งั้นหรอกเหรอหลังจากนั้นผมก็โดนยัดเยียดให้พาเ้าหญิงมาด้วย คิดอะไรอยู่กันแน่นะ าาคนนั้นการอยู่ใกล้ ๆ คือหัวใจสำคัญที่สุดในการเรียนรู้เื่ของอีกฝ่ายอะไรทำนองนั้นสินะอย่างน้อยก็ให้มี
คนคุ้มกันติดมาบ้างสิ!ไม่เป็ห่วงลูกสาวเลยรึไง คงไม่ใช่ว่าบนเพดานมีนินจาคุ้มกันซ่อนอยู่หรอกนะ?
ในจังหวะที่ผมกำลังคิดเื่พรรค์นั้นอยู่เสียงอะไรบางอย่างก็ดัง กึก มาจากบนเพดาน ......คงเป็หนูแหละ เนอะ?
“ที่ว่าใช้ชีวิตด้วยกันเนี่ยที่นี่เหรอ? เป็เ้าหญิงแท้ๆ จะไม่เป็ไรเหรอ......เหรอคะ?”
ที่เอลเซ่พูดมันก็สมเหตุสมผลอยู่ผมเองก็คิดแบบนั้น สำหรับคนที่ใช้ชีวิตมาโดยมีข้ารับใช้มากมายรายล้อมเนี่ยผมไม่คิดหรอกว่าจะสามารถทำทุกอย่างด้วยตัวคนเดียวได้
บอกตรงๆ ว่าผมอยากให้เธอรู้สึกลำบากจนอยากหนีกลับไปด้วยตัวเองอยู่เหมือนกัน......
“ไม่ต้องใช้คำสุภาพก็ได้ค่ะยังไงก็ตาม ฉันคิดว่าอยากจะช่วยเหลือท่านโทยะ ในเื่ที่ตัวเองสามารถทำได้น่ะค่ะจะพยายามเพื่อไม่ให้เป็ตัวถ่วงนะคะ!”
ท่าทางฮึกเหิมโดยกำมือเล็กๆ ทั้งสองข้างไว้จนแน่นอยู่ด้านหน้าทรวงอกแบบนั้น ......น่าร๊าก ไม่ใช่แล้ว
“......แบบเป็รูปธรรมล่ะ?”
ลินเซ่ยกมือถาม
“ก่อนอื่นก็คิดว่าอยากจะไปลงทะเบียนกิลด์เหมือนกับทุกคนแล้วก็รับคำร้องมาทำน่ะค่ะ”
““““เอ๋!?””””
เสียงของทุกคนประสานกันลงทะเบียนกิลด์ที่ว่าเนี่ย......ตั้งใจจะเป็นักผจญภัยงั้นเหรอ!?
“เดี๋ยวเ้าหญิง? ที่ว่ารับคำร้องจากกิลด์เนี่ยคงเข้าใจความหมายสินะ!? เื่อันตรายเองก็มีอยู่เยอะแยะ......”
“ทราบอยู่แล้วค่ะแล้วก็ เลิกเรียกว่าเ้าหญิงเถอะค่ะ ถ้ายังไงก็ช่วยเรียกว่า ‘ยูมิน่า’ ทีนะคะท่านสามี”
“ท่านสามีนี่พอเลย!”
“ถ้างั้นก็เรียกยูมิน่า นะ”
เ้าหญิง......หรือยูมิน่ายิ้มแป้นฮึ่ม ผิดคาดเลยแฮะ เด็กคนนี้ เห็นตัวเล็ก ๆ แต่ดูถูกไม่ได้เลยนะเนี่ย
ยังไงก็เถอะท่านสามีน่ะของตาย แต่ท่านโทยะนี่ก็ไม่เอาหรอกนะ เอาเป็ “ยูมิน่า” “คุณโทยะ” ละกัน
“ฉันฝึกเวทมนตร์มาจากท่านชาร์ลล็อตแล้วก็เรียนวิชายิงธนูมาค่ะ เื่พวกนั้นคิดว่าน่าจะแกร่งพอตัวนะคะ”
“ธนูกับเวทมนตร์......ก็ช่วยเหลือการโจมตีระยะไกลได้จริงๆ ล่ะนะเ้าคะ แล้วความเหมาะสมของเวทมนตร์ล่ะเ้าคะ?”
