ตอนที่17 ลัทธิปีศาจ
ถึงแม้เสิ่นลี่อิงจะไม่รู้ว่าในกลุ่มแชตสตาร์มีใครอยู่บ้างแต่อย่างน้อยก็มีอาจารย์ของครูหลีอี้เฉินอยู่ จึง้าสื่อสารเื่สำคัญทันที
“หรือว่าฉันจะหาไปครูหลีก่อนดี?พิมพ์ไปก่อนละกัน หากครูหลีอยากรู้เพิ่ม คงติดต่อฉันมาเองแหละ”
เสิ่นลี่อิงกำลังคิดที่จะบอกกล่าวครูหลีอี้เฉินทว่าเธอเปลี่ยนใจฉับพลันจึงพิมพ์แจ้งไปก่อนเพราะรู้สึกเกรงใจที่จะต้องไปรบกวนครูหลีเนื่องจากไม่แน่ใจว่าครูกำลังกินข้าวกับเพื่อนครูคนอื่นอยู่หรือไม่
อย่างไรก็ตามเสิ่นลี่อิงคาดเดาผิดพลาดทั้งหมดเนื่องจากครูหลีกำลังกินข้าวไปพร้อมกับนั่งพิมพ์ค้นหาข้อมูลเพื่อหาทางถอดรหัสจากภาพถ่ายที่หัวหน้าส่งเข้ากลุ่ม
อนึ่งภายในกลุ่มสตาร์จะสื่อสารกันเื่งานลับเป็การเฉพาะดังนี้หากมีสิ่งใดหรือเื่ใดโพสต์แสดงภายในกลุ่ม ย่อมบ่งบอกถึงความเร่งด่วนและความสำคัญเป็อย่างยิ่ง
ทันใดนั้นทุกคนในกลุ่มแชตสตาร์ต่างนิ่งตะลึงไปทันทีเมื่อจู่ ๆ มีข้อความของรีเทิร์นแสดงเนื้อหาของการถอดรหัสจากภาพโพสต์ของัดำได้ว่า
“อาจารย์คะฉันลองถอดรหัสจากภาพที่อยู่ในกลุ่มแล้ว ข้อความที่แสดงต่อไปนี้น่าวิตกมากเลยค่ะอยากให้อาจารย์ลองหาคนช่วยตรวจสอบข้อมูลอีกทีนะคะ”
“ข้อความมีดังนี้ค่ะมีลัทธิลึกลับหนึ่งเกิดขึ้นมาได้สิบปีแล้ว ต้นกำเนิดอยู่ในประเทศบนเกาะเล็กแห่งหนึ่งเป็การถือกำเนิดขึ้นมาของบุคคลตามตำนาน ผู้คนในเกาะนั่นล้วนนับถือปีศาจและบอกว่าาาปีศาจถือกำเนิดขึ้นมาแล้ว ตอนนี้กำลังรวบรวมคนเพื่อเตรียมทำา”
หลีอี้เฉินกำลังถอดรหัสได้ข้อความเกี่ยวกับคำว่าประเทศบนเกาะเล็ก ลัทธิลึกลับ และปีศาจพอดีเขาพลันชะงักมือและจ้องมองข้อความที่ถูกส่งโดยเสิ่นลี่อิงอย่างไม่อยากเชื่อสายตาพลางพึมพำขึ้นมาด้วยความแปลกใจ
“ฮะ! นักเรียนเสิ่นถอดรหัสพวกนี้ได้ด้วยหรือ? ไม่น่าเชื่อ?!แต่ข้อความหลายคำของเธอ มันเหมือนกับที่ฉันเพิ่งถอดรหัสได้เลยเป็ความจริงหรือเนี่ย?!ต้องสืบค้นข้อมูลเชิงลึกเสียหน่อยแล้ว”
หลีอี้เฉินยังไม่อยากเชื่อข้อความของเสิ่นลี่อิงทั้งหมดเขาทำการแฮ็กข้อมูลฐานลับขององค์กรความมั่นคงจากหลายประเทศในทันทีเนื่องจากเป็เื่สำคัญและร้ายแรงหากว่าข้อความที่เด็กสาวถอดรหัสได้เป็ความจริง
กระทั่งเขาพบข้อมูลเข้ารหัสในแฟ้มลับจากประเทศทรงอิทธิพลหลายประเทศโดยมีเนื้อหาสำคัญตรงกัน พร้อมกับบันทึกที่เชื่อมโยงไปถึงเหตุโศกนาฏกรรมหลายอย่างที่เคยเป็ข่าวโด่งดังระดับโลกก่อนหน้านั้น
