พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    เล่ม 6 บทที่ 171 สายสัมพันธ์พี่น้องของเชื้อพระวงศ์

            “ไป๋หลิง เสด็จอาสุขภาพไม่ดี สองวันนี้เสด็จพ่อก็ทรงควบคุมเปิ่นหวางจนแทบกระดิกตัวมิได้ อยากมาเยี่ยมเยียนก็ต้องหลบๆ ซ่อนๆ วันนี้มีโอกาสได้เข้าวังอย่างสง่าผ่าเผย อย่างไรก็ต้องมาเข้าเฝ้าอยู่แล้ว เรื่องที่รับปากไว้เปิ่นหวางเคยผิดคำพูดเสียที่ไหน” เฟิงเจวี๋ยหร่านเดินตรงเข้าไปอย่างไม่นำพาสิ่งรอบข้าง ในขณะที่พูดคุยกับไป๋หลิง แต่สายตากลับชำเลืองไปทางโม่เสวี่ยถง คล้ายเป็นการบอกให้รู้อยู่กลายๆ

            “พระพลานามัยขององค์หญิงดีขึ้นไม่น้อยแล้วเพคะ ทรงวิตกว่าท่านอ๋องจะรู้สึกเบื่อที่ถูกกักบริเวณ ทั้งกังวลว่าจะทรงไม่เชื่อฟังทำให้ฝ่าบาทกริ้วอีก เมื่อวานยังทรงกำชับให้บ่าวส่งคนไปตักเตือนท่านอ๋องให้วางตัวดีๆ อยู่ในโอวาท แต่วันนี้กลับเปลี่ยนพระทัย บอกว่ามิใช่ท่านอ๋องประพฤติตนไม่ดี แต่เป็นเพราะองค์หญิงทรงกังวลไปเองว่าท่านอ๋องจะออกนอกลู่นอกทาง” ไป๋หลิงยกชายกระโปรงเล็กน้อย เดินนำทางอยู่ด้านหน้าฝั่งซ้ายของเฟิงเจวี๋ยหร่าน

            ขณะที่กำลังสนทนาก็มาถึงหน้าประตูพอดี ไป๋หลิงผลักประตูเปิดออก นำพวกเขาเข้าไปด้านใน

            “แม่หนูน่าตายคนนี้นี่... เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ เห็นเจ้าแปดมาหน่อยก็ขายเปิ่นกงเสียแล้ว” สตรีที่อยู่ในห้องแสร้งดุเบาๆ ทว่าน้ำเสียงกลับอ่อนโยนปราศจากความขุ่นเคืองแม้แต่น้อย

            “องค์หญิงทรงเป็นห่วงท่านอ๋องเซวียนแท้ๆ กลับไม่อนุญาตให้บ่าวพูด แต่ทรงวางพระทัยเถิด บ่าวจะจดจำคำสั่งสอนอย่างดีเลยเพคะ ว่าครั้งต่อไปห้ามพูดเรื่องที่องค์หญิงทรงให้บ่าวออกไปชะเง้อมองที่หน้าประตูตั้งหลายรอบ ทั้งยังบ่นคิดถึงท่านอ๋อง แต่กลัวว่าเจ้าตัวจะรู้อีก” ไป๋หลิงเดินนำอยู่ด้านหน้า ยิ้มให้นายหญิงของตนซึ่งประทับอยู่บนตั่งนุ่ม พลางเอ่ยวาจากระเง้ากระงอด

            “ชิชะ... แม่เด็กคนนี้ เปิ่นกงต่อว่าแค่ประโยคเดียว เจ้าเล่นยกคำพูดออกมาตีแผ่ทุกกระทงเลยหรือ ต่อไปหากไม่มีผู้ใดกล้ามาสู่ขอ เปิ่นกงมิต้องถูกเจ้ากลั่นแกล้งให้ขายหน้าไปตลอดชีวิตเลยหรือไร” องค์หญิงทั้งโกรธทั้งขัน แสร้งตำหนินางกำนัลคนโปรด ทว่าสายตากลับสอดส่องสตรีที่เดินตามอยู่ด้านหลังของเฟิงเจวี๋ยหร่าน

