บทนำ
‘เจ็บ...’
ความเ็ปที่ยากเกินจะอธิบายนี้ได้แทรกซึมลึกผ่านผิวเนื้อที่เปราะบางลงไปปลายมีดแหลมคมค่อยๆ กรีดผ่านไปตามกรอบหน้าของโฉมสะคราญนางหนึ่งที่นอนนิ่งไม่ขยับอยู่บนเตียงอย่างระมัดระวัง
วัตถุที่แหลมคมนั้นไม่เพียงแต่กรีดผ่านเพื่อเอาิัของนางออกไปแต่ยังทิ้งรอยแผลไว้ภายในจิตใจที่แหลกสลายของนางอีกด้วย
ยามนี้นางไม่อาจขยับตัวต่อต้านความอยุติธรรมที่ถูกบีบบังคับให้ต้องจำยอมครั้งนี้ได้เลยราวกับว่าร่างกายนี้ไม่ใช่ของนางอีกต่อไปแล้ว ความเ็ปและทุกข์ทรมานนั้นยังคงดำเนินต่อไปยากที่จะรู้ได้ว่ามันจะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่...
ภายในห้วงสมองที่เลือนรางไม่ชัดเจนนั้น นางได้นึกย้อนไปถึงภาพเหตุการณ์เมื่อหลายวันก่อนเสียงทะเลาะเบาะแว้งของสองสามีภรรยาคู่หนึ่งยังคงดังก้องอยู่ในหัวของนางไม่ขาดสาย
จากชิ้นส่วนที่เลือนหายไปก็ค่อยๆ ปะติดปะต่อกันจนกลายเป็ภาพสมบูรณ์ทั้งยังไขข้อข้องใจทุกอย่างจนหมดสิ้น ยิ่งนางเข้าใจเื่ราวมากขึ้นเท่าไหร่ความโศกเศร้าและผิดหวังนั้นก็ยิ่งบีบรัดหัวใจที่ใกล้จะแหลกสลายนี้ให้พังทลายลงจนไม่เหลือชิ้นดี
หัวใจของคนเราสามารถทนรับความทรยศหักหลังได้มากเพียงไรหากคนที่ทำร้ายจิตใจและร่างกายในวันนี้คือคนในครอบครัวเดียวกัน...
ความทรยศ ความเชื่อใจและหักหลังจากคนที่ไว้ใจมันเ็ปและทุกข์ทรมานอย่างนี้สินะ...
ภาพความขัดแย้งก่อนหน้านี้ก็พลันบังเกิดขึ้นในห้วงสมองของนางตอกย้ำให้นางรับรู้ว่าจิตใจของมนุษย์นั้นยากแท้หยั่งถึงมากเพียงไร
‘มีบิดาที่จิตใจลำเอียงเช่นท่านอยู่ด้วยรึ ลองคิดดูสิองค์รัชทายาทฐานะสูงส่งถึงเพียงนั้น ไม่ช้าก็เร็วเขาต้องรับสนมเข้าตำหนักมาเพื่อเสริมบารมีอยู่ดีแล้วทำไมจะเป็ลูกสาวของพวกเราไม่ได้ คนในครอบครัวเดียวกันย่อมดีกว่าคนนอกมิใช่รึ แทนที่จะปล่อยให้ผลประโยชน์นี้ไปตกอยู่มือของผู้อื่นไม่สู้พวกเราแย่งชิงมาให้ลูกสาวของเราไม่ดีกว่ารึ’
‘ท่านลองคิดดูเถิด หากเป็เช่นนั้นจริง พวกนางสองพี่น้องก็จะได้ช่วยเหลือเกื้อกูลกันหยางน่ากับหยางอิ่งรักใคร่สนิทสนมกลมเกลียวกันมาั้แ่ยังเด็ก อีกทั้งหยางอิ่งก็เคารพและเห็นหยางน่าเป็ต้นแบบเสมอมาหากจะแต่งสามีคนเดียวกันก็ไม่ใช่เื่ที่ผิดแปลกอะไรไม่ใช่รึ ในเมื่อข้ากับพี่สาวก็ยังแต่งงานกับท่านได้เลยตลอดหลายปีที่ผ่านมาความสัมพันธ์ของครอบครัวเราก็รักใคร่กลมเกลียวกันดีมิใช่รึ?’
