อวิ๋นเซียวที่ไม่ทันฟังคำพูดน้องสาวให้กระจ่าง ก็รีบวางไม้ไผ่ในมือลงและรีบวิ่งไปยังชายป่าตามทิศทางที่น้องสาวชี้ไปด้วยความร้อนใจ เขาไม่น่าปล่อยให้นางกับน้องสาวเข้าป่าไปกันตามลำพังเลย หากเกิดอะไรขึ้นกับนางเขาเองคงไม่มีหน้าไปพบท่านพ่อตาท่านแม่ยาย ไหนจะครอบครัวท่านยายเหลียนและน้องๆของนางอีก
อวิ๋นเฟยที่ยืนอ้าปากค้างมองตามหลังพี่ชายที่รีบวิ่งออกไปทั้งที่นางยังไม่ทันได้พูดจบ ก็ได้แต่ส่ายหน้าในความใจร้อนและร้อนใจของผู้เป็พี่ชาย แต่นางก็สามารถเข้าใจได้ั้แ่พวกนางสามพี่น้องโดนบีบบังคับให้ต้องออกมาจากบ้านสายหลัก
พี่ชายนางคิดอยู่เสมอว่าเขาจะไม่สามารถแต่งภรรยาเข้าบ้านได้ คงไม่มีใครอยากจะยกลุกสาวให้เขาเขาที่มีฐานะยากจนแต่ในเมื่อเขามีโอกาสได้แต่งภรรยาเข้ามาแล้ว
เขาย่อมต้องรักและเป็ห่วงพี่สะใภ้มากด้วยรูปโฉมของพี่สะใภ้เองก็งดงามออกปานนั้น อีกทั้งพี่สะใภ้ยังรูปร่างบอบบางน่าทะนุถนอมขนาดนี้หากนางเป็พี่ชายก็คงต้องร้อนใจไม่ต่างกัน
อวิ๋นเซียววิ่งมาด้วยความเร็วด้วยความร้อนใจไม่นานเขามาถึงชายป่าพี่มีภรรยาและน้องชายรออยู่ เขาวิ่งมาก็พบว่าภรรยาของตัวเองนอนอยู่ข้างๆหมู่ป่าตัวใหญ่เขาใจนหน้าไม่ไม่มีสีเื
“ภรรยาเ้าเป็อะไร เ้าโดนหมูป่าทำร้ายเอาใช่หรือไม่ เ้าเจ็บตรงไหนบอกข้ามา อาซวนเ้ารีบกลับบ้านแล้วไปตามท่านหมอหยูมาข้าจะอุ้มพี่สะใภ้เ้าตามไป”
“ตามหมอ ตามทำไมหรือขอรับพี่ใหญ่” อวิ๋นซวนที่นั่งอยู่ถามพี่ชายด้วยความไม่เข้าใจ
“เ้ายังจะถามอีกหรือไม่ใช่ว่าพี่สะใภ้เ้าได้รับาเ็หรือไร รีบๆไปได้แล้ว”
เว่ยขื้อโหยวที่กำลังจะหลับก็ลืมตาขึ้นมาด้วยความเหนื่อยอ่อนและรีบบอกสามีของนางว่านางไม่ได้เป็อันใด เพียงแต่ใและเหนื่อยเพียงเท่านั้นก่อนที่สามีของนางจะโวยวายและคิดไปไกลกว่านี้
“เดี๋ยวๆ ท่านพี่ ข้าไม่ได้เป็อันใดเ้าค่ะ ข้าแค่เหนื่อยและใเพียงเท่านั้น อีกอย่างข้าเองเพิ่งจะหายป่วยร่างกายข้าจึงยังไม่แข็งแรงทำให้เหนื่อยง่ายถึงได้มานอนหมดแรงอยู่ตรงนี้เช่นไรเ้าคะ”
