CHAPTER 03 : ฉันไม่ได้ชอบเธอ
“หนูชอบพี่!”
โอ๊ยยยย อยากจะตบปากตัวเองสักร้อยที พูดอะไรออกไปเนี่ยยย ฉันทำตาปริบๆ ส่งไปให้พี่ธามซึ่งก็ดูเหมือนเขาไม่ได้ใอะไรเลยสักนิด นี่ฉันกำลังสารภาพรักอยู่นะช่วยทำหน้าให้มันมากกว่าการยืนมองหน้าฉันนิ่งๆ ได้ไหม ทำตัวไม่ถูกแล้วนะ
พี่ธามเงียบ ฉันก็เงียบ ไม่รู้อะไรมาเข้าสิงทำให้ฉันสารภาพออกไปแบบนั้นแค่อยากให้เขารับรู้ถึงความรู้สึกที่แท้จริงของฉัน ความรู้สึกที่ฉันมีให้เขาแค่คนเดียวมาตลอด ถึงมันจะดูเร็วไปสำหรับเขา แต่สำหรับฉันฉันรอมันมาสามปีแล้ว
ฉันไม่อยากเก็บมันไว้อีกแล้ว จะเจ็บยังไงก็ต้องเสี่ยง
“ดะ เดี๋ยวสิ” ฉันเรียกพี่ธามไว้เมื่อเห็นว่าเขากำลังจะเปิดประตูเข้าไปในห้องของตัวเองอีกครั้ง
ฉันอยากได้คำตอบ ไม่ใช่ความเงียบที่พี่ธามมอบให้ฉัน
“ฉันไม่ได้ชอบเธอ”
ปัง!
พูดจบก็เดินเข้าห้องไปแถมยังปิดประตูใส่ฉันเสียงดังด้วย ไร้เยื่อใยสุดๆ
พี่ธามนะพี่ธามจะปฏิเสธใครก็ช่วยถนอมน้ำใจกันหน่อยได้ไหมเสียใจนะเว้ย คิดไว้อยู่แล้วว่าต้องโดนตอบกลับมาแบบนี้ เคยเจอกันแค่ไม่กี่ครั้งก็ไปบอกชอบเขาแบบนี้เป็ใครก็คิดว่าบ้าทั้งนั้นแหละ แต่คิดว่าฉันจะยอมแพ้หรือไง ฉันชอบของฉันมาตั้งสามปีโดนปฏิเสธแค่นี้ฉันไม่ท้อหรอก บอกแล้วไงว่าพี่ธามต้องเป็ของม่านมุกคนเดียว
“แบร่~ ชิ!” ฉันแลบลิ้นใส่ประตูก่อนจะเข้ามาในห้องตัวเองเอากระเป๋าวางไว้บนโต๊ะแล้วทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างคิดไม่ตก
คิดว่าจะทำยังไงต่อไปดีน่ะสิ พี่ธามไม่ใช่คนที่จะอ่านออกได้ง่ายๆ ด้วย ใบหน้าเรียบนิ่งกับสายตาเ็าแบบนั้นซ่อนอะไรไว้อยู่ก็ไม่รู้แล้วอีกอย่างจะมีความรู้สึกหรือเปล่าเถอะ แต่ไม่รู้แหละมาถึงขั้นนี้แล้ว ต่อไปก็เตรียมรับมือกับม่านมุกคนนี้ไว้ได้เลย น้ำหยดลงบนหินทุกวันหินมันยังกร่อน นับประสาอะไรกับหัวใจของพี่ธามที่จะต้องใจอ่อนให้ฉันเข้าสักวันล่ะน่า
“ม่าน”
“...”
