ตอนที่ 30 (คิดชื่อตอนไม่ออก ไม่ใส่ด้วยมีอะไรปะ)
เื่ าาปีศาจกลับมาจากต่างโลก
“วันนี้พอแค่นี้แหละ” ชายสูงวัยบอกกับแม็กม่าและเ้าหญิง
การสอนมนตราในวันแรกของทั้งคู่ได้จบลงแล้ว แม็กม่ากำลังเตรียมตัวกลับห้องพัก
“ยากกว่าในโรงฝึกอยู่นิดหน่อย” แม็กม่าคิดในใจ การสอนของชายสูงวัยยากกว่าโรงฝึก
แต่แม็กม่ายังไม่ได้รู้ชื่อของชายสูงวัยที่สอนมนตราให้เขา
“ผมว่าเรายังไม่รู้จักกันเลยนะครับ” แม็กม่าพูดกับชายสูงวัย
“นั้นสินะ ฉันนี้เสียมารยาทจังนะ ฉันชื่อ โคเลส” ชายสูงวัยแนะนำตัวเอง
เขารู้ชื่อแม็กม่าอยู่ก่อนแล้วจากประวัติที่ไปสืบมา
“ฉันมีเื่จะคุยด้วย ช่วยตามมาหน่อยสิ” เ้าหญิงพูดกับแม็กม่าที่กำลังคุยอยู่กับ โคเลส
“เ้าหญิงที่นี่ไม่ได้ถูกสอนเื่มารยาทหรือไง มาขัดคนกำลังคุยกันอยู่”
แม็กม่าพูดกับเ้าหญิงที่เข้ามาขัดคนที่กำลังคุยกันอยู่
“เ้านี้ ถ้าฉันไม่ต้องทำตามแผน คงสั่งให้ทหารลากเข้าคุกไปแล้ว”
เ้าหญิงโมโหอยู่แค่ในหัวของตัวเอง ถ้าอะไรไม่ดีลงไปแม็กม่าคงไม่ยอมช่วยเธอ
เธอเดินออกไปรออยู่หน้าห้อง แม็กม่าเปิดประตูตามออกมา
“นายมาจากต่างโลกสินะ” เ้าหญิงพูดสิ่งที่ได้ยินตอนที่แม็กม่าพูดคนเดียว
คำถามนี้ทำให้แม็กม่าสะดุ้งเล็กน้อย
“ยัยนี้รู้ได้ไงวะ เราไม่เคยบอกใครเื่ที่เรามาจากต่างโลกนี้เลย”
แม็กม่าคิดว่าเขาไม่เคยบอกใครเื่ที่เขามาจากต่างโลกให้คนในโลกนี้ได้ยินมาก่อน
“เสียสติไปแล้วหรือไง ใครมันจะมาจากต่างโลกได้กัน” แม็กม่าตอบปฏิเสธ
“ไม่ต้องทำตัวเนียนหรอกน่า ฉันได้ยินที่นายพูดอยู่คนเดียวแล้ว”
เ้าหญิงมั่นใจในสิ่งที่เธอได้ยินในตอนนั้น
“้าอะไรละ ถึงมาพูดเื่นี้กับฉัน”
ในที่สุดแม็กม่าก็ยอมรับกับเ้าหญิงว่าเขามาจากต่างโลก
“เดียวค่อยคุยที่หลัง นายอยากจะกลับโลกเดิมใช่ไหมล่ะ เอานี่ไปสิ”
เ้าหญิงยืนหนังสือเล่มเดียวที่เธอหาได้จากในหอสมุดของปราสาท
และก็มีทหารประจำตัวของเ้าหญิงมารับเธอกลับไป แม็กม่าที่รับหนังสือมาก็ใเล็กน้อย
ในหนังสือมีอักษรของโลกเดิมถูกเขียนเอาไว้ด้วย มันเป็ภาพที่ถูกวาดขึ้นจากสิ่งที่พบ