“เป็ความจริงหรือเนี่ย?! นักเรียนเสิ่นสามารถถอดรหัสได้ถูกต้องว่าแต่เสี่ยวเจี๋ยไปรู้เื่พวกนี้ได้ยังไง?หรือว่าอุบัติเหตุทางรถยนต์คราวนั้น จะไม่ใช่เหตุบังเอิญเสียแล้ว”
หลีอี้เฉินมีแต่คำถามเต็มหัวไปหมดไม่ว่าจะเป็คำถามที่แสดงความแปลกใจในทักษะถอดรหัสอันเก่งกาจของเสิ่นลี่อิงหรือแม้แต่ความลับที่หยางเจี๋ยไปล่วงรู้มา จนทำให้เขาอดที่จะเชื่อมโยงเหตุเสียชีวิตของหยางเจี๋ยเมื่อหกปีก่อนไม่ได้
ด้านหยางจุ้นที่ได้อ่านข้อความของเสิ่นลี่อิงแล้วเขาเพิ่งกลับมาถึงคอนโดมิเนียมหรูจึงเปิดคอมพิวเตอร์แล้วทำการแฮ็กตรวจสอบข้อมูลอีกครั้งในเวลาไล่เลี่ยกับหลีอี้เฉิน
เขาพึมพำอย่างไม่เชื่อสายตาพร้อมกับรู้สึกฉงนใจที่น้องชายล่วงรู้ความลับนี้จนเขียนเก็บไว้เป็อย่างดี
“เสี่ยวเจี๋ยรู้เื่นี้ได้ยังไง? ต้องมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นกับน้องฉันแน่? สงสัยเป็ตอนที่เรียนอยู่ชิงหวา”
เขากล่าวด้วยความสงสัยที่น้องชายล่วงรู้ความลับสำคัญนี้โดยเชื่อมโยงไปถึงอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ทำให้น้องชายเสียชีวิต ซึ่งเขาเคยสงสัยมาตลอดว่าอาจไม่ใช่อุบัติเหตุจริง
ถึงแม้ตำรวจจะตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วไม่พบความผิดปกติของรถยนต์หรือสารอันตรายในร่างกายน้องชายแต่อย่างใดมีเพียงคู่กรณีที่เป็ชายวัยกลางคนเมาหลับจนรถบรรทุกปราดขวางทางโดยบังเอิญ
เขาคิดที่จะสืบค้นข้อมูลเื่อุบัติเหตุของน้องชายอีกครั้งอย่างไม่สบายใจแต่ถึงอย่างนั้นเขารู้สึกชื่นชมทักษะของเสิ่นลี่อิงอย่างจริงใจพลางพึมพำออกมาด้วยความรู้สึกดีว่า
“เด็กน้อยคนนั้น.....ช่างเก่งกาจนักที่ถอดรหัสได้หากสอบเข้ามหาลัยชิงหวาได้จริง ฉันอาจพิจารณาแนะนำ ให้เธอไปทดสอบทักษะกับกองกำลังพิเศษดูสักครั้ง”
หยางจุ้นคิดว่าหากเด็กสาวมีความฉลาดเฉลียวมากพอเขาอาจสนับสนุนให้เธอรับการทดสอบทักษะทั้งหลายเพื่อเข้าเป็หนึ่งในสมาชิกของกองกำลังพิเศษ
อนึ่งบุคลากรของกำลังนี้จะมีสิทธิพิเศษหลายอย่างในสังคมไม่ว่าจะเป็การเจรจากับทางกองทัพหรือตำรวจ แม้แต่หน่วยงานรัฐหลายแห่งที่ต้องเกรงใจเพราะตำแหน่งหน้าที่อันทรงเกียรติที่อยู่เหนือกว่าทหารหรือตำรวจ
ทันใดนั้นเขานึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้เฉลยผลการตรวจแบบทดสอบที่มอบให้เด็กสาวไปคราวก่อนจึงพิมพ์ตอบกลับพร้อมเอ่ยถึงโน้ตย่อที่อีกฝ่ายเคยร้องขอมาก่อนว่า
