หญิงสาวมองเขาด้วยสายตาระแวดระวังยิ่งกว่าเดิมแต่ั์ตายังฉายแววตกตะลึงไม่หาย สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้ามันมหัศจรรย์พันลึกเกินไป
ณัฐธัญยังคงรอยยิ้มบางเบายกขวดน้ำจิบคำหนึ่ง ก่อนจะเทน้ำที่เหลือใส่มือที่สวมถุงมือ ราวกับกำลังล้างมือ
สายตาของหญิงสาวจับจ้องไปที่น้ำในขวดเธอรู้สึกเสียดายแทน นี่เขาทำบ้าอะไร..?
ณัฐธัญสังเกตว่าผู้หญิงคนนี้ไหวพริบดีมากหากเผยไต๋ออกมา อาจทำให้เธอจับสังเกตได้ง่าย และเขาก็ี้เีอธิบายจึงรีบซื้อคลังเก็บของมิติส่วนตัว แล้วเก็บขวดน้ำเข้าไป
ขวดน้ำเรืองแสงสีฟ้า ก่อนจะค่อย ๆหายวับ เพราะตอนนี้เขาอัประบบเป็เลเวลสองแล้วร่างกายจึงเปรียบเสมือนสื่อกลางของระบบ ไม่จำเป็ต้องใช้อุปกรณ์เป็สื่อกลางอีก
ั์ตาของหญิงสาวเบิกกว้างจ้องมองขวดน้ำที่หายไปไม่กะพริบตา ตอนแรกที่เธอสังเกตเขามักจะใช้ข้อมือเคาะวัตถุก่อน วัตถุนั้นถึงค่อยกลายเป็แสงหายไปเธอจึงคิดว่าเขาต้องอาศัยอุปกรณ์ล้ำยุคบางอย่าง แต่คราวนี้เขาไม่ได้ใช้อะไรจึงทำให้เธอสงสัยว่าตัวเองคาดการณ์ผิดไปหรือเปล่า
“มันเป็พลังของผมก็เหมือนกับพลังของคุณนั่นแหละ คุณมีความลับ ผมก็มีความลับ ถ้าอยากให้เล่าคุณก็ต้องบอกความลับของคุณมาก่อน” ณัฐธัญกล่าวไม่มีทางที่เขาจะพูดเื่พลังของตัวเองให้อีกฝ่ายรู้ก่อน
“นายรู้หรือเปล่าว่าฉันมีพลังฆ่านายได้”น้ำเสียงของหญิงสาวเย็นเยียบ พยายามขู่ขวัญเขา
ณัฐธัญมองกลับไปที่ั์ตาของเธอกล่าวว่า “ผมก็มีพลังฆ่าคุณได้เหมือนกัน แต่ผมไม่คิดจะทำหรอก ไม่งั้นคงเสียดายความสวยแย่”
เพียงสิ้นคำของเขา ร่างของเธอหายวับไปปรากฏที่ด้านข้างของณัฐธัญในพริบตา มือชักมีดจากเอวขึ้นมาจ่อคอหอยของเขาอย่างรวดเร็ว
ณัฐธัญใเล็กน้อยในที่สุดเขาก็เห็นว่าผู้หญิงคนนี้หายไปได้อย่างไร เธอไม่ได้หายตัวแต่เป็การเคลื่อนไหวที่เร็วมาก หากไม่ตั้งตัวให้ดี สายตาอาจมองตามไม่ทัน
แต่เขาไม่ได้กลัวเธอประการหนึ่งคือเขาสวมชุดต่อสู้ หากไม่ใช่ะุขนาด .300 วินเชสเตอร์แม็กนั่มขึ้นไป ก็ไม่มีทางยิงเข้าและประการสองคือเขามองทันว่ามีดของเธอเล็งมาที่ลำคอ ดังนั้นจึงไม่แตกตื่นลนลานเพียงแต่ใกับความเร็วของเธอเท่านั้น
เขาเคยโดนะุเฉียดศีรษะมาแล้วกับมีดเล่มแค่นี้ ไม่ทำให้สะทกสะท้านแม้แต่น้อย
หญิงสาวเห็นว่าณัฐธัญนั่งนิ่งไม่ขยับจึงคิดว่าเขาใกลัวจนตัวแข็ง ยิ้มมุมปากกล่าวว่า“จะยอมบอกได้หรือยังว่านายทำได้ยังไง”
ณัฐธัญเหลือบตามองกล่าวอย่างไร้เดียงสาว่า “ปัญญาชนควรจะพูดจากันดี ๆ ทำไมต้องใช้กำลังด้วย..?”
