Ethereal เมื่อจอมเวทต้องสู้ระยะประชิด

    124 เข้าสู่สงคราม

    นิ้วทั้ง 5 เคาะลงไปบนโต๊ะเบาๆเฝ้ารอคอยรายงานจากเลขาสาว การประกาศแต่งตั้ง 7 มังกรและฟีนิกส์ในปีนี้นับว่าเป็นข่าวดีไม่น้อยเนื่องจากว่าหลานของเธอคือหนึ่งในผู้ที่กลายเป็น 7 มังกรและฟีนิกส์ นอกจากนั้นแล้วเขายังได้อันดับ 1  ถึงแม้อันดับจะไม่ได้มีความสำคัญแต่อย่างใด มันกลับทำให้เธอคาดเดาความแข็งแกร่งของหลานชายได้มากไม่น้อย


    การต่อสู้ 5 รอบที่เกิดขึ้นหลานของเธอใช้อาชีพทั้ง 2 ได้อย่างน่าตื่นตะลึง ที่น่าหวาดกลัวไปกว่านั้นคือทักษะของเขาที่ใช้ออกมาทั้งหมด ต่อให้ศัตรูจะฝึกทักษะระดับสูงและมีระดับมากกว่า 1 ระดับ เขากลับสามารถรับมือได้เป็นอย่างดี จนทำให้เธอที่มองดูอยู่ทางบ้านรู้สึกยินดีไม่น้อย


    เธอเคยคิดมาตลอดว่าหากพี่ชายและน้องชายของตนเองยังมีชีวิตรอด ถ้าพวกเขาปลุกคอร์ไดฟ์ได้จะแข็งแกร่งมากแค่ไหน แต่ด้วยคำสาปทำให้พวกเขาปลุกคอร์ไดฟ์ไม่ได้และต้องตายตอนอายุ 20 ปี แต่แอ็กเซลกลับทำให้เธอเห็นถึงความแข็งแกร่ง ทุกอย่างที่ใช้ผ่านร่างกายทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง เธอจึงไม่แปลกใจเลยที่บรรพบุรุษถูกเชื้อที่สามารถส่งผ่านพันธุกรรมเล่นงานไม่ให้ผู้ชายอายุเกิน 20 ปี


    อย่างไรก็ตามเธอรู้สึกกังวลไม่น้อยเช่นกัน ในปีนี้หลานของเธออายุ 20 เธอกลัวว่าเขาจะตายในสักวันหนึ่ง ถึงแม้เขาจะยืนยันแล้วว่าจะไม่ตาย เธอกลับกลัวว่ามันจะเป็นคำโกหกเหมือนพี่ชายและน้องชายที่จากไปในวัย 20 ปี


    “ คุณผู้หญิงคะ ฉันกลับมาแล้วค่ะ ”


    “ เป็นยังไงบ้าง ”


    “ จากที่คุณผู้หญิงมอบให้ฉันไปติดต่อ ทางการดาวโนวารับเรื่องแล้วค่ะ พวกเขากำลังดำเนินเรื่องหลายอย่างที่ถูกชะลอเอาไว้ค่ะ ”


    “ ดี ขอบคุณมาก แค่นี้ก็น่าจะลดปัญหาหลายๆอย่างได้ในระดับหนึ่ง ”


    แครอลเดินทางออกจากบ้านเพื่อไปรับลูกสาวกลับจากโรงเรียน สำหรับการต่อสู้ในสนามรบปฐมภูมิเธอไม่รู้สึกกังวลแต่อย่างใด ต่อให้ที่นั่นจะถูกยึดก็ตามที มันกลับเป็นพื้นที่ปิดที่ไม่สามารถส่งผลกระทบมาถึงโลกได้ หากสิ่งที่บุกโจมตีเป็นเดม่อน เธอจะรู้สึกกังวล แต่สิ่งที่บุกคือวอร์ไรนไคน์ พวกมันไม่สามารถใช้เทคโนโลยีของมนุษย์ได้ ต่อให้มันจะบุกเข้าไปทำลายฐานใดฐานหนึ่งบนสนามรบปฐมภูมิ พวกมันก็ไม่สามารถใช้เครื่องสร้างรูหนอนพาตัวเองมาที่โลกทั้ง 7 ใบที่อยู่ภายใต้การดูแลของมนุษย์


