บริษัทคาลอสเอเนอร์จี้ยังคงตามหาตัวประธานใหญ่อย่างไม่หยุดหย่อนโดยที่ไม่รู้ว่าประธานของบริษัทนั้นได้ถูกกองกำลังลึกลับพาตัวไปแล้ว
“ภาวนาให้เราหาท่านเจอก่อนที่คุณแอนนาจะกลับมาเถอะ”ชายหนุ่มร่างบอบบางเอ่ยขึ้นในห้องประชุมของบริษัทคาลอสเอเนอร์จี้ ซึ่งเป็ห้องเดียวกันกับที่แอนนาเคยใช้ประชุมแผนงานสเปซออฟ
“อีกตั้งเกือบเดือนกว่าคุณแอนนาจะกลับ”ผู้หญิงที่นั่งข้างเขาพูดขึ้น “ยังไงก็ยังพอมีเวลาอยู่หรอกแต่ว่าคุณนาเวลสั่งคนออกไปตามหาจนทั่วเมืองหรือยังล่ะ”
ชายหนุ่มพยักหน้าแทนการตอบ
ชายหนุ่มที่ชื่อนาเวลคนนี้คือเลขาส่วนตัวของคาลอสเขาอายุมากกว่าแอนนาอยู่ห้าปี นาเวลเป็ชายร่างผอมสูง ผมสั้นสีทองดวงตาสีแดงทับทิมตัดกับใบหน้าที่มีสีผิวขาวนวล ทำให้มันดูโดดเด่นขึ้นมากกว่าคนอื่นแต่นาเวลไม่ได้ชอบสีดวงตาของตัวเอง เขาอยากให้มันเป็สีดำมากกว่า
“แน่ใจเหรอว่าคุณคาลอสจะออกไปถึงที่นั่น”หญิงสาวคนเดิมทำท่าทางไม่ทุกข์ร้อน “ที่สกปรกแบบนั้นไม่มีค่าพอที่จะให้ใครไปหรอก”
“นั่นมันเป็ความคิดของคุณ”ชายดวงตาสีแดงบอกกับหญิงสาวที่วางมาดหยิ่ง “ไม่มีที่ไหนสกปรกไปมากกว่าใจที่สกปรกหรอกครับ”
หญิงสาวลุกพรวดพร้อมกับมองหน้าของนาเวล
“คุณพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง!” หญิงสาวแผดเสียงลั่นห้องประชุม “นี่คุณกำลังดูถูกฉันอยู่นะ”
“ผมยังไม่ได้ว่าอะไรคุณเลยนะ”นาเวลจ้องตาอีกฝ่าย “หรือว่าภายในใจคุณเป็แบบนั้นจริง ๆ ”
หญิงสาวตัวสั่นเพราะความโมโหจัดเธอเงื้อมือหมายจะตบลงไปที่ใบหน้าของชายหนุ่ม แต่แล้วก็ต้องชะงัก เพราะเธอเห็นดวงตาสีแดงทับทิมมองมาราวกับนักล่าที่จับจ้องมองเหยื่อ
“ถ้าอย่างนั้นฉันไม่ประชุมต่อแล้ว”หญิงสาวเดินไปที่ประตูห้อง “ฉันจะสั่งให้ที่แผนกคอยตามข่าวจากพวกคุณก็แล้วกัน”
หญิงสาวผู้หยิ่งยะโสรีบเดินออกไปจากห้องประชุมทุกคนในห้องต่างหันมามองหน้ากันแล้วก็ส่ายหน้า เนื่องด้วยในสภาพการณ์โดยขณะนี้ไม่สมควรมีใครละทิ้งการประชุมออกไปเพราะทุกวินาทีที่ใช้ไปอาจจะหมายถึงการชี้เป็ชี้ตายชีวิตเ้านายใหญ่
เสียงสัญญาณจากเครื่องสื่อสารภายในห้องดังขึ้นนาเวลรีบกดรับในทันที
“ขออนุญาตรายงานความคืบหน้าครับ”เสียงปลายสายจากเครื่องสื่อสารเอ่ยขึ้น
“ว่ามาเลย ได้เื่อะไรบ้างหรือเปล่า”
“เราพบสัญาณล่าสุดของยานพาหนะที่ท่านประธานใช้แล้วครับ”เสียงจากหน่วยค้นหารายงาน “พวกเรากำลังรีบรุดเข้าไปในพื้นที่อยู่ครับ”
“ยานของท่านอยู่ตรงไหนบอกพิกัดมาเร็ว”
แสงสีขาวถูกฉายออกไปยังผนังห้องประชุมเป็ภาพจากมุมสูงซึ่งถ่ายโดยยานขนาดเล็กของหน่วยค้นหา ดดดดกกดดกดกดกดภาพที่ปรากฏขึ้นคือชุมชนซึ่งห่างจากตัวเมืองใหญ่ออกไปไกล
