ชิวชิวใช้เวลาตามหากลุ่มคุณลุง และพี่ชายอยู่ประมาณ 30 นาทีได้ก็เจอพวกท่านกำลังนั่งคอยกันอยู่ที่ใต้ต้นไม้ เป็นที่พักผ่อนนอนหลับของคนที่เข้ามาในกองทิ้งของเสียที่นี่
พี่ชายที่กำลังนั่งพิงต้นไม้ใหญ่อยู่นั้น แน่นอนว่าจะต้องเป็นกลุ่มแรกๆ ที่เห็นขบวนสัตว์เลี้ยงหุ่นยนต์ ม้าโพนี่ทั้งสองตัว ที่มีสีเหลืองและสีเขียว สีสะท้อนแสงสะดุดตามาแต่ไกล
แต่ที่สะดุดตายิ่งกว่าก็คนที่ขี่พวกมันมาและกำลังนั่งอยู่ที่รถลากด้านหลังของมันนี่แหละนั่นมันไม่ใช่………..
“น้องเล็กชิวชิว……..❕❕”พี่เฟยหมิง(หลานปู่เฟยเทียน) / พี่ลู่จื้อ(หลานชายคุณตาลู่คง)
พี่เฟยหมิง กับพี่ลู่จื้อที่โตที่สุดคืออายุ 12 ปีตะโกนเรียกชื่อน้องเล็กของพวกเขาอย่างตกใจ และอ้าปากค้างอยู่อย่างนั้น
พี่ชายที่มาด้วยที่เหลือกับคุณลุง ก็สะดุ้งและลุกนั่งกันมองหาน้องเล็ก หรือหลานเล็กชิวชิวของพวกเขาด้วยเหมือนกัน
และสิ่งที่ทุกๆ คนเห็นพร้อมกันในตอนนี้คือขบวนกลุ่มของชิวชิวที่อยู่ทางฟากกองทิ้งของเสียในส่วนขยะชิ้นส่วนแผงอิเล็คทรอนิกส์นั้นเดินทางมาถึงพวกเขาแล้ว
แต่ว่าคุณพ่อ และเด็กๆ นั้นไม่ได้เดินมาด้วยเท้าเปล่านี่น่ะสิพวกท่านขี่หุ่นยนต์ม้าโพนี่มาถึงสองตัวด้วยกัน ไม่ให้พวกเขาตกใจได้อย่างไรกัน เวลาผ่านไปเพียงแค่ 2 ชั่วโมงเห็นจะได้ทำไมถึงมีหุ่นยนต์ราคาแพงแบบนี้ได้ ทั้งๆ ที่มายานยนต์คันเดียวกันแท้ๆ และแน่นอนว่าพวกเขาไม่เห็นเจ้าหุ่นยนต์ม้าโพนี่บนยานยนต์มาก่อน
ถ้าอย่างนั้นก็มีแค่เหตุผลเดียวเลยที่ว่า เจ้าสัตว์เลี้ยวหุ่นยนต์ ม้าโพนี่ทั้งสองตัวนี้จะต้องเจอที่กองทิ้งของเสียอย่างแน่นอน และคนที่พบเจอเจ้าม้าโพนี่สองตัวนี้ ก็คงจะต้องมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เป็นดวงดาวนำโชคของหมู่บ้านพวกเรา แม่หนูน้อยชิวชิวของ ❕❕
“หวงเซ่อ ลวี่เซ่อ หยุดและนั่งลง”ชิวชิว
ระหว่างที่กลุ่มของคุณลุง และพวกพี่ชายบางคนกำลังตกตะลึงอยู่ไม่หาย พวกเขาก็มาถึงกันแล้วและชิวชิวได้สั่งเจ้าหวงเซ่อ และเจ้าลวี่เซ่อ ให้หยุดเดินและนั่งลง
เมื่อพวกมันนั่งลง ตามคำสั่งของชิวชิวแล้ว พวกเด็กๆ ต่างทยอยลงจากรถลากด้านหลังบ้าง และลงจากหลังม้าโพนี่ทั้งสองตัวนี้บ้าง
