จวนเย่ เรือนที่พักของหลิวอี้ ตอนนี้เขากำลังนั่งคิดแผนการที่จะไปตามหาภรรยาของเขาที่อยู่ภายในสำนักหมื่นโอสถ เพราะว่าการที่จะเข้าไปยังสำนักได้จะต้องเป็คนภายในสำนักไม่งั้นก็ต้องเป็แขกพิเศษที่ได้รับเชิญถึงจะสามารถเข้าไปภายในสำนักได้
หลิวอี้ตัดสินใจไปที่หอหมื่นโอสถเขาหวังว่าจะสามารถหาวิธีเข้าไปภายในสำนักได้เขาออกมาใน่ตอนกลางคืน
หอหมื่นโอสถเป็ของสำนักหมื่นโอสถ พวกเขาสร้างหอนี้ขึ้นมาเพื่อเอาไว้รับซื้อวัตถุดิบในการปรุงยาและขายเม็ดโอสถหรือยาที่ปรุงเสร็จเรียบร้อยแล้ว
หลิวอี้ยืนอยู่ที่หน้าหอหมื่นโอสถ เขายืนมองที่ป้ายประกาศหน้าหอ ข้อความที่เขียนอยู่บนป้ายประกาศคือสำนักหมื่นโอสถจะทำการทดสอบเพื่อคัดเลือกศิษเข้าไปอยู่ภายในสำนัก หากใครคิดว่ามีความสามารถ ในอีก 7 วันสามารถมาทดสอบที่หอหมื่นโอสถ
หลิวอี้ตอนนี้เขารู้วิธีการที่จะเข้าไปภายในสำนักหมื่นโอสถเรียบร้อยแล้ว เพียงแค่รอเวลา แต่เขารู้สึกไม่ชอบใจเท่าไรที่จะต้องไปเป็ศิษย์ของคนอื่นเพราะว่าเขาไม่เคยกราบใครเป็อาจารย์มาก่อน
หลิวอี้ตัดสินใจทำในสิ่งที่คนอื่นไม่เคยทำมาก่อน เขาจะไปสมัครเป็อาจารย์เขาจะไม่ยอมเป็ศิษย์ของใครเด็จขาด หลังจากที่เขาตัดสินใจได้แล้วจึงเดินเข้าไปภายในหอหมื่นโอสถ
ผู้ดูเเลหอหมื่นโอสถเป็ชายแก่คนหนึ่งเท่านั้น เขาเห็นหลิวอี้เดินเข้ามา
“ท่าน้าเม็ดโอสถหรือว่ายาตัวไหน”
“ข้า้าที่จะสมัครเป็อาจารย์ของสำนักหมื่นโอสถ”
ชายแก่ผู้ดูแลหอถึงขั้นเบิกตากว้าง ั้แ่ที่เขาอยู่เฝ้าหอหมื่นโอสถมา เขาไม่เคยได้ยินพูดแบบนี้มาก่อน
หลิวอี้เดินเข้ามาในหอหมื่นโอสถและเห็นชายแก่ เขารู้สึกว่าชายแก่คนนี้ไม่ธรรมดาระดับพลังของเขาอยู่ในระดับปรมาจารย์ขั้นต่ำ คนที่มีระดับพลังระดับนี้ส่วนมากจะเป็อาจารย์สอนหรือไม่ก็มีตำแหน่งภายในสำนักใหญ่ๆ แต่ชายแก่คนนี้กับมานั่งเฝ้าหอหมื่นโอสถ จึงทำให้หลิวอี้แปลกใจ
ชายแก่หลังจากที่เขาใกับคำพูดของหลิวอี้เขาก็ได้สำรวจดูระดับพลังของหลิวอี้จากนั้นจึงหัวเราะขึ้นมา
“ระดับพลังของเ้าคือระดับนักรบขั้นต่ำ แต่อยากจะเป็อาจารย์ที่สำนักหมื่นโอสถ ั้แ่ข้าเกิดมาข้าไม่เคยได้ยินเื่ตลกแบบนี้มาก่อน”