“ภรรยาเ้าแน่ใจนะว่าไม่ได้รับาเ็ หากเ้ารู้สึกไม่สบายตรงไหนเ้าต้องบอกข้านะ”
“ข้าไม่ได้เป็อันใดจริงๆเ้าค่ะ ท่านพี่วางใจได้ ”
“แล้วหมูป่าตัวใหญ่ขนาดนี้มาได้อย่างไร ใช่พวกเ้าเข้าป่าลึกไปใช่หรือไม่ ”
“เปล่านะเ้าคะท่านพี่ พวกข้าเพียงแค่เก็บผักป่าอยู่ดีๆ เ้าหมูนี่ก็วิ่งมาทางพวกข้าเหมือนมันจะหนีอะไรมาสักอย่าง พวกข้าเองก็ใจึงได้พากันวิ่งไปหลบอยู่หลังกินก้อนใหญ่ แต่ใครจะไปรู้เล่าว่าเ้าหมูป่าตัวนี้มันจะหลับหูหลับตาวิ่งขนาดนี้ มันวิ่งชนก้อนหินที่พวกข้าหลบอยู่ตายเ้าค่ะ ด้วยความใข้ากลัวว่าจะมีสัตว์ป่าดุร้ายตามกลิ่นเืมาอีกทั้งข้ากับน้องๆเสียดายหมูป่าข้าเลยแบกมาด้วยเ้าค่ะ พอคิดว่าออกมาพ้นจากอันตรายแล้วข้าเลยหมดแรงแบกต่อไม่ไหวแล้วเลยให้อาเฟยไปตามท่านพี่มาช่วยเ้าค่ะ”
“ภรรยา เ้าทำข้าใจะตายแล้วหมูป่าตัวใหญ่ขนาดนี้เ้าเอาแรงที่ไหนแบกมากัน ทีหลังอย่าทำเช่นนี้อีก มันอันตรายรู้หรือไม่ หากเ้าแบกออกมาไม่พ้นป่าเล่าจะทำเช่นใดหากสัตว์ป่าดุร้ายตามกลิ่นเืมาจะทำอย่างไร ถึงจะเสียดายแต่เมื่อจำเป็ต้องรักษาชีวิตก็ย่อมต้องทิ้งไปเข้าใจหรือไม่”
“ข้าเข้าใจแล้วเ้าค่ะ ต่อไปข้าจะไม่ทำอีกแล้ว เรารีบกลับบ้านเถอะเ้าค่ะ ข้าหิวมากเลยตอนนี้ ”
อวิ๋นเซียวแบกหมูป่าเดินนำหน้าภรรยาและน้องสาวกลับบ้านไปทันที เมื่อกลับมาถึงบ้านเขานำหมูป่าไปวางเอาไว้ที่ลานหลังบ้านจากนั้นจึงได้ย้อนกลับไปขนไม้ไผ่ลงมาจนไม้ไผ่ที่ตัดเอาไว้หมดเขาถึงได้มาทำความสะอาดหมูและเตรียมแบ่งไปให้บ้านพ่อตาแม่ยายครึ่งตัวตามที่ภรรยาของเขา้า
เว่ยจื้อโหยวคิดจะไปจับกุ้งและปูมาทำอาหารนางจึงชวนน้องชายน้องสาวไปที่ลำธารหลังบ้านทันทีและบอกให้สามีนำหมูอีกครึ่งตัวส่งไปที่บ้านท่านยายของนาง
“ท่านพี่ข้าจะไปลำธารหลังบ้านกับน้องๆหากว่าท่านทำความสะอาดหมูเสร็จแล้วรบกวนท่านช่วยนำไปให้ที่บ้านท่านยายด้วยนะเ้าคะ ”
“ได้เ้าไปเถอะระวังตัวด้วยเล่า ”
“เ้าค่ะ พวกเราเองก็ไปกันเถอะ อาซวนเอาจอบไปด้วยนะ ส่วนอาเฟยเอาตะกร้าตาถี่ไปด้วย”
“ขอรับพี่สะใภ้”
เ้าค่ะพี่สะใภ้"
