เด็กใหม่ ตอน การล้างแค้นของนักมายากล

    ตอนที่ 40 อาสา

            เบนซ์เดินนำรุ่นน้องทั้งสองคนมาจนถึงโรงอาหารบรรยากาศในช่วงบ่ายคล้อยเช่นนี้ความวุ่นวายเริ่มซาลงไปมากแล้วแต่ก็ยังพอมีนักเรียนบางตาเดินซื้อของกินเล่นดับร้อนหรือไม่ก็สั่งกับข้าวใส่กล่องเตรียมกลับไปกินที่บ้านเสียงจอแจเบาบางลงกว่าช่วงพักเที่ยง ทำให้พอมีมุมสงบให้นั่งพักเหนื่อยได้บ้าง

             

            เมื่อเลือกโต๊ะตัวที่ว่างได้แล้วเบนซ์ก็หันมาพูดกันเพื่อนและรุ่นน้องที่ยืนอยู่ด้านหลัง

             

            “เดี๋ยวไปซื้อน้ำปั่นมาให้ ว่าแต่…มีใครอยากกินน้ำอะไรเป็นพิเศษไหม”

             

            เอิร์ธที่เพิ่งทิ้งตัวลงนั่งบนม้านั่งถึงกับฟุบหน้าลงกับโต๊ะอย่างหมดสภาพก่อนจะโบกมือปัดๆ แล้วจึงตอบเบนซ์ไป

             

            “เอาอะไรมาก็เอามาเถอะเบนซ์ กูเหนื่อยแล้วกินได้หมดแหละ”

             

            เบนซ์หัวเราะเบาๆในลำคอ ก่อนจะหันมาทางรุ่นน้อง“แล้วเอ็งล่ะริว”

             

            “เอ่อ... แล้วแต่พี่เลยครับ”ริวตอบอย่างเกรงใจ

             

            “โอเค จัดไป! รอแป๊บนะ” พูดจบเบนซ์ก็หมุนตัวเดินผละไปยังโซนร้านขายน้ำปั่นทันที

             

            ทางฝั่งของริว เขาก็นั่งลงตรงข้ามกับเอิร์ธที่ยังคงฟุบหน้าอยู่บรรยากาศระหว่างทั้งสองตกอยู่ในความเงียบ ทว่าเพียงไม่นานนัก เสียงฝีเท้าหนักๆก็ดังใกล้เข้ามาก่อนที่ร่างสูงของธันวาจะเดินเข้ามานั่งที่ม้านั่งฝั่งเดียวกับเอิร์ธอย่างเงียบๆ

             

            ใบหน้าหล่อๆของเขาที่มักจะดูเคร่งขรึมอยู่เสมอนั้นวันนี้กลับดูอิดโรยและมีร่องรอยของความเหนื่อยล้าอย่างชัดเจน การที่ประธานนักเรียนมานั่งข้างๆแบบนี้ทำเอาเอิร์ธที่เพิ่งเงยหน้าขึ้นมาถึงกับเลิกคิ้วสูงด้วยความประหลาดใจ

             

            “อ้าว... ไอ้ธันตามมาด้วยเหรอเนี่ย ปกติเวลานี้มึงต้องวิ่งวุ่นอยู่แถวลานกิจกรรมไม่ใช่หรือไง”

             

            เอิร์ธถามเพราะปกติธันวาแทบจะไม่มีเวลามานั่งสุงสิงกับเพื่อนฝูงแบบนี้เลยถ้าไม่ติดพันคุมงานสภานักเรียน ก็มักจะถูกคุณครูดึงตัวไปช่วยงานจนหัวหมุน

             

            ธันวาที่ได้ยินแบบนั้นก็ถอนหายใจออกมาเบาๆพร้อมกับมือหนาๆที่ยกขึ้นนวดคลึงขมับตัวเองสองสามทีเพื่อคลายความตึงเครียดก่อนจะตอบกลับเสียงเรียบ

             

            “กูไปช่วยงานจารย์มาตั้งแต่ช่วงเช้าแล้ว...งานมันก็ยังไม่เสร็จหรอก แต่พวกของตกแต่งซุ้มมันหมดไปก่อนต้องรอของมาส่งใหม่พรุ่งนี้”

