หญิงสาวทั้งสองถามเสียงกระซิบ ไปที่ฉู่หลานเผยความสนใจ ชายลึกลับโต๊ะข้างๆ ทันที “มีอะไรงั้นหรือ น้องฉู่หลาน?”
นางจะรีบตอบ “ไม่มีอะไร ไม่มีอะไร ไม่มีอะไร” ขึ้นมาตั้งสามครั้ง แม้จะรับรู้มีพลังบางอย่างดึงดูดพวกเขาเล็กๆ ก็ตาม ‘คงไม่ใช่หรอกกระมัง’
ส่วนหลินอวิ๋น ยังมองไปที่กลุ่มหญิงสาวสวมหมวกไม้ไผ่สานเสี้ยวหนึ่ง… ‘ผู้ฝืนชะตาฟ้างั้นหรือ?’ ก่อนจะส่ายหัว อย่างไรบุคคลเช่นนี้ ก็ไม่ใช่จะหาเจอได้ ง่ายๆ
เถ้าแก่ลู่ชางเข้าไปหลังร้านไม่นาน ก็เอาต้นไม้โลหิตที่เหลือ มาส่งมอบให้หลินอวิ๋น ตรวจดู “เช่นนั้นขอให้คุณชายโชคดี” ขณะกล่าวชายวัยกลางคนเผยรอยยิ้ม…ถอยออกไป
ก็คล้ายเป็การบอกแจ้งเตือนเขากลายๆ ให้ระวังตัว
หลินอวิ๋นเข้าใจจึงลอบพยักหน้า เตรียมกระดกถ้วยน้ำชาสุดท้ายขึ้น แล้วเตรียมออกไปจากโรงน้ำชาทันที
เมื่อลุกขึ้นพรวดพราด…พร้อมเสียงเตือนสตรีใสกังวานพลันดังขึ้น “เ้าหนูระวัง!”
ครืน!
สภาวะท่าร่างฝ่าเท้าเคลื่อนกายว่องไวประดุจวายุพัดชายคนหนึ่ง ไม่ซ่อนอายสังหาร พุ่งเข้าหาหลินอวิ๋น อย่างรวดเร็ว พุ่งมีดแทง ออกด้วยความมั่นใจ มีรอยยิ้มหยันประดับบนใบหน้า ตาย!
ฉัวะ! “ฮ่าๆ ของล้ำค่าของเ้าต้องเป็ของข้า ทำตัวอวดดี หาเื่ตายแล้ว!”
เมื่อศีรษะภายใต้ผ้าหนาร่างปลอมหลินอวิ๋น ถูกแทงเข้าหัวเต็มๆ
มีดอาบพิษสีม่วงพุ่งเข้าเสียบทะลุผ้าคลุมตรงส่วนหัวเต็มแรง พร้อมกับเสียงเข็มะเิพลังดังสนั่น มือลอบสังหารแย้มยิ้ม ด้วยความมั่นใจ ‘ว่าเหยื่อตายสนิทแน่แล้ว’
ฉัวะ! ชนิดหลายคนมองเื่สนุกความยากลำบากคนอื่น ลอบยิ้มเล็กๆ ที่เห็นมือชายลึกลับ ตกลงอย่างรวดเร็ว
กระทั้งคนสำนักกระบี่ทอง…ตามมาพร้อมตัวของหลินอวิ๋น ยังส่ายหัวขึ้นมา คล้ายไว้อาลัยให้ชายคนนั้นถูกลอบโจมตีแล้ว “จบแล้ว ซินะ!”
แต่เสี้ยวพริบตาทุกอย่างจะผิดคาดพวกเขาไปโดยพลัน
เมื่อคลื่นดาบขึ้นสนิมเฉียบคม ปรากฏออกมาจากภายในร่าง ชนิดเร็วมาก ไม่มีแม้กระทั่งอายสังหารเล็ดลอด
วูม! ฉิ้ง! ผ่าร่างชายหนุ่มลงมือ ขาดเป็สองท่อน ร่างะเิเป็หมอกเื ให้รอบด้านเงียบสงัดลงไป แบบไม่ได้ตั้งตัว ที่ความตายมาเยือน
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเร็วมาก ที่ควรจะกลายเป็หลินอวิ๋น เช็ดใบดาบอาบเื ตายตก
กลับเป็ฝ่ายหลินอวิ๋นที่สามารถเดินลงจากโรงน้ำชา จากไปได้แบบมีชีวิต…เมื่อหันปรายตาขึ้นไปทางกลุ่มหญิงสาวสวมหมวกไม้ไผ่สานครู่หนึ่ง
หลินอวิ๋นก็หายตัวไปกับฝูงชนด้านล่างอย่างรวดเร็ว
เสียงผู้คนลอบกลืนน้ำลายลงคอดัง อึก! อย่างยากลำบาก
ก่อนพวกเขาจะกลับมาพูดคุยออกรส ว่าเกิดอะไรขึ้นอีกครั้ง “เ้าตัวประหลาดนั้น โดนแทงศีรษะแล้วไม่ใช่หรือ? เหตุใดไม่ตายตกเล่า?”