“ท่านประธานจะไปที่แบบนั้นทำไม”เสียงของสมาชิกที่ประชุมภายในห้องดังขึ้น “ที่นั่นไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับบริษัทของเราสักหน่อย”
นาเวลนั่งจ้องมองภาพที่อยู่บนผนังอย่างเงียบๆ สีหน้าและแววตาของเขามันบ่งบอกว่ากำลังใช้ความคิดอย่างหนักส่วนจะคิดอะไรนั้นไม่มีใครจะล่วงรู้ได้
“ถอนกำลังออกมาก่อน”ชายั์ตาสีแดงบอกกับหน่วยค้นหา
ทุกคนในห้องมองหน้ากันเลิกลั่กเพราะไม่เข้าใจในเหตุผลของนาเวล
“แน่ใจนะครับท่าน”เสียงจากหน่วยค้นหาถามกลับ “เราใกล้จะถึงที่หมายแล้วนะครับ”
“ทำตามที่บอก”เลขาของคาลอสสั่งด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ผมรู้ดีกว่ากำลังทำอะไรอยู่”
สัญญาณเสียงของปลายสายเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะตอบรับคำสั่งแล้วทำการตัดสัญญาณทั้งภาพและเสียงไป
ทุกคนในห้องลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินเข้ามารุมถามถึงเหตุผลที่นาเวลออกคำสั่งออกไปแบบนั้น ทว่านาเวลเริ่มมีท่าทางแปลกไปร่างของเขามีอาการกระตุกและสั่นอย่างรุนแรง ทำให้ทุกคนต้องถอยห่าง
“ทะ..ทำลายตัวเองในสาม สอง หนึ่ง” นาเวลพูดไปชักกระตุกไป “สิ้นสุดภารกิจ”
ทันทีที่สิ้นเสียงพูดร่างของนาเวลได้ะเิออกเป็เสี่ยง แรงะเิไม่ได้ทำลายแค่เพียงร่างกายของเขาเท่านั้นแต่มันยังทำลายทุกชีวิตที่อยู่ภายในห้องประชุมจนหมด มิหนำซ้ำ ยังทำความเสียหายให้กับอาคารของบริษัทไปอีกส่วนหนึ่งด้วย
เสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นไปทั้งอาคารผู้คนในบริษัทรีบวิ่งหนีตายออกมาอย่างไม่คิดชีวิตเศษกระจกของตัวอาคารร่วงหล่นลงมาใส่ผู้คนที่เดินไปมาอยู่ทางด้านล่าง จนทำให้ได้รับาเ็กันไปหลายคนแต่ผ่านไปเพียงอึดใจ สารเคมีที่ใช้ดับไฟก็ถูกพ่นออกมาใส่ห้องต้นเหตุ
บริษัทคาลอสเอเนอร์จี้มีแผนกรับมือการโจมตีทุกรูปแบบจึงใช้เวลาเพียงนาทีเศษในการเข้าไปเคลียร์ที่เกิดเหตุ เมื่อเข้าไปถึง หน่วยรับมือประจำอาคารก็ต้องผงะเพราะในห้องมีแต่เศษชิ้นส่วนมนุษย์กระจัดกระจายเกลื่อนไปหมด
“ผมว่าไม่ได้มีแต่คนเพียงอย่างเดียวแล้วล่ะครับหัวหน้า”
เสียงเ้าหน้าที่หน่วยงานรับมือภัยคุกคามบอกกับคนที่เป็หัวหน้าของตนพร้อมกับยื่นของบางอย่างให้
หัวหน้าหน่วยรับสิ่งที่อยู่ในมือลูกน้องไปดูมันเป็ศีรษะของเลขาส่วนตัวคาลอส แต่นั่นยังไม่น่าแปลกใจเท่าที่ว่ามันไม่ใช่ศีรษะของคนแต่กลับกลายเป็ศีรษะของหุ่นดรอยด์แทนพอหัวหน้าหน่วยพิจารณาดูแล้วก็ทำหน้าครุ่นคิด เพราะชายหนุ่มอย่างนาเวลที่เขารู้จักนั้นเป็คนไม่ใช่หุ่นดรอยด์แต่อย่างใด