             

            “กูถึงได้ว่างมานั่งอยู่นี่ไง”

             

            ระหว่างที่รุ่นพี่ทั้งสองคนกำลังพูดคุยกันริวก็ทำเพียงแค่นั่งฟังเงียบๆนัยน์ตาสีเข้มลอบสังเกตท่าทีของประธานนักเรียนหนุ่มไปพลางๆ ที่เขานั่งบ่นเรื่องงานและความเหนื่อยล้าต่างๆมันเผยให้เห็นมุมมองที่เขาดูเป็นเด็กวัยรุ่นคนนึง ขัดกับกับภาพลักษณ์จากตำแหน่งที่ได้

             

            นี่เองเหรอครับ ที่บอกเขาว่าอย่ามองคนที่ภายนอกน่ะ…

             

            ไม่กี่อึดใจต่อมาเบนซ์ก็เดินยิ้มร่ากลับมาที่โต๊ะพร้อมกับแก้วพลาสติกที่บรรจุน้ำปั่นสีส้มละมุนสองแก้วเขาจัดการวางมันลงตรงหน้าเอิร์ธและริวคนละแก้ว

             

            “ชาไทยปั่นเย็นๆมาแล้ววว กินซะ จะได้มีแรง”

             

            “ขอบคุณครับพี่เบนซ์” ริวขอบคุณอย่างสุภาพพลางรับแก้วน้ำมาถือไว้

             

            ทว่าในจังหวะที่เบนซ์กำลังจะทิ้งตัวลงนั่งสายตาของเขาก็เหลือบไปปะทะเข้ากับร่างของเพื่อนสนิทที่นั่งหน้านิ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเบนซ์เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจก่อนจะรีบยกมือขึ้นทาบอกแล้วเริ่มเปิดฉากแซวทันที

             

            “โอ้โห! วันนี้คุณชายธันวาเสด็จมานั่งโต๊ะเดียวกับพวกกูด้วยวะ”เบนซ์พูดพลางแสร้งทำเป็นหันไปมองกวาดรอบๆโรงอาหาร

             

            “นี่มันลางบอกเหตุหรือฟ้าจะผ่าเปล่าวะร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นมึงจะยอมมานั่งโง่ๆกับเพื่อนกับฝูง”

             

            “ปกติเห็นยุ่งจนหัวหมุนไม่ก็ไปนั่งหล่อๆอยู่ในห้องคนเดียวตลอด”

             

            ธันวาที่ได้ยินคำแซวปนประชดประชันนั้นทำเพียงแค่เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนปรายมองเพื่อนสนิท แต่ก็ไม่ได้ปริปากเถียงกลับเหมือนครั้งก่อนๆเบนซ์เพื่อนไม่เล่นด้วยก็หัวได้แต่เราะแห้งๆออกมา ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุยแทน

             

            “เออๆ ไม่แซวแล้วก็ได้...ว่าแต่มึงเหอะ เหนื่อยๆมาแบบนี้ เอาไรเปล่า เดี๋ยวกูเดินไปซื้อให้” เบนซ์แคงหน้าเล็กน้อย “หรือให้หาอะไรมากระแทกปากมึงหน่อยมะ”

             

            “ไม่ กูไม่หิว” ธันวาตอบปัดสั้นๆ

             

            เบนซ์เบ้ปากหมั่นไส้ใส่ความฟอร์มจัดของเพื่อน“เชอะ ไม่หิวก็ไม่ต้องกิน... แต่ระวังน้ำตาลในเลือดต่ำ แล้วอย่าพาลอารมณ์เสียตามมาด่าพวกกูอีกนะ”

             

            พอพูดจบ เบนซ์ทิ้งตัวลงนั่งบนม้านั่งฝั่งตรงข้ามกับธันวาและเอิร์ธสายตาของเขากวาดมองเพื่อนสภานักเรียนทั้งสองก่อนจะมาหยุดลงที่ริวซึ่งนั่งเงียบๆอยู่ข้างเขา

             

            พอเห็นใบหน้าเรียบนิ่งของรุ่นน้อง จู่ๆภาพเหตุการณ์อันเลวร้ายในค่ำคืนหนึ่งก็แล่นวาบขึ้นมาในหัว...เป็นช่วงเวลาที่เขาและริวต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนจากการถูกยูริไล่ฆ่า

