ขณะที่องค์รัชทายาทเสด็จออกจากตำหนักหย่งอันขันทีหม่าลี่จ้งก็สังเกตได้ว่าสีพระพักตร์ของพระองค์ไม่ค่อยจะสู้ดีนักแต่ไม่กล้าถามว่าพระองค์ไม่พอพระทัยเื่ใด
ความสงสัยนี้ขันทีหม่าลี่จ้งกลับไม่ต้องรอนานเมื่ออยู่กันตามลำพังองค์รัชทายาทก็ทรงระบายความอัดอั้นตันใจออกมา
“ฮองเฮาทรง้าให้เราอภิเษกสมรสทรงมีความคิดจะยัดเยียดหลานสาวของพระนางที่เราเองก็ยังไม่เคยพบหน้านางเลยสักครั้งเหตุใดพระนางถึงไม่ห่วงความรู้สึกของเราบ้างว่าเราเต็มใจหรือไม่”
ขันทีหม่าลี่จ้งได้ยินเื่ที่พรั่งพรูจากพระโอษฐ์องค์รัชทายาทก็พอจะเข้าใจถึงความลำบากพระทัย
แต่จะทำเช่นไรได้ในเมื่อเป็ความ้าของฮองเฮาขันทีหม่าลี่จ้งใช้ความคิดตรึกตรองเื่นี้อย่างตั้งใจและคิดแผนการออกมาได้อย่างหนึ่ง
“เื่อภิเษกสมรสนับว่าเป็เื่น่ายินดีพ่ะย่ะค่ะ”
องค์รัชทายาทหันหน้ามามองหน้าขันทีหม่าอย่างไม่พอพระทัย
“จะเป็เื่น่ายินดีได้เช่นไรในเมื่อเราไม่เต็มใจ”
“กระหม่อมคิดว่าหากพระองค์ทรงดื้อดึงกับฮองเฮาอาจไม่เป็ผลดีต่อพระองค์นะพ่ะย่ะค่ะ”
“แล้วเ้าจะให้เราฝืนใจทำตามรับสั่งฮองเฮาอย่างนั้นหรือ?”
“หามิได้พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเพียงเกรงว่าการขัดรับสั่งฮองเฮาจะทำให้พระนางไม่พอพระทัยถึงอย่างไรพระนางต้องทำทุกทางเพื่อให้พระองค์ยอมอภิเษกจนได้เมื่อรู้เช่นนี้แล้วหากพระองค์ยอมโอนอ่อนผ่อนตามอาจจะพอมีหนทางต่อรองได้พ่ะย่ะค่ะ”
“ต่อรอง!เ้าจะให้เราต่อรองอย่างไร”
“เสนอตำแหน่งพระชายารองไปดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะทรงให้เหตุผลพระนางว่าตำแหน่งพระชายาเอกจำเป็ต้องปล่อยวางไว้ก่อนวันข้างหน้ายังต้องคิดถึงบ้านเมืองเป็หลักการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ยังมีความจำเป็ต่อความมั่นคงของแผ่นดิน”
องค์รัชทายาททรงคิดตามเหตุผลที่ขันทีหม่าลี่จ้งกล่าวแนะนำมาทั้งหมดก็ทรงพระสรวลเสียงดังออกมา
“เ้านี้ชั่งมีแผนการลึกซึ้งหาผู้ใดเปรียบทำเช่นนี้เราก็จะสามารถเก็บตำแหน่งพระชายาเอกไว้ให้สตรีที่คู่ควร
และไม่ต้องผิดใจกับเสด็จแม่จะเป็ไรไปตำแหน่งพระชายารองใครอยากได้ก็ให้ไป…ดี!..ดีจริงๆ"
ปัญหาหนักพระทัยได้ถูกแก้ไขทำให้องค์รัชทายาทอารมณ์ดีขึ้นความกังวลได้มลายให้ไปจนหมดสิ้น
ฮองเฮามีรับสั่งให้หลินไป่ลุ่ยเข้าวังเพื่อถวายการรับใช้เจตนาที่แท้จริงคือ้าให้นางเข้าวังมาให้องค์รัชทายาทดูตัวแล้วให้นางทำทุกอย่างตามที่ฮองเฮาทรงแนะนำเพื่อเอาชนะใจองค์รัชทายาทให้จงได้