“ลมดิน และมืดค่ะ อสูรอัญเชิญก็ยังเรียกได้แค่สามประเภทเท่านั้นเองค่ะ”
ลมดิน และมืด ธาตุที่ลินเซ่ใช้ไม่ได้พอดีเลยแฮะถึงจะยังไม่รู้พลังที่แท้จริงก็เถอะ......
“อืมเอาไงดี?”
เอลเซ่กอดอกหันไปทางลินเซ่กับยาเอะเอาไงดีที่ว่าเนี่ย หมายถึง้าคำยืนยัน เื่การ
เอาเด็กคนนี้เข้าปาร์ตี้สินะ
“......ยังไงก็ลองไปรับคำร้องอะไรซักอย่างมาแล้วดูสภาพการณ์ก่อน เป็ไงคะ......?”
“อย่างนี้นี่เองหมายความว่า ให้ดูจากความสามารถจริงเลยสินะเ้าคะ?”
“นั่นสินะเอาเถอะ ถ้ามีอันตรายขึ้นมาแค่ให้โทยะปกป้องก็คงไม่เป็ไรแล้วมั้ง งั้นก็ตกลงแล้วนะ”
ถึงจะอยากขัดหลายๆ อย่าง แต่ผมก็เงียบเอาไว้เพราะดูท่ามันจะกลายเป็เื่ยุ่งยากกว่าเดิม จะว่าไปผมก็รู้สึกว่ามันเป็บรรยากาศที่ผมไม่มีสิทธิ์ออกความเห็นอะไรทั้งสิ้นด้วยสิ
ยังไงก็เถอะดูเหมือนจะตัดสินใจกันได้แล้วว่าจะไปที่กิลด์ในวันพรุ่งนี้แล้วให้ยูมิน่าลงทะเบียน
หลังจากนั้นก็ไปขอห้องเพิ่มจากคุณมิกะ(ถึงเธอจะบอกว่าอยู่ห้องเดียวกับผมก็ได้ แต่ผมปฏิเสธไปแบบเด็ดขาดเลย)พอทุกคนกินอาหารกันเสร็จก็ไปเตรียมตัวสำหรับวันพรุ่งนี้แล้วก็เข้านอน
หลังกลับมาถึงห้องผมที่ได้อยู่ตัวคนเดียวซะทีก็ล้มตัวลงบนเตียง เหนื่อยจัง...... เหนื่อยสุด ๆไปเลย......
หูของผมที่อยากนอนอย่างหนักได้ยินเสียงสายเรียกเข้าที่ไม่ได้ยินมาซะนาน ‘ไลช์เต คาวาลเลอรี’ ของซุปเป* เป็เพลงทำนองเบา ๆแต่มันน่ารำคาญมากสำหรับผมในตอนนี้
พอหยิบสมาร์ทโฟนออกมาจากกระเป๋าก็เห็นตัวหนังสือว่า“สายเข้า พระเ้า”
“......ฮัลโหล”
‘โอ้ไม่ได้คุยกันนานนะ โทยะคุง ยินดีด้วยสำหรับการหมั้น’
“......ทำไมถึงรู้ล่ะครับ......แต่ถ้าเป็พระเ้าถึงจะรู้ก็คงไม่แปลกสินะ......?”
