ใน Series'คู่สึบเหนึอโลก'ที่ผู้อ่านกำลังจะได้อ่านหลังจากนี้ ผมได้ย้อนไปเล่าถึงเหตุการณ์ก่อน ที่จะมี'ตุ๊กตาสองิญญา' เพื่อที่จะได้เป็การปูพื้นว่า'พลังเงาที่แฝงอยู่ในกิตติมีพัฒนาการมาอย่างไร
แต่ผมต้องขออธิบายไว้ล่วงหน้าอีกอย่างหนึ่งว่า ใน Series 'คู่สืบเหรือโลก' ทั้งหมดนี้ เป็เหตการณ์หลังจากที่ กิตติและไอริณรวมทั้งผองเพื่อนที่ผจญภัยด้วยกัน ได้พ่ายแพ้ให้กับ'บุรุษตาไฟทมิฬ'หรือ ' กัมปนาท' ที่เป็เหตุการณ์ที่อยู่ในเื่หลัก'สึบสู้ผี'
การพ่ายแพ้ครั้งนั้น ได้ทำให้'ไอริณ'สูญเสียความทรงจำ ส่วนพลังเงาของ'กิตติ'ก็สูญพลังไปเกือบหมด ขณะเป็ตาย 'บุรุษตาไฟ ก้มปนาท'ได้ใช้พลังในการแปรเปลี่ยนความจริงให้เบี่ยงเบนจากแกนกลางของความสมดุลที่เชื่อมภพต่างๆเข้าด้วยกัน(เหตุการณ์จะอยู่ในเื่หลัก)
และนั่นได้ทำให้ กิตติและไอริณได้ตกลงไปในโลกคู่ขนาน ที่แทบจะเหมือนกับโลกใบนี้ของเราทุกประการ เว้นแต่ว่า ที่โลกคู่ขนานนี้ ไม่มีผองเพื่อนคนอื่นๆที่ได้ร่วมชะตากรรมกันมาก่อนหน้านี้ แม้แต่คนเดียว...
กิตติสูญพลังแฝงเกือบหมด ไอริณตื่นขึ้นมาในโลกนื้ อย่างสูญเสียความทรงจำเกือบทั้งหมดเช่นกัน ก่อนที่กิตติจะค่อยๆใช้ให้พลังแฝงในร่างดึงความทรงจำของไอริณออกมาทีล่ะน้อยๆ...
จนสำเร็จ ไอริณ กลับมาเป็ไอริณคนเดิม แต่ทว่า... ไอริณก็พบว่า ความทรงจำในเื่คาถาอาคมของเธอกลับสูญหายไปจนแทบจำไม่ได้ แต่การเป็คนที่มี'ตรรกะ'ละเอียดอ่อนของเธอ กลับไม่ได้สูญหายไปด้วย
กิตติและไอริณได้ค่อยๆปรับตัวให้เข้ากับโลกคู่ขนานนี้ได้ดีเป็ลำดับ โดยที่ทั้งสองก็ไม่รู้ว่า 'กิตติและไอริณตัวจริงของโลกคู่ขนานนี้ สาปสูญไปทื่ใด ? (ปริศนานี้จะถูกเฉลยในลำดับต่อไป)
ในโลกคู่ขนานที่แทบจะไม่แตกต่างจากโลกของเรานี้ กิตติและไอริณได้ทำงานอยู่ในแผนกพิเศษของ กรมสืบสวนคดืพิเศษ ที่จะคอยทำงานคลื่คลายคดีลึกลับเหนือธรรมชาติต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเื่'จิต'และ'ิญญา"รวมทั้ง 'พลังงานลื้ลับต่างๆ'เป็หลัก
โดยแผนกพิเศษนี้ มีชื่อว่า...