            เริ่มแรกดวงตาฉายแววสงสัย แต่กลับแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยน ดูแตกต่างจากยามที่ระเบิดความเกรี้ยวกราดในวันนั้นโดยสิ้นเชิง

            “องค์หญิง บ่าวไม่แต่งนะเพคะ บ่าวจะขอติดตามองค์หญิงไปตลอดชีวิต” ไป๋หลิงหน้าแดงปลั่ง ตอบกลับมาอีกประโยคหนึ่ง ก่อนถอยไปยืนด้านหลัง

            เฟิงเจวี๋ยหร่านถวายบังคมต่อองค์หญิง แล้วเดินไปนั่งที่เก้าอี้ไม้หนานมู่ที่มีพนักพิงทรงโค้งตัวใหญ่

            โม่เสวี่ยถงก้มศีรษะลง ก้าวเข้ามาอย่างสง่างามแล้วยอบกายคำนับ “ถวายบังคมองค์หญิง”

            “คุณหนูสามสกุลโม่ คิดไม่ถึงว่าพวกเราจะได้พบกันเร็วขนาดนี้ คงคุ้นเคยกับการเข้าวังแล้วกระมัง” องค์หญิงผลิยิ้มบางๆ ยกมือโบกแสดงให้รู้ว่าไม่ต้องมากพิธี

            “ขอบพระทัยองค์หญิงที่ทรงใส่พระทัย ก็นับได้ว่าดีขึ้นกว่าเดิมเพคะ” โม่เสวี่ยตอบอย่างนุ่มนวล

            “ยามอยู่ที่อวิ๋นเฉิง พวกเราเคยพบกันแล้ว ยังได้ดอกกล้วยไม้มาจากเจ้าด้วย ครั้งหน้าหากเข้าวังมาอีก และไม่มีธุระอันใดก็มาหาเปิ่นกงบ้าง ปรกติไม่ค่อยมีใครมาหา ช่างเงียบเหงายิ่งนัก” ดวงหน้าที่ดูอ่อนเยาว์ระบายไปด้วยรอยยิ้มที่ดูนุ่มนวลและจริงใจ “เจ้าเป็นสตรีที่เจ้าแปดพามา ถือว่าเป็นคนกันเองไม่ต้องเกรงใจจนเกินไป วันหน้าหากมีเรื่องอันใดเจ้าสามารถมาหาเปิ่นกงได้ทุกเมื่อ”

            “ขอบพระทัยในพระกรุณาเพคะ” โม่เสวี่ยถงรับคำอย่างมีมารยาท

            องค์หญิงในวันนี้กับครั้งก่อนดูแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ทรงกล่าวถึงแต่เรื่องต้นกล้วยไม้กระถางนั้น แต่กลับมิได้เอ่ยถึงเรื่องที่พบกันในวังคราวโน้นแม้แต่ประโยคเดียว

            ฝ่ายเฟิงเจวี๋ยหร่านเริ่มหงุดหงิดทนไม่ไหว เอ่ยแทรกขึ้นมา “เสด็จอา ทรงอย่าถามอะไรเยอะ โอกาสวันหน้ายังมี แต่วันนี้หลานยังมีเรื่องให้เสด็จอาช่วยอยู่นะพ่ะย่ะค่ะ”

            “ก่อเรื่องทีไร ต้องแล่นมาหาเสด็จอาอย่างข้าก่อนทุกที คราวหน้าถ้าเจ้าถูกเสด็จพ่อดุด่ามาอีก ข้าก็ไม่อาจช่วยพูดให้อีกแล้วนะ” เห็นท่าทางเอาแต่ใจของหลานชาย องค์หญิงหมิงจูก็แสร้งตำหนิทั้งรอยยิ้มอย่างอดใจไม่ไหว

