ตอนที่ 5: เนตรอินทรีและงานอดิเรกที่เลิกไม่ได้
บนเนินเขาลาดชันของหุบเขามังกรหัก ร่างของ 'จางเฟย' นายกองพันธนูมือฉมังแห่งแคว้นจ้าว ยังคงถูกตรึงติดกับต้นไม้ใหญ่ด้วยหอกเหล็กของลี่หยาง เลือดสีแดงฉานไหลย้อมชุดเกราะเกล็ดปลาจนชุ่ม
ลี่หยางเดินฝ่าดงทหารที่กำลังยืนมองเขาด้วยสายตาตื่นตะลึง เข้าไปหยุดยืนอยู่หน้าศพ เขาสูดลมหายใจเข้าลึก... กลิ่นอายของยอดฝีมือช่างหอมหวาน
"เจ้าตายอย่างสมศักดิ์ศรีแล้ว" ลี่หยางแสร้งพูดพึมพำเพื่อกลบเกลื่อน ก่อนจะเอื้อมมือไปจับที่ด้ามหอก ทำทีว่าจะดึงอาวุธกลับคืนมา แต่นิ้วโป้งของเขากดแนบลงไปบนท่อนแขนของจางเฟยอย่างแนบเนียน
ติ๊ง!
เสียงสวรรค์ที่ลี่หยางรอคอยดังขึ้นในหัว
[สัมผัสศพนายกองพันธนูจ้าว (ระดับเชี่ยวชาญ): ได้รับความแม่นยำ +40] [ได้รับจิตวิญญาณ +25] [ได้รับทักษะพิเศษ: วิชาเกาทัณฑ์ร้อยก้าว (ขั้นสูง)] [ได้รับขีดจำกัดสายเลือด: เนตรอินทรี (มองเห็นระยะไกล 10 ลี้, จับการเคลื่อนไหวช้าลง)] [ดรอปไอเทม: คันธนูเขาแกะทมิฬ (ระดับเงิน)]
ความรู้สึกเย็นวาบแล่นปราดเข้าสู่ดวงตาทั้งสองข้างของลี่หยาง โลกที่เคยเห็นเหมือนปกติพลันคมชัดขึ้นในระดับความละเอียดที่น่าตกใจ เขาสามารถมองเห็นแม้กระทั่งลายปีกของแมลงวันหัวเขียวที่เกาะอยู่บนใบไม้ห่างออกไปร้อยก้าวได้อย่างชัดเจน!
'นี่มัน... สุดยอด!' ลี่หยางแทบจะกั้นยิ้มไว้ไม่อยู่ 'เนตรอินทรีบวกกับวิชาเกาทัณฑ์... นี่ข้าเพิ่งเปลี่ยนคลาสจากนักดาบเป็นสไนเปอร์งั้นรึ?'
เขากระชากหอกออกมาจากศพ เลือดสาดกระเซ็นเล็กน้อย ก่อนจะหันหลังกลับมาเผชิญหน้ากับเหล่าทหารพยัคฆ์ทมิฬ
"จบงานแล้ว" ลี่หยางกล่าวสั้นๆ
"จบงานบ้าอะไรของเจ้า!" กัวเหมิงเดินเข้ามา ตบหลังลี่หยางดังป้าบ "เจ้าเพิ่งฆ่านายกองพันธนูที่น่ารำคาญที่สุดของทัพจ้าวได้! นี่มันผลงานระดับปาฏิหาริย์!"
กัวเหมิงมองลี่หยางด้วยสายตาที่เป็นประกายระยิบระยับยิ่งกว่ามองสาวงาม "ข้าดูคนไม่ผิดจริงๆ! ไอ้หนู... เจ้ามันเกิดมาเพื่อเป็นเครื่องจักรสังหาร!"
ลี่หยางยิ้มแห้งๆ ภายใต้ผ้าปิดหน้า 'ข้าเกิดมาเพื่อเป็นชาวนาที่แข็งแกร่งที่สุดต่างหากเล่า...'
...
