แล้วเื่ราวที่ข้าวขวัญไม่เคยได้ยินก็ออกมาจากปากของป้าสาย
เสี่ยขจรศักดิ์พาขวัญเรือนและข้าวขวัญมาอยู่ที่บ้านสวนหลังนี้เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน ในตอนนั้นข้าวขวัญน่าจะอายุประมาณขวบกว่า ๆ เท่านั้น เสี่ยขจรศักดิ์ดูท่าทางว่าจะรักขวัญเรือนมาก ในตอนนั้นลุงนพและป้าสายรับจ้างดูแลสวนปาล์มให้และป้าสายยังช่วยขวัญเรือนเลี้ยงข้าวขวัญด้วย ขวัญเรือนทั้งสวยทั้งอ่อนหวานและใจดี เสี่ยขจรศักดิ์เรียกได้ว่าทั้งรักทั้งหลงเพราะขวัญเรือนนั้นเด็กกว่าอยู่หลายปี ขวัญเรือนเป็คนเงียบๆไม่ค่อยพูด แต่เป็คนพูดเพราะ อ่อนหวาน แถมเก่งงานบ้านงานเรือนอีกด้วย
ทั้งสองอยู่ที่บ้านสวนประมาณเกือบปีจึงเริ่มมีปากเสียงกัน ขวัญเรือนพยายามพูดให้เสี่ยขจรศักดิ์เลิกทำงานบางอย่าง นางสายไม่แน่ใจว่างานของเสี่ยขจรศักดิ์ที่ขวัญเรือน้าให้เลิกนั้นเป็งานอะไร เพราะในตอนนั้น เสี่ยขจรศักดิ์กำลังลงทุนทำสวนปาล์มและทุกอย่างก็กำลังไปได้ดี ทั้งสองมีปากเสียงกันรุนแรงขึ้น บางครั้งเวลาที่มีปากเสียงกันแล้ว เสี่ยขจรศักดิ์จะขับรถออกไปจากไร่ กลับมาอีกทีก็ดึกดื่นและเมากลับมาทุกครั้ง ส่วนนางขวัญเรือนนั้นได้แต่นั่งกอดลูกสาวตัวน้อยร้องไห้ด้วยความทุกข์ทุกครั้งไป
อยู่มาวันหนึ่ง..ทั้งสองจึงเก็บข้าวเก็บของทั้งหมด ขนใส่รถแล้วออกไปจากบ้านสวน เสี่ยขจรศักดิ์บอกลุงนพและป้าสายว่าจะกลับกรุงเทพไปสานต่องานรับเหมาก่อสร้างที่ทำอยู่แล้วให้ดีขึ้น แล้วในครั้งต่อๆมา เสี่ยขจรศักดิ์ก็มักจะมาคนเดียวบ้าง มากับคนเก่าแก่ที่บ้านบ้าง และนางสายก็ไม่ได้พบกับขวัญเรือนและข้าวขวัญอีกเลย
"แล้วแม่ขวัญเรือนของข้าวไปอยู่ที่ไหนค่ะ พ่อบอกแค่ว่าเลิกกับพ่อ แล้วแม่ก็แต่งงานใหม่ และแม่ก็ไม่อยากจะเจอเราสองคนแล้ว"
ข้าวขวัญเองก็น้ำตารื้นเช่นกันเมื่อนึกถึงว่า ตนเองนั้นไม่เป็ที่้าของมารดา เื่ราวของนางขวัญเรือนผู้เป็มารดา ถูกถ่ายทอดจากบิดาเท่านี้จริงๆ และเสี่ยขจรศักดิ์ก็ห้ามเธอเด็ดขาดไม่ให้พูดถึงขวัญเรือนอีกเพราะอย่างไรแล้ว ขวัญเรือนก็คงไม่กลับมาหาเขาและลูกสาว ข้าวขวัญเองนั้นโตขึ้นมากับพ่อั้แ่เล็ก จึงไม่ค่อยมีความจำเกี่ยวกับความผูกพันระหว่างตัวเธอกับแม่สักเท่าไหร่นัก เมื่อพ่อห้ามไม่ให้ถามถึง ข้าวขวัญในวัยเด็กก็ลืมได้โดยง่ายและไม่เคยถามพ่อเกี่ยวกับเื่ของแม่อีกเลย แต่เื่ของแม่นั้นก็ติดอยู่ลึกๆในใจของเธอเสมอมา เธออยากจะเจอแม่สักครั้งและถามแม่ว่า จริงหรือเปล่าที่แม่ไม่้าเธอ
จนวันที่ข้าวขวัญได้มาที่บ้านสวนอีกครั้งนี่แหละ เื่ของแม่ขวัญเรือนจึงถูกรื้อฟื้นขึ้นอีกครั้งโดยป้าสาย...
