โลกิยิ้มกว้างและมองหน้าของไทม์ก่อนจะยกจานสปาเกตตี้ไปนั่งโต๊ะอื่น ผู้จัดการที่เห็นสถานการณ์ไม่สู้ดีจึงเดินเข้ามาสอบถามกับโลกิ เเต่โลกิกลับปฏิเสธที่จะตอบอะไรและบอกให้ผู้จัดการไปทำอย่างอื่นแทนเพราะตรงนี้เขาจะเคลียร์เอง โลกินั่งมองไทม์ที่กำลังนั่งเช็ดกล้องอยู่ โลกิยิ้มอ่อนๆให้กับบทสนทนาเมื่อครู่ของพวกเขา ก่อนจะตักสปาเกตตีเข้าปากอย่างอดขำไม่ได้ ไทม์ที่กำลังเช็ดกล้องอยู่เหลือบตาไปเห็นว่าโลกิกำลังขำเขาอยู่ เขาจึงลุกขึ้นจากโต๊ะและเดินเข้าไปโลกิที่โต๊ะ
"อ้าว!! นี่ผมนั่งโต๊ะประจำของคุณอีกแล้วงั้นหรอครับ"
"ป่าว..เเต่ฉันเห็นว่านายนั่งมองหน้าฉันเเล้วขำอยู่ นายขำอะไร หน้าฉันมันตลกตรงไหน ฮ้ะ!!"
"อ่อ ป่าวนิครับ ผมก็มองไปเรื่อยล่ะครับ ที่คุณเห็นผมยิ้มเพราะผมเป็คนอารมณ์ดีตลอดเวลาน่ะครับ"
"นายนี่มันกวนประสาทฉันจริงๆเลย หึ้ย!!" ไทม์ตบโต๊ะอย่างหงุดหงิดก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะของเขา โลกิลุกขึ้นและเดินไปที่เเคชเชียร์ของห้องอาหาร พร้อมกับกำชับพนักงานทุกคนไว้ว่าให้ทุกคนทำเหมือนว่าเขาเป็เเขกที่มาพักกับทางโรงแรม แล้วเดินกลับมานั่งทานข้าวต่อ ไทม์เหลือบตามองโลกิเป็ระยะก็เห๋นว่าโลกิมองหน้าเขาอยู่ คราวนี้เขาเริ่มไม่พอใจขึ้นมาแล้วเพราะโลกิมองหน้าเขาเเล้วขำออกมาตลอด ไทม์เดินเข้ามาตบโต๊ะของโลกิพร้อมกับสบถคำใส่หน้าโลกิอย่างจัง
"อยากโดนไล่ออกนักรึไงนายอ่ะ มองหน้าฉันแล้วขำแบบนี้ อนากโดนดีรึไง!!"
"อะไรของคุณอีกเนี้ย ผมก็บอกไปแล้วว่าผมไม่ได้มองคุณไง จะอะไรกับผมอีก?"
"จะเล่นใช่ไหม ได้!!..."
