คุณแม่โอเมก้ารีบตื่นใน่รุ่งสาง พับเก็บเสื่อเก่า ๆ และหมอนให้เรียบร้อย ด้วยห้องของเกล้ามีเตียงขนาดเพียง 3.5 ฟุตเท่านั้น เกล้าเลยเสียสละให้ลูกนอนได้บนเตียง ส่วนตนเลือกที่จะปูเสื่อนอนบนพื้นเอา ร่างผอมบางลุกขึ้นตุ๋นไข่ให้ลูกชาย ทุก ๆ การกระทำ ๆ อย่างรวดเร็วและกระชับกระเฉง พอมื้อเช้าของน้องพีเสร็จเรียบร้อย เกล้าจึงจัดเตรียมใส่จานและใช้ฝาชีครอบวางไว้บนโต๊ะพับ เมื่ออาหารของคนลูกเสร็จที่เหลือก็เป็อาหารของคนแม่
เกล้าหยิบก้อนมาม่าออกจากถุงที่ซื้อมาไว้ถุงใหญ่เพื่อประทังชีวิตในทุก ๆ เดือน มันประหยัดเงินและค่อนข้างอิ่มท้องได้นานถ้าทานพร้อมกับข้าวสวย มือผอมบางหยิบก้อนมาม่าออกจากถุงแล้วหักครึ่ง ส่วนอีกครึ่งเก็บใส่ถุงตามเดิม เมื่อต้มมาม่าเสร็จแล้วเ้าตัวก็ปล่อยมาม่าทิ้งไว้ให้มันขึ้นอืด ถอดปลั๊กกระทะไฟฟ้าแล้วจึงรีบไปอาบน้ำแต่งตัวหลังจากนั้นก็มานั่งกินมาม่าคลุกข้าวเพื่อเพิ่มพลังงาน
6.45 น.
คุณแม่โอเมก้าเดินไปปลุกลูกชายที่นอนอยู่บนเตียงให้มาทานข้าว น้องพีงัวเงียเล็กน้อยจากการถูกปลุกใน่เช้าตรู่ ทว่าก็ยอมลุกไปอาบน้ำ แปรงฟันแต่โดยดี จากนั้นเด็กชายชุติเทพก็เดินมานั่งทานข้าวที่โต๊ะพับ
“วันนี้แม่จะออกไปหางานนะครับเด็กดี แม่ทำไข่ตุ๋นไว้เผื่อตอนเที่ยง ถ้าแม่มาไม่ทันลูกตักกินได้เลย ข้าวอยู่ในหม้อนะ อย่าลืมนะครับถ้าใครเคาะประตูก็อย่าเปิดให้นะ ถ้าใครเรียกก็อย่าขานรับ ถ้าไม่ใช่เสียงของแม่นะ” เกล้าบอกลูกอย่างใจเย็น เพราะประตูห้องของเขามีเพียงลูกบิดอันเก่าที่จะพังแหล่ไม่พังแหล่เป็ปราการความปลอดภัยสุดท้าย เขาไม่ได้ห่วงทรัพย์สินในห้องเพราะไม่มีของมีค่าอยู่แล้ว ไอ้ที่ห่วงคือห่วงเ้าลูกชายนั่นแหละ ปากก็คุยกับลูกไปในขณะมือยังง่วนกับการแคะกระปุกออมสินที่ทำมาจากกระป๋องแป้งออกมาดู ในนั้นมีเงินทั้งหมดประมาณ 2800 บาท
คุณแม่โอเมก้านั่งคิดคำนวณเงินค่าใช้จ่ายที่จะต้องจ่ายในเดือนนี้ ซึ่งวันนี้เป็วันที่ 3 ค่าห้องสามารถจ่ายได้ไม่เกินวันที่ 6 ค่าห้องบวกค่าน้ำ ค่าไฟประมาณ 1800 บาท ค่าไข่ไก่ 3 แพ็ก ราคา 357 บาท ค่ามาม่า 2 ถุง ราคา 142 บาท และค่าข้าวซึ่งเกล้าเลือกเป็ข้าวสาวไห่จะได้ราคาถูกลงหน่อย ราคา 117 บาท รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดเป็เงิน 2416 บาท ดังนั้นเงินของเดือนนี้ก็จะเหลือเพียงแค่ 384 บาทเท่านั้น ทุกการกระทำของเกล้าตกอยู่ในสายตาของลูกชายทั้งหมด น้องพีรู้สึกรักมารดาของตนมาก ๆ เพราะไม่ว่าเกล้าจะลำบากแค่ไหน แต่ก็ไม่เคยทำให้น้องพีต้องรู้สึกลำบาก หรือให้อยู่แบบอด ๆ อยาก ๆ ยกเว้นเพียงเื่ขนมเท่านั้น ที่วันไหนแม่ได้ทำงานถึงจะได้กิน ส่วนในเื่ของอาหารมีให้ครบสามมื้อไม่เคยขาด หากจะขาดคงขาดแต่สารอาหารที่ไม่ครบห้าหมู่เท่านั้น ก็เลี้ยงตามอัตภาพกันไป
