บทที่ 118 ถอนทัพกลับ
สิงโตน้อยไม่คิดหยุดมือเพียงเท่านั้น มันมีความฉลาดและมีความคิดของตนเองสูง หางของมันสะบัดไปมาก่อนจะเฉียดไปยังตำแหน่งของคุณหนูจางบ่อยครั้ง ถ้าไม่ใช่เพราะองค์รักษ์ของสกุลจางระวังเอาไว้อยู่ก่อนแล้ว เกรงว่าร่างกายที่บอบบางของคุณหนูจางจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ
“กรี๊ด!!” คุณหนูจางและสิงโตน้อยส่งเสียงแข่งกัน ในขณะที่คนงานของสกุลจางจำนวนมากก็ร้องขอความช่วยเหลือเพราะถูกโจมตี ดีที่สิงโตน้อยรู้จักระมัดระวังพลังของตนเอง หาไม่แล้วคงจะมีคนนอนตายหลายร้อยคนได้!
“สิงโตน้อยหยุดมือ!” หวงซีเฉิงออกคำสั่งเพียงครั้งเดียว ร่างใหญ่ที่กระโดดไปรอบๆก็กลับมาที่เดิม ถ้าจางหลิวอี้มองไม่ผิด ราวกับได้เห็นรอยยิ้มของเจ้าสิงโตชั่วร้ายตนนั้นด้วยซ้ำ
หลี่ชิงหมินไม่คิดเลยว่าหวงซีเฉิงจะลงมือรุนแรงและเด็ดขาดเช่นนี้ สำหรับแผงอาหารของคุณหนูจางนั้นเรียกว่าเป็นประโยชน์ต่อกองทัพไม่น้อย ถ้าซีเฉิงต้องการลงมือก็ควรจะเว้นแผงอาหารเหล่านี้ไว้บ้างสิ
เห็นคนตัวเล็กกำลังเสียดายเงินทองและอาหารตรงหน้า รอยยิ้มเอ็นดูก็ปรากฏที่มุมปากของหวงซีเฉิง แต่เวลานี้เขาไม่อาจปลอบประโลมอีกฝ่ายได้ งานตรงหน้าของเขายังไม่เสร็จดี
“ขับไล่ผู้บุกรุกพื้นที่กองทัพออกไป ใครอยากจะตั้งแผงอาหารตรงไหนก็ตั้งไป แต่ไม่ใช่ในรัศมีพื้นที่ที่กองทัพครอบครองอยู่ แล้วก็....ไม่กี่วันมานี้ ทหารคนไหนกินอาหารจากแผงอาหารนี้บ้าง ให้ไปรอรายงานตัวกับข้าที่ลานซ้อมภายใน 20 นาที คนของกองทัพอดอยากเกินไปแล้ว จนต้องไปขออาหารจากผู้อื่นกิน เปิดโอกาสให้คนอื่นสามารถพูดจาทวงบุญคุณเอาได้ ภายภาคหน้า...พวกเจ้าทั้งหมดก็คงจะถูกซื้อด้วยอาหารราคาถูกเหล่านี้แล้ว!!”
“ข้าจะลงโทษพวกเจ้าทุกคนจนกว่าจะรู้ความผิดของตนเอง และสำลอกอาหารที่กินไปออกมาให้หมด ข้าไม่ต้องการให้ทหารของข้าติดหนี้บุญคุณใคร!”
ถ้อยคำสั่งที่เด็ดขาดแต่รุนแรงนั้นไม่เหมือนกับที่หลี่ชิงหมินทำ คนตัวเล็กเพียงแค่ตบหน้าจางหลิวอี้เบาๆเท่านั้น ทว่าหวงซีเฉิงกลับเหยียบเข้าไปที่หัวใจของนาง
การที่เขาพูดว่าทหารเหล่านี้กินของผู้อื่นแล้วทำให้ถูกทวงบุญคุณได้ มันเหมือนกับว่าเขาได้ยินคำพูดของสาวใช้ผู้นั้นที่ทวงบุญคุณจากพวกทหารก่อนหน้านี้เลย จางหลิวอี้เดิมทีไม่คิดว่าเป็นเรื่องผิดอะไร ถึงนางจะทำเช่นนั้นเพื่อเอาใจทหารและซื้อให้พวกเขามาอยู่ข้างตนเอง ทว่า...นางไม่ได้คิดทำการใหญ่ใดๆนอกจากต้องการชื่อเสียงและความเคารพจากพวกเขาเท่านั้น
ไหนเลยจะกลายมาเป็นดูแคลนพวกทหาร ทั้งยังทำให้พวกเขาต้องถูกลงโทษอย่างหนักด้วย ถ้าเป็นเช่นนี้แล้ว...ไม่ใช่ว่าพวกทหารจะสำนึกในบุญคุณที่นางนำอาหารดีๆมาให้หรอก พวกเขาไม่เกลียดชังที่นางสร้างปัญหาให้ก็บุญแล้ว!!