'The X-Ghost'
ขอนำผู้อ่านไปพบกับความลื้ลับต่างๆของโลกคู่ขนานแห่งนี้ ที่มืทั้งเหมือน และแตกต่างจาก 'โลกของเรา'
คอยพบกับ 'คดีปานั์ที่ริมคลอง' ในบทต่อไปได้เลยครับ
*นวนิยายใน Series 'คู่สืบเหนือโลก'ได้ประพันธ์ร่วมกับ 'Mr.G'
Series:เงาที่ถูกสาป
ตอนที่ 1:คดีปานั์ที่ริมคลอง
กิตติใช้ปลายปากกาเคาะเบาๆ บนกระดาษภาพถ่าย ดวงตาที่มักจะสังเกตเห็นแม้แต่รอยฝุ่นที่ผิดที่ผิดทาง กำลังจับจ้องไปยังสิ่งที่อยู่บนแผ่นกระดาษนั้นอย่างไม่กะพริบ
ภาพถ่ายแสดงศพของหญิงสาววัยยี่สิบปลายๆ เธอเป็คนงานโรงงานผ้าที่ถูกพบในห้องเช่าริมคลองประเวศ แต่สิ่งที่สะดุดตานักสืบอย่างเขา ไม่ใช่ความตาย... หากแต่เป็ รอยปาน ขนาดใหญ่ที่เพิ่งปรากฏขึ้นบนแผ่นหลังของเหยื่อ
รอยปานนั้นมีสีน้ำตาลเข้มจัด ผิวััหยาบกร้านราวกับเปลือกไม้ ถูกจัดเรียงเป็รูปทรงประหลาด… คล้ายลายเส้นของ ยันต์โบราณ ที่ถูกสลักทับลงไปบนเนื้อหนัง
“คุณเห็นอะไรบ้าง กิตติ?” เสียงของ ไอริณ ดังขึ้นข้างหลัง เธอไม่ชอบยืนนิ่งๆ และมักจะเคลื่อนไหวไปรอบห้องเพื่อสำรวจทุกองค์ประกอบที่อาจถูกมองข้าม
ไอริณเป็คู่หูที่สมบูรณ์แบบสำหรับกิตติเสมอ—เธอคือตรรกะที่เฉียบคมและสมองที่ประมวลผลได้เร็วกว่าคอมพิวเตอร์ ในขณะที่เขาคือ เครื่องจับความรู้สึก ที่ไวต่อความผิดปกติของโลกที่ไม่ใช่กายภาพ
“ผมเห็นความเร่งรีบ ไอริณ” กิตติตอบช้าๆ โดยไม่ละสายตาจากภาพ
ไอริณเดินเข้ามายืนข้างเขา เธอสวมถุงมือยางสีดำแล้วหยิบแว่นขยายออกมาตรวจดูภาพอย่างละเอียด “รอยปานนี้เพิ่งเกิดก่อนตายไม่เกินหนึ่งชั่วโมง ไม่ใช่อาการทางิั แต่เป็ การแปรรูปเนื้อเยื่อ อย่างฉับพลัน... พลังงานต้องสูงมาก”
“และมันเกิดจากแรงกดทับ ไอริณ” กิตติชี้ไปที่ขอบของรอยปาน “ถ้าสังเกตดีๆ ขอบนอกของรอยนี้มีความทึบของสีไม่เท่ากัน เหมือนมันถูก 'กด' จากด้านในสู่ด้านนอก”
“เหมือนมีบางสิ่งกำลัง ประทับ ตรา” ไอริณสรุปพลางขมวดคิ้ว “แต่ยันต์อะไร? ผมไม่เคยเห็นยันต์โบราณที่มีลายเส้นหยาบกร้านแบบนี้มาก่อนเลย”
กิตติไม่ได้ตอบ แต่เขารู้สึกได้ถึงความเย็นที่แผ่จากภาพถ่ายตรงเข้าสู่ฝ่ามือ มันไม่ใช่ความเย็นทางอุณหภูมิ... แต่มันคือ ความสิ้นหวัง ของิญญาที่ถูกรุกรานถึงแก่น
> “ยันต์นี้ไม่ใช่อาคมป้องกัน ไอริณ… มันคือ ลายเซ็น ของผู้ล่า”
>
พวกเขาตัดสินใจลงพื้นที่ห้องเช่าริมคลองทันที
ห้องเช่าคับแคบ เต็มไปด้วยความชื้น และกลิ่นอับของชีวิตที่ยากลำบาก กลิ่นดินโคลนจากคลองด้านนอกยิ่งทำให้อากาศหนักอึ้ง
ไอริณสวมแว่นพิเศษที่สามารถตรวจจับร่องรอยพลังงานที่ตกค้าง (Residual Energy) เธอเดินไปรอบห้องอย่างช้าๆ ก่อนจะหยุดที่มุมห้อง
“กิตติ… ตรงนี้มีความร้อนที่ยังไม่สลายตัว” ไอริณชี้ไปที่พื้นไม้กระดาน “มันไม่ใช่ความร้อนจากเปลวไฟ แต่เป็คลื่นความถี่สูง… เหมือนคลื่นเสียงที่ถูกบีบอัดจนเป็ความร้อน”
กิตติไม่ได้ใช้แว่น เขาใช้เพียงความรู้สึก... เขาััได้ถึงความหน่วงของอากาศ ณ จุดนั้น
“มันคือจุดที่ผู้ล่า ปรากฏตัว” กิตติพึมพำ “และมันกำลังมองเราอยู่”
กิตติเหลือบมองไปยัง หน้าต่าง บานเล็กที่ถูกปิดสนิท มือขวาของเขากำแน่นโดยไม่รู้ตัว ปลายประสาทััของเขากำลังเตือนอย่างรุนแรงว่ามี เงา กำลังจ้องมองเข้ามาจากด้านนอก—เงาที่ไม่ได้สะท้อนบนกระจก
“เราต้องหาว่าเหยื่อไปทำอะไรมา กิตติ” ไอริณวางแว่นลง ใบหน้าเคร่งเครียด “ปานั์นี้คือการลงทัณฑ์ แต่ลงทัณฑ์เพื่ออะไร?”