“งานนี้สงสัยว่าเราจะเจองานใหญ่เข้าให้แล้ว”คนที่เป็หัวหน้าหน่วยบอกกับลูกทีม “ดูท่าทางมันไม่ได้เป็อุบัติเหตุธรรมดา ๆ แน่”
ชายหนุ่มรับชิ้นส่วนดรอยด์กลับคืนเขาพลิกมันไปมาแล้วก็เห็นตัวอักษรพร้อมกับโลโก้ของบริษัทที่ผลิต ซึ่งก็คือบริษัทคาลอสดรอยด์ทูฟิวเจอร์ซึ่งเป็บริษัทลูกของคาลอสเอเนอร์จี้
“แล้วเราจะแจ้งเื่นี้กับใครดีครับ”ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมาถาม “ทั้งคุณคาลอสและคุณแอนนาต่างก็ไม่อยู่กัน”
หัวหน้าหน่วยไม่ได้ตอบเขาทำเพียงแค่สั่งการให้ลูกทีมของตนรีบเก็บชิ้นส่วนมนุษย์ทุกชิ้น รวมถึงชิ้นส่วนของดรอยด์ออกจากพื้นที่เกิดเหตุโดยเร็วจะได้ปล่อยให้หน่วยอื่นเข้ามาทำงานต่อไป
“ตกลงคุณไปอยู่ที่ไหนกันแน่คุณคาลอส”
หัวหน้าหน่วยรำพึงกับตัวเองก่อนที่จะเดินไปช่วยลูกทีมสำรวจสถานที่เกิดเหตุ อันเต็มไปด้วยคราบเืและเศษชิ้นส่วนของบรรดาผู้โชคร้าย
ทางด้านแอนนาที่ยังคงกลุ้มใจกับการหายไปของผู้เป็พ่อเธอคิดไม่ออกว่าจะทำยังไงให้เจสันเปลี่ยนใจนำยานเดินทางกลับเรนต้าเธอใช้ทุกวิถีทางแล้วทั้งไม้อ่อนและไม้แข็งใน่สี่วันที่ผ่านมา พยายามอ้อนวอนให้เขาทำในสิ่งที่เธอร้องขอแต่ทว่าผู้มีอำนาจอย่างเจสันก็ใจแข็งไม่ยอมทำตามคำขอร้อง ยังคงยืนยันว่าเป็คำสั่งของประธานใหญ่เองที่ไม่ให้เดินทางกลับไปยังเรนต้าจนกว่าภารกิจจะลุล่วงไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ให้เจสันและทุกคนดำเนินการต่อไปจนกว่าจะแล้วเสร็จ
“เป็ห่วงคุณพ่อจังเลยลิซ่า”แอนนานั่งปรับทุกข์กับเพื่อนสาวในห้อง “ฉันนอนไม่หลับมาหลายคืนแล้วเนี่ย”
ลิซ่าเดินมานั่งลงข้างแอนนาแล้วกอดเ้านายสาวไว้ในอ้อมแขน
“ท่านต้องไม่เป็อะไรแน่นอนค่ะ”ลิซ่าพูดให้อีกฝ่ายสบายใจ “ทางเรนต้าไม่ยอมเสียนักธุรกิจดี ๆ แบบท่านคาลอสแน่”
ลิซ่าคลายวงแขนแต่อีกฝ่ายยังคงกอดอยู่แน่น เธอจึงปล่อยให้แอนนากอดอยู่แบบนั้นไปเรื่อย ๆ
“วันนี้จะไปเยี่ยมคุณลูสหรือเปล่าคะ”ลิซ่าเอ่ยถามเ้านาย
แอนนามองหน้าเพื่อนรักผู้หญิงคนนี้ช่างรู้ใจเธอไปเสียทุกอย่าง ไม่ว่ามันจะเป็เื่เล็กหรือเื่ใหญ่สำคัญหรือไม่สำคัญแค่ไหนก็ตาม
ตอนนี้ทางลูสยังคงไม่ได้สติการรักษาความปลอดภัยบนยานจึงตกเป็หน้าที่ของสมาชิกในทีมที่เหลืออยู่ พวกเขาไม่ปล่อยให้สองสาวอยู่ห่างจากตนเกินระยะสายตาโดยเด็ดขาดยกเว้นเวลาที่แอนนากับลิซ่าจะเข้าห้องน้ำ ถึงอย่างนั้นก็ต้องให้พวกเขาทำการตรวจเช็คความปลอดภัยเสียก่อน
