บทที่ 9
แววขมวดมุ่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าของลาร่า เสียงที่ดังมาจากอีกฟากหนึ่งของแนวเนินนั้นไม่ใช่เสียงกระดึงอย่างที่เคยได้ยิน แต่เป็นเสียงเครื่องยนต์รถแทรกเตอร์ ลาร่าแทบจะไม่เชื่อหูตัวเองเลย รีบชักม้าให้มันไปตามความยาวของแนวร่องบังคับให้มันออกเดินช้าๆ ด้วยการกระเดาะปากขณะที่เธอพันชอบแนวเนินเล็กๆ ขึ้นไป ก็ได้เห็นรถแทรกเตอร์พร้อมพานไถที่เคลื่อนตัวมุ่งไปช้างหน้าด้วยพลังเครื่องยนต์ที่สม่ำเสมอ เธอจำคนขับได้จึงร้องเรียกออกไปด้วยความอยากรู้ว่าทำไมคาโต้จึงไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่เขาไม่ได้ยินเพราะเสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มอยู่พื้นดินที่ไม่ราบเรียบทำให้ยากที่จะขี่ม้าเข้าไป ลาร่าจึงลัดเลาะไปตามส่วนที่ยังมิได้ยกร่อง เมื่อเลยรถแทรกเตอร์ขึ้นไปเธอจึงบังคับม้าให้ตัดหน้าขวางทางรถแทรกเตอร์ไว้ เจ้าม้าดูจะไม่ชอบใจในเสียงหนวกหูของเครื่องยนต์นัก ส่ายหัวไปมาราวจะประท้วง เมื่อลาร่าบังคับให้มันเดินตรงเข้าไป"คาโต้ล่ะ ไปไหน?" ลารำตะโกนถามคนขับเขายกมือขึ้นป้องหู สีหน้าบอกความไม่เข้าใจ ทำริมฝีปากถามว่าอะไร? ลาร่าเม้มปากอย่างไม่พอใจ ทำสัญญาณให้คนขับที่ชื่อจอห์น พอร์เตอร์ดับเครื่องลงเสียก่อน ซึ่งเมื่อเขาทำตาม ความเงียบก็เข้าปกคลุมบริเวณนั้นไว้"นี่เรื่องอะไรหรือครับ คุณลาร่า?" เขาถาม รอยยิ้มฉาบอยู่บนริมฝีปาก"คาโต้หายไปไหนล่ะ จอห์น?" ลาร่าทวนคำถามเดิม "ทำไมแกถึงได้มาไถแทนเขา?""คำสั่งของแมคเควดครับ" จอห์นยักไหล่ เบือนหน้าถ่มเศษยาเส้นออกจากปาก“อ้าว...แล้วแกไม่ได้บอกให้เขารู้หรอกหรือว่า คาโต้ต้องเป็นคนไถไร่?”"ผมบอกแล้ว" อาการส่ายศีรษะของคนขับแทรกเตอร์คล้ายจะบอกว่ามันมิได้มีประโยชน์อะไรขึ้นมาเลย "แต่ดูเหมือนเขาจะไม่สนใจหรอกครับว่าแต่ก่อนเราเคยทำกันมาอย่างไร"ลาร่าต้องสะกดกลั้นโทสะไว้อย่างยากยิ่ง"ถ้างั้นฉันจะพูดกับเขาเอง" เธอพูดด้วยเสียงเด็ดขาด "เอาละ จอห์น ตอนนี้แกขับแทรกเตอร์ไปเข้าโรงได้แล้ว คาโต้จะต้องเป็นคนไถไร่นี่"ความไม่แน่ใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคนงานผู้นั้นทันที"แมคเควดเป็นคนออกคำสั่งให้ผมไถไร่นะครับคุณ" เขาเถียงเสียงอ่อย "คุณพ่อของคุณก็ได้พูดไว้อย่างชัดเจนแล้วว่าแมคเควดเป็นผู้ออกคำสั่งเกี่ยวกับงานในไร่ทั้งหมด พวกเราทุกคนจะรับคำสั่งจากใครไม่ได้เป็นอันขาด เเม้แต่จากคุณพ่อของคุณก็ตามที่เถอะ แล้วมันก็หมายถึงงานผมด้วย เมียผมกำลังจะคลอดลูกอยู่อีกสองเดือนนี้แล้ว ผมไม่กล้าเสี่ยงให้แมคเควดมาใช้ผมเป็นตัวอย่างสำหรับคนที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเขาหรอกครับ คุณคงเข้าใจใช่ไหมครับ คุณลาร่า?'"