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันครับคุณพ่อ”คุณลุงลู่เฟิน
“แล้วหุ่นยนต์ ม้าโพนี่ทั้งสองตัวนี้มาจากไหนกันครับคุณตาลู่คง”พี่ลู่จิว
“พวกมันชื่อหวงเซ่อ กับลวี่เซ่อเหรอครับ”พี่ลู่จื้อ
“เจอหุ่นยนต์ม้า โพนี่ที่ไหนกันเหรอครับคุณตาลู่คง”พี่เฟยหมิง
มีคำถามมากมายที่คุณลุงและพวกพี่ชาย ต่างถามมาพร้อมๆ กันไม่หยุดเลย คุณตาลู่คงยกมือขึ้นมาห้ามให้พวกเขาหยุดถามก่อน ✋และเริ่มเล่าเรื่องราวที่พบเจอทั้งแหวนสื่อสาร 208 วง และเจ้าม้าโพนี่ทั้งสองตัวนี้
“แหวนสื่อสาร 208 วง”
“หุ่นยนต์ม้าโพนี่”
เสียงพึมพำเหมือนเหม่อลอยเกิดขึ้นอีกครั้งแล้ว พวกคุณลุงและพี่ชายต่าง ตกใจจนพูดไม่ออกทำไมชิวชิวถึงได้โชคดีขนาดนี้กันพวกเขามาถึงร่วม 2 ชั่วโมงกันแล้วได้ของขนาดนี้ถือว่าโชคดีมากแล้ว แต่ถ้าเทียบกับของที่ชิวชิวเจอแล้วมันต่างกันโดยสิ้นเชิง เปรียบเทียบกันไม่ได้เลย
เมื่อต่างได้สติกลับคืนมากันแล้ว พี่ลู่เจ๋อก็คอยอยู่สอนวิธีใช้เจ้าหวงเซ่อกับคุณลุง และพวกพี่ชายที่โตกว่าในกลุ่ม เมื่อพอเข้าใจวิธีการใช้กันแล้ว ก็แบ่งเป็นสองกลุ่มอีกครั้งเพื่อที่จะมีหวงเซ่อ และลวี่เซ่อเป็นพาหนะพาทุกๆ คนหาสมบัติในกองทิ้งของเสียในโซนนี้เลย
มีผู้ใหญ่ทั้งหมด 3 คน และเด็กๆ 13 คน
หวงเซ่อ มีคนโดยสารไปตามนี้คือ
1.คุณลุงเฟยอวี่(ลูกชายคนรองปู่เฟยเทียน)
2.คุณลุงลู่เฟิน (ลูกชายคนรองคุณตาลู่คง)
3.พี่เฟยอิน(หลานปู่เฟยเทียน)
4.พี่ลู่จื้อ(หลานชายคุณตาลู่คง)
5.พี่ลู่เหวิน(หลานชายคุณตาลู่คง)
6.พี่ลู่จิว(หลานชายคุณตาลู่คง)
7.พี่ลู่เจ๋อ(หลานชายคุณตาลู่คง)
8.พี่เฟยฟา(หลานปู่เฟยเทียน)
ลวี่เซ่อ มีคนโดยสารไปตามนี้คือ
1.คุณตาลู่คง
2.ชิวชิว
3.พี่สาวเซี่ยเซี่ย
4.อาเล็กเจียงเจียง
5.พี่ใหญ่ชุนชุน
6.พี่รองตงตง
7.พี่เฟยหมิง(หลานปู่เฟยเทียน)
8.พี่เฟยฉี(หลานปู่เฟยเทียน)
แต่ละตัวจะมีผู้ใหญ่ขี่ม้าโพนี่ไปด้วยหนึ่งคน นอกนั้นจะแบ่งกันไปนั่งที่บรรทุกของด้านหลังกัน
ชิวชิว นั่งมองดูของที่กองพะเนินด้านหน้าเต็มไปหมดอย่างสนใจ ใจจริงแล้วอยากจะคืนสภาพของในโซนนี้ใจจะขาด แต่ติดที่ว่านางจะทำแบบนั้นมีหวังผู้คนแถวนี้แตกตื่นกันหมดแน่ๆ