"ป้าเคยแอบถามคนเก่าแก่ในบ้านที่เมื่อก่อนเคยตามเสี่ยมาหลังจากที่คุณขวัญเรือนไม่อยู่แล้ว เขาเล่าว่า วันนั้น..คุณขวัญเรือนฝากคุณหนูข้าวไว้กับคนในบ้าน โดยที่แกบอกว่าจะไปธุระสักชั่วโมงสองชั่วโมง แล้วหลังจากนั้น คุณขวัญเรือนก็ไม่กลับมาอีกเลย"
"แม่คงไม่อยากจะเจอเราสองคนพ่อลูกจริงๆนั่นแหละ"
ข้าวขวัญพูดออกมาด้วยความน้อยใจ ที่ตัวเองไม่เป็ที่้าของมารดา จริงๆแล้วถึงแม้ว่าหญิงสาวจะเติบโตมาอย่างดีภายใต้การเลี้ยงดูของผู้เป็บิดา ไม่ว่าข้าวขวัญ้าอะไร ผู้เป็บิดาก็จะหามาให้ได้เสมอ แต่พ่อก็เลี้ยงเธอโดยใช้เงินเป็หลัก ั้แ่เด็ก ข้าวขวัญถูกส่งไปอยู่โรงเรียนประจำ จนจบมัธยมปลาย ข้าวขวัญจึงถูกส่งไปเรียนต่อที่ต่างประเทศทันที
ั้แ่เธอจำความได้ การได้กลับบ้านในวันหยุดสุดสัปดาห์และอ้อมกอดของบิดาคือสิ่งที่หญิงสาวรอคอยมากที่สุด ไม่ใช่ของเล่นหรือของสวยงามที่บิดาสรรหาไว้ให้มากมายเต็มห้องนอนเลยแม้แต่น้อย ยิ่งเมื่อถูกส่งไปเรียนต่างประเทศ โอกาสกลับบ้านก็ยิ่งน้อยลงไปอีก
ดังนั้น ภายนอกของข้าวขวัญที่ดูว่าเป็ผู้หญิงทันสมัยปราดเปรียวเป็ตัวของตัวเองและเพียบพร้อม ได้ซ่อนความเปราะบางไว้ข้างในไม่ให้ใครรู้ ว่าสิ่งที่เธอ้ามากที่สุดคือการถูกดูแลเอาใจใส่และมีคนคอยปกป้อง
"ไม่จริงค่ะ คุณหนูอย่าคิดอย่างนั้นนะคะ ผู้ใหญ่เขาอาจจะมีความจำเป็ที่จะทำอย่างนั้น ป้าไม่เชื่อหรอกค่ะว่าคุณขวัญเรือนไม่รักไม่้าคุณหนู อย่าคิดแบบนั้นนะคะ ไม่มีแม่คนไหนที่ไม่รักลูกของตัวเองหรอก"
"ยายสาย ยายสายเอ้ย! ดึกแล้วกลับบ้านเถอะ"
"เออ ๆ ลงไปเดี๋ยวนี้แหละ ตานพ"
เสียงลุงนพเรียกป้าสายอยู่ที่หัวบันได ทิวไทเมื่อเดินกลับมาจากรถที่เช็คเรียบร้อยแล้ว เห็นข้าวขวัญกับป้าสายกุมมือกันแถมยังมีน้ำหูน้ำตาอยู่ที่หัวข้างบนชายหนุ่มก็ถอนใจ ก็คงเื่ที่ป้าสายเคยเล่าให้เขาฟังเกี่ยวกับเื่มารดาของข้าวขวัญกับเสี่ยขจรศักดิ์นั่นแหละ
"จ๊ะ ตานพ กำลังจะลงไปแล้วจ๊ะ ตานพไม่ต้องขึ้นมานะ"
ป้าสายหันมาทางข้าวขวัญ