“อืมๆ คลื่นดาบเฉียบคมที่ปลดปล่อยออกมาเอง ก็ไม่ธรรมดาเลย ลงมือโเี้ เด็ดขาดยิ่งนัก แม้แต่ขั้นพลังเองก็ยังคาดเดาไม่ได้ สงสัยเ้านั้นที่ตายตก คงจะไปเจอหมูเขี้ยวตันเข้าให้เสียแล้ว”
“ข้าเองก็เกือบลงมือแล้ว” ขณะลอบปาดเหงื่อเย็น บนใบหน้าออก น้อยๆ หากลงมือ คงจะเป็ตัวมัน ร่างถูกผ่าเป็สองท่อน
ชายหนุ่มถงอี้ศิษย์อันดับต้นๆ สำนักกระบี่ทอง ยังทำหน้าครุ่นคิด ก่อนจะกล่าวพึมพำขึ้นมา “หรือว่าเขาจะเป็มารเฒ่ากู่เหยาที่หายตัวไปหลายแคว้น ประกาศตามจับตัวอยู่…แต่คงไม่ใช่หรอก มารร้ายแบบนั้น จะมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”
ฉู่หลาน ลอบขำโฮ้ๆ เมื่อส่งสัญญาณขอร้องให้พี่หญิง ตามสะกดรอยตัวของหลินอวิ๋นไป ‘เกรงว่าที่แห่งนี้ จะไม่มีใครรู้ตัวจริง ของเ้าเลยซินะ’
การโจมตีฆ่าสังหารก่อนหน้านี้ ไม่ได้สร้างาแอะไร ให้เด็กคนนั้นปลอมตัวเสียด้วยซ้ำ แม้ศีรษะจะเป็เป้าหลัก น่าโจมตีจริงๆ ก็ตาม ที่ฉู่หลานส่ายหัวไว้อาลัยให้คนตายตก
ถงอี้ มองไปทางด้านหญิงสาวสวมหมวกไม้ไผ่สาน ปกปิดใบหน้าเอ่ยถามขึ้นทันที เมื่อประสานฝ่ามือ ออก “แม่นางหรือว่าจะเป็ท่าน ที่้าท้าประลอง กับเซียนกระบี่หญิงของสำนักเราตามข่าวลือ”
ครั้นหลายคนเคยได้ยินกฎของเมืองโซ่ ผู้ใดเคาะกระดิ่งเมืองโซ่ ดังก้องไปถึงยอดเขาได้ จะได้รับสิทธิ์ ประลองกับเซียนสำนักกระบี่ทอง
ฉู่หลานแค่พยักหน้าเชิดขึ้น เมื่อกล่าวเสียงใสน่าฟัง “เซียนกระบี่หญิง ก็น่าสนใจไม่เบา จริงๆ นั่นแหละ แต่ตอนนี้ข้ามีเื่ใหม่ น่าสนใจกว่า”
หลายคนอดไม่ได้ลอบกลืนน้ำลายลงคอดัง อึก! เมื่อรับรู้สถานะของสตรีห้าวหาญนางนี้ น่าจะมีภูมิหลังไม่ธรรมดา จากกระบี่สีเงินที่นางวางเผยอยู่บนโต๊ะ
ก่อนหญิงสาวอีกคนภายในกลุ่มย้อนกลับมา ลอบส่ายหัวให้ฉู่หลาน เมื่อนางคลาดกับหลินอวิ๋น ตอนหนีหายเข้าไปภายในป่า
ส่วนถงอี้ ลอบสูบลมหายใจ ที่ได้กลิ่นหอมน่าดึงดูดจากตัวนาง จึงเอ่ยประโยคจริงจังชวนหญิงสาวทันที “แม่นาง ข้าเชิญท่านเป็แขกคนสำคัญของสำนักกระบี่ทองเรา จัดเตรียมที่พักพูดคุยแลกเปลี่ยนสนทนา การฝึกฝน คิดเห็นว่าอย่างไร?”
ฉู่หลาน อ่านสถานการณ์หญิงสาวที่มาพร้อมอีกฝ่าย เผยความไม่พอใจ นางจะกล่าวปฏิเสธ อย่างไร้เยื่อใย “ไม่จำเป็คุณชาย ข้าพักอยู่ที่นี่ก็ได้…แล้วอีกอย่าง อย่างไรข้า ้ามาเผชิญหน้าคนสำนักของท่านอยู่แล้ว”
ถงอี้ เมื่อถามชื่อนามหญิงสาว ฉู่หลาน ก็ไม่ได้ทำให้พวกนางลำบากใจ เมื่อกล่าวจากลา “เช่นนั้นข้าจะรอดูการประลองของแม่นางฉู่หลาน”
พริบตาข่าวผู้ท้าประลองจากแดนไกลมาเยือนเมืองโซ่ ก็กลายเป็หัวข้อหลัก พูดคุยสนทนาไปแล้ว
….ด้านหลินอวิ๋นน้อยกลับเข้าไปยังถ้ำเก็บตัว ผ่านป่ารูปปั้นเทพมาร บวงสรวงเก่าหักพัง ประหนึ่งดินแดนเทพถูกทอดทิ้งไว้ ก็มิปาน
เขาก็กล่าวขึ้นถาม “มารเฒ่าชั่วร้ายที่พวกจอมยุทธ์พูดถึง มีใบประกาศจับติดทั่วเมือง คงจะเป็เ้าซินะกู่เหยา”
ร่างน้อยๆ น่ารักปรากฏตัวออกมาแสยะยิ้มดูชั่วร้าย ยืดอกรับ ตรงๆ “เป็ข้าเองขอรับนายท่านที่ก่อเื่สังหารพวกจอมยุทธ์ ตระกูลใหญ่เขตแถบบริเวณแห่งนี้…ในเมื่อพวกเขาอยากสังหารข้า ้า่ชิงของล้ำค่าจากตัวข้าไป ก็ต้องยอมรับผลที่จะตามมา กลายเป็หนูทดลองให้ข้าบ้างซิ”
หลินอวิ๋นน้อย เริ่มนั่งปิดขั้นพลัง ส่ายหัว คล้ายเข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่ายขึ้นมาบ้าง ‘เ้าคงจะผ่านอะไรมาไม่น้อย’