“เฮอะ..! คิดว่าตอนนี้ยังอยู่ในยุคศิวิไลหรือไงโลกนี้ใครกำปั้นใหญ่กว่าชนะ” หญิงสาวตอบกลับ
“ถ้าคุณพูดอย่างนั้น...” ณัฐธัญหยุดพูดคว้าจับเข้าที่ข้อมือข้างที่ถือมีดของเธอด้วยความเร็วกว่าคนทั่วไปสามเท่า
เธอใไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเร็วถึงขนาดทำให้เธอไม่ทันตั้งตัวจึงใช้มือข้างที่ถือขวดน้ำฟาดเข้าที่ใบหน้าของเขาทว่าณัฐธัญก็ใช้อีกมือหนึ่งคว้าไว้ได้ทันเหมือนกัน จึงอยู่ในลักษณะคล้ายยื้อแย่ง
หญิงสาวพยายามดึงข้อมือของเธอให้หลุดออกแต่ฝ่ามือของอีกฝ่ายคล้ายกับคีมเหล็กที่หนีบข้อมือเธอไว้แน่น ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
“ปล่อยนะ..!” หญิงสาวะโด้วยความไม่พอใจ
ณัฐธัญยิ้มกริ่ม“คุณพูดเองไม่ใช่เหรอว่าโลกนี้ใครกำปั้นใหญ่กว่าชนะ”
หญิงสาวพยายามดิ้น แต่ก็ไม่เป็ผลสุดท้ายก็หยุด แสยะยิ้มกล่าว “ก็ไม่แน่ว่าใครจะชนะ”
พอสิ้นคำ เธอกระทุ้งเข่าเข้าจุดยุทธศาสตร์ของณัฐธัญจนเสียงดังปึก ทว่าณัฐธัญกลับไม่มีท่าทีสะทกสะท้านอย่างที่ผู้ชายควรจะมีเพราะเข่าของเธอเหมือนกับกระแทกโดนของแข็ง
นาโนเจลของชุดทำปฏิกิริยากับแรงกระแทกป้องกันพวงองุ่นสุกของเขาไว้ได้ทันท่วงที
เธอแสดงสีหน้าใคนคนนี้ยัดอะไรใส่ไว้ในกางเกงหรืออย่างไร ทำไมถึงแข็งขนาดนี้..?