หลินไป่ลุ่ยเดินทางเข้าวังตามรับสั่งฮองเฮานิสัยจริงๆ ของนางมิได้เป็ดังที่ฮองเฮากล่าวอ้างหญิงสาวตระกูลหลินมีนิสัยเอาแต่ใจตนจริตมารยาไม่แพ้ผู้ใดจิตใจคับแคบสนใจแต่ประโยชน์ของตนเองเป็หลักมักดูถูกรังแกผู้ที่ต้อยต่ำกว่าจนเป็เื่ปกติ
แต่หลินไป่ลุ่ยนางไม่ได้เฉลียวฉลาดมีเล่ห์เหลี่ยมรู้หนักเบาเหมือนกับฮองเฮาฮองเฮาทรงทราบนิสัยหลินไป่ลุ่ยดีพระนางถึงอยากได้นางเพื่อที่พระนางจะได้ควบคุมอำนาจทั้งหมดในวังหลังได้อย่างเบ็ดเสร็จดังเดิม
ยามเย็นณ.สระบัวริมน้ำด้านข้างตำหนักบูรพาเป็สถานที่ที่องค์รัชทายาทชอบเสด็จไปประทับเพื่อพักผ่อนหย่อนใจชื่นชมธรรมชาติหลินไป่ลุ่ยสวมใส่อาภรณ์ที่นางคิดเอาเองว่าเป็ชุดที่สวยที่สุด
อาภรณ์สีส้มอ่อนเนื้อผ้าบางเบาช่วยขับให้ผิวขาวของนางแลดูสว่างสดใสยิ่งขึ้นหมวยผ้าขึ้นเปิดให้เห็นลำคอระหงเสื้อทับในรัดหน้าอกเผยให้เห็นเนินเนื้อหน้าอกอย่างตั้งใจ
นางนำสุราอาหารมื้อค้ำมาถวายองค์รัชทายาททรงสังเกตกิริยาที่นางพยายามส่งสายตาและรอยยิ้มหวานมาให้พระองค์รวมทั้งชุดบางเบาเปิดเผยเนื้อหนังที่นางตั้งใจสวมใส่มานั้นทำให้เกิดรู้สึกรำคาญสายพระเนตรยิ่งนัก
“ถวายบังคมองค์รัชทายาทเพคะหม่อมฉันหลินไป่ลุ่ยได้รับพระราชเสาวนีย์จากฮองเฮาให้นำอาหารมาถวายเพคะ”
ครั้งแรกที่นางได้พบองค์รัชทายาทก็ให้เกิดความรักอันลึกล้ำองค์รัชทายาทเป็บุรุษที่มีพระพักตร์หล่อเหลาบุคลิกโดดเด่นไม่ว่าสตรีนางใดได้พบต่างก็ต้องตกหลุมรัก
ถึงพระองค์จะไม่ค่อยแย้มสรวลให้ผู้ใดเห็นบ่อยครั้งนักก็ตามนางก็มีความหวังลึกๆว่าจะได้เห็นพระองค์แย้มสรวลกับนางสักครา
“เ้าทำตามรับสั่งเสด็จแม่ฮองเฮาเสร็จแล้วก็ออกไปได้เรา้าอยู่ตามลำพัง”
หลินไป่ลุ่ยเมื่อได้ยินองค์รัชทายาททรงมีรับสั่งไล่ให้นางออกไปนางก็เชิดหน้าขึ้นรอยยิ้มโปรยเสน่ห์เมื่อครู่หายไปในพริบตา
นางใช้สายตาชำเลืองมองไปรอบๆที่ประทับภายในศาลาริมน้ำเห็นขันทีหม่าลี่จ้งเอามือกุมไว้ด้านหน้ายืนสงบนิ่งอยู่ห่างๆด้านหลังองค์รัชทายาทก็ทำให้นางรู้สึกไม่พอใจ
เพราะนางพอจะได้ยินเื่ขันทีคนสนิทผู้นี้เข้าหูอยู่เนืองๆพอได้มาเห็นกับตาถึงได้เข้าใจว่าทำไมองค์รัชทายาทถึงได้ทรงโปรดปรานนัก
ไม่ว่าจะเป็รูปร่างหน้าตาผิวพรรณดูอย่างไรก็เหมือนสตรีหาใช่บุรุษไม่ด้วยอารมณ์หึงหวงนางจึงพูดวาจาที่ไม่เหมาะสมออกไป
“พระองค์ทรงไล่หม่อมฉันให้ออกไปเพราะ้าอยู่ตามลำพังแล้วเหตุใดพระองค์ทรงปล่อยให้ขันทีชั้นต่ำผู้นี้อยู่ค่อยรับใช้เล่าเพคะ”
คำพูดที่หลุดออกจากปากนางอย่างไม่ใช้หัวคิดทำให้องค์รัชทายาททรงตวาดนางเสียงดังขึ้นทันที
“เ้าบังอาจมากเกินไปแล้ว!เรา้าให้ใครอยู่หรือให้ใครไปต้องขออนุญาตจากเ้าอย่างนั้นหรือ?”
