ท่ามกลางแสงแดดที่ส่องกระทบทุ่งข้าวสีเขียวอ่อนกลิ่นของดินและใบหญ้าลอยจางๆ ตามลม เพิ่มความสดชื่น ช่วยบรรเทาความร้อนให้ชาวบ้านที่นั่งพักจากการทำงานตลอด่เช้า หลายคนจับกลุ่มนั่งสนทนากันอย่างสนุกสนานเพื่อคลายความเหนื่อยล้า แต่ไม่นานก็มีชายคนหนึ่งสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติหมอกสีดำปรากฏขึ้น แพร่ขยายออกมาจากป่าที่อยู่ไม่ห่างนักมันค่อยๆกระจายตัวเคลื่อนมายังหมู่บ้านทุกคนหยุดสิ่งที่ทำแล้วมองไปยังหมอกนั้นอย่างสงสัย เมื่อภาพด้านในชัดเจนขึ้นชายคนเดิมทำสีหน้าหวาดกลัวพร้อมชี้ไปยังสิ่งที่เห็น ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเทา
“ก็อบลินนี่นา”
ชาวบ้านคนอื่นๆ ในกลุ่ม เริ่มสังเกตเห็นว่าท่ามกลางหมอกสีดำมีฝูงก็อบลินนับสิบ มันไม่มีเพียงแค่นั้นยังมีมอนสเตอร์ชนิดอื่นปะปนอยู่ด้วย ออร์คตัวใหญ่สีเขียวไวท์แฟงหมาป่าสีเทาดวงตาสีแดงฉาน หรือแม้แต่กระทิงเขาเหล็กเมทัลฮอร์นเมื่อตั้งสติได้ ชาวบ้านเริ่มวิ่งวุ่นคว้าข้าวของของตัวเองที่พอฉวยได้ต่างคนต่างวิ่งกลับไปที่หมู่บ้านกันอย่างไม่คิดชีวิต
“มอนสเตอร์บุก!!! พวกมันกำลังตรงมาทางนี้”
ชาวบ้านที่วิ่งกลับถึงหมู่บ้านคนแรก ะโเสียงดัง เมื่อเข้าใกล้ประตู หน่วยพิทักษ์หมู่บ้านที่เฝ้าระวังอยู่้าแท่นสูงข้างประตูเห็นดังนั้นจึงรีบลั่นระฆังเตือนภัยและเมื่อคนสุดท้ายวิ่งมาถึงประตูทางเข้าหมู่บ้านที่สร้างจากท่อนไม้ขนาดใหญ่ถูกปิดลงทันทีเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการบุกรุกที่กะทันหันจำนวนของพวกมอนสเตอร์เยอะกว่าปกติที่เจอตามธรรมชาติแต่ที่น่าแปลกไปกว่านั้นคือการที่พวกมันจะรวมกลุ่มต่างสายพันธุ์แบบที่ไม่มีใครเคยเจอ
“เก๊ง!!! เก๊งงง!!! เก๊ง!!!!!”เสียงระฆังเตือนภัยดังระงมไปทั่วหมู่บ้าน
“พวกผู้ชายมาช่วยกันเร็ว ผู้หญิง เด็กกับคนแก่ไปรวมกันที่หอประชุม”เสียงะโ้าจากหอรักษาการณ์สั่งให้ชาวบ้านเตรียมพร้อม
ผู้ชายที่พอจะสู้ได้ก็คว้าอาวุธเตรียมตัวถึงแม้ว่าสิ่งที่ดีที่สุดของพวกเขา คือ ธนูล่าสัตว์ เคียวเกี่ยวข้าว หรือแม้แต่จอบ ผู้หญิงคนแก่ รวมถึงเด็กน้อย ต่างเข้าไปหลบ ในหอประชุมของหมู่บ้านกันอย่างเร่งรีบคนที่คว้าธนูได้รีบปีนขึ้นขอบกำแพงเพื่อหามุมโจมตีที่สามารถทำได้
เมื่อหมอกสีดำเข้ามาใกล้ ชาวบ้านที่อยู่บนกำแพงก็ช่วยกันยิงธนูใส่มอนสเตอร์ทันที เมื่อพวกมันเข้ามาใกล้พวกเขาไม่ได้คิดว่าจะสามารถสังหารพวกมันได้เพียงแต่อยากจะทำให้มันใกลัวและกลับไป
“ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว” เสียงลูกธนูแหวกลมพุ่งเข้าใส่พวกมันบางดอกปักเข้าที่ตัวของพวกมันบางดอกปักลงพื้นอย่างไร้ประโยชน์ลูกธนูเ่าั้นอกจากจะไม่สามารถทำให้พวกมันถอยกลับไปได้ยิ่งทำให้ฝูงมอนสเตอร์เพิ่มความโกรธ เสียงคำรามของพวกมันดังมากขึ้นการโจมตีนั้นยิ่งทำให้พวกมันวิ่งเข้าหาเร็วขึ้น
“ตู้ม!! โครม!! โครม!!” เสียงดังสนั่น เมื่อก็อบลินและออร์ครวมถึงเมทัลฮอร์นเริ่มทุบทำลายประตูและกำแพง ออร์คตัวใหญ่ฟาดกระบองไม้ในมือใส่ประตูทุกครั้งที่ฟาดลง ประตูไม้สั่นะเืจนคนที่อยู่้าเสียหลักแทบยืนไม่อยู่เมทัลฮอร์นใช้เขาเหล็กของมันผลัดกันพุ่งชนรั้วและกำแพงจนเสียงดังสนั่นไม่นานนักประตูหมู่บ้านก็ถูกทำลาย เหล่ามอนสเตอร์เริ่มทยอยเข้ามาในหมู่บ้าน ไล่ทำร้ายชาวบ้านถึงแม้ว่าพวกเขาบางคนจะพยายามสู้ถึงที่สุด แต่ด้วยจำนวนและความแข็งแกร่งของพวกมันจากการต่อสู้ก็กลายเป็การวิ่งเอาตัวรอด
“อ๊าก!!! ช่วยด้วย!! ช่วยด้วย...”เสียงต่อสู้เปลี่ยนเป็เสียงกรีดร้องและขอความช่วยเหลือ หลายคนวิ่งหนีไปซ่อนแต่ก็ไม่สามารถรอดพ้นการดมกลิ่นจากจมูกของไวท์แฟงได้ ชาวบ้านที่หนีไม่พ้นถูกโจมตีจนล้มลงกองกับพื้นคนที่พอจะหนีรอดได้ก็วิ่งหนีด้วยความหวาดกลัวอย่างไม่คิดชีวิตทิ้งข้าวของทุกอย่างเอาไว้ข้างหลัง
จนสุดท้ายเหลือเพียงกลิ่นคาวเืเสียงคำรามของมอนสเตอร์ดังทั่วทั้งหมู่บ้าน หมอกดำขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆปกคลุมทั้งหมู่บ้านและยังไม่มีท่าทีจะหยุดยั้ง และมันยังคงขยายตัวต่อไป