ณัฐธัญหน้าดำคล้ำถ้าเขาไม่ใส่ชุดต่อสู้ไว้ล่ะก็ ด้วยพลังของเธอ ณัฐธัญจูเนียร์คงสูญพันธุ์ไปแล้ว
เขารวบข้อมือของเธอทั้งสองข้างไว้ในมือข้างเดียวขวดน้ำที่เธอถืออยู่ร่วงลงพื้น จากนั้นก็ผลักเธอถอยจนแผ่นหลังติดกำแพง กล่าวว่า“คุณนี่ใจคอโเี้จริง ๆ”
ทว่าหญิงสาวคล้ายกับไม่ได้ฟังพยายามกระแทกเข่ามั่วซั่วไปหมด จนณัฐธัญเริ่มหงุดหงิด พยายามจะใช้เข่าตัวเองกันเข่าของเธอแต่ด้วยความต่างระหว่างความสูง เข่าของเขาจึงพลาดไปโดนหว่างขาของเธอแทน
เธอสะดุ้งโหยง ก้มมองลงมาพบว่าเข่าของเขาดันขึ้นที่ช่องว่างระหว่างต้นขาของเธอพอดิบพอดี
คราวนี้เธอคล้ายกับคลุ้มคลั่งพยายามทั้งเข่าทั้งเตะไปทั่ว ณัฐธัญเริ่มทนไม่ไหว ดันเข่าขึ้นจนชิดระหว่างกลางมือข้างที่ว่างจับหน้าอกกลมกลึงของเธอ ถึงกับเปลี่ยนสรรพนามกล่าวว่า “หยุดสักทีถ้ายังไม่หยุดอีก คราวนี้ฉันจะปล้ำเธอ”
เธอหยุดชะงักสายตาจ้องมองเขาราวกับจะกินเืกินเนื้อ
ณัฐธัญเพิ่งมีโอกาสได้มองเธอชัดๆ ทั้งทรวดทรงและหน้าตาช่างยียวนชวนกระสันจริง ๆ จนเขาเผลอออกแรงบีบที่มือโดยไม่รู้ตัว
หญิงสาวครางดัง อือ เบา ๆ เธอพยายามดิ้น แต่ก็ไม่เป็ผล
ณัฐธัญคล้ายกับถูกกระตุ้น เืลมสูบฉีดขยำซาลาเปาในมืออย่างกระตือรือร้น ใบหน้าค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาใกล้ใบหน้าของเธอ ราวกับกำลังจะจูบ
เธอเบือนหน้าหนีพร้อมกับหลับตาปี๋ แล้วน้ำตาก็เริ่มไหลออกจากหางตา
พอณัฐธัญเห็นดังนี้ก็รู้สึกตัว รีบถอนใบหน้าออกและปล่อยมือ
เขาก่นด่าตัวเองในใจ เตือนสติว่าไม่ว่าความ้าจะสูงเพียงใดก็ต้องไม่บังคับขืนใจ หรืออย่างน้อยที่สุด เขาก็ต้องเห็นว่าเธอไม่ปฏิเสธ เขาจะไม่ยอมให้ความไร้กฎเกณฑ์ของโลกนี้กัดกินความเป็มนุษย์เด็ดขาด
พอรับรู้ว่าข้อมือของณัฐธัญคลายกำลังลงจู่ ๆ ก็มีลมพัดแรงวูบหนึ่ง ร่างของเธอผละออกจากร่างของเขา ลอยขึ้นไปบนอากาศก่อนจะร่อนลงห่างจากเขาประมาณห้าเมตร
สายตาเธอที่จ้องมองมาแข็งกร้าวหากสายตาฆ่าคนได้ ณัฐธัญคงตายเป็ร้อยรอบแล้ว
ณัฐธัญกระอักกระอ่วนใจ เอามือถูจมูกกล่าวว่า “เธอบอกเองไม่ใช่หรือไงว่าโลกนี้ใครกำปั้นใหญ่กว่าชนะ”
เธอไม่ตอบ จ้องมองเขาสักพักราวกับจะเอาเื่ก่อนจะกลายเป็เงาหายวูบเข้าไปในหัวเลี้ยวของถนน
ณัฐธัญถอนหายใจเขาไม่ผิดสักหน่อย เป็เธอเองต่างหากที่เอามีดมาจ่อคอก่อน ถ้าเป็คนอื่นป่านนี้ควักปืนยิงสวนไปแล้ว
ตอนนี้เหลือเพียงถนนเส้นที่ออกจากเมืองไปยังทิศเหนือที่ยังไม่สำรวจเขาคิดว่าอย่างไรที่นั่นก็เป็ทางผ่านตอนออกจากเมืองเดี๋ยวตอนออกจากเมืองก็รู้เองว่ามีอะไรหรือไม่ จึงเดินกลับรถบ้าน
พอกลับมาถึงก็พบว่าลีโอนีกำลังฝึกใช้มีดให้อลิเซีย มิน่าล่ะถึงไม่ได้ยินเสียงปืนแล้วแต่บริเวณรอบของรถบ้านเต็มไปด้วยซากศพของซอมบี้ ดูแล้วน่าจะไม่ต่ำกว่าร้อยตัว เขาอดสงสัยไม่ได้นี่คิดจะเคลียร์ให้เมืองนี้เป็เขตปลอดภัยอีกโซนหรืออย่างไร..?
