เสียงประตูบ้านค่อยๆเปิดออกอย่างช้าๆ ปรากฏให้เห็นร่างของเหล่าเด็กสี่คนที่เดินเข้ามาพร้อมด้วยนกแก้วอีกหนึ่งตัว
“ป้าเมย์ เรากลับมาแล้ว” ดีนะโลั่นบ้าน
“ไงเด็กๆ วันนี้ไปทำอะไรกันมาบ้าง”ป้าเมย์เดินออกมาทักทาย
“พวกเราเดินสำรวจเรียบริมทะเลสาบไปเรื่อยๆทั้งวันเลยค่ะ” แอนนี่พูดขึ้น
“งั้นเหรอ คงเหนื่อยกันแล้วสินะมากินอาหารกันก่อนสิ”ป้าเมย์พูดก่อนจะนำทางพาพวกเด็กๆ ไปยังห้องอาหาร แล้วยกอาหารจากห้องครัวมาวางไว้เต็มโต๊ะโดยมีแอนนี่และอลิซเข้ามาช่วยขน
“น่ากินทุกอย่างเลยครับ” แจ็คเอ่ยขึ้นพลางกวาดสายตามองไปยังอาหารที่ตั้งอยู่บนโต๊ะเบื้องหน้าซึ่งมีทั้งเนื้อบดทอดราดซอส ซี่โครงหมูอบราดชีสเยิ้มๆ เฟรนฟรายด์ และก็ออมเล็ตร้อนๆที่ตั้งอยู่บนข้าวที่พึ่งหุงสุกใหม่ๆ
“ดีที่เธอชอบนะแจ๊ค งั้นก็กินให้หมดนะ” ป้าเมย์พูดขึ้น
“ฝีมือทำอาหารของป้าเมย์อร่อยไม่เป็รองใครแน่นอน”ดีนพูดต่อ
“ขอบใจจ๊ะ งั้นอาหารเย็นนี้ต้องไม่เหลือนะ”ป้าเมย์พูด
“เราไม่เคยกินเหลือเลยนะค่ะ”แอนนี่พูดขึ้นมา
“ฮ่าๆ ป้าเชื่อจ๊ะ ป้าเห็นตลอด”ป้าเมย์อดขำกับท่าทีของแอนนี่ไม่ได้ก่อนจะเอามือไปลูบหัวของแอนนี่อย่างเอ็นดู
“งั้นกินละนะ” ดีนพูดจบ เหล่าเด็กทั้งสี่ก็เริ่มลงมือกินอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อยซึ่งใช้เวลาไม่นานักอาหารก็หายวับไปกับตา
ส่วนของปีปิกนั้น ป้าเมย์ได้เอาลูกองุ่นใส่จานแยกให้มันกินต่างหากแล้วทำให้มันไม่มาสร้างความรำคาญให้แก่พวกเด็กๆ ที่กำลังกินอาหารอยู่สักเท่าไหร่
“นี่มัน์ชัดๆ เลยเราได้พักร้อนในที่ที่สวยงามแถมปีนี้ก็มีเพื่อนร่วมด้วย อาหารก็อร่อยฉันคิดไม่ออกเลยว่าจะมีอะไรดีไปกว่านี้ได้อีก” อลิซพูดขึ้นทุกคนต่างก็เห็นด้วยกับคำพูดของอลิซ
“งี่เง่า งี่เง่า” ปีปิกพูดขึ้นพลางใช้จงอยปากของมันคาบก้านองุ่นที่ถูกกินหมดแล้วชูให้เด็กๆเห็น ภาพตรงหน้าทำให้เด็กทั้งสี่หัวเราะกันยกใหญ่
“ปีปิกเ้านกตะกละแกกินเยอะเกินไปแล้ว”แจ็คพูดไปขำไป
“ฉันว่าถ้าที่นี้เป็สวนองุ่นเราต้องขาดทุนแน่เลย” ดีนพูดต่อ แล้วทุกคนก็พูดคุยเื่ต่างๆกันอย่างสนุกสนาน ก่อนจะช่วยกันเก็บโต๊ะ เก็บจานแล้วขึ้นไปอาบน้ำเข้าห้องนอนของตัวเอง
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วค่ำคืนดึกดื่น แจ็คลุกขึ้นมาเพื่อจะไปเข้าห้องน้ำ ได้ชะเงอมองออกไปนอกหน้าต่างยังทะเลสาบ ก็เห็นแสงไฟลอยอยู่ในทะเลสาบ ทำให้แจ็คต้องรีบวิ่งไปปลุกดีนที่กำลังนอนหลับอยู่บนเตียงขึ้นมา
