บทที่สามสิบเก้า
สิ่งที่ถูกซ่อนเอาไว้
“ขีดเดียว” นิรณาพึมพำออกมากับตัวเอง ใบหน้าสวยหวานหม่นแสงลงไปทันที เมื่อแท่งตรวจครรภ์ที่อยู่ภายในมือ ยังคงแสดงผลว่าเธอไม่ได้ตั้งท้องเหมือนทุกครั้ง
สิงหราชและนิรณาอยู่กินกันฉันสามีภรรยาย่างเข้าสู่เดือนที่สี่แล้ว หากแต่ก็ยังไร้วี่แววของทายาทตัวน้อยของมยมราชพลี ร่างเล็กเอนตัวพิงกำแพงห้องน้ำด้วยความรู้สึกเศร้าใจ พยายามคิดหาเหตุผลต่าง ๆ นานา มารองรับกับความผิดหวังนี้ของตัวเอง
เพราะทั้งเธอและสิงหราชเอง ต่างก็มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงด้วยกันทั้งคู่ ยืนยันได้จากผลตรวจอย่างละเอียดจากโรงพยาบาลเมื่อสองเดือนก่อน ที่หลังจากจับมือกันไปจดทะเบียนสมรสกันที่ว่าการอำเภอเสร็จสิ้น ทั้งคู่ก็เข้าไปพูดคุยและปรึกษาแพทย์เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการมีบุตร
“พ่อกับแม่รอหนูอยู่นะลูก” นิรณาวางมือเล็กบนหน้าท้องที่ยังแบนราบของตัวเอง ก่อนจะเอ่ยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
ร่างเล็กพยายามที่จะสลัดความกลัดกลุ้มของตัวเองออกจากความคิด มือเล็กจัดการห่อแท่งตรวจครรภ์ที่ผ่านการใช้งานแล้วให้เรียบร้อย เพราะไม่อยากจะให้สามีต้องรู้สึกผิดหวังไปอีกคน หากได้เห็นมันด้วยความบังเอิญ
มือเล็กปล่อยสิ่งที่อยู่ในมือทิ้งลงถังขยะ สูดลมหายใจเข้าปอดจนลึก ใบหน้าสวยหวานพยายามฉีกยิ้มหวานออกมา เพื่อเป็นกำลังใจให้กับตัวเอง ก่อนจะจัดการล้างมือให้เรียบร้อย และเดินสาวเท้าออกมาจากห้องน้ำไปราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“เลิกฟุ้งซ่านสักทีเอิงเอย” นิรณาเอ่ยต่อว่าตัวเองออกมา เมื่อความคิดมากมายยังคงไหลวนอยู่ในหัว
ร่างเล็กกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องนอนของตัวเองและสามี ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆ เมื่อพบเจอแต่ความเงียบเหงาอย่างเช่นทุกวัน เพราะในตอนนี้มีเพียงเธอที่อาศัยอยู่ในสถานที่แห่งนี้
นิรณาตัดสินใจสาวเท้าเดินไปที่โต๊ะทำงานของสามี ตั้งใจจะหาอะไรทำแก้อาการคิดมากของตัวเอง คนตัวเล็กลงมือจัดเก็บหนังสือที่วางเกลื่อนอยู่เต็มโต๊ะให้เข้าที่เข้าทาง
แม้จะรู้อยู่แล้วว่าตกดึกมา โต๊ะทำงานตัวนี้ก็จะกลับมารกอีกครั้ง จนหยิบอะไรไม่ถนัดอีกเหมือนเดิม นั่นก็เพราะในช่วงนี้สิงหราชผู้เป็นสามี กำลังศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับการแปรรูปอาหารทะเลอยู่
ทำให้ในช่วงนี้เจ้าตัวค่อนข้างที่จะทำงานหนักพอสมควร เพราะต้องการที่จะสร้างรายได้เพิ่มให้กับคนบนเกาะวิมันสิตรา อีกทั้งยังถือเป็นช่องทางในการเพิ่มมูลค่าให้กับอาหารทะเลอีกด้วย