“รีบมานะฮะแม่ ผมรักแม่นะ” เด็กน้อยยืนส่งผู้เป็มารดาอยู่หน้าประตูห้อง ก่อนจะเอ่ยคำบอกรักออกไป ั์ตาสีน้ำตาลที่เกล้าเดาว่าน่าจะได้มาจากอัลฟ่าคนนั้น ซึ่งเขาเองก็ไม่รู้ว่าเป็ใคร และไม่อยากตามหา จ้องผู้เป็มารดาพยายามส่งกำลังใจผ่านแววตาให้มากที่สุด
คนแม่ย่อตัวลงให้เสมอลูกชาย ยกมือขึ้นลูบหัวทุยอย่างรักใคร่ ก่อนจะก้มลงฟัดแก้มนิ่ม จนลูกชายต้องเบือนหน้าหนีเพราะแม่หอมแก้มตนจนเนื้อติดจมูก
“งื้อ เจ็บแก้มหมดแล้วฮะ” เ้าเด็กน้อยทำปากงูย ๆ ยกมือเล็กลูบแก้มตนเองปอย ๆ คงยกเช็ดน้ำลายของแม่แหละ ดูออกนะ
“แม่จะรีบกลับมาครับ จำที่แม่บอกได้ไหม อย่าเปิดประตูให้ใครนะครับ และอย่าขานรับใครนะ”
“รับทราบครับ” เด็กชายชุติเทพตะเบะท่ารับคำสั่งอย่างแข็งขันก่อนเกล้าจะปิดประตูก็ไม่ลืมที่จะล็อกห้องจากด้านใน เพื่อความปลอดภัยของลูกชาย
ตอนนี้เกล้าออกจากที่พัก มาตามใบปลิวรับสมัครงานที่ตนดูแผนที่เอาไว้แล้ว ซึ่งเขาเลือกมาสมัครงานที่อยู่ในละแวกเดียวกัน เพราะไม่อยากเสียเงินกับค่ารถเมล์ อย่างน้อย ๆ ไม่เกินสิบกิโลเกล้าก็เดินไหว บอกแล้วว่าเรามันเืนักสู้!!
ที่แรก
“สวัสดีครับ ผมมาสมัครงานแจกใบปลิวครับ” เกล้าเดินเข้าไปภายในร้าน ไหว้ทักทายอัลฟ่าสูงวัยใส่แว่นตาหนาเตอะที่กำลังนั่งพิมพ์งานอยู่หน้าโต๊ะคอม
“เป็โมก้ารึ” ชายสูงวัยถามขณะลดกรอบแว่นลง สำรวจเรือนร่างของผู้มาสมัครงาน
“คะ.. ครับ” เกล้าเห็นสายตาของคนตรงหน้าก็เริ่มรู้สึกหวั่นใจไม่น้อย เพราะมันเป็สายตาเดียวกันกับที่สามีของเ้าของผับเก่าเคยมองเขาแบบนี้เมื่อหลายปีก่อน
“ทำงานั้แ่ 08.00 น. เลิกงาน 20.00 น. ไปแจกตามสถานที่ ๆ เขาระบุไว้ ค่าแรง 500 บาท ข้าวเที่ยงหากินเองไหวไหมล่ะ?”
“เอ่อ… คือ… ผมมีลูกด้วยครับ ผมเอาลูกไปทำงานด้วยได้ไหมครับ”
“โอ๊ยยยย มีลูกแล้วทำไมไม่บอก ไสหัวไปเลยนะ แค่เป็โอเมก้าก็ไม่อยากจะรับทำงานอยู่แล้ว นี่ยังมีลูกมาเป็ภาระอีก ออกไปเลยเสียเวลาคนอื่นมาสมัครงาน!!”
เกล้าถูกชายสูงวัยไล่ออกจากร้านเหมือนหมู เหมือนหมา ทำอย่างกับเขาไปขอข้าวกินฟรี ทั้งที่เขาขอทำงานเอาแรงไปแลกกับเงิน น้ำตาเม็ดเล็กร่วงเผาะลงพื้น อารมณ์น้อยใจในโชคชะตาตีตื้นขึ้นมา คำว่ามี ‘ลูกมาเป็ภาระ’ ดังก้องอยู่ในหัว
แม้เขาไม่ได้อยากให้น้องพีเกิดมา แต่เมื่อเกิดมาแล้วจะทำอย่างไรได้ ก็ต้องเลี้ยงจนสุดความสามารถ และเขาเองก็ไม่เคยมองลูกชายเป็ภาระสักครั้งเดียว กลับกันน้องพีเหมือนเป็เทวดาตัวน้อยที่ทำให้แม่ผู้ห่อเหี่ยวคนนี้ได้กลับมามีความสุขอีกครั้งหนึ่ง ตาแก่อัลฟ่าบังอาจมาว่าลูกรักเขาเป็ภาระ ขอให้ธุรกิจตาแก่อัลฟ่านั้นเจ้งไม่เป็ท่า เพี้ยง เพี้ยง!!
เมื่อกร่นด่า สาปแช่งอัลฟ่าเฒ่าใจร้ายเสร็จ มือบางยกขึ้นปาดน้ำตาพร้อมสูดขี้มูกกลับเข้าทางเดิม เพราะพจนานุกรมของเกล้าไม่มีคำว่าท้อ มีแต่คำว่าสู้!