ท่านแม่ทัพใหญ่ผู้นี้ ก่อนหน้าไม่พูดอะไร แต่พอหลี่ชิงหมินกล่าวออกมาไม่กี่คำ เขาก็ใช้การลงโทษขั้นเด็ดขาดแล้ว นี่ไม่ใช่การประกาศออกมาหรอกหรือว่าคนที่มีอำนาจมากที่สุดในกองทัพ รองจากเขาแล้วก็คือหลี่ชิงหมินน่ะ!!
กล้าทำให้ว่าที่ฮูหยินของเขาไม่พอใจ ก็ต้องรับโทษรับกรรมไป จางหลิวอี้เข้าใจในทันทีว่าฐานะของหลี่ชิงหมินต่อแม่ทัพใหญ่นั้นไม่ต่ำเลย หากเป็นเช่นนี้...ต่อให้นางแต่งเข้าจวนสกุลหวงไป หรือต่อให้นางกำเนิดบุตรชายให้กับเขา เพื่อให้หลี่ชิงหมินมีตำแหน่งที่มั่นคง เขาอาจจะเป็นคนลงมือสังหารนางด้วยตนเอง และอุ้มลูกของนางไปถวายแก่ชายหนุ่มผู้นี้
น่ากลัวเกินไป
ถึงแม้ว่าจางหลิวอี้จะอยากเอาชนะหลี่ชิงหมินเนื่องจากนางไม่ชอบใจความเย่อหยิ่งและเจ้าเล่ห์ของเขา แต่...ตำแหน่งฮูหยินรองของแม่ทัพใหญ่ ใครต้องการก็เอาไปเถอะ สำหรับนาง...ดูเหมือนการต่อสู้แย่งชิงตำแหน่งพระชายาองค์รัชทายาทจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากกว่า
จางหลิวอี้ไม่ใช่คนโง่ นางไม่ใช่คนโง่ตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ที่ผ่านมาเคยคิดคำนวณพลาดไปตั้งหลายหน แต่ที่ทำให้นางอยู่ในตำแหน่งที่มั่นคงเช่นนี้ได้ เป็นเพราะนางยอมงอแต่ไม่ยอมหัก นางเสียหน้าครั้งหนึ่งได้ และยังสามารถรอวันที่จะแก้แค้นผ่านรอยยิ้มเสแสร้งของตนเองได้เสมอ
“ท่านแม่ทัพใหญ่ เรื่องนี้เป็นความผิดของข้าเอง เพราะข้าไม่รู้เกี่ยวกับกองทัพมากนัก ทั้งไม่รู้ว่าพวกท่านมีสัตว์ร้ายที่ทำการฝึกฝนอยู่จึงได้วุ่นวายไม่เข้าเรื่อง เวลานี้ข้ารู้แล้วว่าในกองทัพมีกฎระเบียบและเรื่องราวซับซ้อนมากมาย ดังนั้นข้าจะไม่มาวุ่นวายรอบๆอีก อย่างไรก็ตาม...เพื่อเป็นการขอโทษต่อพวกท่าน และแสดงเจตนาที่ต้องการช่วยเหลือจริงๆ”
“ข้าขอมอบเงิน 10,000 เหรียญ เพื่อให้ทหารสามารถนำไปซื้ออาหารด้านนอกกินได้เองเฉกเช่นที่เคยทำ เช่นนี้จะได้หรือไม่” จางหลิวอี้เปลี่ยนท่าทีเป็นสุภาพอ่อนน้อม หลี่ชิงหมินประหลาดใจอยู่บ้างที่คนจู่ๆก็ว่านอนสอนง่าย
จางหลิวอี้อันมาสบตากับหลี่ชิงหมินแล้วพูดใหม่
“หรือว่า ข้าสามารถรบกวนคุณชายหลี่จัดการเรื่องนี้ได้หรือไม่เจ้าคะ ถ้าเป็นท่านที่เคยอยู่ในกองทัพมาก่อนก็น่าจะวางตัวได้เหมาะสมยิ่งกว่า ข้าสามารถบริจาค 10,000 เหรียญเพื่อขอบคุณทหารทุกท่านที่ช่วยเหลืออาณาจักรเซินเอาไว้ โดยให้คุณชายหลี่จัดการแทน ไม่ทราบว่าท่านคิดเห็นอย่างไร?”