นิรณาเองก็คอยช่วยหาข้อมูลเท่าที่ตัวเองพอจะช่วยได้ และคอยติดต่อประสานงานกับคนที่มีความรู้เชี่ยวชาญ ในด้านการแปรรูปอาหารให้กับสามี จากนั้นก็ปล่อยให้อีกฝ่ายและเพื่อนสนิทอย่างจอมทัพได้ดำเนินจัดการต่อไป
“ฝุ่นเยอะมากเลย” ร่างเล็กเอ่ยบ่นออกมา ในขณะที่เขย่งปลายเท้าขึ้นไปเก็บหนังสือเข้าที่ชั้นวาง
“อ๊ะ” นิรณาที่กำลังเตรียมหมุนตัวกลับ หลุดร้องออกมาด้วยความตกใจ เมื่อมีหนังสือเล่มหนึ่งที่ค่อนข้างจะเก่าเก็บ ร่วงลอยติดตามมือเธอมาด้วย
“ซุ่มซ่ามจริง ๆ เลยยัยเอิง” ร่างเล็กเอ่ยบ่นตัวเองออกมาด้วยความหน่ายใจ ก่อนจะย่อตัวลงเก็บหนังสือขึ้นมาจากพื้น
“เวรกรรม” นิรณาโอดครวญออกมา ใบหน้าสวยซีดลงถนัดตา เมื่อหนังสือเล่มเก่านั้นหลุดแยกออกจากกันเป็นสองชิ้นส่วน ส่วนหนึ่งอยู่ในมือของเธอ และอีกส่วนยังคงกองอยู่กับพื้น
ร่างเล็กรีบทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นอีกครั้งด้วยความตกใจ มือเล็กหยิบจับชิ้นแยกของหนังสือที่กองอยู่กับพื้นขึ้นมา แต่แล้วก็ต้องขมวดคิ้วด้วยแปลกใจ เมื่อเห็นว่ามีรูปถ่ายใบหนึ่งร่วงลงมาจากหน้าหนังสือ
นิรณาผุดลุกขึ้นนำหนังสือทั้งสองส่วนที่แยกออกจากกันไปวางไว้บนโต๊ะทำงานของสามี ก่อนจะสาวเท้ากลับมาย่อตัวลงนั่งอีกครั้ง เพื่อเก็บรูปถ่ายที่นอนคว่ำหน้าอยู่กับพื้นขึ้นมา
“พี่สิงห์” มือเล็กจับรูปถ่ายใบพลิกหงายขึ้นมาดูอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะหลุดเรียกชื่อสามีออกมาด้วยน้ำเสียงเบาหวิว
ดวงตากลมโตกวาดสายตามองรูปถ่ายใบดังกล่าวด้วยสายตาที่สั่นไหว สภาพรูปถ่ายที่เปลี่ยนเป็นสีซีดจนเกือบจะเป็นสีขาว บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในภาพนั้น ย่อมผ่านมาเนิ่นนานหลายปีและคงจะกลายเป็นอดีตไปแล้ว
หากแต่ก็ยังคงทำให้นิรณารู้สึกปวดหนึบที่หัวใจอยู่ดี เมื่อในรูปถ่ายนั้นปรากฏภาพชายหญิงสองคน กำลังฉีกยิ้มกว้างให้กับกล้องอย่างมีความสุข ซ้ำเรียวแขนของคนทั้งคู่ที่ประคองกอดกันเอาไว้แน่น
ความสนิทสนมนั้นส่งผลให้ภรรยาคนปัจจุบันแอบหวั่นใจอยู่ไม่น้อย ดวงตากลมโตกวาดสายตามองรูปถ่ายที่อยู่ในมือ ด้วยความรู้สึกที่ไม่ชอบใจนัก ภายในใจเกิดคำถามขึ้นมากมายเกี่ยวกับรูปใบนี้
“แฟนเก่าหรือไงกันนะ” นิรณาเดินมาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานของสามี ริมฝีปากอมชมพูดหลุดคำถามออกมากับตัวเอง
“แล้วทำไมยังเก็บเอาไว้อยู่ล่ะ” ดวงตากลมโตหลุบสายตาลงมองรูปถ่ายในมือของตัวเองอีกครั้ง
นิรณาที่เริ่มคิดมาก กับการที่สามีแอบซุกซ่อนรูปถ่ายใบเก่าเอาไว้ในหนังสือ หลับตาพริ้มเพื่อไล่ความคิดปั่นป่วนของตัวเอง มือเล็กวางรูปถ่ายลงกับโต๊ะ ก่อนจะยกมือขึ้นกุมขมับของตัวเองเอาไว้