"ดึกแล้วคุณหนูพักนะคะ ไม่ต้องคิดอะไร อยู่ที่นี่ ลุงนพกับป้าสายจะดูแลคุณหนูให้ดีที่สุดเลยเชียวค่ะ"
"ขอบคุณป้าสายมากนะจ๊ะ"
ข้าวขวัญพนมมือไหว้ป้าสายแล้วกอดด้วยความตื้นตันใจ อย่างน้อย ป้าสายก็เพิ่มเติมเื่ราวของมารดาให้เธอได้รับรู้ขึ้นมาอีกนิดนึง ถึงแม้ว่าจะไม่มีความผูกพันกันกับมารดามากนัก แต่อย่างน้อย เื่ราวที่ได้รับรู้มันก็ดูเป็เชิงบวกมากกว่าที่บิดาของเธอได้เคยพูดเอาไว้
"คุณ ไปนอนเอาแรงเถอะ อย่านอนดึกเลย"
"ก็ฉันเพิ่งตื่น ยังไม่ง่วง จะให้นอนอีกแล้วหรือไง"
"ไม่ง่วงคุณก็ต้องเข้าไปอยู่ในห้อง ล็อคประตูให้ดี ฟ้าสว่างแล้วค่อยออกมา"
ทางนี้ก็สั่งเหลือเกิน ข้าวขวัญไม่อยากจะปริปากเถียงอะไรแล้ว เพราะสภาพในตอนนี้ ตัวเธอเองก็ยังไม่รู้เลยว่าจะต้องทำอะไรหรือนึกอะไรต่อด้วยซ้ำไป
"นายทิว เราจะต้องอยู่ที่นี่กันอีกนานไหม? ฉันอยากจะเจอพ่อ" เสียงนั้นอ่อนลงจนชายหนุ่มสงสาร แต่...ใจแข็งไว้ไอ้ทิว อย่าเพิ่งพูดอะไรมาก ให้คุณข้าวขวัญรู้น้อยที่สุดได้เป็ดี ตอนนี้ทิวไทราวกับมีสองร่าง ทิวไทที่ใจอ่อน กับทิวไทที่ใจแข็ง
"คุณข้าวได้เจอเสี่ยขจรแน่ๆครับ ผมสัญญา แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้"
"แล้วเมื่อไหร่หล่ะ? ให้ฉันได้โทรหาพ่อนิดนึงก็ยังดี นะ"
"ผมก็ยังบอกไม่ได้ เป็อันว่า เราจะปลอดภัยเมื่ออยู่ที่นี่ แล้วคุณข้าวจะปลอดภัย เมื่อเชื่อฟังผม"
"เชื่อฟัง?" เสียงนั้นดูมีอารมณ์ขึ้นมานิดหน่อย เขาคงพูดผิดหูคนตัวเล็กเข้าแล้วเป็แน่ แต่ในตอนนี้ ทิวไทจะตามใจใครไม่ได้เป็อันขาด โดยเฉพาะคนตรงหน้า
"ครับ เพราะเราไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น นับจากนี้ไป คุณข้าวเชื่อผมและอยู่ใกล้ผมไว้ดีที่สุด"
ทิวไทพยายามหลีกเลี่ยงคำว่าตำรวจตามจับ เพราะนั่นก็จะกลายเป็ประเด็นให้เกิดคำถามที่ว่า แล้วเสี่ยขจรศักดิ์ทำมาหากินอะไร ตำรวจถึงต้องตามจับ งานก็จะเข้าที่เขาอีก