“มีอะไรแจ็ค” ดีนพูดขึ้นอย่างงัวเงีย
“ฉันเจอแสงไฟในทะเลสาบละ” แจ็คพูดขึ้น
“อะไรในทะเลสาบนะ” ดีนที่ได้ยินไม่ถนัดจึงถามซ้ำอีกครั้ง
“แสงไฟลอยอยู่ในทะเลสาบ” แจ็คพูดย้ำอีกครั้ง ทำให้ดีนที่ได้ยินจึงยันตัวเองลุกขึ้นมาจากเตียงก่อนจะสวมเสื้อผ้าแล้วออกไปที่ทะเลสาบพร้อมแจ็ค
“นั้นไง เห็นไหม” แจ็คชี้ไปยังแสงไฟสีส้มที่ลอยอยู่ในทะเลสาบ และค่อยๆ ลอยห่างออกไปอย่างช้าๆแล้วหายวับไป ท่ามกลางความมืดมิด
“นายคิดว่าเป็แสงอะไร” ดีนถาม
“อาจจะเป็แสงของตะเกียงก็ได้”แจ็คตอบ
“ฉันก็คิดเหมือนนาย” ดีนพูดขึ้น
แล้วทั้งสองจึงตกลงเก็บเื่นี้ไว้ค่อยคุยกันพร้อมพวกเด็กหญิงในตอนเช้าก่อนจะกลับเข้าไปนอนที่ห้องอีกครั้ง
ในเช้าวันถัดมา ที่โต๊ะอาหารซึ่งเด็กทั้งสี่กำลังกินอาหารกันอยู่นั้นพวกเด็กผู้ชายก็ได้เล่าเื่แสงไฟที่ลอยในทะเลสาบให้พวกเด็กผู้หญิงฟัง
“งั้นพวกนายก็ไม่ได้ตามแสงนั้นไปสิ”อลิซพูดขึ้นหลังจากได้ฟังเื่ราวทั้งหมดจากเด็กชายทั้งสองคน
“เธอจะให้ฉันว่ายน้ำตามแสงนั้นไปรึไง”ดีนแย้งขึ้น
“พี่ก็ลองว่ายไปดูสิเผื่อว่ายตามไปทัน”อลิซพูดเย้ยต่อ
“อย่างเธอที่ว่ายน้ำไม่เป็ คงได้แต่นั่งรอคนเดียวที่ริมฝั่งเท่านั้นแหละ”ดีนเย้ยอลิซกลับบ้าง
“พี่ว่าไงนะ” อลิซตะคอกเสียงใส่ดีนก่อนทำท่าจะลุกจากที่นั่งเพื่อเดินตรงไปหาดีนแต่กลับถูกแจ็คกับแอนนี่ห้ามไว้ซะก่อน
“อย่าทะเลาะกันเลยนะ” แอนนี่พูดขึ้น
“ฉันไม่ใช่เธอที่จะตามติดแจ็คได้ขนาดนั้นนะ”อลิซตะคอกเสียงขึ้น
“เฮ้ เสียงดังอะไรกัน” เสียงแหบๆ ดังขึ้นจากประตูทางเข้าห้องอาหารทำให้ทุกคนหันไปมองยังต้นเสียงก็พบว่ามีชายที่ดูมีอายุกำลังยืนดูพวกเขาอยู่
“สวัสดีครับลุงแซม” ดีนทักขึ้น แล้วเด็กคนอื่นๆ ก็ทยอยทักตาม
“อลิซเป็อะไร” ลุงแซมเอ่ยถาม
“ขอโทษค่ะ หนูแค่โกรธที่ดีนมาแหย่หนูเท่านั้น”อลิซที่ค่อยระงับความโกรธได้จึงตอบออกไป
“ถึงยังงั้นหลานก็ไม่ควรไปว่าคนที่ไม่เกี่ยวข้องอย่างเด็กสาวผมสีน้ำตาลตรงนั้นนะ”ลุงแซมพูดต่อ พลางส่งสายตาไปยังแอนนี่
“ขอโทษนะแอนนี่ฉันแค่โมโหมากไปหน่อย”อลิซที่สงบความโกรธของเธอลงได้แล้วจึงหันมากล่าวขอโทษแอนนี่แอนนี่ได้แต่พยักหน้ารับคำขอโทษอย่างเงียบๆ
“แล้วพวกเธอทั้งสองคนเป็ใครกันละ”ลุงแซมหันไปทางแจ็คสลับกับมองไปยังแอนนี่