            “ถึงอย่างไรข้าก็ถูกเสด็จพ่อดุด่าเป็นประจำอยู่แล้ว เสด็จอามิต้องช่วยพูดให้แล้วก็ได้ แต่เรื่องวันนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องช่วยหลาน ที่จริงไม่มีอะไรแท้ๆ แต่คนเอาไปลือกันเสียๆ หายๆ หากหลานเสียหน้า เสด็จอาก็จะพลอยสิ้นสง่าราศีไปด้วยนะพ่ะย่ะค่ะ” เฟิงเจวี๋ยหร่านคลี่ยิ้ม เนตรหงส์เลิกขึ้นเล็กน้อยดวงตากะพริบพราว ให้ความรู้สึกถึงความกะล่อนเจ้าชู้แต่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์เย้ายวนใจ

            “เรื่องที่ตัวเองก่อ แต่มาให้เสด็จอาอย่างข้ารับภาระเป็นประจำ ครานี้ข้าก็เหลืออดแล้วเหมือนกันนะ ชื่อเสียงของเจ้าเมื่อไรจะดีขึ้นเสียที เรื่องเสียหน้าที่ขยันสร้างขึ้นมามิได้มีแค่เรื่องสองเรื่อง เมื่อไรจะนึกสนใจชื่อเสียงของตนเองบ้าง” องค์หญิงแสร้งอารมณ์เสีย ทว่าดวงตายังคงฉายแววยิ้มเมตตารักใคร่อย่างเปิดเผย

            ไป๋หลิงที่อยู่ด้านข้างหัวเราะเบาๆ ก่อนเข้ามาเชิญให้โม่เสวี่ยถงนั่งลง นางยกน้ำชาให้แล้วกลับมายืนอยู่ด้านหลังขององค์หญิง จากนั้นก็ทุบบ่าและหลังให้ผู้เป็นนาย

            “เสด็จอา...” เฟิงเจวี๋ยหร่านใช้น้ำเสียงออดอ้อน “ทรงเมตตาสงสารหลานด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ”

            ท่าทางเช่นนั้นช่างคล้ายกับดรุณีน้อยกำลังฉอเลาะผู้ใหญ่ไม่มีผิด ดูหางตาสิ จะออดอ้อนอะไรปานนั้น โม่เสวี่ยถงมุมปากกระตุก รู้สึกว่าท่านอ๋องผู้นี้ช่างไร้เทียมทาน สีหน้าแสดงออกมาได้เหมือนยิ่งนัก โดยเฉพาะตอนท้ายสุดยังหันมาขยิบตาอย่างลำพองใจอีกให้นางอีก

            “เจ้าเด็กคนนี้...” องค์หญิงอดกลั้นไม่ไหวต้องหัวเราะออกมา

            “วันนี้มีเรื่องอันใดก็ว่ามา แต่บอกก่อน ถ้าเรื่องยากเกินไป เปิ่นกงไม่ช่วยนะ ปล่อยให้เจ้าถูกเสด็จพ่อลงโทษเสียให้เข็ดจะได้หลาบจำเสียบ้าง โตขนาดนี้แล้วยังชอบทำเป็นเล่นอยู่ได้ เชื่อเถอะ ไม่วันนี้ก็พรุ่งนี้ ฝ่าบาทต้องเลือกชายาให้เจ้าแน่ ถึงเวลามีคนมาควบคุม จะได้สร้างปัญหาให้น้อยๆ ลงหน่อย” องค์หญิงหยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบคำหนึ่งก่อนพูดออกตัว

            “ยังเร็วไปพ่ะย่ะค่ะ เสด็จพ่อไม่ทรงรีบร้อนเลือกชายาให้ข้าหรอก เบื้องบนยังมีเสด็จพี่ใหญ่กับเสด็จพี่สามอีก ต้องให้สองพระองค์เลือกเสร็จเรียบร้อยค่อยมาถึงตาข้า ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องรออีกปีสองปีกระมัง”

            เฟิงเจวี๋ยหร่านช้อนตาขึ้นยิ้ม กล่าวอย่างไม่แยแสสักนิด จากนั้นก็ชี้ไปที่โม่เสวี่ยถง “อีกประเดี๋ยวไหว้วานให้เสด็จอาช่วยบอกใครๆ ว่าทรงพูดคุยกับถงเอ๋อร์อยู่ตลอดทั้งคืนก็พอพ่ะย่ะค่ะ เรื่องอื่นๆ มิต้องเอ่ยถึง เพราะทุกคนต่างเข้าใจดี”