             

            แม้ว่าเรื่องนี้เบนซ์เคยนำไปเล่าให้ธันวาฟังแล้วธันวาจะยอมรับฟังและสั่งให้เอิร์ธไปแอบค้นประวัติของยูริในห้องทะเบียนแต่ดูเหมือนผลลัพธ์ที่ได้จะไม่ค่อยเป็นใจกับเขาสักเท่าไหร่

             

            เบนซ์ขยับตัวเข้ามาใกล้โต๊ะมากขึ้นก่อนจะพูดถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้นขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง

             

            “พวกมึง...ยังจำเรื่องยูริที่กูเคยเล่าให้ฟังได้เปล่าวะ”

             

            ประโยคนั้นทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปทันทีธันวาปรายตามองเบนซ์เงียบไม่ได้พูดอะไรส่วนเอิร์ธถอนหายใจยาวออกมาพลางวางแก้วชาไทยปั่นลงบนโต๊ะแล้วส่ายหน้าเบาๆ

             

            “นี่ก็ผ่านไปเป็นเดือนแล้วนะ มึงยังไม่เลิกคิดเรื่องนี้อีกเหรอเบนซ์”

             

            “มึงจำไม่ได้เหรอ ตอนที่ไอ้ธันบอกให้กูไปหาประวัติน้องเขาที่ห้องทะเบียนอ่ะคืนนั้นกูเจอน้องเขาตัวเป็นๆเลยนะเว้ย”

             

            คำพูดของเอิร์ธเปรียบเสมือนสวิตช์ที่สับกึกเข้ามาในหัวของริวทันทีเด็กหนุ่มเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ก้อนเนื้อในอกซ้ายเริ่มเต้นผิดจังหวะ...เพราะเขารู้ดีว่าในเหตุการณ์นั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง

             

            “ก็เห็นว่าน้องเขาก็ดูเป็นปกติดี พูดคุยรู้เรื่องไม่ได้จะมีแววว่าจะไปไล่ฆ่าใครอยากที่มึงพูดเลยสักนิด”

             

            ในขณะที่เอิร์ธกำลังเล่าริวทำได้เพียงนั่งกำมือแน่นอยู่ใต้โต๊ะ เหงื่อเย็นเริ่มซึมชื้นตามฝ่ามือ

             

            ตอนนั้น… ผมอยู่ก็เหตุการณ์ด้วย แค่พี่เขาไม่รู้…

     

            ประโยคนั้นดังขึ้นในหัวของริวขณะที่เขาเหลือบมองรุ่นพี่ทั้งสามที่นั่งอยู่ในโต๊ะเดียวกันอย่างเงียบๆ

             

            “กูว่านะเบนซ์...ช่วงนั้นมึงน่าจะนอนดึก แล้วเผลอหลับคาโต๊ะจนฝันร้ายมากกว่าพอสะดุ้งตื่นขึ้นมาสมองมึงคงเบลอจัดจนแยกไม่ออกระหว่างความฝันกับความจริงแล้วล่ะมั้ง” เอิร์ธพูดยิ้มพลางแซวเล่น

             

            เบนซ์สวนกลับทันควันด้วยความหงุดหงิด “ฝันร้ายบ้าอะไร! วิ่งหนีตายขนาดนั้น!”

             

            พูดจบเบนซ์ก็หันขวับไปหารุ่นน้องที่นั่งอยู่ข้างๆ เพราะริวก็อยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วยกันกับเขา

             

            “ริว! ตอนนั้นเอ็งก็อยู่กับพี่ด้วยบอกพวกเขาไปสิว่ามันเป็นความจริง”

             

            สิ้นประโยคนั้นเอิร์ธและธันวาหันขวับไปจ้องมองรุ่นน้องเป็นตาเดียว แววตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อยราวกับกำลังจับผิดและค้นหาความจริงซึ่งความกดดันมหาศาลทิ้งตัวลงบนบ่าของริวทันที

             