“ท่านยังไม่ได้ดูฝีมือการหลอมโอสถของข้า แต่ท่านตัดสินข้าเพียงเพราะว่าข้ามีระดับพลังที่อ่อนด้อยเช่นนั้นหรือ”
ชายแก่ที่กำลังหัวเราะอยู่ถึงกับเงียบลงเขาทำสีหน้าไม่พอใจ
“ดีเ้าพูดได้ดี ข้าจะให้เ้าปรุงโอสถระดับเวหาขั้นต่ำออกมา หากว่าเ้าทำได้ข้าจะแนะนำให้เ้าได้เข้าไปเป็อาจารย์ที่สำนักหมื่นโอสถ แต่หากว่าเ้าทำไม่ได้ ข้าจะทำลายจุดตันเถียนของเ้า เ้าตกลงหรือไม่”
“ข้าตกลง หากว่าข้าทำได้ขึ้นมาท่านจะต้องไม่ลืมคำพูดของท่าน”
“คนระดับข้าไม่เคยผิดคำพูด”
หลิวอี้เดินตามเขาเข้าไปข้างในห้องที่เก็บวัตถุดิบในการปรุงยา
“เ้าเลือกได้ตามสบาย”
“โอสถชนิดไหนในระดับเวหาที่ขาดแคลนมากที่สุด”
“โอสถช่วยในการฝึกฝน”ชายแก่พูดขึ้นมาพร้อมกับคิดในใจ โอสถพวกนี้ปรุงขึ้นยากยิ่งนัก นักปรุงยาส่วนมากจะไม่นำออกมาขายพวกเขาจะเก็บเอาไว้้เอง ที่หอหมื่นโอสถไม่มีสักเม็ด สำนักหมื่นโอสถคนที่สามารถปรุงมันขึ้นมาได้มีเพียงไม่กี่คนและระดับที่ปรุงขึ้นมาคือระดับเวหาขั้นต่ำ ยังไม่มีใครสามารถปรุงขั้นกลางหรือสูงขึ้นมาได้
โอสถชนิดนี้หลังจากที่กินเข้าไปจะช่วยให้คนที่กินสามารถฝึกฝนและยกระดับพลังให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
หลิวอี้แปลกใจเพียงแค่โอสถช่วยในการฝึกฝนทำไมยังขาดแคลนได้ ชาติก่อนของเขาโอสถแบบนี้มีเกลื่อนไปหมด
หลิวอี้ทำการเลือกวัตถุดิบเสร็จเรียบร้อยจากนั้นเขาจึงได้ถามชายแก่
“ท่านมีหม้อปรุงยาหรือไม่”
ชายแก่ถึงกับพูดไม่ออก
“นี่เ้าจะมาสมัครเป็อาจารย์สอนการปรุงยาแต่เ้ากับไม่มีหม้อปรุงยา”
“ข้ายังไม่ได้ซื้อ ข้าขอยืมก่อน”
“ข้ามีแต่หม้อธรรมดา”
“ได้”
ชายแก่สายหัวจากนั้นก็ไปหยิบหม้อปรุงยาทั่วไปให้กับหลิวอี้
“เ้าเข้าไปในห้องนั้นจะไม่มีใครรบกวนเ้าในขณะที่ปรุงยา”
“ไม่จำเป็ข้าจะไปปรุงที่ด้านหน้า ข้าไม่อยากจะอยู่ในห้องคนเดียวเพราะข้าจะรู้สึกเหงา”
ชายแก่ถึงกับพูดไม่ออก ชายแก่ผู้ดูแลกลับมานั่งที่ด้านหน้าที่เดิมของเขา
หลิวอี้ก็นำเก้าอี้มานั่งร่วมกับเขา จากนั้นเขาก็เอาหม้อปรุงยาวางลงที่พื้น จากนั้นก็เริ่มปรุงยา
ชายแก่ได้แต่ตกตลึงกับการรกระทำของหลิวอี้