รุ่งสางที่มาพร้อมกับเสียงระฆังเตือนภัยดังกังวานไปทั่วสำนักเมฆาเขียว ไม่ใช่ระฆังเรียกฝึกซ้อมทั่วไป แต่มันคือ "ระฆังเตือนภัยโลหิต" ที่จะดังขึ้นเฉพาะยามที่มีภัยคุกคามร้ายแรงหรือการสูญเสียสมบัติล้ำค่าของสำนัก
เยี่ยฉินยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนที่ตื่นตระหนก ใบหน้าของเขาซูบซีดเล็กน้อยจากการฝืนบ่มเพาะข้ามขั้นในถ้ำหยดพิรุณ แต่แววตาของเขากลับนิ่งสงบดุจน้ำนิ่งที่ก้นบ่อ แววตาที่เขาจงใจทำให้ดูเหมือนคนหวาดกลัวจนสติกระเจิง
‘มู่เฉิงคงค้นพบร่องรอยอาคมพรางตาที่ข้าทิ้งไว้แล้วสินะ... ความโกรธแค้นของคนโง่ช่างเป็เครื่องมือที่ยอดเยี่ยม’
ณ ลานกว้างหน้าอารามัคราม ศิษย์สายนอกทุกคนถูกสั่งให้คุกเข่าลง ผู้าุโมู่เฉิงเดินลงมาจากบันไดหินด้วยใบหน้าที่แดงฉานด้วยความโกรธ พลังวัตรระดับ แก่นแท้มนุษย์ แผ่ออกมาจนศิษย์ที่มีพลังต่ำถึงกับกระอักเืออกมา
"ใคร! ใครเป็คนลอบเข้าไปในถ้ำหยดพิรุณและทำลายแท่นบูชาภูตโบราณ!" มู่เฉิงตวาดลั่น "ภูตน้ำแข็งนิรันดร์คือรากฐานของวิชาลับสำนักเรา หากใครกล้าปิดบัง ข้าจะสั่งปะาเจ็ดชั่วโคตร!"
สายตาทุกคู่พุ่งไปที่เยี่ยฟานโดยอัตโนมัติ เนื่องจากมีข่าวลือเื่เขาถูกพบเห็นใกล้หอกลั่นยาเมื่อคืนก่อน เยี่ยฟานหน้าซีดเผือด เขาก้าวออกมาข้างหน้าและคุกเข่าลง
"ผู้าุโ! ข้าสาบานด้วยเกียรติของตระกูลเยี่ย ข้าไม่ได้ทำ! เมื่อคืนข้าอยู่กับศิษย์ร่วมห้องและพยายามช่วยรักษาผู้ที่ถูกพิษ!"
"หุบปาก!" มู่เฉิงสะบัดมือ พลังปราณกระแทกเข้าที่อกเยี่ยฟานจนเขากระเด็นไปข้างหลัง "เ้ามีพร์สูงส่ง แต่ความทะเยอทะยานอาจทำให้เ้าเดินผิดทาง จางหู่บอกว่าเห็นเงาที่เหมือนเ้า... เ้าจะอธิบายอย่างไร!"
ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เยี่ยฉินที่คุกเข่าอยู่ในมุมมืดกลับคลานออกมาข้างหน้าด้วยท่าทางสั่นเทา เขาร้องไห้สะอึกสะอื้นจนดูน่าเวทนา
"ผู้าุโ... โปรดเมตตา! น้องชายของข้าเป็คนดี เขาไม่มีทางทำเช่นนั้น!" เยี่ยฉินร้องะโ "ข้า... ข้าเห็นคนร้าย! เมื่อคืนข้าแอบออกไปหาหญ้าสมุนไพรมาเพื่อจะปรุงยารักษาอาการาเ็ของข้าเอง ข้าเห็นคนชุดดำรูปร่างสูงใหญ่มุ่งหน้าไปยังป่าหมื่นอสูรทางทิศตะวันตก!"