“ม่านตื่นได้แล้ว”
“อือออ” ฉันค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างรู้สึกรำคาญเมื่อได้ยินเสียงคนเรียก
“มานอนอะไรตรงนี้เนี่ย” พี่ชายฉันนั่นเอง คนที่เรียกฉันว่าม่านมีพี่มันคนเดียวนั่นแหละ
ฉันลุกขึ้นนั่งก่อนจะมองไปรอบๆ ก็พบว่ามันไม่ใช่ห้องนอนของฉัน แต่มันเป็ห้องนั่งเล่นนั่นเอง อ่า นี่ฉันเผลอหลับไปเหรอ
“กี่โมงแล้วเนี่ย” ฉันสะบัดหัวสองสามทีเพื่อไล่ความง่วงที่ยังคงมีอยู่ออกไป
“จะสองทุ่มแล้ว” พี่มาร์คตอบ
“แล้วพี่มานานยังอ่ะ” ฉันถามเพราะเห็นว่าพี่มันไม่ได้อยู่ในชุดนักศึกษาแล้ว
“สักพักแล้วล่ะ”
“งานเยอะเหรอ”
“อือ พอดีมีปัญหานิดหน่อย” พี่มันตอบเสียงเนือยๆ
ฉันลืมบอกไปว่าพี่มาร์คเป็ประธานรุ่นสาขา ถึงแม้ว่าจะอยู่ปีสามแล้วก็ต้องคอยควบคุมปีสองที่ต้องดูแลปีหนึ่งอีกที ใครบอกว่าเป็รุ่นพี่แล้วจะสบายฉันนี่เถียงขาดใจเลย ตอนปิดเทอมพี่มันก็ไม่ได้กลับบ้านเพราะต้องทำงานเตรียมรับน้องใหม่นี่แหละ ไม่รู้ว่าใครเลือกให้พี่ฉันเป็ประธานเพราะพวกเพื่อนพี่ได้เป็พี่ว๊ากหมดเลย แต่พี่มาร์คก็คงจะเหมาะกับตำแหน่งนี้ที่สุดแล้วล่ะถ้าให้เทียบกับคนอื่นในกลุ่ม ส่วนพี่ไต้ฝุ่นกับพี่ธามก็โคตรจะเหมาะกับการเป็พี่ว๊ากเลยแค่ยืนเฉยๆ คนก็พากันกลัวแล้วแต่กับพี่คิมฉันนึกภาพไม่ออกเลยจริงๆ
“เหนื่อยแย่เลย”
“นิดหน่อย ไปกินข้าวกันเถอะพี่ซื้อมาให้แล้ว” พี่มาร์คบอกแค่นั้นก่อนจะจูงมือฉันไปที่โต๊ะกินข้าวที่มีอาหารวางเต็มโต๊ะ เริ่มไม่แน่ใจว่าซื้อมากินแค่สองคนหรือเปล่า อะไรจะเยอะปานนี้
“หิวขนาดนั้นเลย” ฉันอดที่จะถามไม่ได้ แต่ให้หิวแค่ไหนก็ไม่ควรซื้อมาเยอะขนาดนี้ไหมอ่ะ กินไม่หมดแน่ๆ
“หิวสิ มากด้วย”
“ไม่เห็นต้องซื้อมาเยอะขนาดนี้ก็ได้กินกันสองคนเอง เหลือก็ทิ้งเปล่าๆ” เสียดายของ นี่สินะที่เขาบอกว่าห้ามซื้ออะไรตอนที่หิวมากๆ อ่ะ เพราะมันเป็่ที่เราขาดสติ
“เดี๋ยวไอ้ธามมากินด้วย”
หะ ห้ะ เมื่อกี๊พี่มันพูดว่าอะไรนะ
“หมายคะ...”
“มาแล้วเหรอ เร็วๆ กูหิว”
ยังไม่ทันที่ฉันจะพูดได้จบประโยคเสียงเปิดประตูพร้อมกับประโยคที่พี่มาร์คพูดก็ทำให้ฉันกระจ่างทันที
พี่ธามจะมากินข้าวด้วย!