เข้าใจสิ" สำเนียงตอบรับนั้นออกจะห้วนด้วยความไม่พอใจ ขณะเดียวกันลาร่าก็ใช้ความคิดอย่างรีบเร่ง เพื่อที่จะหาวิธีให้ได้ผลสรุปออกมาตามคำสั่งของเธอ "ถ้างั้นเอากุญแจรถมาให้ฉันก็แล้วกัน จอห์น" เธอสูดลมหายใจลึก "บอกแมคเควดว่า"ฉันเป็นคนบังคับเอากุญแจคืน วิธีนี้เขาก็จะเห็นได้ว่าฉันเป็นคนที่จะต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว จะมาลงโทษแกไม่ได้หรอก""เอ้อ..." จอห์น พอร์เตอร์อึดอัดใจยิ่งนัก "ก็ได้ครับ ถ้าคุณคิดว่ามันจะได้ผล"ลาร่าลงจากหลังม้าขณะที่จอห์นถอดกุญแจรถ เหวี่ยงตัวเองลงจากที่นั่งคนชับ และยื่นกุญแจให้เธออย่างไม่เต็มใจเลย"ผมว่า แมคเควดจะต้องไม่พอใจแน่" เขาสั่นศีรษะ "คุณก็รู้ใช่ไหมครับ?""เถอะน่า ฉันจัดการกับแมคเควดได้" ลาร่าพูดอย่างมั่นใจคิ้วของจอห์น พอร์เตอร์เลิกขึ้นราวกับจะไม่มั่นใจเลยว่าลาร่าจะรู้หรือเปล่าว่าตัวเองพูดอะไรออกมา เขาเบนสายตาไปมองรถแทรกเตอร์กับพานไถ"ถ้างั้นผมก็ควรจะกลับได้แล้ว" เขาพูดพร้อมกับถอนหายใจออกมา"ฉันจะเดินไปด้วย" ลาร่าหันกลับไปดึงสายบังเหียนจูงม้าให้เดินตามขณะที่ตัวเองเดินเคียงข้างเขาไป "เพราะฉันอยากจะพบแมคเควดอยู่ จะได้พูดกับเขาเรื่องคาโต้เสียเลย"คนงานผู้นั้นไม่ได้เอ่ยปากออกความเห็นใดๆ ขณะที่เดินนำไปตามแนวคันดินที่ยกร่องขึ้นไว้ ตรงไปยังรั้วที่กั้นอาณาเขตกับแนวถนน กลับล้วงมือลงไปในกระเป๋าเสื้อหยิบถุงเล็กๆ ที่ใส่ยาเส้นสำหรับเคี้ยวและเปิดออก หยิบก้อนยาเส้นใส่ปาก ก่อนที่จะเก็บถุงนั้นเข้ากระเป๋า"เขาจะอยู่ที่บริเวณโรงงานหรือเปล่า?" เธอถามทำลายบรรยากาศที่น่าอึดอัดใจขึ้น“ก็อาจจะอยู่หรือไม่ก็ออกไปตรวจไร่ครับ เพราะตอนนี้เขาเพิ่งเพาะเมล็ดลงใหม่บนที่ดินที่เก็บเกี่ยวหมดแล้วตั้งแต่ฤดูหนาวปีกลาย อาจอยู่ที่นั่นก็ได้" จอห์น พอร์เตอร์ตอบลาร่าเม้มปากสนิทตกอยู่ในอาการเงียบขรึม เพียงแค่คิดไปถึงว่า แรนส์ แมคเควด ละเลยต่อประเพณีอันมีค่าต่อแผ่นดินของอเล็กซานเดอร์แห่งนี้ก็ทำให้ร้อนรุ่มไปทั้งกายใจอยู่แล้ว เธอบอกกับตัวเองว่าจะต้องเผชิญกับสถานการณ์นี้ด้วยความสุขุมใจเย็นที่สุด แต่ก็ออกจะเป็นการยากอยู่ที่จะมิให้เธอแสดงความไม่พอใจผู้ชายคนนี้ออกมา โดยเฉพาะเมื่อเขาเป็นบุคคลประเภทที่ไม่ใจดีพอที่จะรับฟังคำสั่งจากผู้หญิงเสียด้วย เพราะฉะนั้น ถ้าต้องการความสำเร็จ เธอก็จำเป็นจะต้องใช้วิธีการพูดอยู่มากทั้งเธอและจอห์น พอร์เตอร์ เดินไปจนเกือบจะมาถึงแนวรัวอยู่แล้วตอนที่รถปิคอัพคันหนึ่งปรากฏขึ้นบนเส้นทางโรยกรวดฝุ่นละอองลอยตัวตามหลังมาเป็นก้อน ปีคอัพคันนั้นชะลอความเร็วลง เสียงยางครูดอยู่กับพื้นถนน ก่อนที่จะเลี้ยวเข้ามาในบริเวณไร่ผลไม้ และหยุดลงตรงหน้าประตูจอห์น พอร์เตอร์ตวัดสายตามองลาร่าอย่างเคร่งขรึม"คุณคงไม่ต้องเที่ยวตามหาแมคเควดแล้วละครับ"ลึกลงไปในใจ ลาร่าอยากจะให้การเผชิญหน้ากันในครั้งนี้ยืดเวลาออกไปบ้างไปบ้าง อย่างน้อยเธอควรจะได้มีโอกาสสรรหาคำพูดไว้สำหรับการเจรจากับเขา แต่ขณะนี้ ประตูรถด้านคนขับได้เปิดออก และกระแทกปิดกลับ แสงอาทิตย์ส่องต้องเรือนผมสีน้ำตาลเข้มของแรนส์ แมคเควดเป็นประกาย ขณะที่เขาเดินอ้อมรถผ่านประตูไร่เข้ามาเขาตวัดสายตามองไปทางลารำแวบหนึ่ง ก่อนที่จะหันมาจ้องหน้าจอห์น พอร์เตอร์"แทรกเตอร์เสียงั้นหรือ?"เมื่อมาอยู่ในที่โล่งเช่นนี้ เรือนร่างของเขาดูสูงสะโอดสะองขึ้นกว่าเดิม สีหน้าบอกความเอางานเอาการกว่าที่ลาร่าเคยเห็นมาจากทุกครั้งที่เขาเข้าไปในบ้าน ทำทางของแมคเควดยามนี้เป็นผู้ชายที่คนงานจะต้องให้ความเคารพทีเดียวและเธอก็เข้าใจแล้วว่าทำไมจอห์น พอร์เตอร์จึงไม่ได้เต็มใจเลยที่จะขัดคำสั่งเขา แต่ลาร่าตัดสินใจเสียแล้ว"ก็ไม่เชิงหรอกครับ" จอห์น พอร์เตอร์ขยับตัวกระสับกระส่ายขณะที่พยายามจะตอบคำถามของหัวหน้าที่ตั้งขึ้น เขาอึ้งไปเป็นครู่ ยาเส้นสีเหลืองๆ ลงบนพื้นดินที่ถากไถแล้ว "คุณก็คงเห็น...."เขาเบือนไปทางลาร่าคล้ายจะให้ช่วยพูดซึ่งอาการเช่นนั้นทำให้ดวงตาสีน้ำตาลของแรนส์ แมคเควดหรี่ลงอย่างใช้ความคิดทันที แต่ยังไม่ละสายตาจากใบหน้าของ จอห์น พอร์เตอร์"ฉันคิดว่ามันมีเรื่องเข้าใจผิดกันนิดหน่อยค่ะ คุณแมคเควด" ลาร่าสอดขึ้น และทันใดดวงตาที่คมปลาบดุดันก็หันมามอง เธอกำกุญแจรถแทรกเตอร์ไว้แน่น "แต่ฉันก็พอจะเข้าใจอยู่หรอกว่าทำไมมันจึงได้เกิดขึ้น ทั้งนี้เพราะว่าคุณไม่ได้อยู่ที่นี่มานานพอที่จะรู้ถึงวิธีปฏิบัติงานของเรา""อ๋อ...เรื่องนี้มันคงเกี่ยวกับตาแก่ที่ซื้อคาโต้กับลาของแกนั่นใช่ไหม?" น้ำเสียงต่ำๆ ที่ตั้งคำถามขึ้นนั้นเหมือนจะบอกลางร้าย"ใช่ค่ะ" รอยยิ้มกระด้าง จุดขึ้นบนริมฝีปาก "มันเป็นธรรมเนียมอย่างหนึ่งที่แกจะต้องไถไร่ของอเล็กซานเดอร์ พ่อของฉันพูดย้ำมาหลายครั้งหลายหนแล้วว่าคาโต้จะต้องทำงานในหน้าที่ต่อไปให้นานที่สุดตราบเท่าที่แกมีชีวิตอยู่ การถอดแกออกจากงานในหน้าที่เท่ากับทำลายศักดิ์ศรีทำลายความภาคภูมิใจของแก และมันคงจะไม่ใช่วิธีการตอบแทนบุญคุณที่แกรับใช้เรามาด้วยความจงรักภักดีอย่างแน่นอนที่สุด"