ณัฐธัญขึ้นมาบนรถเห็นมาน็องกำลังทำอาหารอยู่ในครัว คาดว่าคงจะทำมื้อเที่ยงเขาเปิดตู้เย็นดูว่าอาหารที่ซื้อตุนไว้หมดหรือยัง พอเห็นว่าเริ่มร่อยหรอแล้วจึงซื้อเติมเข้าไปจนเต็มตู้เย็นเหมือนเดิม
เนื่องเพราะตอนนี้เขาสามารถใช้ระบบที่ไหนก็ได้จึงไม่จำเป็ต้องไปหน้ารถแล้ว
เขาเดินมานั่งที่โซฟาั้แ่ข้ามมิติมา เขารู้สึกว่าแทบไม่ค่อยได้นั่งโซฟาตัวนี้เลยนอกจากพับเป็เตียงนอน
เขานั่งเฉยๆ ไม่ได้ทำอะไร มองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นลีโอนีกำลังฝึกฝนให้อลิเซียดูแล้วก็อดนึกขำไม่ได้ อดีตเ้าหญิงของประเทศ ตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับทหารเกณฑ์
ณัฐธัญไม่ได้ทำอะไรเลยจนกระทั่งเริ่มพลบค่ำตอนแรกวันนี้เขาก็กะจะรับประทานข้าวข้างนอกอีกครั้ง แต่เพราะศพซอมบี้ที่อยู่รอบ ๆ ทำให้มีกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งรุนแรงไม่อาจรับประทานอาหารลง จึงรับประทานข้างในรถเหมือนเดิม
ระหว่างที่กำลังเพลิดเพลินกับอาหารมีั์ตาคู่งามกำลังจับจ้องมาที่รถบ้าน เพราะในรถเปิดไฟสว่าง จึงสามารถมองเห็นภายในรถผ่านกระจกได้อย่างชัดเจน
ในรถบ้านมีอยู่ห้าคนเป็ผู้ชายหนึ่งคน ผู้หญิงสี่คน โดยที่ทั้งห้าคนกำลังรับประทานอาหารอยู่และไม่ใช่อาหารกระป๋อง แต่เป็อาหารที่ปรุงสดใหม่..!
หญิงสาวเฝ้าดูพวกเขาั้แ่เที่ยงสังเกตว่าทั้งมื้อเที่ยงและมื้อเย็นล้วนเป็อาหารปรุงสด ไม่มีอาหารกระป๋องแม้แต่กระป๋องเดียว ทำให้เธออดคิดไม่ได้ว่าโลกนี้ฟื้นฟูแล้วหรือไม่..?หรือว่าแท้จริงแล้วมีแต่เมืองทางผ่านนี้เท่านั้นที่เกิดหายนะ..?
แต่ในไม่ช้าเธอก็ส่ายศีรษะปฏิเสธความคิดนั้นไป หากเป็อย่างนั้นจริง คงไม่มีกองกำลังติดอาวุธจากทางใต้เข้ามาหาทรัพยากรหรืองัดรถยนต์ที่จอดทิ้งไว้หรอก
โครก...