“โลกเดิมงั้นเหรอ ยัยเ้าหญิงไปเอาหนังสือนี้มาจากไหนฟะ
แต่ถ้าอยากจะกลับยัยนั้นอาจจะรู้ทางกลับโลกเดิมของเราก็ได้ ไอ้เื่มนตราพอแค่นี้ดีกว่า
จากที่เรียนมามันก็เริ่มงั้นๆแล้ว และพลังของเราดูดีกว่าตั้งเยอะ
แอบเข้าไปในปราสาทและถามยัยนั้นตรงๆ เลยดีกว่า”
แม็กม่าคิดจะแอบเข้าไปในปราสาทและถามเื่ทางกลับโลกเดิมจากเ้าหญิงให้ได้ในคืนนี้
หลังจากฝึกมนตรามาได้สักพักแม็กม่าก็รู้สึกว่าต่อให้ฝึกไปอีกเขาก็คงไม่เก่งขึ้นมากกว่านี้แล้ว
จึงคิดจะหยุดการฝึกไว้เพียงแค่นี้และจะเริ่มหาทางกลับโลกเดิมให้ได้
ในค่ำคืนนั้นเอง แม็กม่าไปหาซื้อชุดใหม่มาใส่และแอบเข้าไปในปราสาทได้สำเร็จ
แม้จะมีทหารนับร้อยคนเฝ้าระวังอยู่ทั้งด้านในและด้านนอกปราสาท แม็กม่าก็ลอบเข้ามาได้
“ห้องของยัยเ้าหญิงนั้นอยู่ตรงไหนวะเนี่ย ที่นี่ใหญ่พอๆ กับปราสาทของเราเลย”
แม็กม่าเดินวนหาห้องของเ้าหญิงอยู่ ขนาดของปราสาทนี้ใหญ่พอๆ กับปราสาทของแม็กม่า
เขาเดินขึ้นไปเรื่อยๆจนมาถึงห้องห้องหนึ่ง มีเสียงร้องไห้ดังออกมาจากห้อง
“มีเสียงคนร้องไห้ด้วย ถ้าเปิดเข้าไปจะเจอผีพุ่งเข้าใส่เหมือนในภาพยนตร์ไหมวะ”
แม็กม่าพูดกับตัวเองพร้อมแง้มประตูส่องดูด้านใน เขาเห็นเ้าหญิงในชุดราตรีกำลังนั่งร้องไห้อยู่
ความสงสัยก็เกิดขึ้น ทำไมเ้าหญิงถึงมานั่งร้องไห้อยู่คนเดียวในห้องได้ละ
“ดูไปดูมา ยัยนี้ก็สวยอยู่แฮะ คนเดียวกับเมื่อเช้าแน่เหรอ” แม็กม่าไม่เชื่อสายตาตัวเอง
เขายังยืนดูอยู่หน้าห้องยังไม่ได้เข้าไป ส่วนเ้าหญิงร้องไห้เื่งานแต่งที่เธอไม่้า
เธอถูกบังคับให้แต่งงานกับเ้าชายของอีกอาณาจักรเพื่อสร้างความสัมพันธ์และยุติการขัดแย้ง
“ตอนร้องไห้ดูดีกว่าตอนปกติอีกนะ” แม็กม่าเดินเข้าทักทายเ้าหญิงถึงในห้องของเธอ
นั้นทำให้เธอรู้สึกประหลาดใจที่มีคนแอบเข้ามาถึงที่นี่ได้
“นายเข้าไม่ได้ไงเนี่ย” เ้าหญิงรีบเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าของเธอ
เธอไม่อยากให้ใครเห็นด้านที่อ่อนของเธอ
“มาคุยเื่นี้ไง” แม็กม่าโชว์หนังสือที่เ้าหญิงให้เมื่อตอนเช้าแทนคำตอบ
“คงไม่ได้แล้วละ ฉันคงหนีไปไหนไม่ได้อีกแล้ว นายกลับไปซะเถอะ”