คำพูดที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทำราวกับว่าความโกรธแค้นต่อกันก่อนหน้านี้ไม่เคยมีมาก่อน จางหลิวอี้ผู้นี้ทำให้หลี่ชิงหมินขนลุกไปทั้งตัวจริงๆ
“ไม่จำเป็น ทหารไม่ได้ขาดแคลนเสบียง ทั้งยังได้เงินจากภาษีที่รีดไถมาจากประชาชนแล้ว หากยังต้องการเงินบริจาค เช่นนั้นก็แสดงให้เห็นว่าข้าบริหารจัดการไม่ได้”
“ไม่ๆเจ้าค่ะ ข้าไม่ได้คิดเช่นนั้นเลย เฮ้อ เอาเถอะ...ถ้าอย่างนั้น เงิน 10,000 นี้ ข้าจะนำไปซื้ออาหารมอบให้คนยากไร้แทนก็แล้วกันนะเจ้าคะ ท่านแม่ทัพใหญ่ ท่านทหารทั้งหลาย และคุณชายหลี่ ข้าต้องขออภัยต่อพวกท่านอีกครั้งและขอตัวก่อน”
จางหลิวอี้แสดงความเคารพต่อพวกเขาแล้วจากไป ร่างกายบอบบางของนางยังบาดเจ็บอยู่ ดังนั้นจึงถูกประคองโดยสาวใช้อีก 2 คน พวกนางหอบหิ้วคุณหนูของตนเองจากไป แน่นอนว่าทั้งสองก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าคุณหนูนั้นวางแผนอะไรกันแน่ ทำไมจู่ๆก็ถอยกลับง่ายดายเช่นนี้กัน
“คุณหนูเจ้าคะ...ท่านน่าจะขอให้ท่านแม่ทัพช่วยดูอาการให้ หาเวลาอยู่ใกล้กันอีกหน่อยนะเจ้าคะ”
“นั่นสิเจ้าคะ ถึงท่านแม่ทัพจะเย็นชา แต่ด้วยความดีของท่าน ไม่นานจะต้องเข้าไปในจวนแม่ทัพใหญ่ได้แน่นอนเจ้าค่ะ” สาวใช้ทั้งสองพยายามให้กำลังใจคุณหนูของตนเอง
ทว่าจางหลิวอี้ส่ายหน้า นางถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะกล่าว
“สกุลหวงเป็นหลุมนรกชั้นดี”
“เจ้าคะ?”
“มองผิวเผินแล้วเหมือนโอกาสที่สวยงาม แต่...บุรุษผู้นั้นไร้เมตตาเกินไป การแสดงออกของเขาเหมือนกับปีศาจ แบ่งแยกคนตามความรู้สึก ไม่ใช่ความถูกผิด”
จางหลิวอี้รู้สึกดีที่นางสังเกตได้ทันเวลา หากไม่ใช่เพราะนางได้เห็นแม่ทัพใหญ่ออกคำสั่งให้กับสัตว์ร้ายตนนั้น และตั้งใจให้ทำร้ายนางโดยไม่สนใจว่านางจะเป็นหรือตายด้วยซ้ำ จางหลิวอี้คงคิดว่าสกุลหวงยังเป็นบ่อเกลือราคาแพงให้นางใช้ประโยชน์ได้อยู่
ความเย็นชาของเขา สายตาที่กระหายเลือด และใจที่สามารถฆ่าคนได้โดยไม่ต้องคิดซ้ำสอง คนเช่นนี้ไม่ควรจะมีหัวใจเหลืออยู่แล้วด้วยซ้ำ น่าแปลกเหลือเกินที่คุณชายหลี่ผู้นั้นทำสำเร็จ
ในเมื่อเขาเป็นคนที่โดดเด่นในใจของแม่ทัพใหญ่เพียงคนเดียว และนอกจากเขาก็ไม่มีผู้อื่นอีก เช่นนั้นคนที่คิดจะลงสนามแข่งกับเขาในจวนสกุลหวง ก็คือการโยนตนเองเข้าไปอยู่ในกรงเล็บเสือร้ายนั่นแหละ
“เช่นนั้น...”