“ผมจะไปดูสมุดบันทึกของเธอ ไอริณ คุณอยู่ที่นี่ต่อเพื่อตรวจสอบร่องรอยที่หน้าต่าง”
กิตติเดินไปที่โต๊ะข้างเตียง เขารื้อค้นจนพบสมุดบันทึกเล่มเล็กๆ ที่หน้ากระดาษเต็มไปด้วยรอยขีดเขียน เขาอ่านไปสองสามบรรทัด ก่อนจะพบกับประโยคสุดท้ายที่ถูกเขียนไว้ด้วยปากกาที่กดจนกระดาษเกือบขาด
> “ฉันฝันถึงผู้หญิงคนนั้นอีกแล้ว... เธอร้องไห้เหมือนจะขาดใจ และมือของเธอกำลังยื่นมาหาฉัน ฉันไม่ได้อยากทำ... ฉันไม่ได้อยากได้มันมา... ฉันขอโทษ ฉันไม่อยากมีชีวิตอยู่ด้วยความผิดนี้อีกแล้ว”
>
กิตติเงยหน้าขึ้นจากสมุดบันทึก เขามองไปยังคลองประเวศนอกหน้าต่างทันที ความผิด ของเหยื่อไม่ใช่การกระทำ... แต่มันคือ สิ่งที่เธอได้รับมา!
“ไอริณ! ผมว่าเหยื่อคนนี้รับเอาบางสิ่งมา...!”
ทันใดนั้นเอง!
ครืนนนนน!
เสียงดังสนั่นเหมือนเหล็กที่ถูกทุบดังมาจากด้านหลังห้อง แรงสั่นะเืรุนแรงจนโคมไฟเพดานแกว่งไกว ฝุ่นจากเพดานร่วงหล่นลงมา
ไอริณที่กำลังตรวจสอบหน้าต่างร้องออกมาด้วยความใ เมื่อเธอหันกลับมา...
ผนังห้อง ด้านหลังกิตติที่เคยว่างเปล่า—ตอนนี้ปรากฏรอยร้าวเป็ทางยาว รอยแตกนั้นไม่ใช่รอยร้าวจากการสั่นะเื แต่เป็รอยที่เกิดจากการ ฝังตัว ของวัตถุขนาดใหญ่
และจากรอยแตกนั้น... มือสีดำทะมึนที่ไม่ได้มีิั แต่เป็สิ่งที่ดูคล้าย ดินโคลนสีเข้มจัด ได้ทะลวงออกมาอย่างช้า ๆ
กิตติแข็งค้างไปชั่วขณะ ร่างกายเขาชะงักไปตามสัญชาตญาณของการเอาตัวรอดที่ไม่ใช่เชิงกายภาพ เขารู้ว่าไม่ว่าจะเป็ไอริณหรืออาวุธใดๆ ก็ไม่สามารถหยุดสิ่งที่กำลังจะคลานออกมาจากผนังได้!
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็ความตายนั้น... พลังแฝงที่ถูกกดไว้ในตัวกิตติก็ตอบสนอง!
ความเย็นจัด พุ่งออกจากกึ่งกลางอกของเขาแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายอย่างรวดเร็ว ดวงตาของกิตติเบิกกว้างด้วยความใ สีของดวงตานั้น... ไม่ใช่สีน้ำตาลเข้มเหมือนเดิม
มันเปลี่ยนเป็สี ขาวเงิน ทันที...
และสิ่งที่กิตติรู้สึกได้ คือ คลื่นแรงสั่นะเื บางอย่างที่ถูกปล่อยออกมาจากตัวเขาโดยอัตโนมัติ พุ่งเข้าใส่โคลนดำนั้นอย่างรุนแรง
ฟิ้วววววว!
เสียงเหมือนอากาศถูกฉีกขาด มือโคลนนั้นสั่นอย่างรุนแรงก่อนจะถูกกระแทกกลับเข้าไปในผนังอย่างรวดเร็ว
กิตติทรุดฮวบลงกับพื้น หายใจถี่รัว ดวงตาขาวเงินนั้นค่อยๆ กลับคืนสู่สีปกติอย่างช้า ๆ
ไอริณรีบวิ่งเข้ามาหาเขาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก “กิตติ! คุณ...คุณเป็อะไร? เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้น!?”
กิตติหายใจเข้าลึก ๆ เขาพยายามควบคุมอาการสั่นของร่างกายและซ่อนความจริงที่เกิดขึ้นจากคู่หูของเขา เขาจับมือไอริณไว้แน่น
> “เรา... เราไม่มีเวลาแล้ว ไอริณ” กิตติกระซิบเสียงแหบพร่า “ผู้หญิงคนนั้น... เธอรับเอา เงา มาจากผู้หญิงอีกคน เงาที่มาพร้อมกับยันต์... และเงาตัวจริงกำลังตามมาทวงคืน”
>
เขาเงยหน้าขึ้นมองผนัง รอยแตกหายไปแล้ว เหลือเพียงร่องรอยเล็ก ๆ ที่เพิ่งถูกซ่อมแซมอย่างรวดเร็วด้วยสิ่งที่ดูเหมือนดินโคลน
“ไอริณ... เราต้องหาสถานที่ที่เหยื่อไปเมื่อวานนี้ สถานที่ที่เธอรับเงามา... ก่อนที่เงาจะหาทายาทของเธอเจอ…”
— จบตอน
โปรดติดตามตอนต่อไป...