            โม่เสวี่ยหมิ่นอ้างว่าเห็นโม่เสวี่ยถงที่ศาลาฉิงฟางเก๋อ ทำให้นางมิอาจปัดความรับผิดชอบเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่นั่น เขาจึงต้องการให้องค์หญิงหมิงจูช่วยเป็นพยาน

            “เอาเถิด เปิ่นกงจะแสดงให้ทุกคนรู้ว่าคุณหนูสามสกุลโม่เป็นคนโปรดจึงเรียกมาพบ เท่านี้คงพอใจแล้วสินะ”

            องค์หญิงหมิงจูหัวเราะอย่างนึกขันในตัวหลานชาย ก่อนหันไปยิ้มกล่าวกับโม่เสวี่ยถงด้วยแววตาอ่อนโยน “คุณหนูสาม เมื่อครู่มีเรื่องสนุกเกิดขึ้นในงานเลี้ยงใช่หรือไม่ ไม่สู้เล่าให้เปิ่นกงฟังสร้างความหรรษาเสียหน่อย”

            เรื่องสนุกที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยง คงหมายถึงเรื่องโม่เสวี่ยหมิ่นกับซือหม่าเหอเยี่ยนกระมัง...

            “กราบทูลองค์หญิง ตอนนั้นหม่อมฉันนั่งอยู่ด้านหลังพี่สาวคนโต ซึ่งอยู่ห่างจากที่ประทับของฮองเฮาค่อนข้างไกล จึงได้ยินแค่ว่าบทกลอนของพี่สาวมีปัญหา ต่อมาพี่สาวและคุณหนูซือหม่าต่างไปชี้แจงต่อหน้าพระพักตร์ สุดท้ายก็ทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้เลิกงานเลี้ยง แล้วเสด็จขึ้นเรือสำราญไป ดังนั้นรายละเอียดเป็นเช่นไรหม่อมฉันหารู้ไม่”

            เมื่อไม่ทราบว่าองค์หญิงทรงมีพระดำริเช่นไร คำพูดบางอย่างนางย่อมต้องรักษามารยาท

            “พี่สาวผู้นั้นของเจ้าน่าสนใจแท้ๆ แต่ในวังหลวงก็มีคนเช่นนี้อยู่มากมายนั่นแหละ” องค์หญิงดูคล้ายมีความนัย เบื้องลึกดวงตาสงบนิ่ง รอยยิ้มที่ฉาบอยู่บนริมฝีปากเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ

            คำกล่าวนี้โม่เสวี่ยถงไม่อยากรับรู้ จึงหันไปมองเฟิงเจวี๋ยหร่านอย่างไม่สบายใจนัก

            “เสด็จอาทรงเยี่ยมยอดไปเลยพ่ะย่ะค่ะ ในวังลึกมีแต่เรื่องน่าตื่นใจให้ทอดพระเนตรเต็มไปหมด” เฟิงเจวี๋ยหร่านกะพริบตาปริบๆ ยิ้มกล่าวกับองค์หญิงด้วยท่าทางเกกมะเหรก

            ระหว่างที่กำลังสนทนากันอยู่ ขันทีที่เฝ้าหน้าประตูด้านนอกก็เข้ามารายงาน “ฉู่อ๋องรอเข้าเฝ้าองค์หญิงอยู่นอกตำหนักพ่ะย่ะค่ะ”

            “ยามนี้เสด็จพี่ใหญ่ควรติดพันกับหญิงงามอยู่มิใช่หรือ ไฉนถึงแล่นมาที่นี่ได้” เฟิงเจวี๋ยหร่านมุ่นคิ้วย่นจมูก วาจามีกลิ่นอายคล้ายกระทบกระเทียบอยู่เล็กน้อย