คล้อยหลังภรรยาและน้องชายน้องสาวเดินออกจากบ้านไปอวิ๋นเซียวรีบทำความสะอาดหมูอย่างว่องไวจากนั้นเขานำเนื้อหมูเข้าไปเห็บเอาไว้ภายในห้องครัวก่อนที่จะนำเนื้อหมูป่าที่แบ่งเอาไว้อีกครึ่งเดินมุ่งหน้าไปยังบ้านพ่อตาแม่ยายทันที
ใช้เวลาไม่ถึง 2 เค่อ เขาก็มาหยุดอยู่หน้าบ้านเหลียนแล้ว อวิ๋นมองเข้าไปในบ้านก็ไม่พบใครสักคนเขาจึงได้ะโเรียกอยู่หน้าบ้าน
“ท่านยายเหลียน ท่านตาเหลียน ท่านพ่อตา ท่านแม่ยายมีใครอยู่หรือไม่ขอรับ”
แม่เฒ่าเหลียนที่วันนี้อยู่บ้านไม่ได้ออกไปที่แปลงนากับคนอื่น เพราะที่ดินทำกินของพวกเขามีไม่มากนัก ตอนนี้มีลูกสาวลูกเขยมาช่วยแบ่งเบาภาระนางและสามีจึงไม่จำเป็ต้องไปทำงานในแปลงนา นางเพียงแต่พาหลานๆดูแลแปลงผักเล็กๆหลังบ้านเท่านั้น
เมื่อนางได้ยินเสียงเรียกอยู่หน้าบ้านเหมือนจะเป็หลานเขยของนางเรียกอยู่หน้าบ้าน แม่เฒ่าจึงรีบเดินออกมาหน้าบ้านทันที
“อาเซียวมีอันใดหรือ มีอะไรให้ชายช่วยหรือไม่”
“ไม่มีขอรับ ภรรยาให้ข้าเอาเนื้อหมูป่ามามาให้ขอรับ ”
“เช่นนั้นรึ เช่นนั้นก็ช่วยเอาไปเก็บไว้ในห้องครัวให้ยายทีนะ พวกเ้าผัวเมียไม่เห็นจะต้องเอามาให้ที่บ้านเลย เหตุใดไม่นำไปขายในอำเภอเสียล่ะ”
“เป็ความตั้งใจของภรรยาที่อยากจะแสดงความกตัญญูขอรับ ท่านยายไม่ต้องคิดมากนะขอรับ เช่นนั้นข้าขอตัวกลับก่อนยังต้องไปช่วยภรรยาทำงานอีก”
“เช่นนั้นก็ไปเถอะขอบใจสำหรับเนื้อหมูนะ เอาไว้พรุ่งนี้พ่อตาแม่ยายรวมถึงพวกเราบ้านเหลียนทุกคนจะไปช่วยพวกเ้าล้อมรั้วนะ”
“ขอรับท่านยาย เช่นนั้นข้าลาล่ะขอรับ”
หลังจากหลานเขยกลับไปแล้วแม่เฒ่าเหลียนก็หันหลังกลับเข้าไปในบ้านทันทีโดยที่ไม่เห็นว่ามีสายตาคู่หนึ่งมองมาที่นางด้วยความเคียดแค้นใจ
เฉียนเสี่ยวหลิน ลูกสาวบ้านตระกูลเฉียนที่อยู่ข้างบ้านแม่เฒ่าเหลียน มองมายังแม่เฒ่าด้วยสายตาเคียดแค้นชิงชัง สาเหตุมาขากแม่เฒ่าเหลียนยกหลานสาวให้แต่งงานกับอวิ๋นเซียวตัดหน้านาง
นางหลงรักอวิ๋นเซียวมานานเฝ้ามองเขาอยู่ตลอดเวลา ถึงแม้ว่าพ่อแม่ของนางจะไม่ยินยอมให้นางแต่งไปเป็ภรรยาของเขาแต่นางยังหวังว่าสักวันพ่อแม่ของนางจะใจอ่อนยอมให้นางแต่งงานกับเขา