เ้าหญิงพูดสีหน้าที่เศร้าสร้อยและไล่แม็กม่ากลับไป
คำพูดของเ้าหญิงทำให้แม็กม่าช็อกไปเลย เพราะเ้าหญิงอาจจะเป็ทางกลับบ้านของเขาก็ได้
แต่เธอดูหมดอาลัยตายอยากไปแล้ว แม็กม่ายังยืนอยู่ตรงนั้นไม่ขยับไปไหน
“ก็บอกให้กลับไปไง!!” เ้าหญิงโมโหขึ้นที่แม็กม่ายังยืนอยู่ในห้องของเธอ
เสียงที่ดังของเธอทำให้แม่นมที่อยู่ห้องข้างๆ เข้ามาดูอาการของเ้าหญิง
“เป็อะไรหรือเปล่าคะ เ้าหญิง” เสียงเคาะประตูและเสียงของแม่นมดังขึ้น
“ไม่มีอะไร!!” เธอตอบกลับ ตอนนี้เ้าหญิงอารมณ์ไม่ดีแบบสุดๆ
แม็กม่ายังยืนอยู่ที่เดิม เ้าหญิงลุกขึ้นด้วยความโมโห ตรงเข้ามาหมายจะต่อยใส่แม็กม่า
เขาคว้ามือของเ้าหญิงเอาไว้ได้ทันก่อนที่เธอจะต่อยโดนเขา
“อะไรของเธอวะเนี่ย ไม่เห็นเก่งเหมือนตอนอยู่โรงฝึกเลยนี่หว่า”
แม็กม่าพูดหลังจากคว้าแขนของเ้าหญิง
“อยากตายมากเลยสินะ” เ้าหญิงใช้อีกมือพร้อมพลังมนตราของเธอ
หมัดของเ้าหญิงพร้อมแสงของมนตราในมือพุ่งใส่แม็กม่า แต่ก็ถูกคว้าเอาไว้ได้ง่ายๆ
หลังจากหยุดหมัดได้ แม็กม่าก็ปล่อยมือเ้าหญิงและะโออกทางหน้าต่างของห้องเ้าหญิง
“สรุปยัยนั้นร้องไห้เื่อะไรแน่” แม็กม่าเช็ดน้ำตาของเ้าหญิงที่ติดอยู่บนเสื้อของเขา
“ตอนแรกก็บอกจะมีเื่คุยด้วย แต่พอไปคุยก็ปฏิเสธซะงั้น” แม็กม่าบ่นต่อในใจ
ภาพของเ้าหญิงพร้อมน้ำตาบนใบหน้ายังวนเวียนอยู่ในหัวของแม็กม่า
ในขณะที่เดินเล่นอยู่กลางเมืองท่ามกลางค่ำคืนอันมืดสนิท มีพ่อบ้านคนหนึ่งเดินมาหาเขา
พ่อบ้านคนนั้นเป็คนเดียวกันกับพ่อบ้านของ โคเลสที่สอนเื่มนตราให้แม็กม่า
“พ่อบ้านทำงานทั้งวันเลยเหรอครับ” แม็กม่าพูดกับพ่อบ้านที่วิ่งมาหาเขา
“จะมาแจ้งเื่นะครับ พรุ่งนี้มีงานสำคัญ คุณโคเลสไม่ว่างมาสอน”
พ่อบ้านบอกเื่สำคัญพร้อมเดินกลับคฤหาสน์
แม็กม่าเห็นทหารยกป้ายประกาศมาติดทั่วเมือง เขาเข้าไปอ่านประกาศที่ทหารเอามาติดไว้
“งานแต่งระหว่างอาณาจักรจะถูกจัดขึ้นพรุ่งนี้” แม็กม่าอ่านป้ายประกาศ
“อาณาจักรนี้แต่งงานกันปุ๊บปั๊บจังนะ” แม็กม่าคิดในใจก่อนจะเดินกลับห้องพัก
เช้าวันต่อมา