‘ฮะฮะฮะบังเอิญน่ะ พอดีอยากเห็นสภาพความเป็อยู่ของเ้าที่ไม่ได้เจอกันมานานก็เลยเจอเื่สนุกเข้าพอดีเลยล่ะน่อ’
ผมฟังเสียงพูดที่เหมือนกำลังสนุกของพระเ้า
“ไม่เห็นสนุกเลยครับ......ผมยังไม่คิดจะแต่งงานด้วยอายุเท่านี้หรอกครับ”
‘ก็เป็เด็กดีนี่นาไม่พอใจรึ?’
“เปล่าจะว่าไปยูมิน่าก็น่ารัก ในอนาคต ผมว่าต้องกลายเป็คนสวยมาก ๆ แน่ครับ? นิสัยเองก็ว่านอนสอนง่ายน่าพอใจมากแต่นั่นกับนี่มันคนละเื่กันครับ”
‘เถรตรงจังน่อโลกทางนั้นน่ะ การมีภรรยาหลายคนถือเป็เื่ปกตินะ ถ้ามีเด็กคนที่ถูกใจล่ะก็สามารถรับมาเป็ภรรยาได้เรื่อย ๆ เลยแท้ ๆ’
งั้นหรอกเหรอ......เห็นดยุคกับาามีเมียอยู่คนเดียวก็นึกว่าจะเป็แบบนั้นซะอีก......ไม่สิ ไม่สิปัญหามันไม่ได้อยู่ตรงนั้น ผมไม่ได้้าฮาเร็มซะหน่อย
‘เอาเถอะทุกคนก็กำลังอดใจรออยู่นะว่าจากนี้ไปเ้าจะทำยังไงต่อ พยายามเข้าล่ะ’
“พูดตามใจชอบเลยนะ......หือ? ทุกคนที่ว่านี่คือใครครับ?”
‘เหล่าทวยเทพของแดนเทพน่ะพอได้เห็นเ้าแล้วทุกคนเขาสนอกสนใจกันมากเลยนา? ถึงครึ่งหนึ่งจะเพราะความสนุกก็เถอะ’
เอ๋? แบบนั้นหมายความว่าไงหว่า?พระเ้าเนี่ย ไม่ได้มีคนเดียวเหรอ?
“ทวยเทพ? มีคนที่เหมือนคุณคนอื่นอยู่อีกเหรอครับ?”
‘มีสิถึงข้าจะเป็เทพที่อยู่ในแดนขั้นสูงสุด แต่เทพระดับต่ำกว่าคนอื่น ๆ อย่างเทพการล่า เทพความรัก เทพดาบ หรือเทพกสิกรรม ก็มีอยู่อีกเยอะเลยโดยเฉพาะเทพความรักนี่ดูจะสนใจมากเป็พิเศษเลยล่ะน่อ’
อย่ามาเที่ยวสนใจเื่รักๆ ใคร่ ๆ ของคนอื่นสิ เทพความรัก
‘สำหรับพิธีแต่งงานของเ้าทุกคนครึกครื้นกันใหญ่ว่าจะเข้าร่วมด้วยในฐานะเครือญาติน่ะ อ๊ะ ข้าขอรับบทเป็ปู่นะ’
“คือว่านะครับ......”
พวกพระเ้านี่คงว่างกันล่ะมั้งมีเทพทุกคนมาร่วมงานในฝ่ายเ้าบ่าวเหรอ หมายความว่าไงเนี่ยถึงผมจะไม่มีญาติอยู่ในโลกทางนี้เลยซักคนจริง ๆ ก็เถอะ
“เห็นบอกว่าพอส่งผมมาแล้วจะไม่สามารถแทรกแซงได้นี่ครับ?”