เธอกำลังรู้สึกหวาดกลัวและหวั่นใจไปพร้อมกัน กับเหตุผลที่สามียังคงเก็บรูปถ่ายใบนี้เอาไว้ มือเล็กรีบคว้าปกหนังสือที่เป็นดั่งที่หลบซ่อนความทรงจำเก่า ๆ ของสามีขึ้นมาพินิจ
ก่อนที่จะต้องมือสั่นเมื่อเห็นว่าหนังสือเล่มนี้ เป็นเล่มที่อีกฝ่ายมักจะหยิบขึ้นมาอ่านอยู่เสมอ ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลย ที่สิงหราชจะมองข้ามรูปถ่ายใบนี้ไป จากการที่ได้หยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาใช้งาน
นอกเหนือเสียจากว่า อีกฝ่ายจะเป็นคนที่ตั้งใจเก็บซ่อนมันเอาไว้ด้วยตัวเองมาตั้งแต่ทีแรก แต่จะด้วยเหตุผลอะไร ก็คงจะมีเพียงเจ้าตัวที่สามารถตอบคำถามนี้ได้
“ยังรักเขาอยู่หรือเปล่าคะพี่สิงห์” ร่างเล็กเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ และแน่นอนว่าคำตอบที่ได้รับกลับมามีแค่เพียงความเงียบ เพราะคนที่รู้เรื่องนี้ดีที่สุดอย่างสิงหราชไม่ได้อยู่ตรงนี้
นิรณาใช้มือนวดขมับของตัวเอง ความหวาดกลัวก่อขึ้นในใจจนไม่สามารถที่จะยับยั้งได้ ยิ่งหวนคิดว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา สามีไม่เคยเอ่ยบอกรักตัวเองให้ได้ยินเลยสักครั้ง นิรณาก็ยิ่งรู้สึกหวั่นใจ
คนตัวเล็กพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะปรับอารมณ์ของตัวเองให้กลับมาเป็นปกติ นิรณาถอนหายใจออกเฮือกใหญ่ด้วยความกลัดกลุ้ม ดวงตากลมโตหลับพริ้มลงเพื่อสงบสติอารมณ์ฟุ้งซ่านของตัวเอง
แต่ความเครียดเมื่อเกิดขึ้นแล้ว ย่อมยากที่จะสลัดออกไปได้อย่างง่ายดาย นิรณาผุดลุกขึ้นยืนด้วยความรวดเร็ว มือเล็กกวาดกองหนังสือที่แยกออกจากกัน พร้อมกับรูปถ่ายใบดังกล่าวมาถือเอาไว้ในมือ
ตั้งใจที่จะถือหนังสือที่เกือบจะเปื่อยยุ่ยไปตามกาลเวลา และรูปถ่ายของสิงหราชกับผู้หญิงแปลกหน้าไปหาสามี เพื่อเอ่ยถามออกไปให้แน่ชัด เพราะเธอเองก็ไม่อยากที่จะจมอยู่กับความคิดมากนี้เพียงลำพัง
หากแต่ปลายเท้ากลับต้องหยุดชะงักอยู่กับที่ เมื่อดวงตากลมโตมองเห็นว่า สามีเดินสาวเท้าเข้ามาภายในห้องนอนพอดิบพอดี ใบหน้าสวยหวานแสดงออกถึงความตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด
“หาหนังสืออ่านหรือครับ” สิงหราชที่พึ่งกลับมาจากทำงาน เอ่ยถามภรรยาขึ้น เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายถือหนังสืออยู่ในมือ
“เปล่าหรอกค่ะ เอิงแค่อยากจะช่วยจัดโต๊ะทำงานให้พี่สิงห์ แต่โชคร้ายเอิงดันทำหนังสือพี่สิงห์ขาด” นิรณาส่ายหน้าไปมา เอ่ยพูดเท้าความถึงเรื่องที่เกิดขึ้นให้กับอีกฝ่ายฟัง
“หืม ไหนขอพี่ดูหน่อย” ร่างหนาเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ ก่อนจะยื่นมือออกขอหนังสือที่ว่าจากภรรยา