            เด็กหนุ่มมีท่าทีเลิ่กลั่กอย่างเห็นได้ชัดริมเม้มฝีปากแน่นไม่กล้าที่จะพูดอะไรออกมา ภาพเหตุการณ์ทุกอย่างเขาจำมันได้ดี แต่ก็ไม่อยากนึกถึงมันและไม่อยากอธิบายอะไรเกี่ยวกับเหตุการณ์นั้นอีก

             

            ริวเลือกที่จะกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากก่อนจะหลบสายตาทุกคนแล้วก้มหน้ามองโต๊ะ

     

            “เอ่อ... คือว่า...”ริวพึมพำเสียงแผ่ว

             

            เบนซ์ที่ตอนแรกกำลังลุ้นให้ริวช่วยพูดจ้องมองใบหน้าที่ซีดเผือดและท่าทีดูอึดอัดของรุ่นน้อง เพียงเสี้ยววินาที...เบนซ์ก็รับรู้ได้ทันทีว่าการขุดเรื่องนี้ขึ้นมา มีแต่จะทำให้รุ่นน้องรู้สึกอึดอัดไปซะเปล่าเบนซ์จึงตัดสินใจกลืนความจริงของตัวเองลงคอแล้วยอมรับบทเป็นคนบ้าหน้าแตกเสียเองเพื่อตัดจบปัญหา

             

            “เออ... กูฝันไปเองแหละ” เบนซ์พูดพลางยกมือขึ้นเกาหัว “กูคงหลอนนอนดึกอย่างที่มึงว่าแหละไอ้เอิร์ธแฮ่ๆ... แต่ช่างแม่งเหอะ กินนี่กันดีกว่า!”

             

            พูดจบเบนซ์ก็คว้าแก้วน้ำปั่นขึ้นมาดูดแก้เขินเอิร์ธส่ายหน้ายิ้มๆอย่างระอาใจกับความเพ้อเจ้อของเพื่อนในขณะที่ริวแอบลอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกที่พี่เบนซ์ยังพอเข้าใจ และดึงเขาขึ้นจากหลุมความอึดอัด

             

            แม้เรื่องจะจบลงด้วยความตลกขบขันแต่สายตาคมกริบของธันวากลับยังคงจับจ้องไปที่ใบหน้าด้านข้างของริวอย่างเงียบงัน แม้เขาไม่ได้พูดอะไรออกมาแต่ลึกๆแล้วสัญชาตญาณของเขากำลังบอกว่า... ปฏิกิริยาของรุ่นน้องที่อยู่ตรงหน้า เป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่านั่นอาจจะไม่ฝันร้ายจริงๆอย่างที่เบนซ์พูดก็เป็นได้

             

            ไม่นานต่อมาเสียงสัญญาณออดโรงเรียนก็ดังยาวกังวานไปทั่วบริเวณ บ่งบอกเวลา 15:30 น.ซึ่งเป็นเวลาเลิกเรียน เหล่านักเรียนเริ่มทยอยสะพายกระเป๋าเดินออกจากตึกเรียนเช่นเดียวกับรุ่นพี่ทั้งสามคนที่ลุกขึ้นยืนจากโต๊ะหินอ่อนทันทีเบนซ์ชูแขนขึ้นเหนือหัวพลางบิดขี้เกียจไล่ความเมื่อยล้าจนกระดูกลั่นกร๊อบก่อนจะหันมาบอกลาเพื่อนสนิทและรุ่นน้องตามอัธยาศัย

             

            “เฮ้อ... เลิกเรียนสักทีโว้ย!งั้นกูไปก่อนนะพวกมึง บายนะริว”

             

            “เดี๋ยวก่อนไอ้เบนซ์ ไอ้เอิร์ธ...”