"คุณไทม์คะ ผู้จัดการเรียกให้คุณไปพบแล้วค่ะ" ไทม์กำลังจะสอดมือเข้ามากระชากคอเสื้อของโลกิ แต่ทว่ามีคนมาเรียกเขาไว้ซะก่อน ไทม์ชักมือกลับพร้อมกับจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่
"ฝากไว้ก่อนเถอะ วันนี้ฉันมีธุระด่วนไม่งั้นเสื้อนายเปื้อนเืไปแล้ว อย่าให้ฉันเจอหน้านายอีกนะ!!" ไทม์เดินกลับไปหยิบกล้องและกระเป๋าก่อนจะเดินตามพนักงานอีกคนออกจากห้องอาหารไป ผู้จัดการน้านอาหารรีบวิ่งเข้ามาเคลียร์ความเรียบร้อยให้ เเต่ทว่าโลกิก็ส่ายหน้าอีกทีเพื่อเน้นให้รู้ว่าเขาเคลียร์เองได้และไม่ได้เป็อะไรมาก โลกิลุกขึ้นยืนและจัดเสื้อให้เข้ารูป
"ไม่อยากเจองั้นหรอ หึหึ ไม่ทันแล้วล่ะคุณหุ้นส่วน เราต้องได้เจอหน้ากันอีกเเน่ๆ หึหึ" โลกิทานข้าวเสร็จก็รีบกลับไปที่ห้องของเขาและจัดการเปิดคอมเพื่อเช็คโปร์ไฟล์ของไทม์ทันที เพราะเขาอยากรู้ที่มาที่ไปและประวัติการทำงานของเขานั้นเอง
"โห!!ไม่เบาๆเคยได้รับรางวัลหลายประเภทเลยนะเนี้ย การทำงานรวมไปถึงโปร์ไฟล์ก็ดี ผลงานก็เยี่ยมยอด เสียอย่างเดียวปากเสียไปหน่อย หึหึ นึกออกละว่าจะทำอะไรต่อดี คุณเมย์ครับเข้ามาหาผมที่หน่อยหน่อยครับ" โลกิโทรมาบอกให้เมย์มาหาที่ห้องเพราะเขามีแผนการจะดัดหลังหุ้นส่วน มโนของเขาเเล้ว
"ช่างภาพที่ผมให้ไปจัดการเป็ไงบ้างครับ"
"เมย์จัดการให้เรียบร้อยแล้วค่ะ ตอนที่เขาได้เงินไปเขาถามเมย์ใหญ่เลยนะคะว่าเงินอะไรืเอามาจากไหน?"
"แล้วคุณได้บอกไปทำที่ผมสั่งคุณไว้รึป่าว"
"ค่ะ เมย์พูดไปตามที่คุณโลกิสั่งทุกอย่างค่ะ และเื่โปรเจคโปรโหมดโรงแรมของเราน่ะค่ะ เขาตกลงจะร่วมงานกับเราค่ะ พรุ่งนี้เขาจะเอา Referent ที่เขาเคยออกเเบไว้มาให้พิจารณาด้วยค่ะ"
"ดีมาก เดี๋ยวยังพรุ่งนี้เตรียมห้องประชุมให้ผมด้วยนะครับ"
"ได้ค่ะ เอ่ออีกเื่ค่ะคุณโลกิ ดิฉันได้รายชื่อของเลขามาแล้วนะคะ ไม่ทราบว่าคุณโลกิจะพิจารณาเลยไหมคะ"
"เื่นั้นเอาไว้ก่อนละกันครับ เพราะตอนนี้ผมยังทำงานเองได้อยู่ครับ เอาไว้ทุกอย่างมันเข้าที่เข้าทางกว่านี้แล้วผมจะพิจารณาเื่เลขาของผมละกันนะครับ"
"ได้ค่ะ งั้นเดี๋ยวเมย์จะเก็บเอกสารไว้ก่อนนะคะ เมย์ขอตัวก่อนนะคะ" โลกิกดหน้าลงต่ำมองที่จอคอมอย่างนึกแผนสนุกๆได้ โลกิหยิบกระดาษเปล่าพร้อมปากกามาและวาดเเผนซุ้ม และโครงงานทั้งหมดไว้ เพราะเขาก็เคยเรียนออกเเบมาบ้างจึงพอจะออกแบบเค้าโครงต่างได้ เขาวาดไปหัวเราะไป เพราะตอนนี้ในหัวของเขามันมีเเต่เื่สนุกที่เขาอยากจะแกล้งหุ้นส่วน มโนของเขาเต็มไปหมด
"พรุ่งนี้เเล้วสินะ.หึหึ เเล้วเจอกันนะครับ คุณหุ้นส่วน มโน555" โลกินำแผ่นที่เขาวาดรูปหน้ายักไปแปะทับหน้าของไทม์บนจอคอมและนั่งขำโดยไม่ทราบสาเหตุ จนตัวเขาเองก็ควบคุมตัวเองไม่ได้เขาชักจะอดทนรอให้ถึงพรุ่งนี้ไม่ไหวซะแล้ว
"อยากเห็นหน้าตอนที่นายรู้ว่าฉันเป็ใครจริงๆเลย มันต้องสนุกมากเเน่ๆถ้าฉันได้ทำงานร่วมกับนาย555 บางทีการได้ทำอะไรที่ไม่เคยทำแบบนี้มันก็สนุกดีเหมือนกันนะ หวังว่านายจะไม่ลุกมาต่อยฉันหรอกนะ555 นายไทม์ หุ้นส่วน มโน555" โลกิวาดรูปหน้าล้อเลียนหน้าของไทม์หลายเเผ่นและเอามาติดไว้ที่โต๊ะของเขา เวลานี้โลกิเริ่มมีรอยยิ้มขึ้นมาบ้างเเล้ว หรือว่าเขาเริ่มจะปลงเื่ของอิคคิวได้แล้ว โลกิรู้สึกแปลกใจในตัวเองที่จู่ๆเขาก็อารมณ์ดีขึ้นมาแปลกๆ เสียงมือถือดังขึ้นพร้อมกับเบอร์ที่โชว์คือเบอร์ของวสัน พ่อของเขานั่นเอง
"ครับพ่อ ว่าไงครับ?"