“ผมแจ็ค แฮมเบิร์กส่วนนี้น้องสาวผมแอนนี่แล้วก็นกที่กำลังกินองุ่นอยู่ตรงนั้นชื่อปีปิกเป็สัตว์เลี้ยงของผมครับ” แจ็คตอบก่อนจะแนะนำแอนนี่และปีปิกให้ลุงแซมได้รู้จัก
“ฉันแซม แม็กเครย์ยินดีที่ได้รู้จัก” ลุงแซมกล่าวอย่างสุภาพ
“ลุงแซมหายไปไหนมาตั้งหายวันครับ”ดีนถามด้วยความสงสัย
“ลุงมีงานต้องทำเยอะนะ” ลุงแซมตอบ
“แล้วป้าเมย์ไปไหนค่ะ เมื่อกี้ยังช่วยยกอาหารด้วยกันอยู่เลย”อลิซถามขึ้น
“เมย์รู้สึกไม่สบายนะฉันก็เลยให้ไปนอนพักก่อน” ลุงแซมตอบ
“ป้าเมย์เป็อะไรมากไหมครับ”แจ็คถาม
“ไม่เป็ไรหรอกแค่ไข้หวัดเดี่ยวไม่นานก็หายเป็ปกติ” ลุงแซมหันมาตอบแจ็ค
“พวกเธอก็อย่าส่งเสียงดังกันเหมือนเมื่อกี้อีกละให้เมย์ได้นอนพักผ่อนอย่างเต็มที่ ถ้ามีอะไรก็ให้มาบอกฉันได้ทุกเมื่อตอนนี้ฉันคงจะอยู่ที่บ้านก่อนจนกว่าเมย์จะหายป่วย” ลุงแซมพูดขึ้น
“เข้าใจแล้วครับ/ค่ะ” เด็กทั้งสี่พูดขึ้น แล้วจึงรีบกิน แล้วค่อยเดินออกไปข้างนอกบ้านอย่างเงียบๆก่อนที่อลิซจะจับมือแอนนี่แยกไปคุยกันสองคนโดยให้แจ็คและดีนไปรอที่ท่าเทียบเรือไม้ริมทะเลสาบก่อน
“เธอยังโกรธฉันอยู่เหรอ” อลิซพูดพร้อมทั้งหันไปมองแอนนี่
“ป่าว ฉันแค่อยากให้เธอรู้ว่าฉันกับแจ็คมาจากบ้านเด็กกำพร้า พวกเราถูกเอาฝากไว้ที่นั้นั้แ่ยังเล็ก จนวันหนึ่งก็มีคนมาอุปการะเราไปเลี้ยง”แอนนี่พูดขึ้น น้ำตาเริ่มเอ่อล้นที่ดวงตา
“ลุงจอร์นเหรอ”อลิซพูดขึ้น
“ป่าวเป็ป้าเจนิเฟอร์ที่บ้านอยู่ถัดจากบ้านของลุงจอร์นนะแต่แกก็ต้องเสียชีวิตลงเพราะโรคมะเร็งหลังจากนั้นพวกฉันจึงถูกส่งไปอยู่กับลุงจอร์นนะ” แอนนี่เราทั้งน้ำตาพลางคิดถึงป้าเจนิเฟอร์ผู้ใจดีที่คอยดูแลเธอมาั้แ่ยังเล็ก
“แต่เธอก็น่าจะรู้แล้วว่าลุงจอร์นเป็ยังไงฉันไม่ได้มีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบเธอนะ” แอนนี่ร้องไห้ไปด้วยและตอบไปด้วย
“ฉันขอโทษจริงๆนะแอนนี่ฉันไม่ได้ตั้งใจจะพูดออกไปแบบนั้น” อลิซตอบก่อนจะโอบกอดแอนนี่เอาไว้
“แล้วพ่อแม่ของเธอละไปไหน” อลิซปล่อยแอนนี่ออกจากอ้อมกอด ก่อนจะถามขึ้นมา
“พ่อกับแม่ของเราประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตั้แ่ฉันยังเล็ก ญาติๆ ก็ไม่มีใครอยากรับฉันกับแจ็คไปเลี้ยง พวกเขาจึงส่งฉันกับแจ็คให้ไปอยู่ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าจนในที่สุดฉันกับแจ็คก็มาลงเอยกับการได้อยู่กับลุงจอร์น” แอนนี่ตอบพร้อมทั้งร้องไห้ออกมาไม่ขาดสาย