แม็กม่าที่ไม่มีเรียนมนตราในวันนี้จึงใส่ชุดทหารรับจ้างไปหาหัวหน้าทหารรับจ้าง
กลุ่มทหารกำลังรับคนเพิ่มอีกแล้วในวันนี้และเหมือนจะหาเยอะกว่าครั้งก่อนๆ
“วันนี้ทำไมรับคนเยอะขนาดนี้เลยเนี่ย” แม็กม่าเดินมาหากลุ่มทหารรับจ้าง
“สวัสดีเ้าหนู มาได้จังหวะเลย เรา้าคนเยอะมากๆ เลยตอนนี้
งานแต่งระหว่างอาณาจักรทำให้งานคุ้มกัน้าคนเยอะมากๆ แถมได้เงินดีด้วย
สนใจไหมเ้าหนู “หัวหน้าทหารรับจ้างชวนแม็กม่าให้ร่วมด้วย
ซึ่งเขาก็ตอบตกลงวันนี้ยังไงก็ว่างทั้งวันอยู่แล้ว
“เมื่อไรไอ้ภาพนี้จะหลุดออกจากหัวฉันได้สักที่เนี่ย” แม็กม่าคิดในใจ
ภาพเดิมจากเมื่อคืนตามหลอกหลอนเขาอีกแล้ว นั้นคือภาพของเ้าหญิงที่กำลังร้องไห้
“อะไรทำให้ภาพนี้ติดอยู่ในหัววะเนี่ยเป็เพราะพ่องั้นเหรอ”
ตอนเด็กๆ พ่อของแม็กม่าสอนให้ช่วยผู้หญิงที่กำลังร้องไห้อยู่เสมอ พ่อค่อยย้ำเื่นี้อยู่ตลอด
ั้แ่เด็กจนโตเหมือนกับว่ามันฝังลึกลงไปในจิตสำนึกแล้ว
กลุ่มทหารรับจ้างถูกสั่งให้เฝ้าระวังระหว่างเส้นทางที่ขบวนงานแต่งเคลื่อนผ่าน
ถ้าสองอาณาจักรร่วมมือกัน พวกกลุ่มฏจะถูกกวาดล้างได้อย่างงง่ายดาย
ซึ่งพวกฏจะไม่ยอมให้เป็แบบนั้นอย่างแน่นอน ทางาาของอาณาจักรจึงรีบจัดงานแต่ง
ในระหว่างที่แม็กม่ากำลังเฝ้าระวังสถานการณ์ตามที่ได้รับสั่งมา ก็มีชายในขุดคลุมเดินเข้ามา
เขาคือพ่อบ้านของโคเลส เขาบอกให้แม็กม่าไปที่สถานที่แห่งหนึ่งที่ถูกเขียนไว้ในโน้ต
“หลังเวทีใหญ่หน้าปราสาทงั้นเหรอ” แม็กม่าเปิดมันออกดูพร้อมบัตรที่สามารถพาเข้าด้านหลังได้
หลังจากขบวนงานแต่งเคลื่อนผ่านไป แม็กม่าก็ไปจุดที่สองตามที่หัวหน้าทหารรับจ้างบอกมา
และแม็กม่าแอบหนีไปตามโน้ตที่ได้มาจากพ่อบ้าน ด้านหลังเวทีมีคนรอเขาอยู่
ทางด้านหน้าเวที มีแขกจำนวนมากถูกเชิญมา ส่วนใหญ่เป็ขุนนางของทั้งสองอาณาจักร
พร้อมด้วยองครักษ์ส่วนตัว และมีชาวเมืองนับพันมาร่วมยินดีด้วยกับงานแต่งของเ้าหญิง
โคเลสคือคนที่รอแม็กม่าอยู่หลังเวที เขาเสนองานของทหารรับจ้างให้แม็กม่า
งานนั้นทำให้แม็กม่าใอยู่ไม่น้อย
“สวัสดียามเช้าแม็กม่า ฉันมีงานให้เธอทำ ไม่ต้องห่วงเื่ค่าตอบแทน