การรบที่หุบเขามังกรหักจบลงด้วยชัยชนะอย่างเด็ดขาดของทัพเยี่ยน เมื่อกองพันธนูบนยอดเขาถูกทำลาย ทัพหลักของหวังเปินก็เคลื่อนพลผ่านช่องแคบได้อย่างสะดวกโยธิน บดขยี้ทหารจ้าวที่เหลือรอดจนแตกพ่าย
บ่ายคล้อย แสงแดดเริ่มอ่อนแสงลง เหล่าทหารหน่วยพยัคฆ์ทมิฬต่างพากันนั่งพักผ่อน ดื่มน้ำ และพันแผล บ้างก็คุยโวถึงวีรกรรมในสนามรบเมื่อครู่
แต่มีคนหนึ่งที่ไม่อยู่เฉย
"เฮ้ย... นั่นลี่หยางทำอะไรของมันอีกแล้ว?" ทหารคนหนึ่งชี้มือไปที่ลานกว้างกลางหุบเขา
ภาพที่เห็นคือ วีรบุรุษผู้ปาหอกสังหารแม่ทัพ กำลังเดินก้มๆ เงยๆ อยู่ท่ามกลางกองซากศพของทหารจ้าวนับพัน เขายกศพนี้ วางศพนั้น จัดท่าทางให้เรียบร้อย แล้วก็... แตะ
"เขา... กำลังช่วยหน่วยพลาธิการเก็บศพ?"
กัวเหมิงที่กำลังนั่งแทะขาไก่อยู่ถึงกับอ้าปากค้าง "มันบ้าไปแล้วหรือไง? มันเป็นถึงระดับซ่างจ้าว เป็นยอดฝีมือหน่วยทะลวงฟัน ทำไมต้องลดตัวไปทำงานกรรมกรแบบนั้น?"
กัวเหมิงทนไม่ไหว ลุกขึ้นเดินเข้าไปหาลี่หยาง "ลี่หยาง! เจ้าทำบ้าอะไร? มาพักผ่อนเดี๋ยวนี้! ประเดี๋ยวแม่ทัพหวังเปินจะเรียกตัวเจ้าไปพบ เจ้าจะไปสภาพเปื้อนเลือดศพแบบนี้ไม่ได้!"
ลี่หยางเงยหน้าขึ้น เหงื่อไหลซึมผ้าปิดหน้า แต่ดวงตาฉายแววมีความสุขแปลกๆ "หัวหน้ากัว... ข้าเคยเป็นเด็กเก็บศพมาก่อน มันเป็นความเคยชินน่ะขอรับ อีกอย่าง... การได้สัมผัส... เอ้ย การได้จัดการศพพวกนี้ เป็นการแสดงความเคารพต่อคู่ต่อสู้ และเป็นการฝึกจิตใจให้สงบด้วย"
กัวเหมิงขมวดคิ้ว ตรรกะประหลาดๆ นี้เขาเข้าไม่ถึง แต่เมื่อเห็นแววตามุ่งมั่นของลี่หยาง เขาก็ได้แต่ถอนหายใจ "เจ้ามัน... คนประหลาดจริงๆ เอาเถอะ ตามใจเจ้า แต่อย่าหักโหมนักล่ะ"
พอกัวเหมิงเดินจากไป ลี่หยางก็ลอบยิ้ม 'ฝึกจิตใจบ้าบออะไรกัน... นี่มันขุมทรัพย์ EXP ชัดๆ!'
[ได้รับพละกำลัง +0.5] [ได้รับความเร็ว +0.8] [ได้รับวิชาดาบพื้นฐาน] [ได้รับ...]
เสียงแจ้งเตือนดังรัวๆ ในหัวเหมือนเสียงเหรียญหล่นจากเครื่องสล็อตแมชชีน แม้ค่าสถานะจากทหารเลวจะไม่เยอะเท่าแม่ทัพ แต่ปริมาณศพที่นี่มีเป็นพัน! ปริมาณย่อมชดเชยคุณภาพ!
...