“อย่างน้อยพ่อของเราสองคนก็เสียชีวิตเหมือนกันเธอไม่ต้องเสียใจไปหรอกนะ”อลิซพูดพลางยื่นผ้าเช็ดหน้าให้แอนนี่เอาซับน้ำตา แล้วกอดแอนนี่ไว้แน่นเพื่อปลอบใจสาวน้อยที่กำลังร้องไห้ฟูมฟายอยู่ในตอนนี้
“งั้นเราไปหาพวกเด็กผู้ชายกันเลยดีไหม”อลิซถามขึ้น แอนนี่พยักหน้าตอบแล้วทั้งสองคนจึงเดินไปยังท่าเทียบเรือไม้ที่แจ็คและดีนกำลังยืนรอพวกเธอสองคนอยู่
“พวกนายทำอะไรกันอยู่”อลิซร้องทักขึ้น แต่เหมือนเด็กผู้ชายจะไม่ได้สนใจคำถามของเธอเลย
“ฉันเห็นแสงไฟนั้นหายไปทางนั้นนะ”ดีนพูดพลางชี้ไปยังทิศที่เขาเห็นแสงไฟเมื่อคืนก่อน
“อาจจะเป็ชาวประมงแถวนี้ก็ได้นะ”แอนนี่เสนอความคิดเห็นขึ้น
“ไม่น่าจะเป็ไปได้” แจ็คพูด
“ทำไมละ” แอนนี่ถามขึ้น
“เธอลองดูแถวนี้ให้ดีสิแอนนี่แถวนี้มีบ้านไม่กี่หลังเองแล้วเรือที่จอดอยู่ก็มีแค่เรือที่จอดอยู่ตรงท่าเทียบเรือไม้ตรงนี้เท่านั้นเอง”อลิซอธิบายให้แอนนี่ฟัง
“หรือว่าจะเป็เรือของเจมส์”แจ็คพูดขึ้นมา
“อาจจะเป็แบบนั้นก็ได้เขามีเรือพายด้วย” ดีนพูด
“แล้วเขาออกมาทำอะไรตอนเที่ยงคืนแบบนั้นกัน” แจ็คถามขึ้น แต่กลับไมมีใครตอบคำถามเขาได้
“เราคงไม่รู้อะไรหรอกเราไปหาเขาที่บ้านเลยดีกว่า” ดีนเสนอขึ้นทุกคนก็เห็นด้วยกับความคิดนั้น
“อรุณสวัสดิ์ อรุณสวัสดิ์” ปีปิกบินขึ้นเกาะบนกิ่งไม้ใกล้ๆ ก่อนจะร้องทักเหล่านกที่อยู่ตรงต้นไม้กับมันด้วยทำให้นกเ่าั้ใบินหนีไป
“ปีปิกเ้านกนิสัยไม่ดี” แจ็คหันไปดุปีปิก
“เศร้าเหลือเกิน เศร้าเหลือเกิน”ปีปิกร้องขึ้น
“ฮ่าๆ แจ็คฉันว่าปีปิกมันต้องฟังภาษาคนรู้เื่แน่ๆ”ดีนหัวเราะพลางพูดออกไป
“นั้นสิ หลายครั้งที่ปีปิกตอบได้ตรงจังหวะเป๊ะๆแบบนี้ ฮ่าๆ” อลิซพูดปนหัวเราะไปด้วย ก่อนทั้งสี่คนจะเดินกลับไปที่บ้านพักเพื่อเตรียมอาหารว่างไว้ระหว่างทางเผื่อพวกเขาเกิดหิวขึ้นมา
หลังจากเตรียมอาหารว่างไม่นานนักเหล่าเด็กทั้งสี่ก็บอกกล่าวกับลุงแซมว่าจะออกไปปิกนิกกันริมทะเลสาบแล้วทั้งสี่คนจึงออกเดินทางจากบ้านพักไป โดยเดินเรียบริมทะเลสาบ จนมาถึงบ้านพักของเจมส์
“เจมส์พวกเรามาแล้วนะคุณอยู่รึป่าว”ดีนะโขึ้นหลังจากเคาะประตูไม้โทรมๆของบ้านที่เจมส์ซ่อมให้สามารถอยู่อาศัยได้บ้างแล้ว
“อรุณสวัสดิ์ อรุณสวัสดิ์” ปีปิกร้องทักขึ้นเสียงดัง