แต่ความหวังของนางกลับต้องมาพังลงอย่างไม่เป็ท่า เมื่อครอบครัวลูกสาวของแม่เฒ่าเหลียนกลับมาอยู่ที่หมู่บ้านต้าลี่แห่งนี้ ย้ายกลับมาอยู่ไม่เท่าไหร่ทำไมแม่เฒ่าน่าตายนี่ถึงได้ยกหลานสาวให้แต่งเข้าบ้านของชายหนุ่มที่นางหมายปองด้วยเพราะเื่นี้เฉียนเสี่ยวหลินจึงได้จงเกลียดจงชังต่อบ้านสกุลเหลียน
เว่ยจื้อโหยวไม่ได้รับรู้ความเกลียดชังที่มีต่อบ้านเดิมของนาง นางยังคงพาน้องชายน้องสาวทั้งสอง เดินมุ่งหน้าเพื่อไปจับกุ้งและปูมาทำอาหารเพื่อเติมเต็มความหิวโหยของนาง
“พี่สะใภ้ถึงแล้วขอรับ”
“อาซวนเอาจอบมาให้ข้า ข้าจะลองทำกับดักปลาตามที่ข้าเคยเห็นในตำราเมื่อครั้งที่ข้าเข้าไปในเมืองกับท่านพ่อเมื่อตอนที่ยังไม่ได้ย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้ ”
“ได้ขอรับ แล้วมันจะได้ผลหรือไม่ขอรับ”
"ข้าเองก็ไม่แน่ใจพวกเราทำได้แค่ลองดูเท่านั้น"
จากนั้นนางก็ขุดหลุมเอาไว้ข้างลำธารและนำโคลนมาป้ายตามก้นหลุมพร้อมทั้งใบไม้ที่กำลังจะเน่าเปื่อย จากนั้นนางก็ปล่อยน้ำจากลำธารให้ไหลมาตามทางน้ำเล็กๆที่นางขุดเอาไว้ เพื่อให้น้ำได้ไหลมาที่หลุมกับดักของนาง เมื่อขุดเสร็จแล้ว 1หลุม นางยังขุดเพิ่มอีก 3หลุมด้วยกัน จากนั้นก็หาใบไม้และกิ่งไม้วางทับบนปากหลุมด้วย
“เอาล่ะ ขุดแค่ 4หลุมก่อนหากว่ามันได้ผลเราจะมาขุดเพิ่มเพื่อจับปลาไปขายในเมือง ตอนนี้เราไปช่วยกันจับปูและกุ้งก่อนจะได้รีบกลับไปทำอาหาร"
“ได้เลยขอรับ พี่สะใภ้วางใจได้ข้าจะจับกุ้งและปูให้พี่สะใภ้เยอะๆเลยขอรับ”
“รีบๆจับเถอะอาซวน เ้ามัวแต่คุยโวอยู่นั่นล่ะ ”
“พี่รองล่ะก็ ข้าไม่ได้คุยโวนะขอรับ”
จากนั้นทั้งสามคนก็ลงไปในลำธารและช่วยกันจับปูและกุ้งใส่ตะกร้าที่เตรียมมา โดยที่แยกปูและกุ้งออกคนละตะกร้าเพื่อป้องกันไม่ให้ปูหนีบกุ้งจนตาย หากกุ้งตายแล้วจะไม่สดและรสชาติไม่อร่อยจื้อโหยวจึงให้น้องทั้งสองคนเตรียมมาสองตะกร้า
หลังจากที่ช่วยกันจับกุ้งจนได้เต็มตะกร้าแล้ว และได้ปูมาจนเกือบเต็มตะกร้าเว่ยจื้อโหยวจึงพาเด็กทั้งสองคนเดินกลับบ้าน ไปทำอาหารค่ำ