ไม่ต้องสงสัยว่าทำไมพี่ธามถึงเข้าออกห้องนี้ได้อย่างง่ายดายเพราะเขารู้รหัสไง แต่ให้ตายเถอะ ฉันยังไม่พร้อมจะเจอหน้าพี่ธามตอนนี้เลยนะ เข้าใจไหมว่าเพิ่งโดนปฏิเสธมาอ่ะ ถึงจะบอกว่าไม่รู้สึกอะไรก็เถอะแต่ขอทำใจก่อนไม่ได้หรือไง พี่ธามเองก็เหมือนกัน รู้ว่าฉันชอบก็ขยันมาอ่อยจัง
ฉันมองพี่ธามที่เดินมานั่งลงตรงข้ามกับฉัน (พี่มาร์คนั่งหัวโต๊ะ) แต่พอเขาหันมาสบตาฉันก็รีบหันหน้าหนีทันที ใจน้องไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้วพี่จ๋า พี่ชายตัวดีของฉันก็ทำอะไรไม่เคยจะปรึกษา ถ้าเกิดน้องสาวคนนี้หัวใจวายขึ้นมาจะทำไง
“กินเลยแล้วกัน หิวไม่ไหวแล้ว” พูดจบพี่มันก็เริ่มกินทันที สงสัยจะหิวจริงๆ นั่นแหละ
พวกเรานั่งกินกันเงียบๆ ไม่มีบทสนทนาใดๆ เกิดขึ้น พี่มาร์คก็เอาแต่กิน ฉันก็เอาแต่มองหน้าพี่ธาม ส่วนรายนั้นไม่ต้องพูดถึง แค่ปกติก็แทบจะไม่ได้ยินเสียงของเขาอยู่แล้ว กลัวดอกพิกุลร่วงหรือไงก็ไม่รู้
Rrrrrrr
“ไปคุยโทรศัพท์แปบ” เสียงโทรศัพท์ของพี่มาร์คดังพร้อมกับเ้าตัวที่ออกไปคุยโทรศัพท์ที่ระเบียง
“มีอะไร”
“คะ...” ทันทีที่พี่ชายฉันลุกออกไปพี่ธามที่นั่งเงียบมาตลอดก็เอ่ยขึ้นมาอย่างงงๆ
“เธอเอาแต่มองหน้าฉัน” พี่ธามพูดพร้อมกับมองหน้าฉันนิ่งบ่งบอกถึงความไม่พอใจ
“เอ่อ ขอโทษค่ะ” ในเมื่อทำจริงอย่างที่เขาว่าก็ไม่รู้จะแก้ตัวไปทำไม
พี่ธามไม่พูดอะไรแล้วก้มหน้าก้มตากินต่อ ฉันจึงหันมาสนใจข้าวในจานที่เพิ่งหายไปนิดเดียวของตัวเองบ้าง ไม่ใช่ว่าอาหารไม่อร่อยแต่อย่างใด แต่พอดีมีคนของใจมานั่งกินด้วยแบบนี้ก็ทำให้อิ่มอกอิ่มใจไปทั้งคืนแล้ว
“พี่ธามไม่กินผักเหรอคะ” ฉันถามเพราะเห็นพี่ธามเอาแต่เขี่ยผักออก
“อือ” พี่ธามตอบแค่นั้นพร้อมกับตักเนื้อหมูเข้าปาก
“เดี๋ยวหนูกินให้” ฉันถือวิสาสะตักผักในจานของพี่ธามที่เขาเขี่ยมาไว้ข้างๆ มาใส่จานตัวเอง เยอะเหมือนกันแฮะ
ฉันมองผักในจานตัวเองแล้วกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะตักมันเข้าปาก ค่อยๆ เคี้ยวแล้วกลืนมันลงไปช้าๆ
“เอ่อ ผักมีประโยชน์จะตายเนอะ” ฉันยิ้มแห้งๆ ให้พี่ธามที่นั่งมองฉันแล้วทำหน้าเหมือนฉันกินสิ่งแปลกปลอมเข้าไปงั้นแหละ
ก็แค่ผักเอง
“พี่ธามมีอะไรหรือเปล่าคะ” ฉันถามเพราะพี่ธามเอาแต่มองหน้าจนฉันทำอะไรไม่ถูก
“เปล่า”