ระหว่างที่กำลังมองดูท้องของเธอก็ร้องขึ้นมา เธอรับประทานอาหารกระป๋องเพียงวันละมื้อเท่านั้น เพราะตั้งใจจะยื้อเวลาไว้ให้นานที่สุดเผื่อการช่วยเหลือจะกลับมา
เธอพยายามกัดฟันอดทนแต่ยิ่งดูก็ยิ่งหิว จนท้ายสุดเธอก็เบือนหน้าหนี ไม่มองพวกเขาอีกต่อไป
ทว่าขณะนั้นเองเธอเปลี่ยนสีหน้าฉับพลัน เพราะััได้ถึงอากาศที่สั่นะเื จึงรีบใช้ลมเบี่ยงเบนกระแสอากาศรอบตัวเพื่อหลีกเลี่ยงตัวกลางที่สั่นะเืนั้น แล้วหลบเข้าไปในห้องสต๊อกสินค้าของซูเปอร์มาเก็ต
ดูจากที่ท่าทีของเธอแสดงว่ารับรู้ถึงสิ่งที่กำลังจะมา
ไม่นานนักเสียงปริศนาก็ดังตามมา เป็เสียงที่ชวนขนลุก แต่ก็คุ้นเคยในเวลาเดียวกัน
กึด กึด กึด กึด กึด...
พวกณัฐธัญที่กำลังรับประทานอาหารอยู่หยุดชะงักทันทีแน่นอนว่าพวกเขารู้จักเสียงนี้ดี โดยเฉพาะณัฐธัญกับลีโอนีทั้งสองคนมองหน้ากันและพยักหน้า วางมีดส้อมลงกับจาน มองออกไปนอกหน้าต่าง
ข้างนอกตัวรถมืดสนิทมีเพียงแสงไฟที่ลอดจากหน้าต่างรถเท่านั้น จึงมองไม่เห็นอะไรเลย แต่ถึงมองไม่เห็นทุกคนก็ทราบดีว่ามีบางอย่างอยู่แถวนี้
ตอนนี้ในรถไม่มีใครขยับตัวหรือส่งเสียงณัฐธัญอยากรู้ว่ามันจะหูดีสักเพียงใด จึงใช้ส้อมเคาะไปที่จานหนึ่งครั้งดังกิ๊ง
ตึง..!
สิ้นเสียงเคาะไม่นานเสียงคล้ายวัตถุหนักตกใส่หลังคารถก็ดังขึ้น มันหนักจนรถบ้านหนักสามสิบตันถึงกับโยกเล็กน้อย
ทุกคนทราบทันทีว่ามีบางอย่างอยู่บนหลังคารถและต้องเป็บางอย่างที่ใหญ่มาก
กึด กึด กึด...
คราวนี้เสียงดังฟังชัดมากบ่งบอกทิศทางชัดเจนว่ามาจากบนหลังคารถ
แต่ก่อนที่ใครจะทำอะไรก็มีศีรษะใหญ่โตห้อยลงมาชะโงกที่หน้าต่างจากบนหลังคา เป็ใบหน้าที่ไม่มีดวงตาเหมือนเคยทว่าสิ่งที่ทำให้ทุกคนตกตะลึงคือ ศีรษะของมันใหญ่กว่าที่เคยเห็นเกือบเท่าตัว..!