    ---------------------------------------------------------------


    “ เอ ฉันจะต้องติดอยู่ที่นี่อีกนานไหมเนี่ย ”


    แอ็กเซลมองดูเวลาการออกยานของฐานไพรมัส จากเดิมเขารอแต่งตั้ง 7 มังกรและฟีนิกส์เป็นทางการถึงจะเดินทางกลับ แต่ตอนนี้เขากลับติดอยู่ที่ฐานไพรมัส เนื่องจากว่ายานทุกลำหยุดเดินทาง มีตำแหน่งเดียวที่ยานอวกาศมุ่งหน้าไปนั้นคือสนามรบที่เต็มไปด้วยการฆ่ากันระหว่างมนุษย์และวอร์เรนไคน์ เป็นเวลา 1 วันแล้วที่เขารอยานสักลำเพื่อจะเดินทางไปยังฐานโนวา แต่ดูเหมือนว่าเขาจะต้องเดินทางกลับด้วยตนเอง


    “ ขอโทษนะครับ มียานจะไปที่ฐานโนวาไหมครับ ”


    เจ้าหน้าที่ที่เหลือเพียงคนเดียวยิ้มให้แอ็กเซล การเดินทางทั้งหมดยังคงหยุดชะงักไม่มียานลำใดสามารถเดินทางไปยังฐานอื่นได้ การใช้เครื่องสร้างรูหนอนเดินทางออกจากฐานไพรมัสเขาจะถูกส่งตัวไปยังหนึ่งในพื้นที่ของดาวไพรมัส ดังนั้นเขาจึงต้องกลับฐานโนวาหากต้องการเดินทางกลับสถาบัน


    หลังจากเดินมายังลานกว้างภายในฐานดาวไพรมัส แอ็กเซลกลับไม่ได้นำนกน้อยออกมาใช้ในการเดินทาง บนท้องฟ้าไม่ว่าจะมองไปทางใดก็ตามล้วนแล้วมีแสงจากการต่อสู้ส่องแสงระยิบระยับราวกับมีเทศกาลดอกไม้ไฟ  สิ่งที่เกิดขึ้นบอกได้ว่ามีการต่อสู้อยู่ทุกหนทุกแห่ง การเดินทางกลับของเขาอาจจะเกิดอันตรายได้แอ็กเซลจึงคิดใหม่ เขาจะเดินทางกลับหรือว่าจะรอให้สงครามจบลง


    ขณะที่กำลังยืนชั่งใจว่าจะทำเช่นไรต่อไปนี้เองนั้น แอ็กเซลก็ได้หันมองไปยังตึกที่ตนเองเดินออกมา ทหารราว 5,000 คนกำลังเดินออกมาจากตึก ซึ่งพวกเขาน่าจะเป็นทหารกองกำลังใหม่ที่ทางดาวไพรมัสส่งมาทำสงคราม


    “ งั้นไปสร้างผลงานหน่อยก็ดี ”


    แอ็กเซลหันมองทหารที่กำลังยืนจัดแถวรวมกัน ในระหว่างนั้นเองเขาก็เห็นหนึ่งในทหารยืนอยู่ด้านหน้าสุดกำลังยุ่งอยู่กับอุปกรณ์สื่อสารภายในมือ ดูท่าจะเป็นทหารที่มียศใหญ่สุดในกองกำลังที่เดินทางมา


    “ ลุงครับ ผมเป็น 7 มังกรและฟีนิกส์ ขอติดไปด้วยได้ไหม ”


    สายตาของทหารหันมองแอ็กเซล ทุกคนจดจำใบหน้านี้ได้ เขาคือผู้ที่ต่อสู้กับระดับ 5 ในรายการคัดเลือก 7 มังกรและฟีนิกส์แล้วยังสามารถเอาชนะได้  แต่ทุกคนกลับแปลกใจ 7 มังกรและฟีนิกส์ไม่ควรจะอยู่ในสงคราม พวกเขาควรจะกลับออกไปด้านนอกเพื่อรักษาร่างกายหลังจากต่อสู้อย่างหนักในช่วงแรกของการคัดเลือก 