“พี่มองหน้าหนู” ฉันถามกลับในประโยคเดียวกับพี่ธามถามฉัน
“มองไม่ได้” พี่ธามเอียงคอถามราวกลับจะหาเื่กันอย่างนั้นแหละ
“ได้ค่ะ ให้มองทั้งชีวิตยังได้เลย”
งืออออ พูดเองก็อยากจะอ้วกเอง อย่าว่าแต่คนฟังจะเลี่ยนเลยฉันก็รับตัวเองไม่ได้เหมือนกัน พูดออกไปได้ไงอ่ะ นี่ถ้าเป็คนอื่นคงเบะปากใส่ฉันไปแล้วล่ะแต่เพราะเป็พี่ธามไงเขาก็ทำได้แค่มองหน้าฉันนิ่งๆ นั่นแหละ
“ไอ้ธามพวกไอ้เบสชวนออกไปร้านเฮียเรียว ไอ้คิมกับไอ้ฝุ่นก็ไปมึงจะไปไหม” พี่มาร์คที่เพิ่งคุยโทรศัพท์เสร็จเดินเข้ามาถามพี่ธาม
“อือ” พี่ธามตอบพร้อมกับยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่มเมื่ออิ่มแล้ว
“ม่านอยู่คนเดียวได้ไหม” พี่มาร์คหันมาถามฉัน
“ถ้ามุกบอกว่าไม่ได้ล่ะ” เอาจริงๆ ก็อยู่ได้สบายอยู่แล้ว แกล้งพี่มันไปงั้นแหละ
“ไม่ได้พี่ก็จะไป อีกสิบยี่สิบนาทีเจอกัน” ประโยคหลังพูดกับพี่ธามก่อนตัวเองจะหนีเข้าไปในห้อง
พี่เวร! จะถามทำไมก็ไม่รู้ไอ้เราก็นึกว่าจะห่วงกัน
“พี่ธาม” ฉันเรียกที่ธามที่กำลังจะลุกออกไป เหมือนเป็นิสัยเลยอ่ะที่ชอบเรียกเขาไว้ทั้งที่บางครั้งก็ไม่มีอะไรจะพูดหรอก แต่ปากก็ไวเรียกไว้ตลอด “เอ่อ เื่ที่หนูพูดไปวันนี้ หนูไม่ได้โกหกนะคะ”
ฉันชอบพี่ธาม ฉันอยากจะย้ำให้เขาฟังว่าฉันรู้สึกแบบนั้นจริงๆ ถึงตอนนี้พี่ธามจะยังไม่รู้สึกอะไรแต่ฉันจะทำให้เขาหันมาสนใจฉันให้ได้ คงจะมีสักวันที่ฉันได้เข้าไปอยู่ในหัวใจของพี่ธาม ฉันหวังแบบนั้น
เอาจริงๆ ฉันก็ไม่ได้คาดหวังกับคำตอบของพี่ธามหรอก ฉันชอบพี่ธามมานานก็จริงแต่สำหรับพี่ธามเราก็เหมือนคนที่รู้จักกันแค่ผิวเผิน ซึ่งถ้าฉันไม่ใช่น้องพี่มาร์คและเราไม่ได้เจอกันอีกรอบพี่ธามก็คงจะลืมฉันไปแล้ว อย่าลืมสิว่าั้แ่เมื่อสามปีก่อนเราก็ไม่ได้เจอกันอีกเลยถ้าพี่ธามบอกว่าชอบฉันสิถึงจะแปลก แต่ที่ฉันบอกเพราะอยากให้พี่ธามมองฉันเป็ผู้หญิงคนนึง ไม่ใช่น้องสาวเพื่อน
“หนูชอบพี่จริงๆ ถึงพี่จะปฏิเสธหนูแต่หนูก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ หรอกนะ พี่เตรียมรับมือไว้ได้เลย”
“อย่าชอบฉัน”
พี่ธามที่เงียบอยู่นานเอ่ยขึ้นพร้อมกับหันมามองฉันด้วยสีหน้าจริงจังจนฉันได้แต่มึนงงในสิ่งที่เขาพูดออกมา มาห้ามกันแบบนี้ก็ได้หรือไง
ห้ามความรู้สึกของคนอื่นก็ได้เหรอ
“พี่พูดง่ายจังนะ แต่คิดว่าหนูจะทำมันได้ง่ายๆ เหรอ...”