“ข้าจะกลับไปคุยกับบิดามารดาเสียใหม่ บางที...ข้าคงต้องเปลี่ยนแผนการทั้งหมด” จางหลิวอี้โบกมือ นางเอนกายพิงรถม้าของตนเอง อาการบาดเจ็บยังอยู่ แม้ว่าจะได้ยาดีมาช่วยรักษาแล้วก็ตาม
เมื่อเห็นคุณหนูจางจากไปพร้อมกับท่าทางประหลาด หลี่ชิงหมินซึ่งคิดว่าจะลงมือกับนางให้หลาบจำก็ย่นจมูกของเขาอย่างช่วยไม่ได้ ตอนนี้เขาตามอารมณ์ของสตรีผู้นั้นไม่ทันแล้ว หรือว่านางจะเริ่มเห็นความน่ากลัวของแม่ทัพใหญ่จนขวัญหนีดีฟ่อไปแล้วนะ
“ดีที่นางฉลาด”
“หือ? อะไรหรือ?” หลี่ชิงหมินเลิกคิ้วเมื่อมองดูหวงซีเฉิง เขารู้สึกได้ถึงพลังหยินที่อยู่รอบๆ เหมือนกับว่าซีเฉิงได้รู้อะไรบางอย่างมา
“หลังจากนี้ สตรีผู้นั้นจะไม่มาวุ่นวายกับเจ้าและข้าอีก”
“จริงหรือ?”
“ใช่ ข้าจะจับตามองนางไว้ หากคิดจะวุ่นวายอีก...ข้าจะไม่ปล่อยตระกูลจางให้อยู่สงบสุขเกินไปแน่นอน”
ราวกับเป็นโชคดีของจางหลิวอี้ที่คิดได้ทันเวลา นางได้ทำให้หวงซีเฉิงหงุดหงิดมาพักใหญ่แล้ว วันนี้นางยังคิดจะแตะต้องหลี่ชิงหมินและเกือบทำให้เขาได้รับบาดเจ็บจากการหยุดรถม้า ดังนั้นหวงซีเฉิงเตรียมมอบบทลงโทษสำหรับพวกนางเอาไว้ คิดไม่ถึงว่าเขาจะได้ยินคำพูดของนางบนรถม้าเสียก่อน
หวงซีเฉิงคร้านที่จะใส่ใจ เขาให้สิงโตน้อยจัดการคนที่รังแกเจ้านายของตนเองไป นางก็บาดเจ็บไปพอสมควรแล้ว เทียบกับบาดแผลของหลี่ชิงหมินที่แทบจะไม่เป็นอะไร ก็เท่ากับเป็นการเอาคืนที่สาสม
ส่วนแผนที่จะทำลายตระกูลจาง เขาสามารถพับเก็บเอาไว้ได้ชั่วคราว หากนางคิดจะมาวุ่นวายอีกเมื่อไร แผนการนั้นก็ค่อยเอาออกมาใช้ก็แล้วกัน
“นางไม่ตัดใจง่ายเกินไปหน่อยหรือ? ทั้งหมดนี้เป็นเพราะสิงโตน้อยของข้าแน่ๆ” หลี่ชิงหมินลูบขนนุ่มฟูของสิงโตน้อย รู้สึกว่าเจ้าตัวน้อยนี้มีความดีความชอบมากสำหรับการลงมือครั้งนี้ ดังนั้นเขาจะนำขนมและอาหารจำนวนมากให้มันแน่นอน
“เข้าไปด้านในเถอะ ไม่ใช่ว่ามีเรื่องอยากจะสอบถามข้าหรือ?” หวงซีเฉิงเชื้อเชิญคน หลี่ชิงหมินรู้สึกเหมือนกับกำลังมองเห็นหมาป่าเจ้าเล่ห์อย่างไรอย่างนั้น
เจ้าบุรุษตัวโตคนนี้รู้อยู่แล้วว่าเขามาที่นี่เพื่อสิ่งใด เวลาปกติกระโดดไปหาเขาผ่านหน้าต่างห้องนอนได้ แต่พอเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับอันลี่ถิงที่เขาสนิทสนมด้วย เจ้าคนผู้นี้กลับนิ่งเฉย แท้จริงแล้วคงเป็นเพราะรู้อยู่แล้วว่าเขาจะต้องร้อนใจจนวิ่งมาหาตนเองเองสินะ