            เฟิงเจวี๋ยเสวียนในอาภรณ์งามสง่าเดินผ่านประตูตำหนักเข้ามาได้ยินเข้าพอดี ก็หัวเราะกล่าวว่า “น้องแปดเข้าใจล้อเล่น ในตำหนักของพี่ใหญ่มีหญิงงามที่ไหนกัน”

            ขณะที่เอ่ยปากสายตากลับทอดไปยังดรุณีน้อยที่อยู่เบื้องหน้า ซึ่งอยู่ในอาภรณ์แพรเนื้อเบาสีขาวกระจ่างปานหิมะ คลุมไหล่ด้วยแพรโปร่งสีชมพูอ่อนที่ยาวกรอมไปถึงพื้น ผิวพรรณผุดผ่อง ในความขาวกระจ่างระบายด้วยสีแดงระเรื่อ แลดูอ่อนหวานละมุนละไม ใสบริสุทธิ์ยิ่งกว่าหยกมันแพะชั้นเลิศ งามเพริดพริ้งยิ่งกว่าบุปผาใดในใต้หล้า ริมฝีปากดั่งผลอิงเถาน้อยๆ ดวงตาเป็นประกายฉายแววไร้เดียงสา แต่กลับสงบเสงี่ยม ให้รู้สึกถึงความสูงส่งสง่างามอย่างมิอาจพรรณนา

            ทว่าคลื่นเล็กๆ ดั่งสายวารีฤดูสารทที่ม้วนเกลียวอยู่ในดวงตา คล้ายกำลังดูดกลืนผู้คนเข้าไปในห้วงสายตาอันลึกล้ำ

            โม่เสวี่ยถงลุกขึ้นยอบกายถวายบังคมต่อเฟิงเจวี๋ยเสวียน ในห้องนี้ล้วนมีแต่ราชนิกุล นางไม่อาจเสียมารยาท

            “คุณหนูสามสกุลโม่มิต้องมากพิธี ไม่ทราบว่าคุณหนูมาที่นี่ตั้งแต่เมื่อใด ตอนที่เปิ่นหวางเข้ามาถึง ได้ยินเสด็จอาทรงพระสรวล ดูท่าคุณหนูสามจะเป็นที่ถูกพระทัยไม่น้อย” เฟิงเจวี๋ยเสวียนโบกมือเป็นนัยให้นางทำตัวตามสบาย แล้วเอ่ยถามคล้ายว่ามิได้นำพาอันใด แต่พอสายตาเลื่อนไปยังเฟิงเจวี๋ยหร่านที่ยิ้มยั่วอย่างมีเลศนัยอยู่ด้านข้าง ก็กระแอมไอเบาๆ เสียงหนึ่ง

            “คุณหนูสามสกุลโม่เป็นสตรีที่น่าสนใจ เปิ่นกงรู้สึกชมชอบตั้งแต่อยู่อวิ๋นเฉิงแล้ว ได้พบกันอีกนับเป็นวาสนา ครานี้ได้ยินว่านางเข้าวังมาร่วมงานเลี้ยง เลยให้คนไปเชิญมาที่นี่เป็นพิเศษ คุยเพลินกันอยู่ พวกเจ้าสองคนก็มา หรือว่าที่ตำหนักของเปิ่นกงมีของดีอันใดหรือไม่ จึงดึงดูดทุกคนมากันหมดเลย ได้เจอกันพร้อมหน้าเช่นนี้เป็นโอกาสที่หาพบได้ยากยิ่งนัก”

            องค์หญิงทรงตอบกลับอย่างชาญฉลาด แล้วยกพระหัตถ์กวักเรียกโม่เสวี่ยถงด้วยรอยยิ้ม ต่อหน้าผู้สูงศักดิ์ทั้งสามพระองค์ย่อมไม่มีที่นั่งสำหรับนาง ดังนั้นตำแหน่งข้างพระวรกายขององค์หญิงย่อมเหมาะสมที่สุด ไป๋หลิงที่กำลังทุบบ่าและหลังให้องค์หญิงยิ้มให้นางอย่างเป็นมิตร ก่อนหมุนตัวไปชงชาให้เฟิงเจวี๋ยเสวียน