“ที่ลูสเป็แบบนั้นส่วนหนึ่งก็เป็เพราะฉัน”
เสียงของแอนนาสั่นเครือเหมือนจะร้องไห้
ลิซ่าถอนหายใจตลอดเวลาที่นายทหารหนุ่มทำการรักษาตัวอยู่ในห้องพยาบาล แอนนาเอาแต่โทษตัวเองตลอดเวลาว่าเป็สาเหตุให้ชายหนุ่มต้องาเ็สาหัสถ้าลูสไม่มายืนเฝ้าอยู่หน้าห้องของเธอในตอนนั้น เขาก็คงจะไม่ต้องาเ็และนอนไม่รู้สึกตัวอยู่แบบนี้
“เมื่อไหร่จะเลิกคิดแบบนั้นกับตัวเองเสียทีคะ”ลิซ่าดันตัวแอนนาออก “มันฟังแล้วหดหู่ค่ะ”
แอนนาเบนหน้าหลบสายตาของลิซ่านี่เป็ครั้งแรกที่เธอไม่ยอมสบตากับเลขาสาว
“ก็ฉัน..” แอนนาพึมพำ
“ฉันอะไรคะ”ลิซ่าจับศีรษะของเ้านายให้หันมาสบตา “คุณไม่เคยเป็แบบนี้มาก่อนนี่คะ”
แอนนาจับมือของเพื่อนรักเอาไว้แล้วปล่อยให้น้ำตาล้นออกมา
“ก็ฉันเครียดไม่รู้ว่าจะจัดการกับเื่ที่เกิดขึ้นยังไง”
ลิซ่าดึงแอนนามากอดไว้เธอเอามือบรรจงลูบไปที่ศีรษะของเ้านายสาวเพื่อปลอบใจ ลิซ่าเองก็จนใจที่จะช่วยเหลือเหมือนกันด้วยเป็คำสั่งของประธานใหญ่ไม่มีใครสามารถฝ่าฝืนได้
“ถ้าอย่างนั้นเราไปหาคุณลูสกันดีกว่านะคะ”ลิซ่าพยายามทำให้แอนนาหายเศร้า “เผื่อว่าตอนนี้จะได้สติแล้ว”
แอนนาเอามือเช็ดน้ำตาแล้วสูดหายใจเข้าจนเต็มปอดแล้วผ่อนลมออกมายาว ๆ ก่อนลุกไปล้างหน้าเพื่อให้ตัวเองกลับมาสดชื่น จะได้ไปหานายทหารหนุ่มแบบมีความสุข
สองสาวพากันเดินมาจนถึงห้องพยาบาลโดยไม่มีคนของลูสตามมาคุ้มกัน แต่นั่นก็ทำให้คนทั้งคู่ถูกนายทหารชาววาสนั้นบ่นเอาขนานใหญ่เพราะลูสเคยบอกเอาไว้ก่อนเกิดเหตุว่าถ้าสองสาวจะไปไหน ก็ให้ทุกคนในทีมต้องตามไปคอยดูแล
แอนนาบอกกับนายทหารขนดกว่าตนเองและลิซ่าไม่ใช่เด็กๆ ที่เวลาไปไหนจะต้องมีผู้ปกครองคอยตามประกบส่วนนายทหารชาววาสก็ไม่ได้สนใจอะไรกับคำพูดของแอนนา เขายังคงยืนยันว่ามันคือคำสั่งที่หน่วยอารักขาทุกคนจะต้องปฎิบัติอย่างเคร่งครัด จนแอนนาเองก็ต้องฝ่ายตัดบทไปโดยปริยายเมื่อสองสาวถามถึงอาการของนายทหารหนุ่ม ก็ได้รับคำตอบมาว่าเขาเองก็รอคำตอบจากหน่วยแพทย์อยู่เหมือนกันเมื่อพูดจบ นายทหารขนดกก็เดินหลบไปอีกทาง เพื่อให้ทั้งสองสาวได้เดินเข้าไปในห้องพยาบาลใน่ขณะนั้นเอง เจสันก็ได้เดินสวนออกมาพร้อมกับเ้าหน้าที่ของหน่วยพยาบาล
“คุณลูสเป็ยังไงบ้างคะ”ลิซ่าเอ่ยถามกับเ้าหน้าที่หน่วยพยาบาลแทนเ้านาย
“อาการดีขึ้นตามลำดับครับ”เ้าหน้าที่รายงานความคืบหน้าในการรักษา “แต่ว่ายังคงไม่ได้สติเหมือนเดิม”
แอนนาเดินเข้าไปในห้องแล้วดึงเก้าอี้มานั่งลงข้างเตียงนายทหารแล้วยื่นมือของตนไปกุมมือของเขาเอาไว้
“ขอโทษนะ ถ้าฉันไม่ขึ้นมาบนยานคุณก็ไม่ต้องมาคุ้มกัน และเื่ทุกอย่างก็คงจะ..”