"(น้ำเสียงลูกดูสดใสขึ้นนะโลกิ มีอะไรจะเล่าให้พ่อฟังไหมล่ะ)"
"555พ่อนี่รู้ทันผมจริงไเลย พอดีวันนี้มีคนมาแอบอ้างว่าเป็เพื่อนสนิทกับเ้าของโรงเเรมน่ะครับ ผมก็เลยอดขำไม่ได้"
"(เฮ้ย!! เป็ไปได้ไง หรือว่าจะเป็วสิน เเต่วสินมันไปเวียดนามนี่นา ใครกันล่ะนั่น)"
"ไม่ใช่คุณอาวสินหรอกครับ คนที่เขามาแอบอ้างอายุยังไม่ถึง 30 เลยครับพ่อ เขาเป็ช่างภาพฟรีเเลนซ์น่ะครับ"
"(แล้วเขาทำแบบนั้นได้ไงน่ะ..เเจ้งตำรวจจับมันไปเลย เดี๋ยวโรงเเรมมีปัญหานะลูก)"
"ไม่ต้องหรอกครับพ่อ เพราะผมมีวิธีจัดการกับเพื่อนสนิทของผมแล้วล่ะครับ"
"(อ้าว!! นี่ตกลงไอ้เด็กนั่นมันเป็เพื่อนกับลูกด้วยหรอก ลูกไม่เคยไปที่นั่นเลย แล้วจะมีเพื่อสนิทที่นั่นได้ไงล่ะลูก พ่อว่ามันแปลกๆแล้วนะ)"
"ครับ เค้าบอกว่าเขาเป็เพื่อนสนิทกับเ้าของโรงแรมด้วยครับพ่อ555 พ่อไม่ต้องห่วงนะครับ ผมว่าผมเอาอยู่ และผมรับรองจะไม่ทำให้โรงแรมเสียหายแน่นอนครับ"
"(อืม ยังไงพ่อฝากด้วยละกัน เดี๋ยวพ่อไปโรงงานก่อนช่ววนี้โรงงานเราเริ่มทำคู่ค้ากับต่างประเทศมากขึ้น ฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นถึง 40% เเน่ะ)"
"งั้นหรอครับ ผมดีใจด้วยนะครับพ่อ ในที่สุดลีโอมันก็พึ่งพาได้แล้วนะครับ พ่อสบายใจได้แล้วนะ"
"พ่อน่ะสบายใจแล้ว เหลือเเต่ลูกนั่นเเหละรีบสบายใจเร็วๆละกัน พ่อไปละนะ" คำพูดของวสันวิ่งเข้ามาชนที่กลางใจของโลกิอีกครั้ง มันทำให้เขานึกถึงใบหน้าของอิคคิวขึ้นมาอีกแล้ว จากใบหน้าที่มีเเต่รอยยิ้มกลับเปลี่ยนมาเป็นั่งหน้าเศร้า คอตกไม่พูดไม่จาอะไร วอลเปเปอร์ที่หน้าจอมือถือมันทำให้โลกิน้ำตาคลอขึ้นมาอีกครั้ง เพราะในที่สุดแล้วใจเขามันก็ยังนึกถึงอิคคิวอยู่ตลอด ภายในโลกที่ดูมืดมิดของโลกิจะมีใครมาช่วยเขาเปิดไฟให้มันสว่างขึ้นได้บ้าง ติดตามต่อใน Ep. หน้านะคะ