    “ ทำไมนายถึงยังอยู่ที่นี่ ”


    “ การต่อสู้จบลงที่นี่ ผมก็เลยรอยานกลับฐานโนวา แต่ไม่มียานลำใดขึ้นบินไปที่นั่นผมก็เลยติดอยู่ที่ฐานไพรมัส ตอนนี้ว่าจะเดินทางกลับแต่ดูเหมือนว่าจะไปไม่ถึงฐานจึงคิดว่าจะเข้าสู่สงคราม ”


    “ ดีเลย เป็นตัวอย่างที่ดี นายสามารถไปกับเราได้ แต่สนามรบที่เราจะเดินทางอยู่ในจุดที่ 15 ”


    “ แบ่งยังไงเหรอครับ ”


    “ เราจะใช้ร่างวอร์เรนไคน์ที่มีขนาด 100 เมตรระบุตำแหน่งในการต่อสู้ ตอนนี้มีทั้งหมด 32 ตำแหน่ง เรากำลังจะไปที่ตำแหน่ง 15 จากนั้นจะค่อยๆขยายไปยังตำแหน่ง 16 ไปจนถึง 20  ”


    “ โอเคครับ หวังว่าทหารดาวโนวาจะอยู่ใกล้ๆ ผมจะได้ติดยานกลับฐาน ”


    แอ็กเซลเดินไปยืนต่อแถวกับทหาร จากกฎของทางสหพันธ์และจากหลักสูตรของทางสถาบัน นักศึกษาทุกคนที่เข้าร่วมสงครามจะเป็นหน่วยเสริม พวกเขาจะอยู่ในแนวหลัง เว้นเสียแต่ว่าจะถึงยามคับขันถึงจะได้ต่อสู้ แอ็กเซลจึงเดินไปต่อแถวอยู่ด้านหลังโดยไม่มีใครแสดงท่าทางใดออกมา ทุกคนเพียงแค่อยากเห็นหน้าผู้ที่กลายเป็นอันดับ 1 ของ 7 มังกรและฟีนิกส์เพียงเท่านั้น


    ไม่นานยานอวกาศจำนวน 20 ลำก็ได้บินเข้ามาในฐานไพรมัส ด้านข้างยานแต่ละลำมีร่องรอยถูกโจมตี แอ็กเซลจึงรู้ว่ายานเหล่านี้คอยรับส่งทหารจากแนวหน้าและฐาน จึงทำให้ถูกโจมตี


    “ พวกแกคอยบินตามยานไปล่ะ ”


    แอ็กเซลปลดปล่อยนกน้อยและกระบองเพชรเพื่อให้มันตามยานไป ในระหว่างบินอาจจะมีวอร์เรนไคน์เข้าโจมตีเขาจึงต้องส่งพวกมันออกไปนอกยานเพื่อสกัดการโจมตีเหล่านั้น หลังจากที่ยานขึ้นบินนกน้อยของเขาก็ได้วางเท้าลงไปบนหลังคายานแล้วใช้ความสามารถของเถาวัลย์ยึดติดยานเอาไว้ราวกับกาฝาก ซึ่งกัปตันยานไม่ได้แสดงความรู้สึกใด เขาปล่อยให้มอนสเตอร์ในพันธะของแอ็กเซลเกาะยานไปด้วยเพราะพวกมันไม่ได้แทงเท้าเข้าสู่ตัวยาน


    บู้มบู้ม!