นิรณาปรายตามองตามมือของสามี ร่างเล็กกำลังรู้สึกชั่งใจอยู่กับตัวเอง หากแต่สุดท้ายก็ยอมยื่นทั้งหนังสือและรูปถ่ายใบนั้นไปให้กับสามี ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองสามีเพื่อที่ต้องการที่จะจับพิรุธ
สิงหราชชะงักไปเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าหนังสือที่ภรรยาบอกว่าทำขาด เป็นหนังสือเล่มเดียวกันกับที่เขาเคยหยิบมาอ่านเมื่อสองวันก่อน มิหนำซ้ำรูปถ่ายของเขาและผู้หญิงอีกคนก็วางอยู่บนเศษซากของหนังสือด้วย
ร่างหนาเงยหน้าขึ้นมองไปที่ภรรยา ก่อนจะรู้สึกเสียวสันหลังวาบ เมื่อเห็นสายตาคาดคั้นจากอีกฝ่าย สิงหราชสาวเท้าไปที่โต๊ะทำงาน ก่อนจะวางหนังสือลงกับโต๊ะ
“พี่สิงห์ไม่คิดอธิบายอะไรสักหน่อยหรือคะ” นิรณาเอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นว่าสามียังคงทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“เมียเก่าน่ะ ไม่สิแฟนเก่า” สิงหราชขยำรูปนั้นปาทิ้งลงถังขยะ ก่อนจะเอ่ยตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่ง
รูปใบนั้นไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับสิงหราช ที่ยังคงเก็บเอาไว้ก็เพื่อเตือนใจตัวเอง ว่าครั้งหนึ่งในชีวิตเคยเจ็บช้ำเพราะคนในรูป จนแทบที่จะเอาชีวิตไม่รอด รูปถ่ายใบนั้นมีเอาไว้เพื่อย้ำเตือนเพียงเท่านั้น ว่าต่อไปอย่าได้รักใครไปมากกว่าการรักตัวเองอีก
“แล้วทำไมยังเก็บเอาไว้คะ” ร่างเล็กเอ่ยถาม ในสิ่งที่ตัวเองอยากจะรู้เหตุผลออกไป
“ทิ้งไปแล้ว” สิงหราชพยักพเยิดไปทางถังขยะใบเล็กที่วางอยู่ข้างโต๊ะทำงาน
“เอิงหมายถึงก่อนหน้านี้ค่ะ ทำไมรูปคู่กับแฟนเก่าถึงยังได้มีหลักฐานหลงเหลือมาจนถึงทุกวันนี้” นิรณาเอ่ยพูดขึ้นสำทับ น้ำเสียงไม่มีแววล้อเล่นแม้แต่น้อย
“พี่แค่ลืมทิ้งครับ มันไม่ได้มีอะไรจริง ๆ มาคาดคั้นพี่แบบนี้ คิดมากเรื่องอะไรอยู่ก็พูดออกมาตรง ๆ เลยดีกว่า” ร่างหนาเอ่ยพูดขึ้นด้วยความจริงจังไม่ต่างกัน
“พี่สิงห์ยังรักเขาอยู่หรือเปล่าคะ” ร่างเล็กกลั้นใจเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
“เลอะเทอะแล้วเอิงเอย พี่ไม่ได้รักเขาแล้ว” สิงหราชสาวเท้าเข้าไปหาคนที่กำลังร้องไห้ออกมาเงียบ ๆ ก่อนจะคว้าร่างเล็กเข้ามากอดเอาไว้
“ก็..ฮึก ก็พี่สิงห์ยังเก็บรูปของเขา ฮือ เอาไว้นี่” นิรณาร่ำไห้ออกมากับอกอบอุ่นของสามี ร่างเล็กวาดเรียวแขนโอบกอดร่างกายหนาเอาไว้ด้วยความหวงแหน
นิรณาก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าทำไมถึงได้กลายเป็นคนที่คิดเล็กคิดน้อยและอ่อนไหวง่ายขนาดนี้ เธอรู้เพียงแค่ว่าตัวเองไม่มีทาง ที่จะยินยอมหรือยอมรับได้ หากสามียังคงหลงเหลือความรู้สึกดี ๆ ให้กับคนในอดีตอยู่
