นางยังไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจที่จะพบคนในสกุลเฟิ่งเวลานี้เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงความยุ่งยากที่ไม่ปรารถนานางจึงรีบหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากอกเสื้อแล้วปิดหน้าตั้งแต่ดวงตาลงมาเมื่อแน่ใจแล้วว่าพวกเขาจะจำนางไม่ได้นางจึงเดินเข้าไปช้าๆ
เฟิ่งซินเหยาพบฮ่องเต้เป็นครั้งแรกในงานแต่งงานของพี่สาวเมื่อหกปีก่อนตอนนั้นนางยังเล็ก เพิ่งจะสิบเอ็ดขวบ ทว่านางกลับจำฮ่องเต้ได้อย่างแม่นยำนางคิดว่าเขาเป็นบุรุษรูปงามที่สุดบนโลกใบนี้ต่อไปหากนางโตขึ้นก็ปรารถนาจะแต่งให้กับบุรุษเยี่ยงนี้! น่าเสียดาย ฮ่องเต้มีเพียงองค์เดียวนับจากนั้นเป็นต้นมานางไม่เคยเห็นบุรุษคนใดในสายตาอีกเดิมทีคิดว่าคงไม่มีโอกาสได้พบหน้าเขาอีกแล้วคิดไม่ถึงเลยว่าวันนี้บุพเพสันนิวาสจะมาทายทัก ถึงกับทำให้นางได้พบกับ “พี่เขย”ที่นางคิดถึงตลอดเวลา นางเบิกบานใจเป็นที่สุด ดวงตาทั้งคู่ไม่อาจละไปจากร่างของเขาได้
“ขอบคุณพี่เขยที่ช่วยชีวิตเมื่อสักครู่หากมิใช่พี่เขยยื่นมือเข้าช่วยอย่างทันท่วงทีเกรงว่าซินเหยาคงไม่มีชีวิตรอดแล้ว”
นางเอามือกุมหัวใจด้วยท่าทางน่าเวทนา ส่งผลให้คนเห็นแล้วรู้สึกสงสาร
หากเปลี่ยนเป็นบุรุษอื่นเกรงว่าคงติดกับไปเนิ่นนานแล้วทว่าเซวียนหยวนเช่อนั้นเป็นข้อยกเว้นเมื่อถามชื่อนางแล้วเขาก็เลื่อนสายตาไปทางอื่นสายตาของเขาหยุดอยู่บนร่างของนางไม่ถึงสามวินาทีที่หยุดสายตาเพราะประหลาดใจที่ได้ยินคำว่า “พี่เขย” สองคำนี้
“เจ้าเข้าใจผิดแล้ว” เขาพูดเสียงเย็น
เฟิ่งซินเหยาตกตะลึง นางกะพริบตาปริบๆ ไม่เข้าใจในความหมายของเขา
“เจิ้นไม่ได้คิดจะช่วยเจ้า!”เซวียนหยวนเช่อพูดหน้าตาย “สิ่งที่เจิ้นต้องการ คือหมูตัวนี้!”
เฟิ่งซินเหยายืนนิ่งงันอยู่ที่นั่น หัวใจดวงน้อยๆ ของแม่นางน้อยแตกสลาย!
เฟิ่งเฉี่ยนสะดุดเท้าตนเองจนเกือบล้มลงไปเพราะถูกคำพูดเถรตรงของเซวียนหยวนเช่อทำให้ตกใจ!
“เจ้าเข้าใจผิดแล้ว”
“เจิ้นไม่ได้คิดจะช่วยเจ้า”
“ที่เจิ้นต้องการ คือหมูตัวนี้”
นางพลันรู้สึกเห็นอกเห็นใจน้องสาวขึ้นมาตะหงิดๆ ในสายตาของเซวียนหยวนเช่อแม่นางน้อยช่างออดอ้อนยังสู้หมูตัวหนึ่งไม่ได้
ฮ่าๆๆ แบบนี้แหละจึงจะเป็นเซวียนหยวนเช่อ!
ขณะที่ใจลอย ลั่วหยิ่งลากหมูเทพเข้ามาหานางแล้วแจ้งว่า“ฝ่าบาททรงตรัสแล้วว่าหมูเทพตัวนี้มอบให้แม่นางเป็นผู้ดูแลจัดการ!”
พูดแล้วเขาก็ลอบกะพริบตาส่งสัญญาณให้นางไม่เสียแรงที่เป็นคนสนิทข้างกายฮ่องเต้ ฉลาดเฉลียวคล่องแคล่ว!
เห็นนางปิดหน้าก็คาดเดาได้ทันทีว่านางไม่ปรารถนาเปิดเผยฐานะของตนเองต่อหน้าคนสกุลเฟิ่ง!