หลินไป่ลุ่ยเมื่อรู้ตัวว่าตนเองพูดไม่คิดก็รีบคุกเข่าก้มศีรษะลงกับพื้น
“หม่อมฉันมิกล้าเพคะโปรดทรงอภัยให้หม่อมฉันด้วย”
องค์รัชทายาททรงลุกขึ้นจากเก้าอี้เสด็จไปยืนอยู่ตรงหน้าหลินไป่ลุ่ยใช้พระหัตถ์กระชากตัวนางลอยขึ้นจากพื้น
แล้วกระชากคอเสื้อของนางทรงเงื้อมพระหัตถ์กำลังจะตบไปที่ใบหน้าของหลินไป่ลุ่ยขันทีหม่าก็ะโเข้ามาขว้างพระหัตถ์ไว้ได้ทัน
“ขันทีหม่าลี่จ้งเ้ามาห้ามเราไว้ทำไมนางพูดจาดูถูกเ้า...เ้าเองก็ได้ยินแล้วไม่ใช่หรือวันนี้เราจะสั่งสอนให้นางรู้จักมารยาทใครสูงใครต่ำให้นางได้ลิ้มรสความต้อยต่ำของนางเอาไว้เสียบ้างที่บังอาจมาสงสัยคำสั่งของเรา”
ขันทีหม่าลี่จ้งจับพระหัตถ์องค์รัชทายาทไว้แน่นไม่ยอมปล่อยพลางกะพริบตาสายหน้าเป็สัญญาณพร้อมกับพูดเตือนสติออกไปว่า
“ขอพระองค์โปรดคลายโทสะด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ”องค์รัชทายาทใช้พระหัตถ์ที่จับคอเสื้อผลักนางให้ล้มลงไปกองกับพื้น
“ครั้งนี้เราจะไม่ถือสาหาความกับเ้า ถ้าครั้งหน้าเ้ากล้าพูดไม่คิดอีกเราจะลงโทษเ้าสถานหนัก!!”
หลินไป่ลุ่ยมีน้ำตาหนองเต็มใบหน้าตัวสั่นงันงกด้วยความหวาดกลัวนางกล่าวออกมาด้วยเสียงอันสั่นเทา“ขอบพระทัยที่ทรงเมตตาไว้ชีวิตหม่อมฉันเพคะ”
หลินไป่ลุ่ยและเหล่านางกำนัลรีบก้าวเท้ายกขบวนพากันออกมาจากที่นั่นอย่างรวดเร็วด้วยเกรงว่าองค์รัชทายาทจะทรงเปลี่ยนพระทัย
“เ้าเห็นหรือไม่ว่าชุดที่นางใส่มานั้นตั้งใจจะมายั่วยวนเราชัดๆ!!ขนาดหญิงในหอคณิกายังไม่กล้าใส่แต่นางกลับกล้าใส่ชุดเช่นนี้ออกมาเดินผ่านหน้าทหารเฝ้าเวรยามนางชั่งไร้ยางอายสิ้นดี”
ขันทีหม่าลี่จ้งเดินเข้ามายกเหยือกสุราเทถวายให้อย่างเอาใจ
“ทรงพระทัยเย็นลงก่อนเทอญพ่ะย่ะค่ะเหตุการณ์ในวันนี้ไม่อาจหลบซ่อนสายตาผู้คนพรุ่งนี้ทุกคนจะพากันกล่าวถึงว่านางไร้คุณธรรมอันดีของสตรี
ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งพระชายาเอกขององค์รัชทายาทการปฏิบัติตัวของนางที่ไม่เหมาะสมนี้กระหม่อมกลับเห็นว่าเป็ผลดีกับพระองค์มากกว่านะพ่ะย่ะค่ะ”
คำอธิบายกราบทูลของขันทีหม่านี้ทำให้องค์รัชทายาททรงแย้มพระสรวลมองหน้าขันทีหนุ่มอย่างคนรู้ใจ