            “นานๆ ครั้งเสด็จอาจะพบผู้ที่ถูกพระทัยสักคน วันหลังคุณหนูสามสกุลโม่คงต้องเข้าวังบ่อยๆ เสียแล้ว” เฟิงเจวี๋ยเสวียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม ก่อนหันไปพูดกับองค์หญิง “พระพลานามัยของเสด็จอาเป็นอย่างไรบ้างพ่ะย่ะค่ะ มิได้มาเข้าเฝ้าสองสามวัน ได้ยินว่าเสด็จอาประชวร ลืมคิดไปว่ายามนี้ก็ดึกมาก มารบกวนเวลาพักผ่อนของเสด็จอาแท้ๆ”

            เฟิงเจวี๋ยเสวียนวางตัวงดงามเหมาะสม วาจานุ่มนวลเต็มไปด้วยความรู้สึกใส่ใจอย่างยิ่ง ทำให้คนฟังรู้สึกปลาบปลื้ม สีหน้าขององค์หญิงเบ่งบานไปด้วยรอยยิ้ม ผงกศีรษะกล่าวว่า “ดีขึ้นแล้วล่ะ หายทันงานวันเฉลิมพระชนมพรรษาของไทเฮา ย่อมเป็นเรื่องน่ายินดี แต่ให้หลานชายสองคนมาอยู่เป็นเพื่อนเช่นนี้ ไม่รู้ว่าคุณหนูคนอื่นๆ จะนึกขุ่นเคืองเปิ่นกงหรือเปล่าน่ะสิ”

            “เสด็จอาโปรดวางพระทัย หากสตรีเหล่านั้นจะขุ่นเคืองก็เพราะเสด็จพี่ใหญ่ทั้งสิ้น เสด็จอาย่อมรู้ อย่างหลานไหนเลยจะมีผู้ใดสนใจ แต่ละคนพากันเดินเลี่ยงหลบเพราะกลัวถูกเห็นสิไม่ว่า เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย มาอยู่เป็นเพื่อนเสด็จอาดีกว่า หาไม่แล้วหากธิดาสกุลไหนเกิดเรื่อง เดี๋ยวจะพานมาโทษหลานได้” เฟิงเจวี๋ยหร่านเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากแดงชาดกรีดยิ้มโปรยเสน่ห์ร้ายกาจ แลดูคล้ายบุรุษเจนจัดสนามรัก

            “น้องแปดกล่าวถ่อมตัวเกินไปแล้ว ได้ยินมาว่าฮองเฮาทรงมีพระประสงค์จะเป็นแม่สื่อให้ คุณหนูตระกูลสูงศักดิ์ที่เชิญมาวันนี้ก็เพื่อมาให้เจ้าดูตัวทั้งสิ้น ไฉนจึงหนีออกมาพบเสด็จอาที่นี่เล่า ไม่แน่ว่าอีกประเดี๋ยวฮองเฮาอาจจะส่งคนมาตามตัวก็ได้” เฟิงเจวี๋ยเสวียนกล่าวพลางอมยิ้ม

            “เสด็จพี่ใหญ่พูดถึงเรื่องตนเองเถิดว่าหมายตาคุณหนูสกุลไหน จวนติ้งกั๋วกงหรือว่าหมิงกั๋วกง ได้ยินมาว่าคุณหนูจวนหมิงกั๋วกงหน้าตางดงามนัก ยังมีคุณหนูจวนแม่ทัพใหญ่อีกคน วันนี้มากันครบถ้วน ฮองเฮาทรงให้สตรีเหล่านั้นนั่งโต๊ะแรกสุด เสด็จพี่ย่อมเห็นชัดกว่าผู้ใด” เฟิงเจวี๋ยหร่านยิ้มอ่อน สีหน้าเต็มไปด้วยการหยอกเย้า

            สองคนพี่น้องเจ้ายั่วมาข้าหยอกไป ดูสมัครสมานปรองดองกันยิ่งนัก

    คล้ายกับเรื่องพลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023