    เสียงระเบิดดังก้องมาจากด้านนอก มันได้สร้างความกดดันให้ทหารที่อยู่ภายในยาน ผิดจากแอ็กเซลที่กำลังตื่นเต้นอีกครั้ง เนื่องจากเขากำลังเดินทางไปดูหน้าวอร์เรนไคน์ สัตว์ประหลาดที่เดินทางเพื่อกลืนกินดวงดาวต่างๆในอวากาศ ถึงแม้ตัวที่โผล่มาในสนามรบปฐมภูมิจะเป็นระดับ 5 พวกมันกลับทำให้เขาตื่นเต้นไม่น้อย


    “ อีก 5 นาทีจะถึงที่หมาย โปรดเตรียมตัวให้พร้อม ” เสียงส่งมาจากกัปตันยาน มันได้สร้างความรู้สึกกดดันให้ทหารที่กำลังเข้าสู่สนามรบ


    “ คงได้ยินกันสินะ อีก 5 นาทีเราจะเข้าสู่สนามรบไปต่อสู้กับไอ้หน้าแมลงพวกนั้นแล้ว ”


    แอ็กเซลเงินหน้า เสียงดุดันที่กำลังเอ่ยผ่านระบบสื่อสารของยานที่บินตามกันมาติดๆ น่าจะเป็นเสียงของทหารที่เป็นหัวหน้ากองกำลังนี้


    “ ใครที่กำลังหวาดกลัวให้โยนความรู้สึกนี้ทิ้งไป พวกเรามาเพื่อฆ่ามัน ไม่ใช่มาเพื่อให้มันฆ่าเรา วันนี้ประวัติศาสตร์จะต้องบันทึกชื่อของเราได้ว่าเราฆ่าพวกมันยังไง ต่อให้พวกมันจะแข็งแกร่ง มีขนาดใหญ่กว่า แล้วไง เราทหารไม่ได้อ่อนแอไปกว่ามัน จับอาวุธขึ้นมาแล้วร้องดังๆ เราจะฆ่ามันไปด้วยกัน ได้ยินไหม เราจะฆ่ามันไปด้วยกัน! ”


    เฮ่!


    ทหารโห่ร้องด้วยท่าทางฮึกเหิม ความกดดันและความรู้สึกหวาดวิตกเมื่อครู่สลายหายไป ทันใดนั้นประตูยานก็เปิดอ้าออกเผยให้เห็นสงครามด้านนอก ทหารกลับไม่ได้รู้สึกหวาดหวั่นแต่อย่างใด พวกเขามาพร้อมความรู้สึกฮึกเหิมไม่กลัวตาย ฝั่งที่ต้องตายคือสัตว์ประหลาดหน้าแมลงเหล่านั้น


    “ ไปไปไป รีบลงจากยานเราจะต้องจัดรูปแบบให้ได้ในเวลา 2 นาที ไปไปไปไป! ”


    ทหารคนแล้วคนเล่ากระโจนลงจากยาน จนเหลือเพียงแค่แอ็กเซล เขาจึงกระโจนตามลงไป นกน้อยและกระบองเพชรที่เกาะอยู่บนหลังคาต่างก็บินตามแอ็กเซลไปติดๆจนเขาลงถึงพื้น ทันใดนั้นเองแอ็กเซลกลับตกตะลึงเมื่อจุดที่เขากำลังกระโจนลงไปมีลำแสงทำลายล้างขนาดใหญ่พุ่งเข้ามาโจมตีเขาจึงใช้ด้ายมัดไปกับนกแล้วบอกให้พวกมันบินขึ้นที่สูง


    บู้ม!


    ร่องลึกกว่า 3 เมตรปรากฎใต้เท้า ทหารราว 300 หายไปในทันที ความรู้สึกฮึกเหิมก่อนหน้านี้หายไปทั้งหมด อย่างไรก็ตามชายคนเดิมยังพยายามร้องตะโกนปลุกใจ การโจมตีเมื่อครู่มาโดยที่พวกเขาไม่ทันตั้งตัวจึงทำให้พวกเขาถูกเล่นงาน ดังนั้นเขาจึงพยายามปลุกระดมให้ทหารอยากแก้แค้น แต่ละคนที่สิ้นหวังเมื่อครู่เริ่มกลับมาฮึกเหิมอีกครั้งโดยใช้ความโกรธอยากที่จะแก้แค้นให้เพื่อนกระตุ้นตนเอง