มู่เฉิงหรี่ตาลง "เ้าเห็นจริงๆ หรือ? แล้วทำไมเ้าถึงเพิ่งมาพูดตอนนี้นะเยี่ยฉิน?"
"ข้า... ข้ากลัวขอรับ! คนผู้นั้นมีกลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าปีศาจ ข้ากลัวว่าถ้าข้าพูดออกไป ข้าจะถูกฆ่าปิดปาก" เยี่ยฉินก้มกราบจนหน้าผากติดพื้น "แต่ข้าทนเห็นน้องชายผู้บริสุทธิ์ของข้าถูกใส่ร้ายไม่ได้!"
คำพูดของเยี่ยฉินดูสมเหตุสมผลสำหรับคนอ่อนแออย่างเขา มู่เฉิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ทิศตะวันตกของป่าหมื่นอสูรคือที่ตั้งของ "สำนักเขี้ยวพยัคฆ์" ซึ่งเป็ศัตรูคู่อาฆาตของสำนักเมฆาเขียวมาเนิ่นนาน
"บัดซบ! เป็ฝีมือของพวกเขี้ยวพยัคฆ์จริงๆ หรือนี่! พวกมันกล้ามาเหยียบจมูกเราถึงที่!" มู่เฉิงเชื่อโดยสนิทใจ เพราะมันสอดคล้องกับความขัดแย้งเดิมที่มีอยู่ "ศิษย์สายในทุกคน ฟังคำสั่ง! มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก ล่าสังหารทุกคนที่ขวางทาง!
เมื่อกองกำลังหลักของสำนักมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกตามคำลวงของเยี่ยฉิน ความเข้มงวดในการเฝ้าระวังภายในสำนักก็ลดน้อยลง เยี่ยฉินฉวยโอกาสนี้ปลีกตัวออกมา เขาไม่ได้มุ่งหน้าไปทางป่าตะวันตก แต่เขามุ่งหน้าไปยัง "หุบเขาไร้เสียง" ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศใต้
สถานที่แห่งนี้คือจุดที่เขาในชาติก่อนเคยพบ "ผลึกจิติญญาวารี" ซึ่งเป็วัตถุดิบสำคัญในการเลื่อนระดับ ภูตพิรุณเยือกแข็ง ของเขา
‘ในชาติก่อน ข้าถูกจางหู่ชิงผลึกนี้ไปต่อหน้าต่อตา แต่วันนี้... เ้าจะเป็เพียงเหยื่อล่อให้ข้า’
เขาส่งสัญญาณลับที่เขารู้ว่าจางหู่จะต้องแอบตามมา จางหู่ที่ยังคงเ็ปจากพิษน้ำสังหารแต่กระหายการล้างแค้น แอบสะกดรอยตามเยี่ยฉินเข้าสู่หุบเขาไร้เสียงอย่างเงียบเชียบ
ภายในหุบเขาที่เต็มไปด้วยหมอกหนา เยี่ยฉินหยุดยืนอยู่ริมหน้าผา จางหู่ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับสมุนอีกสองคน คราวนี้พวกเขามีอาวุธครบมือและดูระมัดระวังตัวมากขึ้น
"เยี่ยฉิน! คราวนี้เ้าหนีไม่พ้นแน่!" จางหู่คำราม "เ้ามันก็แค่ไอ้ขี้ขลาดที่เก่งแต่ลอบกัด วันนี้ข้าจะถลกหนังเ้าออกทีละชิ้น!"
เยี่ยฉินหันกลับมา ใบหน้าที่เคยหวาดกลัวบัดนี้เปลี่ยนเป็รอยยิ้มที่ทำให้จางหู่เสียวสันหลังวาบ "รุ่นพี่จาง... ท่านยังไม่เข็ดอีกหรือ? ข้าอุตส่าห์เหลือชีวิตท่านไว้เพื่อให้ท่านช่วยใส่ร้ายน้องชายข้า แต่ดูเหมือนว่าความโง่ของท่านจะรักษายากกว่าพิษของข้าเสียอีก"
"เ้าพูดเื่อะไร!"