‘ภายภาคหน้าขอเพียงพวกนางร่วมใจกันให้กำเนิดองค์ชายน้อยขึ้นมาผลประโยชน์ทั้งหมดก็จะตกเป็ของจวนอัครเสนาบดีแต่เพียงผู้เดียว ฐานะของท่านก็จะยิ่งมั่นคงเหนือกว่าขุนนางคนใดในราชสำนักนี่ก็เป็เื่น่ายินดีที่ควรส่งเสริมมิใช่รึ?’
แม้สตรีที่อยู่ตรงหน้าจะกล่าวถ้อยคำน่าฟังมากเพียงไรแต่ทว่าบุรุษวัยกลางคนผู้นั้นก็ยังคงไม่เห็นด้วยอยู่ดี ‘แต่ว่าองค์รัชทายาทกับหยางน่าผูกพันกันมาั้แ่วัยเยาว์ความรักของพวกเขาไม่ใช่ผู้ใดจะเข้ามาแทรกแซงได้ ไม่ต้องพูดถึงหยางน่าหรอก ลำพังแค่องค์รัชทายาทย่อมไม่มีทางตกลงแน่ทำเช่นนี้ไม่ต่างอะไรกับการทำให้คนที่เขารักต้องเสียใจ เื่นี้...องค์รัชทายาทไม่มีทางยอมหรอก’
หากองค์รัชทายาทผู้นั้นมีใจที่คิดเป็อื่นสักหน่อยตัวเขาคงจะไม่ลำบากใจถึงเพียงนี้ เพราะถึงอย่างไรทั้งสองก็เป็บุตรสาวของเขาเขาย่อม้าให้ทั้งคู่ได้ดีไปด้วยกัน ทว่าเขาเห็นความรักที่ลึกซึ้งรวมถึงความมั่นคงตลอดหลายปีที่ผ่านมาในตัวขององค์รัชทายาทผู้นี้ดี ดังนั้นเขาจึงรู้ได้เลยว่าเื่เหลวไหลเช่นนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นอย่างแน่นอน...
ตรงกันข้ามการแก่งแย่งชิงดีในครั้งนี้อาจนำภัยมาสู่จวนอัครเสนาบดีก็เป็ได้เขาไม่มีทางนำชีวิตของทุกคนไปเสี่ยงอย่างแน่นอน...
อีกอย่างตัวเขาเองก็รู้สึกผิดต่อบุตรสาวคนโตและมารดาของนางมิใช่น้อยการที่เขาแต่งงานกับท่านน้าของนางคงจะทำให้หยางน่ารู้สึกเสียใจเป็อย่างมากแล้วตอนนี้ยังจะให้เขายัดเยียดบุตรสาวคนรองของตัวเองขึ้นเป็พระชายารองอีกต่อให้หยางน่าจิตใจดีงามมากเพียงไร นางคงจะทำใจลำบากแน่
ขอให้พี่สาวรับน้องสาวมาใช้สามีร่วมกันอย่างนั้นรึ? เื่น่าอับอายเช่นนี้จะให้ผู้าุโอย่างเขาเอ่ยปากขอร้องได้อย่างไรกัน...