“พี่ก็แค่ลืมทิ้ง เมียก็มีกับคนอื่นเขาเป็นตัวเป็นตนแล้ว จะไปรักคนอื่นได้อีกยังไง” สิงหราชเอ่ยพูดปลอบคนในอ้อมแขน ในใจคิดต่อว่าตัวเองที่ไม่รีบทิ้งรูปใบนั้นไปให้เร็วกว่านี้
มัวแต่ลีลาปล่อยเวลาให้มันผ่านมาเนิ่นนาน จนสุดท้ายรูปภาพใบนั้นก็ยังวนกลับมาสร้างปัญหา ให้กับความรักครั้งใหม่ของตัวเองอีกจนได้ และที่น่าเจ็บใจที่สุดนั่นก็คือความไม่รอบคอบนั้นของตัวเอง เป็นสาเหตุที่ทำให้ภรรยาต้องร้องไห้
“ฮึก แล้วพี่สิงห์รักเอิงบ้างไหมคะ” ร่างเล็กเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงอู้อี้ ดวงตากลมโตสั่นไหวอีกครั้ง เพราะรู้สึกหวั่นกลัวกับคำตอบที่จะได้รับ
สิงหราชใช้มือหนากันไหล่เล็กให้ผละตัวออกห่าง ก่อนจะใช้นิ้วเรียวปาดหยาดน้ำตาออกจากใบหน้าสวยหวานให้ด้วยความอ่อนโยน ดวงตาคมสบมองเข้าไปในดวงตากลมโตที่บวมช้ำจากการร้องไห้
“รักสิ เอิงเป็นเมียของพี่นะ” ร่างหนาเอ่ยตอบกลับไปด้วยคำพูดที่ชัดถ้อยชัดคำ ดวงตาคมสื่อความรู้สึกออกไปอย่างไม่คิดที่จะปิดบัง
“ฮือ เอิงก็รักพี่สิงห์ ฮึก” นิรณาร้องไห้โฮออกมาด้วยความดีใจ ใบหน้าสวยหวานยกยิ้มกว้างออกมา ร่างเล็กโผตัวเข้าไปกอดสามีของตัวเองเอาไว้อีกครั้ง
สิงหราชยกแขนขึ้นกอดตอบ ใบหน้าหล่อเหลาแย้มยิ้มออกมาน้อย ๆ กับตัวเอง มือหนาลูบลงกลางแผ่นหลังเล็กเพื่อปลอบประโลมคนขี้แย เพราะมั่นใจกับความรู้สึกของตัวเองแล้ว สิงหราชเลยกล้าที่จะพูดออกไปแบบนั้น
และถึงแม้จะพอมองออกว่าภรรยาคนสวยก็มีความรู้สึกไม่ต่างกัน แต่ครั้นพอมาได้ยินจากปากของอีกฝ่าย ก็ทำเอาสิงหราชรู้สึกเขินอายเสียใบหน้าหล่อเหลาแดงเถือก หัวใจเต้นแรงจนแทบที่จะหลุดออกมารอมร่อ
ดวงตาคมปรายสายตาไปมองถังขยะใบเล็ก ที่ตัวเองพึ่งโยนทิ้งรูปถ่ายเจ้าปัญญาลงไปนอนกองอยู่ในนั้น พลางใช้เรียวแขนกอดรัดร่างเล็กของภรรยาให้เข้ามาแนบชิดมากขึ้นกว่าเดิม
โชคดีที่ในครั้งนี้ภรรยาเลือกที่จะพูดคุยกันด้วยความใจเย็น ไม่อย่างนั้นสิงหราชคงอยากจะต่อยอัดหน้าตัวเองมากไปกว่านี้ ที่เผอเรอเสียจนทำให้เกิดปัญหาขึ้นกับชีวิตคู่ของตัวเอง
………………………………………………….
แรงมากนายคนนั้นยังเก็บรูปแฟนเก่าเอาไว้ สงสารก็แต่ยัยน้องเอิงเอย ใจเสียหมดแล้ว มันน่าหยิกนายหัวสิงห์ให้เนื้อเขียว
อ่านแล้วอย่าลืมคอมเม้นท์ส่งฟีดแบคกลับมาหานักเขียนอย่างเลดี้หน่อยนะคะ อยากบอกว่ามันเป็นแรงผลักดันในการอัปเดตนิยายมาก ๆ เลย
และอย่าลืมกดเข้าชั้น กดหัวใจ และที่สำคัญอย่าลืมกดติดตามนามปากกาอิสตรีเริงรมย์กันเอาไว้นะคะ เพราะตอนนี้กำลังเร่งสานต่อพล็อตมากมายที่ได้ทำการดองเอาไว้ในไหแบบเร่งด่วน และแพลนที่จะปล่อยงานในตอนนี้ก็ยาวทั้งปี ฮือออ