ทันใดนั้นแอนนาก็หยุดพูดแล้วจ้องมองไปที่มือของชายหนุ่ม ก่อนจะรีบหันไปบอกเ้าหน้าที่อีกคนซึ่งอยู่ภายในห้องว่ามือของนายทหารหนุ่มขยับ
เ้าหน้าที่ดูจะไม่ตื่นเต้นกับสิ่งที่หญิงสาวบอกเขาอธิบายในสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ว่ามันเป็อาการกระตุกของกล้ามเนื้อตามปกติ ไม่ใช่การฟื้นคืนสติแต่อย่างใดนั่นทำให้แอนนามีสีหน้าเศร้าลงไป แต่เธอก็ต้องสะดุ้ง เพราะชายหนุ่มได้บีบมือของเธอเบาๆ
“นี่ไง!” แอนนายกมือของลูสขึ้น “เขากำลังบีบมือของฉันอยู่”
เ้าหน้าที่รีบบอกให้แอนนาวางมือของนายทหารลงแล้วรีบเข้ามาดูอาการของทหารหนุ่มว่าฟื้นคืนสติอย่างที่แอนนาบอกจริงหรือไม่หรือว่าเธอคิดไปเอง
“แอนนา”เสียงของลูสเอ่ยขึ้นอย่างแ่เบา “ใครก็ได้รีบพาแอนนาหนีไปเร็ว”
ความคิดของชายหนุ่มยังคงติดอยู่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนั้นแต่ด้วยที่ตัวเองสลบไปทำให้ไม่รู้ว่าเื่เ่าั้ได้จบลงไปแล้ว
“ฉันอยู่นี่ค่ะลูส”แอนนารีบเรียกสติคนบนเตียง “ทุกอย่างจบลงแล้วค่ะ”
ลูสเงียบเสียงลงแล้วลืมตาขึ้นมาอย่างช้า ๆ
“ผมอยู่ที่ไหน..”
เสียงของชายหนุ่มแหบพร่าแอนนาจึงเอาน้ำให้ดื่มเล็กน้อย เพื่อป้องกันการสำลัก
“คุณอยู่ในห้องพยาบาล”ลิซ่าที่เดินมาทีหลังได้ตอบคำถาม “ไม่ต้องห่วงค่ะ ทุกอย่างจบลงหมดแล้ว”
ลูสหันมามองแอนนาที่นั่งอยู่ข้างตนแต่สายตาของเขายังพร่ามัวอยู่ จึงทำให้คิดว่าคนที่นั่งอยู่นั้นเป็ลิซ่า
“คุณเองเหรอลิซ่า”ลูสพยายามเพ่งสายตามอง “แล้วแอนนาไปไหนล่ะ”
ลิซ่าหันไปมองหน้าคนของหน่วยพยาบาลเ้าหน้าที่เดินมากระซิบให้ฟังว่าลูสได้รับความกระทบกระเทือนที่บริเวณศีรษะ ทำให้มีผลต่อระบบประสาทด้านการมองเห็นแต่ทางหน่วยแพทย์ได้ทำการรักษาให้แล้วไม่ต้องเป็กังวลอะไร ลิซ่าได้ยินดังนั้นจึงไปกระซิบบอกเ้านายของตนเองให้เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น
“ฉันอยู่นี่”แอนนาบีบมือของนายทหารแน่น “ฉันปลอดภัยค่ะ”
ลูสมีรอยยิ้มขึ้นมาทันทีเขาดีใจที่ได้ยินเสียงของหญิงสาว ทำให้รู้ว่าการเสี่ยงตายในครั้งนั้นไม่เสียเปล่า
“ผมดีใจที่คุณปลอดภัย”ลูสเอามือไปลูบที่ใบหน้าของแอนนา โดยที่หญิงสาวไม่ได้หลบแต่อย่างใด“ถือว่าภารกิจของผมประสบผลสำเร็จไปได้ด้วยดี”