ความลำบากใจของท่านอัครเสนาบดีผู้สูงส่งนั้นไม่อาจรอดพ้นจากสายตาของสตรีทั้งสามนางไปได้
หยางน่าและหยางอิ่งที่แอบฟังอยู่ไม่ไกลต่างก็มองภาพเหตุการณ์ของสองผู้าุโด้วยสายตาที่ต่างกันออกไป
ในสายตาของหยางน่านั้นมีทั้งความซาบซึ้งใจที่ได้ยินบิดาพูดแทนนางเป็ครั้งแรกแต่ในขณะเดียวกันก็นึกหวั่นใจและอึดอัดใจเป็อย่างมาก คิดไม่ถึงเลยว่าแม่เลี้ยงของนางจะเผยความคิดที่เห็นแก่ตัวเช่นนี้ออกมาโดยที่ไม่ละอายแก่ใจ
ส่วนหยางอิ่งนั้นนางเพียงแค่ก้มหน้าลงอยู่ด้านหลังพี่สาวต่างมารดาคนนี้แม้ท่าทางที่หญิงสาวแสดงออกจะดูสงบเสงี่ยมเจียมเนื้อเจียมตัวมากเพียงไร แต่ในยามที่ได้ยินถ้อยคำส่งเสริมของมารดานางก็เผยความตื่นเต้นและดีใจออกมาทางแววตาอย่างปิดบังเอาไว้ไม่อยู่ในใจก็เฝ้ารอให้บิดาตอบรับคำร้องขอจากมารดาโดยเร็ว
ฮูหยินหลิวมองดูใบหน้าที่ลำบากใจของสามีก่อนที่จะเข้าไปลูบไล้หัวไหล่ที่หนักอึ้งเพราะความตึงเครียดของเขา ปากก็ยังคงใช้น้ำเสียงอ่อนหวานนุ่มนวลเพื่อโน้มน้าวจิตใจเขาไม่ยอมหยุด
‘ท่านพี่ เห็นแก่ที่พวกเราเป็สามีภรรยาร่วมกันมานานหลายปีข้าไม่เคยร้องขอสิ่งใดกับท่านเลย ทว่าเื่นี้ข้าขอได้หรือไม่ข้าเชื่อว่าถ้าหากท่านไปพูดกับหยางน่า นางจะต้องเชื่อฟังท่านอย่างแน่นอน ถึงอย่างไรเด็กน้อยคนนั้นก็กตัญญูต่อท่านเป็ที่สุดหากหยางน่ายอมรับแล้ว เื่องค์รัชทายาทก็จะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป...’
ริมฝีปากสีแดงสดที่ได้รับการแต่งแต้มมาเป็อย่างดีเคลื่อนเข้าไปกระซิบที่ข้างใบหูหนาอย่างแ่เบา‘พวกเราไม่ได้ทำผิดต่อนางสักหน่อยไยท่านถึงต้องรู้สึกลำบากใจเพียงนี้ ตรงกันข้ามพวกเรากลับช่วยเหลือนางเสียด้วยซ้ำท่านลองคิดดูเถิด หยางน่าขาดมารดามาั้แ่ยังเด็ก ทั้งยังต้องเผชิญหน้ากับเล่ห์เหลี่ยมในวังหลวงมาเพียงลำพังนางย่อมรู้สึกเหนื่อยล้าและโดดเดี่ยวเป็ธรรมดา ข้าผู้เป็น้าเห็นแล้วรู้สึกปวดใจแทนมารดาของนางยิ่งนักหรือว่าท่านที่เป็บิดา ไม่รู้สึกสงสารนางบ้างเลย...’
‘ท่านพี่ ลูกสาวของพวกเรานิสัยอ่อนหวานน่ารักและเจียมเนื้อเจียมตัวถึงเพียงนั้นนางจะกล้าสร้างความวุ่นวายให้พี่สาวได้อย่างไร หากพวกเราส่งหยางอิ่งเข้าไปเด็กคนนี้จะต้องรักและเชื่อฟังพี่สาวมาก นางจะเป็กำลังเสริมให้หยางน่าได้แน่นอนขอเพียงพวกนางครองใจขององค์รัชทายาทเอาไว้ได้ สนมนางอื่นก็ไร้ความหมายเมื่อถึงเวลานั้นต่อให้ลูกของหยางน่าหรือหยางอิ่งจะได้รับการแต่งตั้งให้ขึ้นเป็องค์รัชทายาทคนต่อไปผู้ที่ได้รับผลประโยชน์สูงสุด ก็ยังเป็ท่านอยู่ดีมิใช่รึท่านลองคิดดูให้ดีเถิดท่านพี่เื่นี้ไม่ว่าใครต่างก็ได้รับประโยชน์ด้วยกันทั้งนั้น...’
ฉับพลันนั้นท่านอัครเสนาบดีก็ดึงมือฮูหยินหลิวออกไปจากไหล่ของเขาทันทีก่อนที่จะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึมว่า ‘คำพูดไร้สาระเช่นนี้ อย่าได้พูดกับข้าอีกเป็อันขาดเื่นี้ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่มีทางเป็ไปได้อยู่แล้ว เ้าตัดใจเสียเถิด’
ถึงแม้คำพูดที่ฟังดูเด็ดขาดและจริงจังนั้นจะทำให้สตรีสองนางรู้สึกผิดหวังและเสียใจเป็อย่างมากทว่ามันกลับทำให้หัวใจที่อ้างว้างของสตรีนางหนึ่งที่แอบดูอยู่ไม่ห่างรู้สึกอบอุ่นใจอย่างน้อยๆ ท่านพ่อที่ไม่เคยจะเหลียวแลนางก็ยังคำนึงถึงจิตใจของบุตรสาวภรรยาเก่าเช่นนางอยู่...
