยางชะงักอึ้งไปชั่วครู่ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็ความปีติยินดีล้นเหลือ
'ไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่า การตายของมหาปีศาจจะมอบผลประโยชน์ที่ดีงามเช่นนี้ให้กับข้าด้วย'
ใน่เวลาสั้น ๆ สวี่หยางถึงกับมีความคิดที่อยากจะลงมือสังหารมหาปีศาจอย่างจางหลิงและหลี่เจี้ยนให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย
แต่เมื่อตั้งสติและสงบใจลงได้ เขาก็รีบปัดความคิดนั้นทิ้งไปในทันที อย่างไรเสีย ตอนนี้มหาปีศาจทั้งสองตัวนี้ก็ยังคงมอบค่าประสบการณ์ให้เขาในจำนวนที่ไม่น้อยเลยทีเดียว สายน้ำไหลรินย่อมยั่งยืนยาวนาน จะตัดท่อน้ำเลี้ยงั้แ่ตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด!
แน่นอนว่ารางวัลจากการเสียชีวิตในครั้งนี้ เขาย่อมต้องกดรับเอาไว้อย่างแน่นอน!
เพียงแต่เนื่องจากมันเป็ระบบสุ่มรับทักษะ ตัวของสวี่หยางเองก็ไม่รู้แน่ชัดว่าเขาจะสุ่มได้อะไรมา ท่ามกลางความรู้สึกตื่นเต้นและลุ้นระทึก สวี่หยางจึงกดยืนยันการสุ่มรับทักษะทันที
ตัวอักษรบนบันทึกเื่ราวปีศาจเริ่มวิ่งสลับสับเปลี่ยนไปมาอย่างรวดเร็ว ผ่านไปราวชั่วอึดใจ ตัวอักษรเ่าั้ก็หยุดนิ่งลง สวี่หยางเพ่งสายตามอง ก่อนจะพบกับตัวอักษรที่เขียนเอาไว้ว่า 'เหยียบหิมะไร้ร่องรอย'
พริบตาต่อมา ตัวอักษรเ่าั้ก็เลือนหายไป พร้อมกับมีแสงสว่างวาบสาดส่องออกมาจากบันทึกเื่ราวปีศาจ แล้วพุ่งตรงเข้าหลอมรวมกับร่างกายของเขา
เพียงชั่วครู่ สวี่หยางก็สามารถเรียนรู้และเชี่ยวชาญทักษะเหยียบหิมะไร้ร่องรอยได้อย่างสมบูรณ์แบบ
และในเวลาเดียวกันนั้นเอง บนหน้าข้อมูลของสวี่หยางก็มีตัวอักษรแถวหนึ่งปรากฏเพิ่มขึ้นมา
[เหยียบหิมะไร้ร่องรอย : ขอบเขตมนุษย์ขั้นสูง ค่าประสบการณ์ (1-500)]
สวี่หยางเดาะลิ้นเบา ๆ รู้สึกไม่ค่อยพึงพอใจกับมันเท่าใดนัก
'นี่มันวิชาตัวเบา แถมยังเป็แค่ขอบเขตเริ่มต้นเท่านั้นเอง'
แคว้นตงจี๋แบ่งระดับเคล็ดวิชายุทธ์ออกเป็ห้าขอบเขต ได้แก่ ขอบเขตมนุษย์ ขอบเขตปฐี ขอบเขตนภา ขอบเขตผันแปร และขอบเขตแท้จริง
ซึ่งแต่ละขอบเขตจะแบ่งย่อยออกเป็สามระดับ ได้แก่ ขั้นสูง ขั้นกลาง และขั้นต่ำ หากฝึกฝนจนถึงขั้นสูงสุดแล้ว ก็สามารถเลื่อนระดับขึ้นไปได้อีก
ทว่าวิชาตัวเบาของไป๋อี้กลับมีระดับเพียงขอบเขตมนุษย์ขั้นสูงเท่านั้น สิ่งนี้เป็เครื่องพิสูจน์ได้ว่า วิชาตัวเบาของเขาช่างแสนจะธรรมดาเสียเหลือเกิน...