“คุณพ่อครับไปทางด้านนู้นกันเถอะครับ ยังมีสภาพที่มันเกือบสมบูรณ์เต็มร้อยมาใหม่ๆ เยอะเลยครับ เพียงแต่ชิ้นส่วนอะไหล่บางอย่างได้โดนถอดไปเยอะแล้วเหมือนกันเหลือแต่โครงประกอบด้านนอกที่ยังดูสมบูรณ์อยู่”คุณลุงลู่เฟิน
“แต่คนจะเยอะมากช่วงต้นๆ พวกเราเห็นได้เลยจากตรงนี้ครับ”คุณลุงเฟยอวี่ ชี้ไปทางต้นทางของโซนแห่งนี้
ชิวชิว กับพวกพี่ๆ และอาเล็กต่างเห็นกลุ่มคนจากไกลๆ เต็มไปหมด แต่ช่วงหลังๆ แทบจะไม่มีคนเลยเพราะส่วนมากคนที่นำมาทิ้ง จะทิ้งไปช่วงต้นๆ เสียมากกว่านอกจากว่าบริเวณแถวนั้นเต็มแล้วจึงค่อยๆ ถอยมาทิ้งของช่วงด้านหลังกัน
ไม่แปลกเลยทำไมคนโซนนี้จะเยอะกว่าที่อื่นๆ ก็มันเป็นโซนที่ทิ้งรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ จักรยาน และยานยนต์ ฯลฯ อย่างไรเล่า มีแบบทิ้งสภาพที่ยังดูเป็นรถอยู่กับชิ้นส่วนเล็กสุดยันชิ้นส่วนใหญ่สุด แบ่งเป็นสัดส่วน
บางคนหวังจะโชคดีที่จะได้รถยนต์แบบไหนหรืออะไรก็ได้ ไปสักคันหนึ่ง แต่อย่างว่าและใครมาก่อนย่อมได้ก่อน และสายป่านนี้มีเหรอที่จะเหลือของสภาพที่พอใช้ได้ มีแต่จะมีกลุ่มคนนำลากออกไปซ่อมกันแล้ว
บางคันแค่สภาพแบตเตอร์รี่ไม่ดีแค่นั้นเอง เปลี่ยนแบตฯใหม่ก็ขับรถออกไปได้เลย และบางคันแค่เป็นสีลอกหรือสนิมเกาะก็นำมาทิ้งแล้ว เพราะรุ่นใหม่ๆ ออกมาแต่ละปีค่อนข้างเยอะไม่เสียเวลาซ่อม ต่างยกเลิกและนำมาทิ้งกันไว้ที่นี่
ชิวชิว มองตาวาวเป็นประกายเลย รถยนต์ที่เห็นมีหลากหลายรุ่นเต็มไปหมดแน่นอนในตอนนี้ชิวชิวไม่ได้ใส่ถุงมือแล้ว และเจ้าลวี่เซ่อของนางก็ค่อยๆ เดินไปอย่างช้าๆ ให้นางได้สัมผัสโครงรถแต่ละคันว่ามีคันไหนและรุ่นไหนที่นางสนใจบ้าง
เมื่อหามุมเหมาะๆ แล้วว่าแถวนี้น่าจะดูดีที่สุด พวกพี่ชายก็ทยอยเดินมองหาตัวรถที่พอมีสภาพใช่ได้ว่าเหลืออยู่บ้างหรือไม่ และตัวชิวชิวเองตอนนี้ก็ยุ่งเช่นกัน จอโฮโลแกรมเด้งขึ้นมาไม่รู้กี่สิบครั้งแล้ว แต่นางไม่พอใจกับรถพวกนี้เลยเพราะมันคือแบบใช้น้ำมันบ้าง และใช้ไฟฟ้าบ้าง ชิวชิวอยากได้แบบยานยนต์ที่มีแผงโซล่าร์เซลส์ใช้พลังงานแสงอาทิตย์มากกว่า