หยางน่ายิ้มออกมาทั้งน้ำตาก่อนที่ภาพเ่าั้จะตัดกลับไปเป็ภาพใบหน้าที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาของสตรีนางหนึ่งที่ทรุดตัวลงกอดเข่านางเอาไว้และอ้อนวอนอย่างน่าสงสาร
‘ท่านพี่ ได้โปรดตอบตกลงด้วยเถิด ข้าสัญญาว่าจะอยู่ในที่ของตัวเองไม่ทำให้ท่านและองค์รัชทายาทต้องลำบากใจ ข้าขอร้องล่ะ ข้ารักเขาด้วยใจจริงหากไม่ใช่เขา ชาตินี้ข้าก็จะไม่แต่งงานกับผู้ใด...’
หยางน่าก้มลงมองใบหน้างามสะคราญที่คล้ายคลึงกับตัวเองก่อนจะก้มตัวลงแล้วกอดน้องสาวต่างมารดาอย่างอ่อนโยน ‘หยางอิ่งเ้ายังเด็กนัก มีบางเื่ที่เ้ายังไม่เข้าใจ เ้ามีรูปโฉมที่งดงามถึงเพียงนี้ทั้งยังมีความสามารถโดดเด่นถึงเพียงนั้น ตำแหน่งภรรยารองนี้ไม่คู่ควรกับเ้าเลยสักนิดทั้งที่มีคุณชายจากตระกูลสูงศักดิ์มาสู่ขอเ้ามากมาย แต่ทำไมใจเ้าถึงต้องยึดติดกับองค์รัชทายาทขนาดนี้ด้วยวังหลวงไม่ใช่สถานที่สุขสบายและน่าอยู่อย่างที่เ้าวาดฝันเอาไว้หรอกนะ’
‘ตัดใจเสียเถิดน้องพี่ หัวใจขององค์รัชทายาทไม่ได้มีไว้เพื่อสตรีแต่มีไว้เพื่อความผาสุกของราษฎร์เป็สำคัญ เขาไม่อาจมอบความรักและความดูแลเอาใจใส่ให้กับเ้าได้มากเท่าคุณชายเ่าั้หรอกจงมีชีวิตที่สุขสบายดังเช่นฮูหยินใหญ่ที่มีเกียรติและศักดิ์ศรีเบื้องนอกกำแพงวังที่กลืนกินผู้คนนี้เถิด’
แม้จะนางจะรับรู้ถึงความรู้สึกที่น้องสาวมีต่อองค์รัชทายาทผู้เป็ที่รักยิ่งของนางทั้งยังรู้สึกเ็ปและหนาวเหน็บสุดขั้วหัวใจในยามที่น้องสาวเอ่ยปากขอใช้สามีร่วมกับนางแต่นางก็ยังคงเลือกที่จะปฏิเสธเพราะนางรู้ดีว่าในใจขององค์รัชทายาทนั้นมีนางเพียงผู้เดียว
อีกทั้งเขาก็ไม่ใช่คนที่อ่อนโยนและมีเมตตาอย่างที่น้องสาวจินตนาการเอาไว้เลยสักนิดตัวตนของเขาทั้งเ็าและเข้าถึงยากเกินกว่าที่น้องสาวจะหยั่งรู้ได้
เมื่อถึงเวลานั้นคนที่จะเสียใจมากที่สุดก็คือน้องสาวนางไม่อยากให้น้องสาวต้องนำอนาคตที่สดใส รวมถึงวัยสาวที่บานสะพรั่งของตัวเองไปทิ้งกับชายที่ไม่มีพื้นที่ว่างในหัวใจให้กับสตรีนางอื่นอีกต่อไปแล้ว
นอกเหนือจากความรักลึกซึ้งที่มีอยู่อย่างจำกัดในก้นบึ้งของหัวใจเขานั้นสิ่งเดียวที่หลงเหลืออยู่มีเพียงผลประโยชน์ของราษฎร์เท่านั้นนางไม่อยากให้น้องสาวต้องมาเป็ปลายหอกคอยสู้รบกับสตรีนางอื่นภายใต้กลการเมืองนี้จนได้รับแผลเหวอะหวะแทนนาง
ที่นางปฏิเสธไปเช่นนั้นก็เพราะหวังดีต่อน้องสาวแต่ช่างน่าเสียดายที่ความหวังดีนี้ส่งไปไม่ถึงหัวใจของนาง...