มันอ้าปากกว้างค่อย ๆ ขบทั้งฟันบนและฟันล่างกับกระจกหน้าต่าง ราวกับว่าจะกัด แต่มันดูเหมือนไม่ได้จะกัดเหมือนแค่อ้าปากให้แนบกับกระจกเฉย ๆ
พฤติกรรมของมันชวนน่าขนลุกเพราะไม่รู้ว่ามันคิดทำอะไร
และขณะนั้นเองจู่ ๆ ทุกคนในรถก็รู้สึกถึงแรงสั่นะเืเบา ๆ ราวกับเกิดแผ่นดินไหวที่เบาที่สุด กระจกหน้าต่างทั้งบานสั่นะเืเล็กน้อยจนส่งเสียง
ทุกคนรู้สึกอึดอัดในหูและหน้าอกเหมือนถูกกดดัน หายใจลำบาก จนเริ่มวิงเวียนศีรษะ
ณัฐธัญรู้สึกเหมือนกับมีเสียงอะไรบางอย่างดังรบกวนอยู่ในหูแต่ประเด็นคือมันไม่มีเสียงอะไร
เทเรซ่าที่หน้าซีดทำท่าเหมือนจะอาเจียนราวกับนึกอะไรบางอย่างออก พูดขึ้นทันทีว่า “มันกำลังใช้โซนาร์คลื่นความถี่ต่ำต่ำมากจนมนุษย์ไม่ได้ยิน แต่สามารถทะลุทะลวงเข้ามาในรถได้ ตอนนี้มันน่าจะรู้แล้วว่าพวกเราอยู่ข้างใน”
พอสิ้นคำพูดของเทเรซ่าสิ่งมีชีวิตประหลาดนั้นร้องคำรามออกมา ใช้กรงเล็บที่ติดกับปีกฟาดเข้ามาที่กระจกรถดังปัง
กระจกที่หนาถึงขนาดกันะเิได้กลับแสดงรอยร้าวเล็ก ๆ ขนาดเท่าปลายนิ้วก้อย
“ไอ้บ้านี่”ณัฐธัญสบถ กำลังจะวิ่งออกจากรถ แต่ถูกลีโอนีห้ามก่อน
“เดี๋ยว..! นายมีไฟฉายหรือเปล่า ข้างนอกมืดมาก ยิ่งมันบินได้อีก ขืนออกไปสุ่มสี่สุ่มห้าเราอาจจะโดนมันซุ่มโจมตีโดยไม่รู้ตัว” ลีโอนีกล่าวเตือน
ณัฐธัญคิดว่ามีเหตุผลแต่เขามีสิ่งที่ดีกว่าไฟฉายเป็สิบเท่า นั่นก็คือแว่นมองกลางคืน เขาซื้อแว่นมองกลางคืนเพิ่มจากระบบให้ลีโอนีทันทีจากนั้นก็สวมใส่ของตัวเอง
ลีโอนีพอใส่แว่นก็แทบตะลึงงันเพราะสามารถมองเห็นข้างนอกไม่ต่างอะไรกับกลางวัน
พอทั้งคู่ออกมาก็พบว่าสิ่งมีชีวิตประหลาดนี้ตัวสูงถึงหกเมตร ใหญ่กว่าตัวก่อนหน้านี้ถึงสองเท่า
ทั้งสองคนไม่รอช้ากระหน่ำยิงมันทันที ทว่าสิ่งผิดปกติคือ เ้าตัวนี้กลับไม่ใช้ปีกป้องกัน และที่น่าใกว่านั้นคือต่อให้ไม่ใช้ปีกป้องกัน มันก็ไม่ระคายเคืองเลย
แม้ว่าลีโอนีจะยิงไปที่ศีรษะของมันก็แทบทำอะไรมันไม่ได้แม้แต่น้อย เธอหงุดหงิดจนอยากจะขว้างปืนทิ้ง
“นาธานเอาปืนของนายมาหน่อย” ลีโอนีะโ ในเมื่อ 9 มม. ไม่ได้ผล อย่างนั้นก็ต้องใช้ .50 แอ็กชั่นเอ็กซ์เพรส
ณัฐธัญโยนปืนสั้นที่เขาใช้อยู่ให้ลีโอนีระหว่างนั้นก็คอยยิงไปที่ศีรษะของมันไปด้วย แน่นอนว่าได้ผล เมื่อะุ .50 แอ็กชั่นเอ็กซ์เพรสโดนศีรษะของมันมันก็ร้องคำรามแล้วใช้ปีกปิดส่วนศีรษะ
ปัญหาคือในเมื่อศีรษะเป็จุดอ่อนเดียวของมัน แล้วจะจัดการมันอย่างไร..?