ในเมื่อหนูชอบพี่มาตลอดสามปี
ฉันต่อประโยคนี้ในใจเพราะถึงจะพูดออกไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร พี่ธามเลือกที่จะปิดกั้นฉันั้แ่แรกแต่ฉันไม่ยอมหรอกนะ ฉันชอบของฉันมาตั้งสามปีอยู่ๆ มาบอกให้เลิกชอบง่ายๆ แล้วคิดว่าฉันจะทำได้หรือไง ฉันไม่เก่งขนาดนั้นสักหน่อย
“ฉันถือว่าบอกเธอแล้ว” พูดจบก็เดินออกไปเลย
ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมาห้ามไม่ให้ฉันชอบเขาด้วย ไม่เข้าใจอะไรสักอย่างในตัวของพี่ธามเลยสักนิด เ็า เข้าถึงยาก แถมยังเดาความคิดไม่ออกด้วย รับมือยากชะมัด
ฉันนั่งเขี่ยข้าวไปมาอย่างหมดอารมณ์จะกินต่อและพอเห็นผักในจานตัวเองก็รีบตักไปใส่ในจานพี่มาร์คที่กินอิ่มแล้วทันที ขนลุกแปลกๆ
เฮ้อ คิดไม่ออกเลยว่าจะทำยังไงต่อไป ในเมื่อตัวเองเป็คนบอกเองว่ายังไม่มีแฟนแล้วมีเหตุผลอะไรถึงต้องมาห้ามไม่ให้ฉันชอบด้วยล่ะ
“พี่ไปนะม่าน” พี่มาร์คที่เหมือนจะเข้าไปอาบน้ำออกมาบอกฉันยังคงนั่งอยู่ที่เดิมทั้งที่กินอะไรไม่ลงแล้ว
“อือ” ฉันตอบออกไปอย่างเหม่อลอยเพราะในหัวเอาแต่คิดถึงเื่พี่ธาม
“อิ่มแล้วก็เก็บจานไปล้างด้วย”
“อือ”
วะ ว่าไงนะ เมื่อกี๊พี่มันพูดว่าไงนะ ให้ฉันล้างจานทั้งหมดนี่คนเดียวน่ะเหรอ
“พี่มาร์ค! อย่าเพิ่งไปนะ” ฉันเรียกพี่มันที่กำลังวิ่งออกไปอย่างไม่คิดชีวิต
“พี่มาร์ค!!”
“ไอ้พี่มาร์ค!!!”