ไหนๆ จะมีอีกสักคันขอเลือกที่มันคุ้มค่าต่อการใช้งานและประหยัดดีกว่า
ไม่รู้ว่าต่อแถวหนึ่งนี่มีซากรถกี่พันคันกี่หมื่นคันกัน พื้นที่กว้างขวางใหญ่โตมากขนาดนี้ คงจะมีคนดวงดีบ้างล่ะที่จะเจอสภาพรถที่ดีๆ เข้าน่ะ แต่สำหรับชิวชิวเองนางไม่กังวลแต่อย่างใดขอแค่เป็นรุ่นที่ใช่ และสุดหรู นางสามารถคืนสภาพนำมาใช้โดยไม่ต้องเสียสักหยวนเดียว
ชิวชิว ยังคงอยู่กับทุกๆ คนในส่วนซากรถบริเวณแถวเดียวกัน เพียงแค่พวกพี่ชายบางคนข้ามไปฝั่งตรงข้าม เพื่อแยกกันดูซากรถเหล่านี้
“มีแต่รุ่นเก่าๆ ทั้งนั้นเลยแต่ถ้าเป็นโลกเก่าเราก็จะเรียกว่ารุ่นใหม่ล่ะนะ”ชิวชิว มองดูรถแต่ละรุ่นมันมีการพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดอย่างมากเลยจริงๆ
“พี่สาวกับอาเล็กจะลงเดินแล้วนะ น้องเล็กล่ะ❔”พี่สาวเซี่ยเซี่ย
“ยังค่ะ ชิวชิวขอขี่เจ้าลวี่เซ่อก่อนค่ะ”ชิวชิว
“ลวี่เซ่อนั่ง”พี่สาวเซี่ยเซี่ย
เจ้าลวี่เซ่อนั่งลง และปลดล็อคที่นั่งให้กับพี่สาวเซี่ยเซี่ย และอาเล็กเจียงเจียง ตอนนี้ก็คงเหลือแค่นางคนเดียวที่ยังนั่งอยู่บนม้าโพนี่ คนอื่นๆ ต่างลงเดินกันหมดแล้ว
เมื่อทุกๆ คนลองเดินดูกันได้ประมาณ 15 นาทีเห็นจะได้ก็พากันกลับมาและให้เจ้าหวงเซ่อ เจ้าลวี่เซ่อ เดินย้อนขึ้นไปอีกประมาณ 2 ล็อค และล็อคนี้ก่อนจะเดินเข้าด้านในมันมีกระบะใหญ่วางไว้สำหรับอะไหล่ชิ้นส่วนเล็กๆ (เล็กจริงๆ)เต็มไปหมด
และเจ้าชิ้นเล็กๆ พวกนี้แหละที่ชิวชิวสนใจมากค่ะ เพราะมันสามารถพกพาใส่กระเป๋าสะพายของนางได้ยังไงล่ะ
“โอม………เพี้ยงขอให้เจอของดีๆ ในกองนี้ด้วยค่ะ”ชิวชิว ท่องมนต์คาถาของนางอย่างเงียบๆ คนเดียว
(ชิ้นส่วนอะไหล่เล็กๆ ที่เป็นส่วนประกอบของรถทั้งหมดที่ชิวชิวเล็งเอาไว้ว่าจะเจอคันที่ถูกใจใช่เลย)
ชิวชิว เอื้อมมือไปหยิบชิ้นส่วนเล็ก ชิ้นส่วนน้อยตรงกองนี้ทีละชิ้น บางครั้งทำหน้าคิ้วขมวด บางครั้งทำหน้าครุ่นคิด บางครั้งก็อมยิ้ม หลากหลายอารมณ์ในทุกๆ ครั้งที่หยิบแต่ละชิ้นขึ้นมา
พวกพี่ชายที่เห็นน้องเล็กของพวกเขาสนใจของกองด้านหน้าที่เป็นพวกน็อต แหวน ลูกยาง เศษชิ้นส่วนแตกหักเล็กๆ น้อย ก็เลยขอปลีกตัวกันไปดูตัวรถในแถวด้านหลังกันต่อ