ถึงจะรู้ว่าหวงซีเฉิงวางแผนต่อตนเอง แต่หลี่ชิงหมินก็ทำอะไรไม่ได้ สุดท้ายยังเป็นเขาที่ต้องการข้อมูลอยู่ดี ไม่ว่าเขาจะไปหา หรืออีกฝ่ายมาหาก็มีค่าเท่ากัน นอกจากนี้...เขาก็ยังได้มาเจอกับสิงโตน้อยที่น่ารักของเขาด้วย อารมณ์ของชิงหมินไม่ได้แย่ ถ้าไม่ใช่เพราะสะดุดไปโดยคุณหนูจางก่อนหน้านี้ คงจะได้เห็นเขาหัวเราะออกมาอย่างพอใจกับเจ้าสิงโตน้อยไปแล้ว
สองคนเจ้านายและสัตว์เลี้ยงพากันเข้าไปในค่ายทหาร สิงโตตัวน้อยบัดนี้สูงใหญ่มาก ชิงหมินขึ้นไปอยู่บนคอของมัน รู้สึกว่าขนนุ่มๆเหล่านี้ยาวเท่ากับตัวของเขาแล้ว ถ้าไม่สังเกตให้ดี คงไม่เห็นว่าหลี่ชิงหมินนั่งอยู่บนนั้น
ทหารมากมายมองตามพวกเขาเข้าไป แน่นอนว่าหลายคนที่ได้รับคำสั่งก็ไปรออยู่ที่ลานฝึกซ้อมแล้ว ซึ่งคาดว่าน่าจะมีทหารมากกว่าครึ่งหนึ่งที่เคยได้กินอาหารของคุณหนูจาง ดังนั้นในค่ายจึงค่อนข้างเงียบ เพราะทุกคนต่างก็รอว่าปีศาจร้ายจะมอบโชคชะตาแบบไหนให้กับพวกเขา
“ถ่ายทอดคำสั่ง ให้ทหารทุกคนที่รับอาหารจากผู้อื่นฝึกซ้อมชุดที่ 1 7 และ 16 ถ้าฝึกไม่ครบก็ห้ามออกจากลานฝึกเด็ดขาด” หวงซีเฉิงมอบคำสั่งผ่านผู้อื่น
เดิมทีเขาคิดจะสั่งสอนทหารเหล่านั้นเอง เพื่อในภายภาคหน้าจะได้ไม่คิดดีต่อสตรีอื่นนอกจากหลี่ชิงหมินของเขา อย่างไรก็ตาม...จางหลิวอี้ผู้นั้นทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง ดังนั้นโทษตายแก่พวกทหารจึงเปลี่ยนไป
ซึ่งเมื่อทหารเหล่านั้นได้ยินว่าโทษของตนเองเป็นอย่างไร พวกเขาก็แสดงสีหน้าโล่งอกออกมา จริงอยู่ที่การฝึกซ้อม 3 ชุดในครั้งเดียวห้ามพักนั้นไม่ต่างกับการสั่งให้พวกเขาสำลอกเอาน้ำย่อยออกมา แต่ถ้าตั้งใจฝึกฝนให้ดี อาจจะใช้เวลาเพียง 1 วันกับอีก 1 คืน
มันถือว่าดีกว่าการที่ต้องรับโทษจากการควบคุมของท่านแม่ทัพด้วยตนเอง เพราะการลงโทษของท่านแม่ทัพ...ไม่มีทางหยุดอยู่แค่การเอาอาหารออกมาอย่างที่เขาพูด แต่มันอาจจะเอาชีวิตของเขาไปทิ้งกับอาหารไม่กี่มื้อนั้นด้วย!!
หลี่ชิงหมินไม่ได้เข้าใจเรื่องชุดและวิธีการฝึกฝน ทว่าเขาได้เห็นสีหน้าโล่งใจของทุกคนแล้ว เช่นนั้นก็คงจะไม่เป็นอะไรมากมายหรอก...ใช่ไหมนะ?
“ข้ายังมีชาที่เจ้าเตรียมเอาไว้ให้ครั้งก่อนเหลืออยู่นิดหน่อย และมีขนมสองสามอย่างที่เจ้าชอบในกระโจมของข้า พวกเราไปคุยกันที่นั่นเถอะ”
…………………………………….