กรี๊ดดดด อีพี่เลวมันวิ่งออกไปแล้ว มันออกไปแล้วทิ้งฉันไว้กับถ้วยจานมากมายตรงนี้ ฉันเกลียดการล้างจานที่สุด พี่มันก็รู้แต่ก็ยังทำกับฉันได้ลง เกลียดมันนนน
“กลับมาเมื่อไหร่แม่จะเอาจานริวใส่หัวเลย” ฉันบ่นกระปอดกระแปดมาตลอดการล้างจาน
สุดท้ายและท้ายที่สุดฉันก็ต้องทำ ไอ้พี่เวร ฮึ่ย! หงุดหงิด ไม่ใช่ว่าฉันนิสัยคุณหนูหรืออะไรนะ แต่มันไม่ชอบไง ก็คนมันไม่ชอบอ่ะ มันหยึยมือยังไงก็ไม่รู้แล้วก็จะแสบมือนิดๆ เวลาล้างเสร็จด้วย แม่ยังไม่เคยใช้ฉันทำเลย แล้วก็ดูพี่มันซื้อของมาเยอะแยะเปลืองถ้วยเปลืองจานขนาดนี้ เวรกรรมก็มาตกอยู่ที่ฉันเนี่ย
หลังจากชดใช้เวรกรรมหมดแล้วฉันก็มาอาบน้ำเตรียมตัวดูซีรีย์ที่ห่างหายมานานเพราะมัวแต่เตรียมตัวสอบเข้ามหาลัย วันนี้จะดูให้ตาแฉะเลยเพราะพรุ่งนี้มีเรียนบ่าย
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนที่ฉันยังนั่งอยู่หน้าจอโน็ตบุคจนรู้สึกว่าตัวเองจะหาวบ่อยขึ้นถึงได้เอาโทรศัพท์มาดูนาฬิกา
ตีสาม! พระเ้า ดึกขนาดนี้เลยเหรอเนี่ยเหมือนเพิ่งดูไปได้แปบเดียวเอง สัญญาว่าจบตอนนี้จะเข้านอนทันทีเลย แต่ว่าดึกขนาดนี้แล้วพี่มาร์คยังไม่กลับมาอีกเหรอ หรือว่ามาแล้วฉันไม่รู้
แกรกๆ ๆ
เสียงเหมือนมีคนกำลังหมุนลูกบิดประตูที่ฉันล็อคไว้ทำให้ฉันละสายตาจากหน้าจอไปมองที่ประตู พี่มาร์คแน่เลยสงสัยเพิ่งจะกลับมาแล้วยังเห็นไฟในห้องฉันเปิดอยู่ ฉันกดหยุดซีรีย์ไว้ก่อนจะลุกไปเปิดประตู แล้วทำไมไม่เคาะก็ไม่รู้มาแบบนี้ฉันก็แอบหลอนเหมือนกันนะ
แอด
พรึ่บ!
“ว้ายย”
ฉันร้องออกมาอย่างใเมื่อฉันเปิดประตูแล้วเห็นพี่ธามอยู่หน้าห้องแถมยังซวนเซทำท่าจะล้มมาทางฉันอีก ดีที่ฉันประคองไว้ได้ทันไม่งั้นได้ไปนอนกองอยู่กับพื้นทั้งคู่แน่ แล้วพี่ธามมาอยู่หน้าห้องฉันได้ไงเนี่ย พี่มาร์คไปไหนทำไมถึงทิ้งเพื่อนตัวเองที่เมาขนาดนี้กลับมาคนเดียวได้
“พี่ธาม” ฉันเรียกเพื่อให้เขารู้สึกตัว กลิ่นเหล้านี่หึ่งเลยไม่รู้ว่ากินหรืออาบถึงได้เมาขนาดนี้
หนักอ่ะ เพราะเขาทิ้งน้ำหนักลงมาทั้งตัวทำให้ฉันที่ตัวเล็กกว่าเขาหลายเท่าเริ่มจะทรงตัวไม่อยู่แล้วเหมือนกัน กลิ่นเหล้ารุนแรงที่แค่ฉันสูดดมเข้าไปก็ทำให้เมาได้โดยไม่ต้องดื่มกินเลย
“เฮ้ยย อะไรวะเนี่ย” พี่มาร์คที่เพิ่งเข้ามาใไม่ต่างจากฉันก่อนหน้านี้รีบวิ่งมาเอาตัวพี่ธามออกจากตัวฉันทันที