“น้องเล็กจะต้องเอาแต่น็อต หรือชิ้นส่วนที่เป็นสีเงินๆ แบบนี้นะ จะช่างน้ำหนักขายได้ราคา”พี่รองตงตง ยังคงอยู่เป็นเพื่อนน้องเล็กของเขา
“ได้ค่ะพี่รอง”ชิวชิว
ในตอนนี้ชิวชิวก็ยังคงเป็นเหมือนเดิมหน้าตาเปลี่ยนไปหลากหลายอารมณ์ จนพี่ชาย พี่สาวและอาเล็กต่างมองหน้าตลกๆ ของน้องเล็ก และหลานเล็กชิวชิวของพวกเขา และหัวเราะไปด้วยอย่างเอ็นดู นางช่างน่ารักน่าหยิกแก้มจริงๆ
ระหว่างที่เสียเวลาจุ้มปุ๊กกันแต่กองด้านหน้าไม่ไปไหนแล้ว แต่ชิวชิวน้อยของเราก็แทบจะเดินรอบกองตรงนี้แล้ว บางครั้งก็ปีนเข้าไปนั่ง เพื่อหยิบของและก็โยนอยู่แบบนี้หลายสิบครั้งแล้วจนทุกๆ คนแน่ใจแล้วว่านางคงไม่ไปไหนอย่างแน่นอน
ชิวชิว ที่อยู่ตรงกองชิ้นส่วนอะไหล่ชิ้นเล็กๆ ที่คนส่วนมากไม่สนใจมองข้ามไปเพราะเสียเวลาที่จะเก็บ สู้ไปหาชิ้นส่วนใหญ่ๆ ไปช่างน้ำหนักย่อมดีกว่าเสียเวลาในตรงนี้
รอบข้างก็เริ่มมีกลุ่มเด็กๆ กลุ่มใหม่จากต่างหมู่บ้านเดินมาถึงล็อคทางเก็บซากรถแถวที่กลุ่มชิวชิวอยู่ด้วย พวกเขามีเด็กๆ หลากหลายรุ่นเหมือนกับของกลุ่มชิวชิวเลย แต่ว่าพวกเขาดูจะจนกว่าพวกเรานักเสื้อผ้าดูเก่ามีปะชุนบ้าง มีรอยขาดบ้าง และร่างกายเด็กๆ ผอมแห้งกันมาก
ชิวชิว ที่เงยหน้ามาเห็นพวกเขาพอดิบพอดีเลย และเด็กผู้หญิงในกลุ่มก็กำลังนั่งพักอยู่ใกล้ๆ กับชิวชิวด้วยพวกเขาพูดคุยอะไรชิวชิวก็ได้ยินหมดทุกอย่าง และสนใจฟังอย่างไม่ตั้งใจ
เด็กๆ กลุ่มนี้มาจากหมู่บ้านติดชายแดน และห่างไกลจากตัวเมืองอย่างมากถ้าเกิดมีคนเจ็บป่วยอาการหนัก หรืออุบัติเหตร้ายแรงจะมีวิทยุสื่อสาร หรือโทรศัพท์ที่หัวหน้าหมู่บ้านแต่ละที่แต่ละเขตให้ติดต่อในตัวเมืองก็จะมีเฮลิคอปเตอร์มารับทันที เพราะถ้าเดินทางรถยนต์ หรือยานยนต์ ก็ยังต้องใช้เวลามากกว่าจึงมีหนทางเดียวที่จะรับพวกเขามาให้เร็วที่สุดก็คือการขนส่งบนฟ้าเท่านั้น
ในแต่ละหมู่บ้านก็จะมีครอบครัวอาศัยอยู่เป็นร้อยๆ ครอบครัวการเดินทางมายังเมืองเจียวเซินแน่นอนต้องลำบาก นอกเสียจากว่าต้องจ้างรถอย่างเดียวซึ่งก็มีค่าใช้จ่ายเดินทางเยอะมาก ทั้งค่าไป และค่ากลับ ถึงจะหาของได้เยอะเจอค่ารถก็แทบไม่ได้อะไรมาก อีกอาทิตย์สองอาทิตย์ก็จะต้องจ้างรถมาหาของด้านนอกใหม่