“เ้านี่ชั่งมองสถานการณ์ได้ทะลุปรุโปร่งเสียจริงพรุ่งนี้เราจะฉวยโอกาสเอาเื่ในวันนี้ไปขอเข้าเฝ้าเสด็จแม่ฮองเฮาให้นางเป็ชายารองดูสิว่าพระองค์จะมีคำแก้ตัวใดแทนนางได้อีก”
บุรุษทั้งสองยิ้มให้กันด้วยไมตรีจิตฉันสหายรู้ใจกับแผนการที่เป็ไปได้สมดังใจปรารถนา“ทรงพระปรีชาพ่ะย่ะค่ะ”
ข่าวที่หลินไป่ลุ่ยทำเื่เสื่อมเสียจนถูกองค์รัชทายาทไล่ออกมาจากตำหนักบูรพาถูกกระจายไปทั่วพระราชวังไม่เว้นแม้แต่ฮ่องเต้ที่ประทับอยู่ที่ตำหนักของหยางกุ๋ยเฟยก็ยังทรงทราบข่าวเดิมทีพระองค์ก็ไม่อยากจะเข้าไปยุ่งเื่ของวังหลัง
แต่ก็ทรงอดไม่ได้จึงเสด็จไปที่ตำหนักหย่งอันทรงตรัสต่อว่าอย่างไม่ไว้หน้ากับฮองเฮา
“หลินฮองเฮาที่ผ่านมาเ้าจะทำสิ่งใดเราไม่เคยกล่าวโทษแต่เื่นี้เกี่ยวพันถึงเกียรติยศชื่อเสียงขององค์รัชทายาทเ้าควรระมัดระวังให้มากถึงนางจะเป็ญาติสนิทแต่ถ้านางมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเช่นนี้เราเห็นว่าควรส่งนางออกจากวังไปซะ”
แต่ไหนแต่ไรมาฮองเฮาก็ไม่เคยเกรงกลัวฮ่องเต้อยู่แล้วนางจึงสวนกลับทันที
“เื่ในวังหลังแห่งนี้พระองค์ทรงลืมไปแล้วหรือเพคะว่าทรงมอบอำนาจให้หม่อมฉันเป็ผู้จัดการทั้งหมดหม่อมฉันคิดว่าเื่เล็กน้อยเช่นนี้พระองค์ไม่ควรลดพระองค์มาช่วยตัดสินแทนหม่อมฉันนะเพคะ”
ฮ่องเต้ถึงจะไม่พอพระทัยแต่ก็ไม่อยากจะทะเลาะด้วยพระองค์จึงสะบัดแขนเสื้ออย่างแรงหันพระวรกายเดินออกจากตำหนักอย่างเต็มกลืนหลังจากที่ฮ่องเต้เสด็จกลับไปไม่นานองค์รัชทายาทก็เสด็จมาขอเข้าเฝ้าฮองเฮา
ฮองเฮาทรงอนุญาตให้เข้าเฝ้าได้เพราะพระนางทรงรู้ดีว่าไม่อาจหลบเลี่ยงองค์รัชทายาทจากเื่นี้ไปได้
องค์รัชทายาทมีสายรายงานอย่างฉับไวว่าเมื่อเช้าฮ่องเต้เสด็จมาที่ตำหนักหย่งอันทำให้พระองค์ทรงยิ่งมั่นใจว่าวันนี้พระองค์จะต้องเป็ฝ่ายได้เปรียบฮองเฮาอย่างไม่ต้องสงสัย
“ลูกถวายบังคมเสด็จแม่พ่ะย่ะค่ะ”
“องค์รัชทายาทเสด็จมากะทันหันไม่ทราบว่ามีเื่ด่วนอะไรหรือเพคะ”พระนางยังคงเสแสร้งทำเฉไฉไม่รู้เื่ตามอุปนิสัยเดิมของพระนาง
มีหรือที่องค์รัชทายาทจะทรงรู้ไม่เท่าทันพระนางถึงเสด็จพ่อจะทรงตรัสไล่หลินไป่ลุ่ยออกจากวังแต่พระองค์ก็ไม่สามารถทำตามรับสั่งได้เพราะทรงรู้ดีว่าอย่างไรเสียฮองเฮาก็ไม่มีทางยอมเสียพระพักตร์เป็แน่พระองค์จำต้องกระทำการตามแผนเดิมต่อไป