             

            เสียงทุ้มเรียบของธันวาดังขัดขึ้นประธานหนุ่มกอดอกพลางปรายสายตาของเพื่อนทั้งสอง

             

            “พอดีกูมีงานเอกสารของสภากับพวกพร็อพตกแต่งซุ้มนิดนึงที่ต้องเอาไปเคลียร์ต่อที่บ้าน...พวกมึงสองคนไปช่วยกูหน่อยได้ไหม”

             

            แม้จะเป็นคำขอ แต่สำหรับเบนซ์มันเหมือนการมัดมือชกมากกว่าเขาจึงรีบหาเหตุผลมาปฏิเสธให้พัลวัน

             

            “โทษทีว่ะไอ้ธัน วันนี้กูรีบกลับ ว่าแม่ที่โรงพยาบาลน่ะคงไปช่วยมึงไม่ได้นะ”

             

            “ส่วนกูก็ไม่ว่างเหมือนกันมีธุระด่วนกับที่บ้าน” เอิร์ธพูดต่อ

             

            ธันวาไม่ได้ว่าอะไรเขาเพียงแค่ถอนหายใจยาวออกมาเบาๆ นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนฉายแววเหนื่อยหน่ายราวกับทำใจไว้ล่วงหน้าแล้วว่าสุดท้ายเขาก็คงต้องแบกรับงานหนักหน่วงนี้ไปเคลียร์ต่อคนเดียวตามเคยทว่าในจังหวะนั้นเอง... ริวที่นั่งเงียบมานานก็ลุกขึ้นยืนจากที่นั่ง

            .

            “ผม… ไปได้นะครับ”

             

            คำเสนอตัวอันคาดไม่ถึงทำเอาธันวาชะงักไปเล็กน้อยประธานหนุ่มหันขวับมามองหน้ารุ่นน้องตรงหน้าสายตาคมกริบจดจ้องไล่เช็กปฏิกิริยาของริวเพื่อความแน่ใจ

             

            “น้อง… ว่างแน่ใช่ไหมไม่ต้องไปเกรงใจแทนไอ้สองคนนี้หรอกนะ ถ้าเหนื่อยก็กลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ เดี๋ยวพี่ทำคนเดียวได้”

             

            ธันวาถามเพื่อเช็กให้ชัวร์ว่ารุ่นน้องสะดวกใจจะไปจริงๆไม่ใช่แค่อาสาไปเพราะความเกรงใจหรือเห็นใจที่ไม่มีใครว่างช่วยงานเขา

             

            ริวคลี่ยิ้มบางๆแววตาเรียบนิ่งไร้ความโกหกใดๆ “จริงครับ...ปกติถ้าคุณครูไม่สั่งการบ้าน ตัวผมก็ว่างตลอดอยู่แล้วครับ”

             

            เมื่อเห็นความจริงใจจากสายตาของรุ่นน้องธันวาจึงพยักหน้ารับคำเบาๆ ก่อนจะปรายสายตาเย็นชาไปมองค้อนใส่เพื่อนสนิททั้งสองคนแล้วพูดลอยขึ้นมาเสียงเรียบ

             

            “เด็กดี... เดี๋ยวเสร็จงานแล้ว พี่ให้ค่าตอบแทนก็แล้วกันนะ”

             

            คำพูดจิกกัดปนประชดประชันของธันวาทำเอาเบนซ์และเอิร์ธถึงกับหันขวับมามองค้อนทันควันเบนซ์อ้าปากค้างก่อนจะเริ่มโวยวายแซวเพื่อนสนิททันที

             

            “หน็อย!… ทีกูไปช่วยไม่เห็นได้อะไรเลยวะ”

             

            “อย่างมึงน่ะ ทำงานเป็นการกุศลเก็บแต้มบุญไว้ใช้ตอนตายก็พอแล้วล่ะ”

             

            เบนซ์เชิดหน้าหนี “เชอะ!ดูมันทำดิเอิร์ธ โคตรลำเอียงเลย”

             

            ธันวาไม่ได้ตอบโต้อะไร เขาเพียงทำสีหน้าเรียบนิ่งไร้ความรู้สึกชินชากับคำโวยวายของเพื่อนในขณะที่ริวทำได้เพียงหัวเราะแห้งๆในลำคอ กับสงครามประสาทของรุ่นพี่ตรงหน้าอย่างช่วยไม่ได้

             

            จากนั้นพวกเขาก็ได้แยกย้ายกันออกจากโรงอาหารเป็นสองฝั่งส่วนริวก็ได้ก้าวเดินตามหลังรุ่นพี่ประธานหนุ่มไป

    คล้ายกับเรื่องเด็กใหม่ ตอน การล้างแค้นของนักมายากล ที่คุณอ่าน

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730