    แอ็กเซลมองดูทหารที่แยกกันออกเป็นกองกำลังเล็กๆ แต่ละกองมีทหารราว 100 คนกำลังแยกย้ายกันเข้าไปต่อสู้กับวอร์เรนไคน์ จากการสำรวจภายในพื้นที่ตอนนี้มีวอร์เรนไคน์ราว 5,000 ตัวเท่านั้น แต่ทหารกลับมีราว 20,000  จากจำนวนทหารทำให้เขารู้ว่าวอร์เรนไคน์รับมือได้ยากกว่าเดม่อน ทั้งๆที่พวกมันไม่มีทักษะ


    ทันใดนั้นเขาก็พบเรื่องที่น่าสนใจ เมื่อพบว่าวอร์เรนไคน์กำลังกลืนกินพลังงานจากสกิลของทหาร


    “ แบบนี้เองสินะ เล่นกินทุกอย่างได้โดยไม่สนอะไรทั้งสิ้นก็เลยถูกฆ่าได้ยาก ”


    สิ่งใดก็ตามที่กินพลังงานได้ล้วนแล้วแข็งแกร่งทั้งหมด สัตว์ประหลาดที่เหมือนแมลงดึกดำบรรเหล่านี้ล้วนแข็งแกร่งได้จากการปรับสภาพร่างกายให้เข้ากับพลังงาน


    หลังจากกวาดตามองออกไปรอบๆพบว่ามีทหารจากฐานอื่นส่งมาด้วย แอ็กเซลจึงสั่งให้นกน้อยบินขึ้นที่สูงแล้วโปรยสปอร์ไปรอบๆสนามรบ ได้เวลาที่เขาจะทดสอบเช่นกันว่าสปอร์จะสามารถใช้งานกับสิ่งมีชีวิตอันแสนน่ากลัวเหล่านี้ได้หรือไม่


    แคว้กๆ


    เดรย์ฟลอร่าทั้ง 100 ส่งเสียงร้องไปทั่วสนามรบ พร้อมกับโปรยสปอร์ออกมาจากร่างของพวกมัน แอ็กเซลที่ปล่อยมอนสเตอร์ออกไปแล้วจึงเรียกวูดวูล์ฟออกมาควบขี่ เพื่อให้มันพาเขาเดินทางไปรอบๆสนามรบ


    หลังจากที่สปอร์โปรยลงมาสัมผัสกับสัตว์ประหลาดเหมือนแมลง บนใบหน้าของแอ็กเซลก็เริ่มปรากฎร่อยย่นกลางหน้าผาก ต้นอ่อนที่ควรจะเติบโตกลับไม่โผล่ออกมาเลยสักต้น ทั้งๆที่สปอร์สัมผัสร่างของวอร์เรนไคน์แล้ว อย่างไรก็ตามเขากลับโล่งใจเมื่อรู้ว่ายังมีต้นอ่อนเติบโตได้


    “ เกราะหนาเกินไปงั้นเหรอ ”


    ต้นอ่อนที่เกิดขึ้นมานั้นไม่ได้งอกออกมาที่ส่วนที่เป็นเปลือก ต้นอ่อนที่เกิดขึ้นจะเติบโตได้ก็ต่อเมื่อวอร์เรนไคน์กางปีกของมัน สปอร์ที่ลอยเข้าไปใต้ปีกหลังจากสัมผัสส่วนที่อยู่บนแผ่นหลังสามารถแตกตัวได้  จากเดิมพวกมันสามารถแตกตัวได้ตลอดเวลาขอเพียงสัมผัสกับวัตถุที่มีพลังคอสมิก ตอนนี้เขาต้องบังคับให้วอร์เรนไคน์กางปีกถึงจะทำให้สปอร์แตกตัวเป็นต้นอ่อนได้  ถึงแม้ว่าการทำงานจะยุ่งยากกว่าเดิมไม่น้อย มันกลับพอช่วยเหลือทหารได้เพราะวอร์เรนไคน์ล้วนแล้วพยายามตีปีกของมันเพื่อเปลี่ยนทิศทาง ดังนั้นตัวใดที่กางปีกของพวกมันออกจะถูกสปอร์เล่นงานทันที.




    คล้ายกับเรื่องEthereal เมื่อจอมเวทต้องสู้ระยะประชิด ที่คุณอ่าน