น้ำตาของแอนนาไหลออกมาไม่หยุดเธอทำให้ใครต่อใครต้องมาวุ่นวาย แถมยังต้องมาเสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องดูแลเธออีก แม้ว่ามันจะเป็งานของพวกเขาก็ตามที
“ขอฉันอยู่กับลูสตามลำพังสักครู่ได้ไหม”แอนนาหันไปบอกกับลิซ่าและเ้าหน้าที่หน่วยพยาบาล
ทั้งสองคนมองหน้ากันแล้วพากันเดินออกไปจากห้อง โดยปล่อยให้ทั้งแอนนาและลูสอยู่กันตามลำพังสองต่อสองตามที่ขอ
เมื่อทุกคนออกไปแล้วหญิงสาวจึงขึ้นไปนอนบนเตียงเดียวกับชายหนุ่ม แล้วกอดเขาไว้ในอ้อมแขนส่วนลูสเองก็ดูจะใที่จู่ ๆ แอนนาก็ทำแบบนี้ แต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก
“กอดฉันหน่อยได้ไหม”หญิงสาวซบลงบนอกของชายหนุ่ม “หรือว่าคุณรังเกียจคนที่เอาแต่ใจอย่างฉัน”
ลูสทำตามที่แอนนาขอเขากอดเท่าที่แรงจะมี แต่ด้วยที่เพิ่งจะฟื้นคืนสติมา ทำให้ไม่มีแรงมากพอที่จะกอดหญิงสาวให้แแ่เท่าที่ใจ้า
“ฉันชอบคุณนะลูส”แอนนาเงยหน้ามองนักรบหนุ่ม “ฉันเองไม่เคยรู้สึกกับใครแบบนี้มาก่อน”
“ผมก็ชอบคุณ”นายทหารหนุ่มหลับตาพริ้ม “ถึงผมจะเจอผู้หญิงมามาก แต่คุณคือคนที่ผมรู้สึกชอบมากที่สุด”
แอนนามองชายหนุ่มเหมือนจะค้นหาความจริงจากคำพูด
“ทหารปากหวานแบบนี้ทุกคนเลยหรือเปล่า”แอนนาหัวเราะเบา ๆ “คุณคงพูดแบบนี้กับผู้หญิงทุกคนที่เจอสินะ”
พูดจบแอนนาก็ลงไปจากเตียง ปล่อยให้ลูสนอนคนเดียวตามเดิม
“คุณแกล้งผมอย่างนั้นเหรอเนี่ย”ลูสรีบลืมตาขึ้นมาแล้วบ่นอุบอิบ “ไม่สงสารคนเจ็บหนักแบบผมแล้วเหรอ”
“คุณก็รีบ ๆ หายเสียสิ”แอนนาก้มลงกระซิบข้างหูของลูส “แล้วเราสองคนค่อย..”
พูดจบหญิงสาวก็หน้าแดงก่ำ เป็่เดียวกันกับที่ลิซ่าและเ้าหน้าที่เดินกลับเข้ามาพอดีทั้งคู่เห็นแอนนาหน้าแดงจึงมองหน้ากันแล้วก็ทำหน้าสงสัย
“คงต้องขอให้เขาพักก่อนนะครับ”เ้าหน้าที่บอกกับสองสาว “เพิ่งฟื้นขึ้นมาแบบนี้ยังมองอะไรนาน ๆ ไม่ได้”
แอนนาพยักหน้ารับทราบเธอบีบมือของชายหนุ่มเบา ๆ แล้วบอกกับเขาว่าจะมาเยี่ยมใหม่นายทหารหนุ่มยิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะหลับตาลงอีกครั้งเพื่อพักสายตา เมื่อเห็นว่าลูสหลับลงไปแล้วแอนนาจึงชวนลิซ่าออกไป เพื่อให้ทหารหนุ่มได้พักผ่อนอย่างเต็มที่
###### สามารถอ่านฉบับอีบุ๊กได้ที่แอป MEB นะครับ ######