“ผลการตรวจแบบทดสอบทั้งหกวิชารีเทิร์นทำแบบทดสอบได้ถูกต้องทุกข้อ ฉันจะฝากโน้ตย่อไปให้ทางหลีอี้เฉินค่อยไปรับในวันจันทร์หน้า”
หลีอี้เฉินสะดุ้งทันทีเมื่อได้รับมอบภารกิจกะทันหันจากเ้านายทว่าเขาเข้าใจได้ว่าเ้านายไม่ชื่นชอบพบปะกับเพศหญิง จึงพิมพ์ตอบในกลุ่มแชตสตาร์อย่างไม่กังวลใจว่า
“ตกลงครับ”ไอดีเอไอตอบขึ้นในกลุ่มแชตสตาร์ทันที
เสิ่นลี่อิงจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ครู่หนึ่งเพื่อทำความเข้าใจไอดีทั้งหลายพลางพึมพำอย่างมั่นใจว่า
“แสดงว่าครูหลีมีไอดีชื่อว่าเอไอ ส่วนัดำ ก็คงเป็อาจารย์ของครูหลีจริง ๆ สินะ ตอบอย่างสุภาพแบบนี้คงเป็อย่างอื่นไม่ได้ นอกจากเป็ลูกศิษย์เท่านั้น”
อย่างไรก็ตามเสิ่นลี่อิงไม่รู้เลยว่าหลีอี้เฉินกำลังถูกหัวหน้าเอาคืนทีละนิดโดยไม่รู้ตัว
เสิ่นลี่อิงรีบพิมพ์ข้อความตอบกลับัดำในกลุ่มแชตสตาร์อย่างมีมารยาททันทีว่า
“ขอบคุณมากค่ะอาจารย์ฉันจะตั้งใจอ่านและสอบเข้ามหาลัยชิงหวาให้ได้”
พลันมีข้อความตอบกลับจากัดำก่อนที่เขาจะออกจากการสนทนาในทันทีซึ่งคล้ายกับมีงานเร่งด่วนแทรกเข้ามาพอดีว่า
“ดีมาก.....สอบเข้าให้ได้ล่ะ”
ด้านหยางจุ้นที่บ่นให้ตัวเองด้วยความโมโหก่อนออกจากกลุ่มสตาร์ว่า“บ้าจริง!.....ฉันลืมตัวอีกแล้วหรือ?”
เมื่อหยางจุ้นออกจากกลุ่มสตาร์ไปแล้วพลันมีห้องสนทนาลับของทีมัดำเปิดขึ้นทันทีพร้อมกับการสนทนาของลูกทีมทั้งหกคนอย่างสนุกสนาน โดยเื่หลักในการสนทนาย่อมหนีไม่พ้นการนินทาหัวหน้าผู้เข้มงวดนั่นเอง
เมื่อจัดการเื่ถอดรหัสภายในกลุ่มสตาร์และการขอบคุณโน้ตย่อจากผู้มอบความหวังในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยชิงหวาเสร็จเรียบร้อยเสิ่นลี่อิงรีบกลับเข้าห้องเรียนไปสอนการบ้านเพื่อนอย่างมีความสุข
เธอพบว่าเพื่อนนักเรียนห้องห้าไม่มีใครหนีหายไปสักคนมิหนำซ้ำมีเพื่อนนักเรียนห้องสี่และห้องสามหลายคนมาร่วมรับฟังโดยพบว่าห้องห้าแน่นขนัดไปมากกว่าเดิมเพราะมีโต๊ะและเก้าอี้เข้ามาตั้งวางเสริมเต็มไปหมด
“เพื่อนนักเรียนเสิ่นคงไม่ว่าอะไรพวกเรานะ”
ตัวแทนนักเรียนห้องสี่คนหนึ่งถามเสิ่นลี่อิงขึ้นมาเมื่อเห็นสายตาแสดงความแปลกใจจากเธอ
“ไม่ว่าหรอก.....ว่าแต่ห้องห้าแทบไม่เหลือที่ว่างเลยนะนี่”