“เมาแล้วเข้าห้องผิดตลอดเลยนะมึง” พี่มาร์คบ่นพร้อมกับลากพี่ธามที่ไม่มีสติหลงเหลืออยู่ไปนอนบนโซฟาโดยมีฉันเดินตามไปด้วย
ที่พี่มาร์คบอกหมายความว่าไง เมาแล้วเข้าห้องผิดเนี่ยนะ พี่ธามนะพี่ธามทำไมต้องกินให้ตัวเองเมาขนาดนี้ด้วยก็ไม่รู้
“ทำไมพี่ธามเมาขนาดนี้” ทำไมสภาพของทั้งสองคนถึงได้ต่างกันลิบลับแบบนี้ล่ะ
“เอ่อ มันเล่นเกมแพ้น่ะ” พี่มาร์คตอบก่อนจะหลบตาฉัน ก็แค่เล่นเกมทำไมต้องอึกอักด้วย แต่เกมบ้าอะไรถึงทำให้พี่ธามเมาขนาดนี้ คนอย่างพี่ธามไม่น่าจะคออ่อนหรอกนะ
“แล้วพี่จะให้พี่ธามนอนตรงนี้เหรอ มุกว่าพาไปส่งห้องดีกว่าไหม” ฉันเสนอ ให้ไปนอนบนเตียงสบายๆ ดีกว่าให้มานอนโซฟาแคบๆ แบบนี้น่ะ ห้องพี่ธามก็อยู่ตรงข้ามนี่เอง
“ให้มันนอนนี่แหละ พี่ี้เีแบกมันตัวหนักอย่างกับควาย” ข้อนี้ฉันไม่เถียงเลย ตัวพี่ธามหนักมาก “ม่านก็ไปนอนเถอะ ปล่อยมันไว้แบบนี้แหละ”
“แต่ให้พี่ธามไปนอนห้องพี่ก็ได้นี่” ฉันคะยั้นคะยอเพราะไม่อยากให้พี่ธามนอนตรงนี้ ขาเลยโซฟาอย่างนี้จะหลับสบายได้ไง
“ไม่เอาอ่ะ เดี๋ยวมันอ้วกในห้องพี่ เดี๋ยวอีกสักพักมันก็อ้วกเชื่อพี่สิ”
ฉันพยักหน้าเข้าใจก่อนที่สายตาจะมองไปยังพี่ธามอีกรอบ ใบหน้าแดงกล่ำเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ทำให้ฉันอดห่วงไม่ได้จริงๆ ให้นอนไปทั้งอย่างนี้คงจะอึดอัดน่าดู
“ไปนอนเถอะมันไม่เป็อะไรหรอก พี่เองก็ไม่ไหวแล้วว่ะ”
“อ่าค่ะ” ฉันตอบรับเพราะเหมือนพี่มาร์คก็ไม่ไหวแล้วจริงๆ ถึงจะไม่ได้เมาเหมือนพี่ธามแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เมาเลยสักหน่อย
เมื่อพี่มาร์คเดินเข้าไปในห้องแล้วฉันเองก็เดินเข้าไปในห้องน้ำแล้วออกมาพร้อมกับกะละมังใส่น้ำและผ้าในมือ อย่างน้อยได้เช็ดตัวก็จะทำให้รู้สึกดีขึ้นมาหน่อย ให้ปล่อยไว้แบบนี้ฉันทำไม่ได้หรอก ฉันเอาผ้าจุ่มน้ำแล้วบิดให้หมาดก่อนจะเอาไปเช็ดตามตัวให้พี่ธาม
“อืออ” พี่ธามครางออกมาพร้อมกับพยายามปัดมือฉันที่กำลังเช็ดลำคอและใบหน้าให้เขาออกอย่างรำคาญ
“เสร็จแล้ว” ฉันบอกพร้อมกับเอามือไปหยิกจมูกพี่ธามอย่างหมั่นไส้ไม่รู้จะโด่งไปไหน อย่าหล่อไปมากกว่านี้เลยแค่นี้ฉันก็กลัวคนอื่นมาชอบเขามากมายแล้ว ลำพังแค่ฉันคนเดียวก็ไม่รู้จะทำยังไงให้เขาสนใจเลย ถ้ามีคู่แข่งมาอีกไม่อยากจะคิดเลยว่าฉันจะสู้ไหวไหม