‘ที่ถูกต้องคือไม่สามารถแทรกแซง “ในฐานะคนของแดนเทพ” ได้น่ะถ้าลงไปยังแดนเบื้องล่างในฐานะมนุษย์ก็ไม่มีปัญหาหรอกน่อ’
ผมรู้สึกเหมือนมันจะมีปัญหาเกินพอเลยล่ะ......แต่ผมก็คิดว่ายอมแพ้ไม่ขัดคอซะดีกว่าดูเหมือนที่โลกของพวกผมเอง เหล่าทวยเทพในตำนานชอบลงมาบนโลกกันบ่อย ๆ อยู่แล้วล่ะนะ
‘เอาเถอะยังไงก็จะเอาใจช่วยนะ คิดถึงวิถีชีวิตให้ดี ๆ อย่าให้เสียใจภายหลังล่ะ เพราะข้าก็
อยากให้เ้ามีความสุขงั้นก็ แค่นี้นะ’
“ครับ......”
ผมตอบกลับอย่างคลุมเครือแล้ววางสายโทรศัพท์วิถีชีวิตที่ไม่เสียใจภายหลัง เหรอ
แล้วการหมั้นกับเด็กอายุสิบสองนี่มันอะไรกัน......พอคิดว่าเป็เด็กผู้ชายมัธยมสี่กับเด็กผู้หญิงประถมหกแล้วมันรู้สึกถึงความต่างของอายุแบบสุด ๆ เลยแต่ถ้าคิดว่าอายุต่างกันแค่สี่ปีมันก็ไม่ได้มากมายอะไรแฮะ......? พ่อแม่ของผมยังห่างกันตั้งหกปีคนในวงการบันเทิงที่แต่งงานกับคนอายุห่างกันสามสิบปีก็ยังมีนี่นะ
ที่สำคัญผมยังไม่เคยคบหากับเด็กผู้หญิงเลยด้วยซ้ำเื่แต่งงานนี่ยิ่งไม่เคยคิดเลยซักนิด
โอ๊ยไม่รู้ด้วยแล้ว วันนี้นอนดีกว่า เอาตามนั้นแหละ
◇ ◇ ◇
วันรุ่งขึ้นพวกผมพากันมุ่งหน้าไปที่กิลด์พร้อมกัน
ตอนที่เดินในเมืองก็ยืมชุดของเอลเซ่กับลินเซ่มาใส่เพราะชุดเดิมของยูมิน่ามันเด่นสะดุดตามากเกินไป
เสื้อสีขาวประดับริบบิ้นตรงบริเวณอกกับเสื้อแจ๊คเก็ตสีดำกางเกงกระโปรงสีกรมท่ากับนีซอค**สีดำ ชุดของคนอื่นแท้ ๆ แต่กลับเหมาะจนรู้สึกว่าเป็ธรรมชาติมากถึงจะรู้สึกว่าไซซ์ใหญ่เกินไปนิดหน่อยก็เถอะนะ
ผมสีทองยาวถูกถักไว้เป็ผมเปียกเส้นเดียวดูเหมือนจะทำเพื่อให้เคลื่อนไหวได้สะดวก
สำหรับผมผมคิดว่าออดอายนั่นจะไม่เด่นสะดุดตากว่าหรอกเหรอแต่ดูเหมือนที่โลกนี้จะไม่เป็แบบนั้นแล้วก็คนที่มีออดอายก็ใช่ว่าจะมีเนตรมารกันทุกคนด้วย
เท่านี้ถ้ามองแค่ภายนอกก็ทำให้เห็นเป็เด็กผู้หญิงธรรมดาได้แล้วต้องจัดอยู่ในหมวดสาวน้อยแสนสวยสิ ที่ว่าธรรมดาน่ะโยนมันทิ้งไปละกัน
“พอดีคาใจนิดหน่อยน่ะถ้ายูมิน่าแต่งงานกับโทยะล่ะก็ โทยะก็จะได้เป็าาคนต่อไปรึเปล่า?”