ตกดึก คืนนั้น
ลี่หยางถูกเรียกตัวไปรับรางวัลตามคาด แม่ทัพหวังเปินชื่นชมเขาอย่างมาก และมอบม้าศึกชั้นดีให้หนึ่งตัว พร้อมกับเลื่อนตำแหน่งให้เขาเป็น 'นายกองร้อย' (คุมทหาร 100 นาย) ภายใต้สังกัดของกัวเหมิงอีกที
แต่สิ่งที่ลี่หยางสนใจที่สุด ไม่ใช่ยศถาบรรดาศักดิ์ แต่เป็นสิ่งที่อยู่ใน 'มิติเก็บของ' ของเขา
เขาหลบออกมาที่ชายป่าทึบห่างจากค่ายพักแรม เพื่อทดลองของเล่นใหม่
มือเรียวยาวเรียก 'คันธนูเขาแกะทมิฬ' ออกมา มันเป็นคันธนูสีดำด้าน ทำจากเขาแกะภูเขาพันปี มีน้ำหนักมากกว่าธนูทั่วไปสามเท่า สายธนูทำจากเส้นเอ็นสัตว์อสูร เหนียวจนคนธรรมดาไม่มีทางง้างออก
แต่สำหรับลี่หยางที่มี [พละกำลัง: 350+] (เพิ่มขึ้นจากการเก็บศพเมื่อบ่าย) เขาง้างสายธนูจนสุดแขนได้อย่างง่ายดาย
"ลองดูหน่อยซิ... เนตรอินทรี"
ดวงตาของลี่หยางวาวโรจน์เป็นสีทองจางๆ ในความมืด ภาพป่าดงดิบยามค่ำคืนที่มืดมิด พลันสว่างวาบขึ้นในสายตาเขา เขามองเห็นนกฮูกที่เกาะอยู่บนยอดไม้ห่างไป 500 เมตร... มองเห็นหนูนาที่วิ่งอยู่ในพงหญ้า... และมองเห็น...
"หือ?"
ลี่หยางชะงัก สายตาของเขาจับจ้องไปที่พุ่มไม้หนาทึบ ห่างจากค่ายทหารไปทางทิศเหนือประมาณ 300 เมตร คนชุดดำสามคน กำลังหมอบคลานเข้ามาอย่างเงียบเชียบ การเคลื่อนไหวของพวกเขาเบาหวิวไร้เสียง กลมกลืนไปกับความมืด แต่ไม่อาจรอดพ้นสายตาจับความร้อนและการเคลื่อนไหวของเนตรอินทรีไปได้
"หน่วยลอบสังหาร?" ลี่หยางหรี่ตา "ดูจากทิศทาง... พวกมันกำลังมุ่งหน้าไปที่กระโจมของแม่ทัพหวังเปิน"
ใจหนึ่งเขาอยากจะทำเมินเฉย แล้วกลับไปนอน แต่อีกใจหนึ่ง... 'นักฆ่าพวกนี้ต้องเป็นระดับยอดฝีมือแน่ๆ... ค่าสถานะต้องงามหยด...'
ความโลภครอบงำความขี้เกียจอีกครั้ง
ลี่หยางหยิบลูกธนูธรรมดาขึ้นมาพาดสาย ระยะ 300 เมตร... กลางคืน... ลมพัดแรง... สำหรับคนอื่นคือนรก แต่สำหรับผู้มีทักษะ 'เกาทัณฑ์ร้อยก้าว' และ 'เนตรอินทรี'... มันคือเป้านิ่ง
เขาสูดลมหายใจเข้า ล็อคเป้าไปที่หัวหน้ากลุ่มนักฆ่า นิ้วมือปล่อยสายธนู
ผึง!
ลูกธนูแหวกอากาศไร้เสียง ในวินาทีถัดมา เสียง ฉึก เบาๆ ก็ดังขึ้นที่พุ่มไม้นั้น ร่างของนักฆ่าคนหน้าสุดกระตุกวูบ ล้มลงโดยไม่ทันได้ส่งเสียงร้อง ลูกธนูปักทะลุขมับอย่างแม่นยำ
อีกสองคนที่เหลือชะงักทันที พวกเขามองซ้ายมองขวาด้วยความตื่นตระหนก ไม่รู้ว่าความตายมาจากทิศทางไหน
ผึง! ผึง!
ลี่หยางยิงต่อเนื่องอีกสองดอกแทบจะพร้อมกัน ลูกธนูสองดอกพุ่งโค้งอ้อมต้นไม้ เข้าปักที่ลำคอของนักฆ่าทั้งสองคนอย่างแม่นยำราวกับจับวาง
สามศพ... ในเวลาไม่ถึงสามลมหายใจ
ลี่หยางลดคันธนูลง เป่าปากเบาๆ "ง่ายกว่าที่คิด... เอาล่ะ ได้เวลาไปเก็บเกี่ยวผลผลิตรอบดึก"
เขารีบวิ่งหายไปในความมืด มุ่งหน้าสู่พุ่มไม้นั้นอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการกู้ชาติ หรือปกป้องแม่ทัพ... เหตุผลเหล่านั้นเป็นเรื่องรอง เรื่องหลักคือ... คืนนี้เขาจะได้สกิล 'ลอบสังหาร' ติดมือกลับไปนอนกอดแน่นอน!