“เราจับมาเยอะขนาดนี้เราจะกินหมดหรือเ้าคะพี่สะใภ้”
“ไม่หมดไม่เป็ไรเราขังใส่ไหดินเผาเอาไว้ก่อน พรุ่งนี้เราค่อยนำมาทำกับข้าวอีกยังได้เ้าไม่ต้องเป็ห่วงว่าจะกินไม่หมดหรอกนะ”
“เ้าค่ะพี่สะใภ้ แล้วจะทำอะไรกินหรือเ้าคะ เปลือกแข็งถึงเพียงนี้"
“เ้าช่วยติดไฟที่เตาให้ข้าทีอาซวน ส่วนอาเฟยมาช่วยข้าล้างกุ้ง กับปู”
หลังจากแบ่งงานกันแล้ว ทั้งสามคนก็รีบทำหน้าที่ของตัวเอง หลังจากที่อวิ๋นเซียวกลับมาจากการเอาเนื้อหมูไปให้บ้านพ่อตาแม่ยาย เขาก็กลับขึ้นเขาไปตัดไม้ไผ่ต่อทันที
จากเครื่องปรุงที่มีอยู่ในบ้านตอนนี้ คงทำได้แค่กุ้งคั่วเกลือ และน้ำแกงปูเท่านั้นนางลืมแวะดูกับดักปลาไปเสียสนิทเลย หากได้ปลามาทำน้ำแกงสักตัวก็คงดีไม่น้อย
หลังจากนั้นนางจัดการหุงข้าวและทำกับข้าวในอีกเตาข้างๆโดยีสายตาของสองพี่น้องมองดูอยู่ไม่ห่าง เวลาผ่านไปไม่นานกลิ่นหอมของกุ้งคั่วเกลือที่ลอยออกมาทำให้พวกเขาหิวข้าวมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ น้ำแกงปูที่พี่สะใภ้ทำก็หอมมากเช่นเดียวกัน
“หอมมากเลยขอรับ ข้าไม่คิดว่ากุ้งกับปูจะสามารถนำมาทำอาหารได้น่ากินขนาดนี้ แถมเนื้อยังหวานมากๆเลย พี่ใหญ่ต้องชอบแน่ๆเลยขอรับ ว่าแต่ว่าพี่ใหญ่หายไปไหนหรือว่าขึ้นเขาไปตัดไม้ไผ่ต่อ”
“น่าจะไปตัดไม้ไผ่นั่นล่ะอีกเดี๋ยวก็คงกลับมา ส่วนเนื้อหมูพวกนี้คงต้องแบ่งไปทำเนื้อหมูตากแห้งเก็บเอาไว้กินส่วนขาหมูหมักเกลือแล้วนำไปทำขาหมูรมควันจะดีกว่า พวกเ้าว่าดีหรือไม่”
“ดีขอรับ พี่สะใภ้”
“เช่นนั้นพวกเ้าไปอาบน้ำรอพี่ใหญ่ของพวกเ้ากลับมาก่อนแล้วจะได้กินข้าวพร้อมกัน”
ไม่นานอวิ๋นเซียวก็กลับมาจากป่าไผ่พร้อมกับเสียงเคาะสัญญาณของหัวหน้าหมู่บ้านเพื่อเรียกรวมลูกบ้านให้ไปประชุมพร้อมกันที่ลานหน้าศาลบรรพชนของหมู่บ้าน เมื่อชายหนุ่มได้ยินเสียงสัญญาณนี้เขาสู้สึกไม่ดีเป็อย่างมากไม่รู้จะมีเื่อันใดอีก หรือว่าจะเป็เื่การเกณฑ์ชาวบ้านให้ไปเป็ทหาร เขาได้แต่หวังว่ามันคงไม่ใช่อย่างที่เขาคิด