“นั่นสินะคะถ้าเป็แบบนั้นได้ฉันก็ดีใจนะคะแต่ก็จำเป็ต้องทำให้พวกขุนนางกับประชาชนยอมรับในตัวคุณโทยะให้ได้ก่อน แต่ก็ถ้าเกิดฉันมีน้องชายขึ้นมา เด็กคนนั้นก็จะได้สืบราชบัลลังก์ไปน่ะค่ะ”
พอฟังบทสนทนาของเอลเซ่กับยูมิน่าระหว่างทางไปกิลด์ผมขอส่งเสียงเชียร์จากใจไปให้าาเลย พยายามเข้านะ เพื่อความสุขของผมยังไงก็ช่วยมีลูกอีกซักคนเถอะหลังจากนี้ลองหาวิธีทำเครื่องดื่มเสริมความอึดจากในสมาร์ทโฟนดูดีกว่า......ไม่ใช่แล้ว!แบบนี้มันจะทันก่อนถึงเวลาที่ต้องแต่งงานกับยูมิน่า
ซะที่ไหนล่ะ!
“ผมไม่ได้คิดอยากเป็าาของอาณาจักรนี้เลยนะ......”
“ฉันทราบดีค่ะถ้าท่านอาให้กำเนิดลูกชายมา หรือไม่ ถะ ถ้าเด็กที่เกิดมาจากพวกเราเป็เด็กผู้ชายก็ให้เด็กคนนั้นสืบทอดไป ยังมีวิธีแบบนั้นอยู่นะคะ!”
เกิดมาจากพวกเราที่ว่านี่มันอะไรกันครับแล้วก็ อย่าพูดออกมาเองแล้วหน้าแดงแป๊ดซะเองแบบนั้นสิ ทางนี้เองก็พลอยเขินไปด้วยนะ
ก่อนไปถึงกิลด์พวกผมแวะเข้า “ร้านอาวุธหมีแปด” เพื่อเตรียมอุปกรณ์ของยูมิน่าถ้าจะถามว่ามีเงินรึเปล่าล่ะก็ ตอนที่ได้รับของขวัญก่อนลาจากาาผมเห็นว่ามันเป็ถุงที่ใส่เหรียญดังกรุ๊งกริ๊งพอรับมาแล้วก็เปิดดูของข้างในเพราะรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมาของข้างในคือเหรียญทองคำขาวห้าสิบเหรียญของขวัญลาจากเป็เงินห้าสิบล้านเยนนี่มันเยอะเกินไปไหม......
เ้าของร้านหมีแปดคุณบารัลหยิบธนูมาให้ดู ถึงจะไม่ได้ดีเท่าระดับสินค้าที่มีในเมืองหลวงแต่ของที่นี่ก็ยังถือว่าพอใช้ได้อยู่ พอลองเลือกมาหลายอันจากในนั้นยูมิน่าก็ลองดึงสายธนูเพื่อตรวจสอบความรู้สึกขณะัั สุดท้ายก็เลือกมาเป็คอมโพสิตโบว์ คันธนูที่ทำเป็รูปตัว M สั้นเบาแต่ก็ทนทาน
ดูเหมือนเธอจะเลือกแบบเน้นควบคุมง่ายเพื่อยิงต่อเนื่องมากกว่าเน้นระยะลองโบว์มันก็ดูจะใช้ยากไปสำหรับเธอที่ตัวเล็กจริง ๆ ล่ะนะ
จากนั้นก็ซื้อเซ็ตลูกธนูร้อยดอกพร้อมกระบอกธนูมาด้วยต่อมาก็ซื้อเกราะอกที่เป็เกราะหนังสีขาวกับรองเท้าบูทที่ทำมาจากวัสดุเดียวกัน
ดีล่ะเท่านี้การเตรียมตัวก็ OK แล้วมั้ง
*เป็อุปรากรภาษาเยอรมันความยาว 3 องก์ โดยฟรานซ์ ฟอน ซุปเป แต่งคำร้องโดยคาร์ลคอสตา
**ถุงเท้ายาวที่ขึ้นไปเกินหัวเข่า