เฟิ่งเฉี่ยนรับหมูเทพไป พลันคิดว่าไม่ถูกต้องเหตุใดเซวียนหยวนเช่อต้องมอบหมูเทพให้กับนาง หรือเขารู้แต่แรกแล้วว่านางซ่อนเครื่องสะสมของไว้ในตัว?เมื่อคิดอย่างละเอียดถี่ถ้วนเมื่อแรกที่นางขโมยวัตถุดิบเทพจำนวนมากในห้องทรงพระอักษรจากนั้นติดตามเขาไปจวนสกุลมู่ นางไปมือเปล่าทั้งคู่ เขาน่าจะเดาได้ตั้งแต่ตอนนั้นดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร! ในเมื่อรู้แล้วก็ช่างเถิดนางไม่มีความจำเป็นต้องหลบๆ ซ่อนๆ อีกจึงกดปุ่มเปิดห้องเก็บของเพื่อเก็บหมูเทพเข้าไป!
การกระทำเล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้สำหรับนางแล้วนั้นไม่นับเป็นอะไรได้ทว่าสำหรับยอดฝีมือของสกุลเฟิ่งถึงกับตะลึงงันแต่ละคนมองนางด้วยสายตาตื่นตะลึงแล้วคาดเดาฐานะที่แท้จริงของนางอยู่ในใจ
ผู้ที่ติดตามอยู่ข้างกายฮ่องเต้ซ้ำบนตัวยังมีของล้ำค่าเช่นแหวนสะสมสิ่งของ สตรีนางนี้เป็นใครกันแน่?
ให้พวกเขาเดาจนสมองระเบิดก็ไม่มีทางเดาถูกเด็ดขาดนางก็คือสตรีผู้สูงศักดิ์ที่สุดในสกุลเฟิ่ง--เฟิ่งเฉี่ยน!
ยังคงเป็นเฟิ่งเทียนรุ่ยที่สุขุม เขาก้าวขึ้นมาถามเซวียนหยวนเช่อ“ฝ่าบาทเสด็จมาป่าหมอกดำครั้งนี้ย่อมต้องมีเรื่องสำคัญ กระหม่อมและคนอื่นๆตามท่านผู้อาวุโสเก้าออกมาฝึกยุทธ์ หากมีเรื่องใดที่พวกกระหม่อมพอจะรับใช้ได้ขอเพียงฝ่าบาทตรัสพวกกระหม่อมพร้อมจะรับใช้พ่ะย่ะค่ะ”
เฟิ่งซินเหยาได้ยินเช่นนั้นหัวใจทั้งดวงของนางกลับมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้งนางตั้งหน้าตั้งตารอคอยคำตอบของเซวียนหยวนเช่อ
คิดไม่ถึงว่าเซวียนหยวนเช่อจะปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย “ไม่ต้องหรอกคนมากจะทำให้เสียเรื่อง!”
อุ๊ป...ช่างไม่ไว้หน้ากันเลย!
แต่ครั้งนี้เฟิ่งเฉี่ยนยกมือทั้งสองข้างสนับสนุนเขา! หากมีคนสกุลเฟิ่งเหล่านี้ติดตามไปด้วย จะส่งผลต่อความสะดวกของนาง!
เฟิ่งเทียนรุ่ยกระจ่างแจ้งโดยพลัน “เช่นนั้นกระหม่อมทูลลาพ่ะย่ะค่ะ!”
เซวียนหยวนเช่อมองเขาปราดหนึ่งแล้วพยักหน้าหมุนตัวเดินจากไปทั้งๆไม่พูดอะไรแต่ในใจรู้สึกว่าคนผู้นี้พอใช้ได้
แต่ไรมาเขาชมชอบคนเฉลียวฉลาดที่รู้ว่าเมื่อใดควรรุกควรถอยส่วนเฟิ่งซินเหยากลับทำให้เขารู้สึกตรงกันข้าม เห็นเขาจะจากไปนางจึงรีบก้าวตามมาอย่างร้อนใจ “พี่เขย ท่านจะไปที่ใด ข้าติดตามพวกท่านไปด้วยได้หรือไม่เจ้าคะ”
เฟิ่งเทียนรุ่ยขมวดคิ้ว เขารั้งนางกลับมาทันที “ซินเหยาอย่าได้รบกวนฝ่าบาท!”
เฟิ่งซินเหยาไม่ฟัง นางดิ้นจนหลุดมือเขา “พี่สาม ท่านรั้งข้าไว้ทำอันใด ข้าจะติดตามพี่เขย!”
พูดแล้วนางก็วิ่งตามไป
เฟิ่งเทียนรุ่ยและท่านผู้อาวุโสเก้าได้แต่สบตากันแล้วส่ายหน้าด้วยความจนใจได้แต่ตามไปห่างๆ ไม่กล้าเข้าใกล้เกินไปเพราะเกรงว่าจะทำให้ฝ่าบาททรงพิโรธและไม่กล้าอยู่ไกลเกินไปด้วยกังวลว่าน้องสาวจะทำให้ฝ่าบาทมีโทสะถึงเวลานั้นช่วยนางเก็บศพก็คงไม่ทันการณ์! มีน้องสาวที่โง่เขลาไม่รู้จักผ่อนหนักผ่อนเบาคนหนึ่งเขาก็เหนื่อยใจเช่นกัน!