ครูบาช้างผู้เจนจัดในศาสตร์คชเวท เริ่มนั่งไม่ติดบนหลังพลาย ทรวงอกสั่นสะท้านด้วยลางร้าย ท่านรีบไสช้างเข้าประชิดข้างเจ้ามหาชีวิต พลางกระซิบเสียงต่ำด้วยความตื่นตระหนก
"พระบาทเจ้า...ป่านี้มีบางสิ่งผิดแผกไปพระเจ้าข้า หมอกพรรณนี้มิใช่หมอกเมืองคน แต่มันคือหมอกบังบด เส้นทางข้างหน้าแลมืดมิดนัก เห็นทีข้าพเจ้าต้องขอพระราชทานอภัย ให้พระองค์ ทรงมีคำสั่งให้ถอยช้างกลับไปตั้งหลักที่ตีนเขาดังเดิมพระเจ้าข้า"
ขุนหลวงอินทร์ถวายทรงขมวดคิ้วนิ่งงัน สายพระเนตรคมกล้ากวาดมองไปรอบกายเพียงครู่ ก่อนจะทรงพยักหน้ายินยอม ด้วยสัญชาตญาณนักรบป่านี้แปลกจริง แต่เมื่อครูบาช้างให้สัญญาณกลับลำช้าง สิ่งที่ไม่คาดฝันก็บังเกิดขึ้น!
ป่าที่เพิ่งเดินผ่านมาเพียงชั่วครู่ กลับอันตรธานหายไปจนสิ้น! เบื้องหลังที่ควรจะเป็นป่าโปร่ง กลับกลายเป็นหน้าผาสูงชันแลรกทึบหนาตาไปด้วยเถาวัลย์พันเกี่ยว หมอกสีหม่นเริ่มม้วนตัวหนาขึ้นจนมองไม่เห็นแม้แต่หางช้างตัวที่อยู่ถัดออกไป
"นี่มันมิใช่ทางเดิม!" เสียงพญาพรหมเสกตะโกนก้อง มือทั้งสองคว้าจับดาบคู่ออกจากฝักตั้งท่ารับมือ
ขุนหลวงอินทร์ถวายทรงเหยียดรอยยิ้มเย็นที่มุมปาก แม้ในใจจะรู้ซึ้งถึงภยันตราย ทรงตบที่หัวเจ้ากบูรเบา ๆ อย่างปลอบโยน ด้วยช้างทรงคู่พระทัยบัดนี้เริ่มส่งเสียงโกญจนาทขึ้นมาด้วยหวาดกลัว
"หึ...มิน่าเล่า ไอ้พรานกะเหรี่ยงนั่นถึงหน้าซีดเผือดราวกับคนเห็นผี ที่แท้มันมิได้นำกูมาหาโขลงช้าง แต่มันพาเจ้าชีวิตอย่างกูมาสังเวยผีป่าผีไพร"
พระองค์ทรงสำนึกได้ทันทีว่าอาถรรพ์ที่เผชิญอยู่มิใช่เรื่องธรรมชาติ หากแต่เป็นเวทมนตร์กลบังตา ที่ลงไว้อย่างหนาแน่น ขุนหลวงทรงยกพระหัตถ์ขึ้นลูบประคำอวโลหะมงคลที่คล้องพระศอ ก่อนจะตรัสด้วยสุรเสียงทรงพลัง
"คิดจะขังกูแลพวกพ้องไว้ในเมืองนิมิตนี้ฤา...ก็ลองดู ว่าอาคมของพวกมึง กับบารมีของกู ผู้เป็นเจ้ามหาชีวิตแห่งสุวรรณโคมคำ สิ่งใดมันจะขลังมากกว่ากัน!"
อากาศรอบกายพลันหนักอึ้ง ราวกับถูกกดทับด้วยอำนาจที่มองไม่เห็น ขุนหลวงอินทร์ถวายทรงขยับวรกายอย่างมั่นคง ทรงวาดพระบาทข้ามคอเจ้ากบูร ไต่ลงจากหลังของมันอย่างคล่องตัว ทันทีที่ฝ่าพระบาทสัมผัสถึงพื้นดิน แผ่นดินรอบกายกลับสั่นสะเทือนราวกับตอบรับการมาถึงของผู้มากบารมี
พระองค์ทรงทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง หยิบเอาเศษฝุ่นดินขึ้นมาบริกรรมคาถา สุรเสียงที่เปล่งออกมานั้นทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง ประหนึ่งเสียงฟ้าร้องที่โหมพัดกระพืออยู่ภายในทรวงอก ดวงพระเนตรปิดสนิท ทรงร่ายมนต์นวหรคุณเปิดไพร เพื่อตัดขาดมายาที่ปิดกั้นเส้นทางไว้
“โอม...สิทธิชัยยะ สิทธิโอมอ่าน...ตังหลายฝูงผี ตังผีถ้ำ ผีป่า ผีพง ผีดงหนา ตังพญาแถนแลเจ้าที่เจ้าแดน...อั๋นตั๋วข้านี้เป๋นเจ้ามหาชีวิต เสวยเมืองสุวรรณโคมคำ มีบุญสมปานอันยิ่งใหญ่...บัดนี้กูจักขอเปิดป่า ปล่อยตาง (ทาง) หื้อข่ายมนต์ดำอันกึ่งกั้งจงวินาสสันตุ...สิทธิสวาหะ โอมปิ ปิด ปัด กวาดหื้อแจ้ง ผ่าหื้อใส!”