หมู่บ้านที่อยู่แถบชายแดน ที่มีอยู่มักจะรวมตัวกันเพื่อแชร์ค่ารถและแบ่งจำนวนคนในหมู่บ้านออกมาเท่าๆ กัน และจะหมุนเวียนเปลี่ยนไปว่าบ้านไหนตระกูลไหนจะได้ถึงรอบที่จะออกมาหารายได้กันด้านนอกเป็นแบบนี้หมุนเวียนกันไป ทำแบบนี้แต่ละหมู่บ้านย่อมได้รายได้น้อยลง เพราะต้องถัวเฉลี่ยคนแต่ละหมู่บ้าน แต่พวกเขาไม่มีทางเลือกเพราะถ้าจะจ้างไปเองเลยค่าใช้จ่ายมันเยอะมากจนเกินไปแทบจะไม่ได้อะไร เด็กๆ ที่ฐานะยากจนรู้จักที่จะดูแลตัวเองตั้งแต่เล็กๆ แถมบางคนยังจะต้องทำไร่ ทำนา ทำสวนช่วยเหลือครอบครัวด้วย พวกเขาหัดตั้งเล็กๆ กันเลย❕❕
รายชื่อเด็กๆ ในเขตชายแดนของเมืองที่ห่างไกลที่พวกเขาตอนนี้กำลังนั่งพักใกล้ชิวชิวของเรา
1.เด็กๆ หมู่บ้านเหอ
1.เหอซีห่าว พี่ชาย อายุ 10 ปี
2.เหอซีซวน น้องสาว อายุ 8 ปี
2.เด็กๆ หมู่บ้านถาง
1.ถางเจียวเจี๋ย พี่ชายอายุ 11 ปี
2.ถางเจียวจิง น้องสาวอายุ 8 ปี
3.เด็กๆ หมู่บ้านเซี่ย
1.เซี่ยลี่หมิง พี่ชายอายุ 11 ปี
2.เซี่ยลี่ถิง น้องสาว อายุ 8 ปี
4.เด็กๆ หมู่บ้านกง
1.กงเลี่ยงเฟิ่ง พี่ชาย อายุ 10 ปี
2.กงเลี่ยงลี่ น้องสาว อายุ 8 ปี
5.เด็กๆ หมู่บ้านต้วน
1.ต้วนหนิงเหอ พี่ชายอายุ 11 ปี
2.ต้วนหนิงฮวา น้องสาว อายุ 8 ปี
“พี่ซีห่าว พวกเราจะโชคดีได้เจอรถดีสักคันไหมคะ”เหอซีซวน
“พี่ก็หวังว่าเราจะโชคดีบ้าง”เหอซีห่าว ตอบแบบใบหน้าที่ฝืนยิ้มให้กำลังใจน้องสาวของตัวเอง
“ถึงรู้ว่าความหวังมันมีน้อย แต่พวกเราจะต้องพยายามกันต่อนะ”ถางเจียวเจี๋ย
“ถ้าเราเจอรถสักคันหนึ่ง หมู่บ้านของพวกเราทั้งหมดจะได้ไม่ต้องเสียเงินค่าจ้างแพงๆ หลายหยวนแบบนี้ใช่ไหมคะพี่ชาย”ถางเจียวจิง
“ใช่แล้วล่ะ เจียวจิง”ถางเจียวเจี๋ย
“พวกเราอยู่ที่นี่มา 6 วันกันแล้วและไม่ใช่ครั้งแรกเป็นครั้งที่เท่าไหร่นับไม่ถ้วนยังไม่เคยโชคดีเจอสักคันหนึ่งเลยเฮ้อ……”เซี่ยลี่หมิง
เด็กๆ ในกลุ่มนี้พอฟังคำพูดที่เป็นเรื่องจริงที่พวกเขาต้องยอมรับ ดวงตาเหม่อลอยแบบหมดความหวัง แต่ว่าพวกเขาก็ไม่ท้อถอยส่งยิ้มให้กันและกันอีกครั้งและพูดขึ้นมาว่า