ฉันเข้ามาเอาผ้าห่มในห้องเพื่อจะไปห่มให้พี่ธามเพราะกลัวจะหนาวแต่พอออกมาภาพตรงหน้าทำเอาฉันเข่าแทบทรุด
พี่ธามอ้วก! ให้ตายเถอะ เป็อย่างพี่มาร์คบอกจริงๆ ด้วย ถึงจะชอบพี่มากแต่จะให้มาเก็บอ้วกแบบนี้ไม่ได้นะพี่ธาม ฮือออ มุกจะบ้า บอกตรงๆ ว่าแค่เห็นฉันก็อยากจะอ้วกตามแล้วล่ะ แต่เพราะทนเห็นสภาพพี่ธามตอนนี้ไม่ได้ฉันจึงจำใจเดินกลับเข้าไปเอากะละมังในห้องน้ำอีกรอบเพื่อเอามาเช็ดอ้วกให้ ดีที่มันเปื้อนแค่เสื้อกับที่ปากนิดหน่อย
ฉันถอดเสื้อพี่ธามออกอย่างทุลักทุเลเพราะเ้าตัวนอนแน่นิ่งไม่รู้เื่อะไรเลยจนฉันถึงกับหอบเมื่อถอดได้สำเร็จ
“พี่ธามนะพี่ธาม ไม่ชอบไม่ทำให้ขนาดนี้หรอกนะ” ปากบ่นแต่มือก็เริ่มเช็ดตัวเช็ดหน้าให้เขาอีกรอบ
ขาวชะมัด
เอ่อ ฉันหมายถึงใบหน้าของพี่ธามนะไม่ได้หมายถึงกล้ามหน้าท้องหรือหน้าอกอย่างที่ทุกคนคิดนะ หน้าของพี่ธามขาวใสมาก ฉันไม่ได้คิดอะไรอกุศลเลยจริง สาบานนน
เฮ้ออ ฉันถอนหายใจออกมาเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วจึงเอาผ้าห่มที่เตรียมไว้มาห่มให้ ปล่อยให้นอนแบบนี้คงจะเป็ปอดบวมเสียก่อนเสื้อก็ไม่มีด้วย เสร็จแล้วก็เอาเสื้อเปื้อนอ้วกของพี่ธามไปซักแล้วตากไว้ที่ระเบียงก่อนจะเดินมาดูพี่ธามอีกรอบ เหมือนเ้าตัวจะร้อนถึงได้ถีบผ้าห่มออกจนมันร่วงไปกองอยู่บนพื้นลำบากฉันต้องเอาขึ้นมาห่มให้เขาอีกรอบแต่คราวนี้ไม่ได้ห่มให้ทั้งตัวเพราะกลัวจะถีบออกอีก
ฉันนั่งยองๆ อยู่ข้างโซฟาเพื่อจะมองหน้าพี่ธามใกล้ๆ พอนอนแล้วเหมือนเด็กไม่มีผิด แต่ตอนตื่นนี่ใจร้ายชะมัดเลย
“รีบรับรักหนูเร็วๆ นะพี่ธาม”
ฉันลากนิ้วไปทั่วใบหน้าของพี่ธามก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ริมฝีปากแดงระเรื่อ ถ้าได้ััสักครั้งก็คงจะดี แต่วันนั้นคงจะไม่มาถึงง่ายๆ หรอกเนอะในเมื่อวันนี้เขาเพิ่งจะปฏิเสธฉันมา แต่ก็อย่างที่บอกว่าฉันไม่ท้อง่ายๆ หรอก
ฉันเดินกลับเข้ามาในห้องเพื่อจะดูซีรีย์ต่อให้จบตอนแต่พอเห็นเวลาก็ทำให้ฉันใอีกรอบ ตีสี่กว่าแล้ว ฉันรีบปิดโน้ตบุคทันทีไม่ดงไม่ดูมันแล้ว ไม่คิดเลยว่าเวลามันจะล่วงเลยมาขนาดนี้ แบบนี้เองสินะคนเขาถึงชอบพูดกันว่าเวลาที่เราอยู่กับคนที่ชอบเวลาจะผ่านไปเร็วเสมอ ใครๆ ถึงได้อยากหยุดเวลาไว้
“ฝันดีนะพี่ธามของหนู”
-TBC-