“จะเที่ยงแล้วนะปีปิก” แอนนี่หันไปบอกปีปิก แต่มันก็ยังคงพูดต่อไป แต่กลับไม่มีเสียงตอบทำให้แจ็คลองเปิดประตูโดยการบิดลูกบิดประตูเข้าไปดู พบว่าประตูไม่ได้ล็อคไว้
“โหบ้านหลังนี้ไม่เหมาะที่จะอยู่เลย เจมส์อยู่ไปได้ยังไง” อลิซพูดขึ้นเมื่อได้กลิ่นอับลอยโชยมาแตะจมูกของเธอ
“ฉันก็คิดว่างั้น” แอนนี่พูดเสริมก่อนทั้งแอนนี่และอลิซจะเดินออกจากบ้านไปเพราะทนกลิ่นอับไม่ไหว ปล่อยให้แจ็คและดีนเดินสำรวจในบ้านต่อไป
“เฮ้ แจ็คมาดูนี่สิ” ดีนเรียกแจ็คให้มาดูสิ่งที่ตัวเองเจอ
“นี่มันวิทยุสื่อสารนี่น่า”แจ็คพูดขึ้น
“ใช่นายว่าเจมส์จะมีวิทยุสื่อสารไว้ทำไม” ดีนถามขึ้น
“ฉันคิดว่าเขาคงใช้ติดต่อกับเรือประมงลำอื่นละมั่งแบบที่เห็นบ่อยๆ ในโทรทัศน์ไงที่เรือแต่ละลำจะมีวิทยุไว้เพื่อสื่อสารระหว่างกัน”แจ็คตอบ
“แต่เจมส์ใช้เรือพายนะ มันจำเป็ต้องใช้วิทยุด้วยรึไง”ดีนพูดขึ้น
“ไม่รู้สิเรารอถามเจมส์เองดีกว่านะ” แจ็คพูดออกไปทำให้ทั้งสองคนจึงออกมาจากบ้านของเจมส์กัน
พวกเด็กผู้หญิงที่เห็นพวกเด็กผู้ชายเดินออกมาจึงเดินเข้าไปหาเพื่อถามว่าเจออะไรในบ้านของเจมส์บ้าง แต่คำตอบที่ได้ก็มีเพียงแค่วิทยุสื่อสารเท่านั้นที่พวกเขาเจอ
“แล้วเจมส์ไปไหนกันนะ” แจ็คถามขึ้น
“เราไปดูที่เรือของเจมส์กันไหม”แอนนี่เสนอความคิดขึ้นแล้วทั้งสี่คนก็เดินไปยังที่จอดเรือของเจมส์ด้วยกันก่อนจะพบว่าไม่มีเรือพายจอดอยู่เลย
“ฉันคิดว่าแสงไฟที่พี่เจออาจจะเป็ของเจมส์ก็ได้นะ”อลิซพูดขึ้น
“คงงั้นแหละสงสัยเขาจะออกไปตกปลาแน่ๆ เลยแจ็ค” ดีนพูดขึ้น
“ฉันก็ว่างั้นในเมื่อเรือเขาก็ไม่อยู่แสงไฟเมื่อคืนก็น่าจะเป็ตะเกียงที่เขาจุดเพื่อให้มองเห็นในทะเลได้ชัดขึ้นนั้นแหละ”แจ็คพูดออกไป
“แล้วเราจะทำยังไงต่อไปดีในเมื่อเจมส์ไม่อยู่” แอนนี่ถามขึ้น
“งี่เง่า งี่เง่า” ปีปิกพูดขึ้น แต่เด็กทั้งสี่กลับไม่มีใครสนใจมันเลย
“งั้นเราไปรอที่บ้านพักของเจมส์ก่อนไหมเราจะได้แวะไปกินอาหารเที่ยงที่นั้นด้วย” อลิซเสนอขึ้นเพราะตอนนี้ท้องเธอเริ่มร้องขึ้นมาแล้ว เด็กคนอื่นๆ เองก็รู้สึกแบบเดียวกับเธอเช่นกัน
แล้วเด็กทั้งสี่ก็กลับมายังบ้านพักของเจมส์ โดยพวกเด็กผู้หญิงเอาผ้ามาปูบนพื้นและตั้งตะกร้าที่ใส่อาหารมาไว้ตรงกลาง ก่อนจะแจกจ่ายอาหารให้แก่ทุกคนและตั้งองุ่นไว้ให้ปีปิกได้กินด้วย ทุกคนกินกันไปเรื่อยๆ ในระหว่างที่รอเจมส์กลับมา