เมื่อข้าวขวัญเข้าห้องปิดประตูแล้ว ทิวไทรอจนไฟในห้องนอนของเธอดับลง เขาจึงเข้าไปในห้องลับที่นายขจรศักดิ์ได้เตรียมไว้ ซึ่งดูคล้ายจะเป็ห้องเก็บของที่อยู่ใต้ถุนบ้าน แต่เมื่อขยับตู้ไม้ขนาดกลางออก ก็จะเข้าสู่ห้องขนาดเล็ก ที่เต็มไปด้วยปืนและะุพร้อมสู้กับใครก็ได้ที่ขวางทางเ้าพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่อย่างเสี่ยขจรศักดิ์
ทิวไทเลือกปืนและลูกะุเท่าที่คิดว่าจำเป็ใส่ในเป้สีดำที่เตรียมไว้ ก่อนที่จะนำมันมาไว้ในห้องนอนของตัวเอง
หลังจากที่โทรศัพท์หาเสี่ยขจรศักดิ์เพื่อรายงานเื่ของข้าวขวัญแล้ว ทิวไทออกมานั่งทอดอารมณ์ที่ระเบียงหน้าบ้าน สองปีแล้วที่เขาได้มาทำงานให้เสี่ยขจรศักดิ์ กว่าที่เขาจะไต่เต้ามาจนเป็มือขวาของเสี่ยได้นั้นไม่ใช่เื่ง่าย เพราะมันไม่ได้พิสูจน์แค่ฝีมือการยิงปืนหรือการตีรันฟันแทงเท่านั้น แต่เขาก็ต้องพิสูจน์ความซื่อสัตย์ต่อนายของเขาด้วย สองปีที่ทำงานเป็แอทมินให้บริษัทก่อสร้าง จนพิสูจน์ตัวเองให้ได้เข้ามาอยู่ในแวดวงยาเสพติด เขาได้เห็นอะไรมากมายจนชายหนุ่มอิ่มตัวกับเื่เหล่านี้หมดแล้ว มันน่าจะพอแล้วสำหรับเขาจริงๆ เขาคงจะได้กลับไปใช้ชีวิตอย่างสงบสุขตามแพลนที่เขาวาดหวังไว้ได้แล้ว
แต่ไม่น่าเชื่อว่ามันกลับกลายเป็การเริ่มต้นเื่ใหม่อีกเื่ในชีวิตของเขาทันที!
ก็คนที่นอนหลับไม่รู้เื่อยู่ในห้องนั่นไง ข้าวขวัญคือเื่ใหม่ในชีวิตเขา
ั้แ่ทำงานมา เขายังไม่เคยต้องพาลูกสาวของนายหนีตาย (และยังเป็สาวที่สวยมากๆเสียด้วย) อีกทั้งยังต้องปิดบังเื่ราวที่พ่อของเธอทำไว้อีก มิหนำซ้ำ ยังมีไอ้เสี่ยบ้ากามคอยตามชิงตัวจะเอาไปเป็เมียด้วย แค่คิดก็ไม่รู้แล้วว่าจะปวดหัวเื่อะไรก่อนดี
นี่มันนิยายชัดๆ เขาจะต้องจบเื่นี้ให้เร็วที่สุด แต่...มันจะจบลงยังไงหล่ะ? เขายังนึกไม่ออก...เพราะเขารู้สึกว่ามันเพิ่งเริ่มต้นแค่นั้นเอง
จะจบเมื่อเขาส่งข้าวขวัญถึงมือเสี่ยขจรศักดิ์
หรือเมื่อเสี่ยขจรศักดิ์หนีออกไปทางชายแดนได้พร้อมกับข้าวขวัญ
หรือเมื่อข้าวขวัญรู้เื่ราวทั้งหมดเกี่ยวกับพ่อของตัวเอง
แล้วเมื่อนั้น เขาก็จะได้กลับไปใช้ชีวิตอย่างปกติสุข
ในตอนนี้ เขายังตอบตัวเองไม่ได้เลย
เพราะมันไม่ง่ายเลยสักข้อเดียว