“เมื่อวานลูกทำเสียมารยาทกับคนของเสด็จแม่เมื่อลูกคิดถึงความลำบากใจของเสด็จแม่ลูกจึงรีบมาทูลขอพระราชทานอภัยจากเสด็จแม่พ่ะย่ะค่ะ”
ฮองเฮาแอบดีพระทัยอยู่ในใจที่องค์รัชทายาทไม่ได้มีท่าทีแข็งข้อใส่พระนางอย่างที่แล้วๆมาดูๆ ไปแล้วพระนามอาจจะยังพอมีโอกาสเกลี้ยกล่อมองค์รัชทายาทให้ทรงคล้อยตามพระนางได้อยู่บ้าง
“ลูกหมายถึงเื่หลินไป่ลุ่ยใช่หรือไม่?”
“ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“เื่เข้าใจผิดกันเล็กน้อยไม่เห็นพระองค์ต้องเก็บเอาไปใส่พระทัยเลยเพคะแม่เองก็ได้กล่าวตักเตือนนางไปแล้วต่อไปแม่จะอบรมนางให้ดีแม่จะไม่ให้ปล่อยให้นางไปพูดจาเหลวไหลเช่นนั้นอีก”
“ลูกเชื่อมั่นว่าเสด็จแม่ทรงอบรมนางได้แน่พ่ะย่ะค่ะแต่ที่ลูกร้อนใจก็คือเหล่าขุนนางพากันติฉินนินทาว่าหลินไป่ลุ่ยนั้นไม่เหมาะจะเป็พระชายา
ด้วยนางขาดคุณธรรมของสตรีอีกทั้งยังทูลเสด็จพ่อว่าพระชายาของลูกในอนาคตจำต้องพิจารณาถึงความมั่นคงของแผ่นดินเป็หลักพ่ะย่ะค่ะ”
ฮองเฮาได้ยินดังนั้นถึงกับทรงประทับไม่อยู่ลุกขึ้นยืนเดินไปมาจนเสียอาการพระนางเริ่มร้อนพระทัยขึ้นมาทันทีเหตุใดเื่ถึงได้บานปลายออกไปเร็วขนาดนี้แล้วพระนางจะทรงทำเช่นไรดีกันเล่า
“แล้วองค์รัชทายาทมีความเห็นกับเื่นี้อย่างไรเพคะ”
“ลูกทราบซึ่งถึงพระเมตตาที่เสด็จแม่มีต่อลูกแต่ลูกก็ไม่อาจทัดทานเสียงคัดค้านจากเหล่าขุนนางได้พ่ะย่ะค่ะเอาเช่นนี้ดีหรือไม่? เพื่อให้เสด็จแม่ทรงวางพระทัยลูกจะรับหลินไป่ลุ่ยมาเป็พระชายารองดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อเื่มาถึงขั้นนี้แล้วพระนางจะทรงทำเช่นไรได้อย่างไรเสียก็ดีกว่าที่จะต้องมาเสียหน้าเสื่อมเสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูลองค์รัชทายาทคิดแทนพระนางได้รอบคอบถี่ถ้วนดีแล้วหนทางนี้ส่งผลดีกับพระนางมากกว่าผลเสีย
“ขอบพระทัยองค์รัชทายาทที่ทรงคิดหาทางออกที่ดีให้กับทุกฝ่ายทรงพระปรีชาเพคะ”
**********************************
อ่อยไม่ดูตาม้าตาเรือสมน้ำหน้าฮ่าๆๆ
อ่านแล้วชอบช่วยกดหัวใจ เป็นกำลังให้นักเขียนด้วยนะจ๊ะ ขอบคุณคะ นามปากกา K.P.STOMebook วางจำหน่ายแล้วนะคะ https://www.mebmarket.com/ebook-239246-