เยี่ยฉินไม่ได้ตอบด้วยคำพูด แต่เขาปลดปล่อยพลังจาก ภูตพิรุณเยือกแข็ง ออกมาทันที! บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนเกิดเกล็ดน้ำแข็งในอากาศ หมอกหนาที่ปกคลุมหุบเขากลายเป็อาวุธของเขา
"นาฏกรรมพิรุณสังหาร!"
หยดน้ำในหมอกจับตัวเป็เข็มน้ำแข็งนับพัน พุ่งเข้าใส่จางหู่และสมุนอย่างรวดเร็วจนมองไม่ทัน สมุนทั้งสองถูกแทงทะลุจุดตายในพริบตา เหลือเพียงจางหู่ที่ใช้ภูตศิลากัมปนาทป้องกันไว้ได้หวุดหวิด ทว่าแขนขาของเขากลับถูกแช่แข็งจนขยับไม่ได้
"นะ... นี่มันพลังระดับััปราณ ขั้นที่ 3! เป็ไปได้อย่างไร!" จางหู่สั่นสะท้านด้วยความกลัวที่ลึกซึ้งกว่าครั้งก่อน
เยี่ยฉินเดินเข้าไปหาจางหู่ช้าๆ เขาใช้มือบีบที่ลำคอของจางหู่ "ในโลกนี้ ความลับจะปลอดภัยที่สุดเมื่ออยู่ในปากของคนตาย... ขอบใจสำหรับศิลาจิตภูตและข้อมูลที่เ้าเคยมอบให้"
กร๊อบ!
เยี่ยฉินหักคอจางหู่อย่างไร้ความปรานี เขาค้นตัวศพและพบกับศิลาจิตภูตอีก 10 ก้อนที่จางหู่สะสมไว้ รวมถึงแผนที่ลับของป่าหมื่นอสูรที่จางหู่แอบขโมยมาจากหอจดหมายเหตุ
เขาทำลายหลักฐานทั้งหมดและโยนศพลงสู่ก้นบึ้งของหุบเขาไร้เสียง ร่องรอยของพลังปราณถูกลบเลือนด้วยหิมะที่เขาสร้างขึ้นเอง
‘ััปราณ ขั้นที่ 3 ขั้นสูงสุด... อีกเพียงนิดเดียวข้าจะเข้าสู่ ขั้นที่ 4: แก่นแท้มนุษย์’
เขามองกลับไปทางสำนักเมฆาเขียว ซึ่งตอนนี้แสงไฟจากการสู้รบจำลองเริ่มสว่างขึ้นที่ชายป่าทิศตะวันตก สำนักเมฆาเขียวและสำนักเขี้ยวพยัคฆ์คงจะทำากันจนย่อยยับไปข้างหนึ่ง โดยไม่มีใครรู้ว่าชนวนเหตุทั้งหมดมาจากคำลวงของ "ศิษย์ขยะ" เพียงคนเดียว
"เยี่ยฟาน... เ้าคงกำลังสับสนและหวาดกลัวสินะ" เยี่ยฉินพึมพำกับตัวเอง "จงเรียนรู้ความโหดร้ายของโลกนี้เสียเถอะ เพราะในอนาคต เมื่อข้าแย่งชิง 'ภูตแกนกลางชีวิต' จากเ้า... เ้าจะได้ไม่ต้องเสียใจนานนัก"
เขาสลายพลังและกลับสู่สภาพเด็กหนุ่มที่ดูอ่อนแออีกครั้ง เดินกลับสำนักอย่างใจเย็น ท่ามกลางเสียงโหยหวนของสายลมที่พัดผ่านหุบเขาไร้เสียง
ความจริงคือสิ่งที่ผู้ชนะสร้างขึ้น และความแค้นคือเชื้อเพลิงที่เผาผลาญได้ดีที่สุดในความมืด จอมมารหวนคืนมาแล้ว และครั้งนี้... ทั่วทั้งปฐีจะต้องจดจำชื่อของ
เขาในฐานะฝันร้ายที่ไม่อาจตื่นขึ้นมาได้