สิ่งมีชีวิตประหลาดกวาดปีกอีกข้างของมันออกไปเนื่องจากตอนยืน ปีกมันจะถูกพับไปด้านหลังตลอดเวลา ตอนนี้เมื่อมันกางปีกกวาดออกมาจึงได้รู้ว่าปีกมันกว้างขนาดไหน หากวัดคร่าว ๆ แล้วก็เกือบข้างละ 12 เมตร..!
ปีกพุ่งเป็แนวนอนมาด้วยความเร็วสูงเกิดเป็เสียงแหวกอากาศ ณัฐธัญและลีโอนีพุ่งกระโจนสุดตัว หลบด้วยความเร็วมากกว่ามนุษย์ทั่วไปสามเท่า
ความเร็วนั้นช้ากว่าตัวก่อนหน้านี้อาจเป็เพราะขนาดตัวที่ใหญ่ขึ้น ทำให้อุ้ยอ้ายมากขึ้น แต่สิ่งที่ทดแทนความเร็วนั้นคือพละกำลังที่มหาศาล
ณัฐธัญซื้อะเิมือM67 สี่ลูก ถอดสลักแล้วขว้างออกไป
ตูม ตูม ตูม ตูม..!
เสียงะเิดังสนั่นหวั่นไหวแต่ไม่โดนเป้าหมาย สิ่งมีชีวิตประหลาดนั้นคล้ายกับรับรู้ถึงอันตรายมันบินขึ้นท้องฟ้า วนไปรอบ ๆ ราวกับรอจังหวะ
ลีโอนีพยายามสอยมันลงมาโดยเล็งยิงไปที่ศีรษะของมัน แต่การยิงวัตถุที่บินอยู่กลางอากาศด้วยความเร็วนั้นเป็เื่ท้าทายมากยิ่งปืนสั้นยิ่งแล้วใหญ่
มันพยายามบินหลบไปตามด้านหลังของตึกอาคารที่เป็บ้านสองชั้นจากนั้นก็พุ่งเข้าใส่พวกเขาจากจุดบอดด้วยความเร็วสูง
โชคดีที่ณัฐธัญและลีโอนีสวมชุดต่อสู้ที่เสริมศักยภาพทางร่างกายและแว่นมองกลางคืนจึงหลบได้แบบหวุดหวิด มิเช่นนั้นคงไม่มีทางหลบทัน
ณัฐธัญเริ่มหงุดหงิดมันน่ารำคาญตรงที่มันบินได้นี่แหละ ถ้าจัดการปีกมันได้ ทุกอย่างจะสบายขึ้น
พอนึกถึงปีกณัฐธัญก็ปิ๊งไอเดียขึ้น เขาเปิดหน้าจอระบบขึ้นมา สอบถามผู้ช่วย แล้วซื้อปืนกระบอกหนึ่งที่ผู้ช่วยแนะนำ
บนมือของณัฐธัญเปล่งแสงสีฟ้าเป็แท่งคล้ายกระบองยาว มีสีดำเงา บริเวณที่คล้ายด้ามกระบองมีรูหลายรูเรียงสลับกัน
ในระบบมีชื่อเขียนว่าFN M3M มันคือปืนกลหนักที่ยิงะุขนาด12.7x99 มม. นาโต้ อัตรายิง 1,200 นัดต่อนาทีเป็ปีศาจทำลายล้างที่เอาไว้ติดตั้งบนเฮลิคอปเตอร์
พอเห็นว่ามันมีอัตรายิงสูงณัฐธัญจึงซื้อะุอีก 5,000 นัด ตัวะุตกลงมาที่พื้นใส่สายะุไว้พร้อม เรียงเป็แพยาวเหยียด