ภาพรถม้าที่เดินทางออกจากเมืองหลวงกำลังมุ่งหน้าขึ้นไปยังวัดศักดิ์สิทธิ์อันเลื่องลือบนูเาที่ห่างไกลก็พลันเกิดพลิกคว่ำอย่างเป็ปริศนาร่างของนางและน้องสาวถูกกลุ่มคนไม่ทราบที่มานำตัวเข้าไปยังวัดแห่งหนึ่งที่นางตั้งใจเดินทางมาไกลเพื่อขอพรให้กับคนรักที่กำลังห้ำหั่นกับพวกศัตรูในสนามรบ
คิ้วงามขมวดแน่นเป็ปมด้วยความเ็ปที่ได้รับในเวลานี้เองภาพสตรีในชุดนักบวชชีสีขาวบริสุทธิ์ก็พลันปรากฏขึ้นในหัวอย่างเลือนราง
ตามมาด้วยกลิ่นคาวเืที่คละคลุ้งอยู่ภายในห้องนางมองเห็นภาพผู้คนที่แปลกหน้ามากมายมองมาทางนางด้วยสายตาที่เรียบเฉยไร้ความรู้สึกใดๆก่อนที่พวกเขาเ่าั้จะออกไป หลงเหลือไว้แค่เพียงร่างที่บอบช้ำของนางและน้องสาวที่ฟื้นขึ้นมาพูดคุยกับหญิงแปลกหน้าผู้หนึ่งอยู่
‘ท่านบีบบังคับข้าเองนะ...’ เสียงอ่อนหวานดังเช่นในวันวานดังขึ้นที่ข้างหูของนางอย่างแ่เบาตามมาด้วยฝ่ามือเล็กที่บีบลำคอนางอย่างรุนแรง
หยางน่าเปิดเปลือกตาที่อ่อนล้าขึ้นมาอย่างยากลำบากทว่าสิ่งแรกที่ได้เห็นกลับเป็ความโเี้ไร้ปรานีในดวงตาของน้องสาวเพียงคนเดียวของตัวเองแต่ไรมาน้องสาวคนนี้ไม่เคยแสดงสีหน้าและแววตาดำอำมหิตเช่นนั้นมาก่อน หรือว่านี่จะเป็โฉมหน้าที่แท้จริงของนาง…
ปลายมีดคมกริบที่วางอยู่บนโต๊ะเ่าั้สะท้อนเข้ามาในดวงตาของนางหยางน่ามองดูเพดานห้องที่ไม่คุ้นเคย เบื้องนอกเต็มไปด้วยเสียงสวดมนต์อันศักดิ์สิทธิ์กลบเสียงการกระทำอันโเี้ภายในห้องแห่งนี้ไปจนสิ้น
พวกเขาคิดจะแปลงโฉมใบหน้าของน้องสาวให้กลายเป็นาง!
ฉับพลันนั้นหยางน่าก็พยายามคิดที่จะขัดขืนอย่างสุดแรงนางไม่สนร่องรอยาแฉกรรจ์ที่อยู่ตามตัวแล้วพยายามใช้เรี่ยวแรงที่มีอยู่น้อยนิดเพื่อดิ้นรนให้หลุดจากเชือกที่พันธนาการนางเอาไว้กับเตียงไม้
นางมองดูน้องสาวที่สูดดมควันบางอย่างและนอนสลบไสลอยู่ข้างกายด้วยสีหน้าที่เปี่ยมสุขก่อนที่สติสุดท้ายของนางจะหลุดลอยไปพร้อมกับควันสีขาวที่ร่องรอยอยู่ในอากาศ