“แต่ไม่ว่าจะกี่ร้อยครั้งพันครั้งที่พวกเรามาที่นี่สักวัน ความโชคดีคงมาหาพวกเราบ้างจริงไหมคะทุกคน”เซี่ยลี่ถิง
“ใช่แล้วล่ะ เราต้องมีความหวังนะ”กงเลี่ยงเฟิ่ง
“ถ้าวันนั้นมาจริงๆ พวกเราทั้ง 5 หมู่บ้านคงจะอยู่ดีกินดีขึ้นมีรถเอาไว้ขนส่งพืช ผัก ผลไม้ไปขายในเมืองเองและสามารถออกไปบ่อยๆ ได้ด้วย”กงเลี่ยงลี่
“ใช่แล้วล่ะ พวกเราจะต้องพยายามกันเพราะว่ามีเวลาพรุ่งนี้อีกวันเดียวเท่านั้นต้องกลับหมู่บ้านกันแล้ว อีกสามอาทิตย์หรือเดือนหนึ่งไม่แน่ใจรอบหน้าเราจะต้องมากันอีกรอบ”ต้วนหนิงเหอ
“เร็วจังนะคะ พวกเรายังหาได้ไม่เยอะเลยแต่จะต้องจ่ายค่าจ้างรถซะแล้วแบบนี้พอถึงหมู่บ้านพวกเราจะเหลือเงินคนละกี่หยวนต่อครอบครัวคะพี่หนิงเหอ”ต้วนหนิงฮวา
พอพูดถึงรายได้ที่จะต้องไปแบ่งอีกครั้ง เด็กๆ ถึงกับทำหน้าเศร้ากันอีกรอบ อย่างว่าแหละมีเป็นร้อยๆ ครอบครัวแบ่งกันมันจะเหลือสักกี่หยวนเชียว ขนาดหมู่บ้านของชิวชิวเอง มีคนร่วมพันคน ในหมู่บ้านและสามร้อยกว่าครอบครัวถึงจะหาเงินได้เป็นสิบๆ ล้านหยวนถ้าแบ่งกันจริงๆแล้วมันน้อยมากนะ และจะต้องหารายได้เข้าเรื่อยๆ ด้วย พวกผลผลิตทางการเกษตรก็เอาแน่เอานอนไม่ได้
“พวกเขาน่าสงสารจริงๆ ไม่น่าเชื่ออยู่ในโลกยุคนี้ความแตกต่างก็ยังมีไม่ต่างกับโลกเก่าเลยคนในเมืองใช้ชีวิตหรูหรา แต่คนด้านนอกมีชีวิตที่เฮ้อ…………..”ชิวชิว ฟังแล้วก็หดหู่มากเหลือเกินนี่ถ้านางฟื้นมาแล้วไม่มีความพิเศษจากมือสัมผัสคืนสภาพคงจะลำบากไม่แตกต่างจากเด็กๆ พวกนี้เลย
“อือ…..ปิ๊ง…ใช่แล้ว????”ชิวชิว คิดอะไรขึ้นมาได้อย่างหนึ่งที่จะช่วยเหลือเด็กๆ กลุ่มนี่ให้มีโอกาสและทางเลือกในชีวิตขึ้นมาอีกนิด
ชิวชิวก้มลงเปิดกระเป๋าสะพายของนางอีกครั้ง และแยกชิ้นส่วนบางอย่างออกมาถึง 5 ชิ้น เอามาไว้ที่กระเป๋าด้านหน้า
*********************
ชิวชิว ของเรากำลังจะทำอะไรกันนะ❓ ❓ และอะไร เมื่อไหร่ มันคืออะไรกัน ที่ชิวชิวหยิบออกมาแยกไว้ถึง 5 ชิ้น ❓❓❓
เอกสารอ้างอิง
ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก :
https://thaismegp.com/product/6139944ec1c26625957a12a8
https://thaiengine.org/