สิ้นคำร่ายมนต์ ประกายแสงสีทองอ่อน ๆ วาบขึ้นจากรอยพระหัตถ์ที่สัมผัสตบลงบนพื้นดิน มวลหมอกสีเทาหม่นที่เคยม้วนตัวหนาทึบ พลันแตกกระจายออกไป ราวกับถูกดาบที่มองไม่เห็นฟาดฟันใส่ จนเปิดอ้ากางออก เส้นทางเดินเดิมที่เคยหายไป พลันปรากฏขึ้นเพียงชั่วลัดนิ้วมือ ขุนหลวงอินทร์ถวายทรงผุดลุกขึ้นยืน แววตาคมกล้าตวัดมองไปที่พญาพรหมเสก
“พรหมเสก! มึงจงเร่งพาครูบาแลหมอช้าง ออกไปเสียบัดเดี๋ยวนี้!” พระองค์ออกคำสั่งด้วยสุรเสียงเฉียบขาด “อาคมนี้มันจ้องทำลายขวัญกำลังพล ครูบาช้างและพวกหมอช้าง ต้องพ้นจากข่ายมนต์ดำนี้ก่อนที่มันจะรัดตัวปิดคืนเข้าอีกครา ไป…จงเร่งพากันออกไปบัดเดี๋ยวนี้…”
พญาพรหมเสกที่สัมผัสได้ถึงจิตสังหรณ์เตือนภัยมาตั้งแต่หัวค่ำ มิรอช้า…ทรงไสเจ้าพลายชัยศึกนำขบวนครูบาช้างและเหล่าหมอช้างที่กำลังตื่นตระหนก ให้เร่งรุดออกไปจากแนวกระแสอาคมที่กำลังปั่นป่วน แต่ในขณะที่แล่นช้างผ่านไปนั้น พญาพรหมเสกกลับชะงัก ด้วยความเป็นห่วงอาลัยในตัวพี่ชาย ทรงหันกลับมาตะโกนสั่งนายทหารคู่พระทัย
“หมื่นมั่งอิง มึงรีบพาทุกคนออกไป ส่วนมึงไอ้พันแก้วลูน! มึงแลทหารส่วนนี้อยู่ใกล้ชิดเจ้ามหาชีวิตไว้ อย่าให้คลาดสายตาแม้แต่กึ่งย่างก้าว อารักขาพระองค์ท่านด้วยชีวิตของพวกมึงแทนกู!”
ไอ้พันแก้วลูนที่กำลังเร่งฝีเท้าเดินตาม หยุดชะงักในทันที มันคุกเข่าลงพนมมือขึ้นถวายบังคมเหนือหัว น้อมรับคำสั่งของผู้เป็นนาย มันมองก้นของเจ้าชัยศึกพาเจ้าเหนือหัวของมันเดินหลุดออกจากข่ายมนต์ไป แม้นครั้งนี้อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่จักได้เห็นพระองค์ก็ตาม แล้วเร่งหันหลังกลับไปยืนประกบเท้าของเจ้ากบูรเอาไว้ อารักขาคนด้านบนด้วยชีวิต
พญาพรหมเสกหันหลังกลับไปมองเจ้ามหาชีวิต แลทหารของตนที่ต้องติดรั้งท้ายอยู่หลังขบวน ด้วยจำต้องนำพาคนหมู่มากออกไปก่อนตามรับสั่ง แลตนนั้นยังมีการสำคัญ ที่จักต้องนำกำลังพลอันน้อยนิด ไปสบทบด้วยเจ้ามาลา เพื่อมุ่งหน้าไปยังเขตแดนเวียงสรวงที่อยู่ถัดไปอีกไม่ไกลนับจากดงดำแห่งนี้
แต่เมื่อขบวนของครูบาช้าง แลพญาพรหมเสกหลุดพ้นออกมาจากแนวป่าอาถรรพ์ หมอกสีเทาอันมืดมิดพลันม้วนตัวเข้าหากันอีกครา มันปิดล้อมพื้นที่ที่ขุนหลวงอินทร์ถวายทรงประทับอยู่ จนไม่สามารถมองเห็นหรือได้ยินเสียงกันได้อีกเลย ทั้งที่ต่างก็เดินตามกันมา
เสียงหวีดหวิวของลมป่า ดังระงมราวกับเสียงโหยหวนของภูตผี แรงกดดันจากอาคมมหาศาลบีบอัดจนต้นไม้สองข้างทางแตกหักล้มครืน ตัดขาดคณะของเจ้ามหาชีวิตที่รั้งท้ายอยู่ ให้ออกจากขบวนหลักโดยสิ้นเชิง กลุ่มของขุนหลวงอินทร์ถวาย ถูกกักขังอยู่ในวงล้อมแห่งความมืดมิดอีกครั้ง ขณะที่แสงตะวันบนฟากฟ้าเริ่มอ่อนแรง เหมือนเป็นหมายบอกเวลาของวันที่จวนจะจบลง
“จับตัวมันไว้!”