เสิ่นลี่อิงยิ้มแห้งพลางเอ่ยขึ้นอย่างรู้สึกเห็นใจเพื่อนทุกคนเนื่องจากแทบไม่มีพื้นที่ให้เดินสวนกันได้เลย แต่เธอคิดอย่างเข้าใจว่าทุกคนคง้าร่วมทำการบ้านไปด้วยกันไม่ใช่การมานั่งเรียนถาวร จึงเริ่มต้นสอนการบ้านอย่างเป็กันเอง
อย่างไรก็ตามเหตุการณ์สอนการบ้านของเสิ่นลี่อิงในครั้งนี้ได้ล่วงรู้ไปถึงหูนักเรียนเก่งของห้องหนึ่งและห้องสองอย่างไม่ตั้งใจโดยกลุ่มนักเรียนเก่งทั้งชายหญิงจะมีการจับกลุ่มพูดคุยแลกเปลี่ยนกันในวิชาอิสระซึ่งเป็คาบสุดท้ายก่อนเลิกเรียนว่า
“นี่พวกเธอได้ยินเื่เล่าลือกันไหม?นักเรียนเสิ่นจากห้องห้าที่เคยเรียนไม่ได้เื่น่ะ ตอนนี้กลายเป็เด็กเรียนเก่งขนาดที่สอนการบ้านเพื่อนด้วยแหละ”
นักเรียนสาวเรียนเก่งจากห้องหนึ่งเอ่ยขึ้นมาในกลุ่มที่ติววิชาเรียนด้วยกันซึ่งนั่งอยู่ทั้งหมดแปดคนด้วยน้ำเสียงดูแคลนเสิ่นลี่อิงโดยตรง
“จะกังวลไปทำไม?ของจริงต้องรอดูคะแนนตอนสอบประจำเดือนโน่น ถึงจะรู้ว่าใครเก่งจริงยังไงก็ไม่มีใครล้มแชมป์อย่างนักเรียนจิน กับนักเรียนโจวของห้องหนึ่งไปได้หรอก”
นักเรียนชายที่เรียนเก่งจากห้องสองเอ่ยขึ้นมาอย่างไม่กังวลใจพร้อมกับเอ่ยเปรียบเทียบไปถึงนักเรียนชายหญิงสองคนจากห้องหนึ่งซึ่งนั่งอยู่ในกลุ่มเดียวกันอย่างชื่นชม
“จริงด้วย!.....จะสู้นักเรียนจินฮุ่ยหมินได้ยังไง?เขาเป็ความหวังของโรงเรียนที่เรียนได้ที่หนึ่งทุกปี ยิ่งจะไปเป็ตัวแทนโรงเรียนสอบแข่งขันทักษะวิทยาศาสตร์ในเดือนหน้าแล้ว ยังจะมีใครสู้นักเรียนจินได้อีก”
นักเรียนโจวลี่จินสาวสวยเรียนเก่งผู้เป็ดาวโรงเรียนเอ่ยชมแฟนหนุ่มที่คู่ควรของตนอย่างภาคภูมิใจ
จินฮุ่ยหมินได้ยินคำชมจากแฟนสาวเขายิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจแต่ไม่ได้ว่ากล่าวอะไร เนื่องด้วยเขากำลังให้ความสนใจในโจทย์คณิตศาสตร์ที่กำลังฝึกฝนอยู่จึงไม่ได้สนใจสิ่งใดอีก
นักเรียนเก่งทั้งแปดคนต่างหยุดพูดคุยแล้วมุ่งอ่านหนังสือเพื่อเพิ่มความรู้ความเข้าใจเนื่องจากวันจันทร์หน้าจะเป็่เวลาสอบประจำเดือน โดยทุกคนต่าง้าให้มีคะแนนสูงขึ้นเพื่อสร้างโอกาสสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้เช่นกัน
เสิ่นลี่อิงรีบกลับบ้านไปอ่านหนังสือของหลีอี้เฉินให้จบโดยไวซึ่งเธอรู้สึกว่ายิ่งได้อ่านยิ่งเป็การเปิดโลกทัศน์ด้านเทคโนโลยีโดยเฉพาะเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ของตัวเองให้กว้างขึ้นโดยไม่คาดคิด