พญาพรหมเสกที่อยู่บนหลังพลายชัยศึกตาไว รีบตะโกนสั่งทหารติดตามให้กุมตัวไอ้พรานกะเหรี่ยง แลพวกของมันไว้ได้ทัน ก่อนที่มันจะอาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีไป หมื่นมั่นอิงกระชากตัวมันให้มาหมอบกราบอยู่หน้าเจ้าเหนือหัวแห่งตน
“ไอ้เดรัจฉาน…มึงกล้าดีอย่างไรมาหลอกลวงเจ้ามหาชีวิตของพวกกู!” พญาพรหมเสกเร่งโหนตัวเกาะใบหูของเจ้าชัยศึกลงมายืนเต็มสองตีน
“พระบาทเจ้า ข้า…ข้า…คือ…” ดาบเล่มเงาวาดอากาศดังหวืด พาดทิ้งน้ำหนักลงบนบ่าของมัน แค่เพียงเท่านั้นไอ้กระเหรี่ยงตาขาวก็แถบจะสิ้นสติหยุดหายใจ “ข้า…ข้าพเจ้ารับคำสั่งมาจากท้าวเสือฟ้า แลพ่อหมอพะตี่เซอเก ข้าเป็นหนี้มันไม่มีวัวมาใช้ ข้าเลยจำต้องทำเช่นนี้ พระบาทเจ้าโปรดไว้ชีวิตข้าเถิด”
พญาพรหมเสกโกรธจนเลือดขึ้นหน้า ทรงพลิกส่วนใบดาบตบเข้าที่หน้าของมัน ไอ้กระเหรี่ยงคิดว่าตนถูกฟันหน้าแหก ลงไปนอนดิ้นร้องโอดครวญทรมาน
“พี่กูเป็นถึงเจ้าหน่อเนื้อเชื้อสวรรค์ เทียบมิได้เลยกับวัวควายใช้แรงของพวกมึง หมื่นมั่นอิง…มึงจงจับไอ้เลวนี้รวมทั้งพรรคพวกของมันใส่คอก พามันกลับไปขังไว้ในคุกใต้ดิน ร่วมกับไอ้กะเหรี่ยงที่จับตัวได้ก่อนหน้านี้ อย่าให้ใครรู้ว่าไอ้กระเหรี่ยงผู้นี้สิ้นท่าจนถูกจับตัวมา แลอย่าให้ใครรู้ว่า ขุนหลวงอินทร์ถวายทรงติดอยู่ในข่ายมนต์ เมื่อเอาตัวมันไปขังแล้ว มึงจงอยู่ดูแลวังเวียง ส่งนกสื่อสารไปเรียกเอาตัวแสนอินถา ให้พากำลังพลลงมาจากเวียงชัย ตั้งให้เจ้านางเอื้อเป็นนางพญา มีสิทธิ์ขาดเทียบเคียงกู ดูแลเวียงชัยแทนตัวกูที่ติดศึกกับเวียงทุ่งหลวง อันช่างฝีมือที่กูเตรียมไว้ ก็ให้ส่งขึ้นไปมอบแก่นางพญาท่านใช้สอย”
“พระเจ้าข้า…ข้าพเจ้าจักเร่งทำตามพระบัญชาทุกประการ”
“ระหว่างรอไอ้แสนอินถา มึงจงกระจายกำลังเร่งไปตามหาตัวไอ้พะตี่เซเกอนั่นมา หากพบ…จงเอาซิ่นแม่ญิงมีรอบเดือนสวมครอบใส่หัวมัน ต่อให้มีวิชาดีของดี ก็จักสิ้นท่าเอง พี่กูก็จักหลุดออกจากข่ายมนต์ได้อย่างปลอดภัย แลเอาตัวมันไปขังเอาไว้ พร้อมกับไอ้ท้าวเสือฟ้าแลลูกหลานของมัน” หมื่นมั่นอิงรับคำ แลเอาตัวไอ้พรานกะเหรี่ยงแยกออกไป เพื่อตีไม้ใส่คอกนำกลับไปขังไว้ตามรับสั่ง
อ่านฟรีจนจบ 143 ตอน ปิดจบติดเหรียญถาวร
แบบอีบุ๊ค 3 เล่มจบ :
เล่ม 1. https://shorturl.asia/e8Lbh
เล่ม 2 https://shorturl.asia/BxnNW
เล่ม 3. https://shorturl.asia/hCcXH