ฉันจะให้ทุกอย่างที่เธอ้า ขอแค่ทำงานให้สำเร็จก็พอ” โคเลสพูดกับแม็กม่าที่พึ่งมาถึง
“งานอะไรงั้นเหรอครับ” แม็กม่าถามกลับไป
“ให้ทุกอย่างงั้นเหรอ ผลตอบแทนขนาดนี้คงไม่ใช่เื่เล็กๆ สินะ” แม็กม่าคิดในใจ
“ช่วยลักพาตัวเ้าหญิงขอบอาณาจักรให้หน่อย”
โคเลสบอกสิ่งที่แม็กม่าต้องทำหากเขาตกลง ทำให้แม็กม่าใที่ได้ยินคำพูดนั้น
“งานใหญ่ขนาดนี้ คุณมีเท่าไรก็จ่ายไม่ไหวหรอก ทหารเยอะขนาดนี้แม้แต่พระเ้าก็ช่วยไม่ได้”
แม็กม่าพูดราวกับจะปฏิเสธ มีทหารทั้งจากอาณาจักรนี้และอาณาจักรข้างๆ อยู่ด้วย
จำนวนทหารที่อยู่รอบเมืองในตอนนี้ ถ้านับจำนวนของทหารแบบคร่าวๆ ก็มีแสนกว่าแล้ว
ซึ่งแม็กม่าสามารถพาเ้าหญิงออกจากงานแต่งได้สบาย แต่ไปหาเื่อาณาจักรทั้งอาณาจักร
ชีวิตในโลกนี้ของแม็กม่าคงอยู่ไม่เป็สุขอย่างแน่นอนและเขาไม่อยากจะมีเื่วุ่นวายตามมา
“งั้นเหรอ แย่จังนะ คิดว่าเธอจะช่วยได้ซะอีก” โคเลสรู้สึกผิดหวังอย่างมากที่แม็กม่าปฏิเสธ
สีหน้าของเ้าหญิงเมื่อคืนก็วนกลับเข้ามาในหัวของแม็กม่าพร้อมคำพูดของพ่อที่สอนเขาอยู่ตลอด
“ให้ตายสิ ช่วยก็ได้ฟะ” แม็กม่าคิดในใจ แต่เขาบอกปฏิเสธกับโคเลสไปแล้ว
จะไปบอกเปลี่ยนใจอีกมันก็จะแปลกๆ แม็กม่าจึงหยิบกระดาษพร้อมเขียนบางอย่างลงไป
“ผมขอถามเหตุผลได้ไหมว่าทำไมถึงอย่างให้ผมลักพาตัวเ้าหญิง”
แม็กม่าหันไปถามโคเลสก่อนที่เขาจะเดินจากไป ซึ่งโคเลสก็อธิบายสิ่งที่อยู่ในใจ
โคเลสเป็คนฝึกเ้าหญิงมาั้แ่เด็กๆ โคเลสรักเ้าหญิงเหมือนลูกของตัวเอง
และเขาก็รู้ว่าเ้าหญิงไม่อยากจะแต่งงานกับเ้าชายจากอาณาจักรข้างเคียง
“ก็ตามที่ผมพูดไปก่อนหน้านั่นแหละครับ คงมีแต่ปีศาจที่จะยอมรับงานสกปรกแบบนี้”
แม็กม่าพูดอย่างเป็นัยและส่งกระดาษที่เขาเขียนให้โคเลสไป
ในนั้นมีตราสัญลักษณ์าาปีศาจของแม็กม่าเขียนเอาไว้ พร้อมทั้งวิธีที่เขาต้องทำ
รวมถึงราคาที่ต้องจ่ายสำหรับงานนี้ โคเลสไปหาเ้าหญิงพร้อมกระดาษที่แม็กม่าส่งให้
“นี่ฉันคิดถูกแล้วใช่ไหม มีหวังโดนสามสาวฆ่าแน่เลย เดียวพวกเธอก็คงทำใจได้แหละ
มีตั้งหลายคนแล้ว จะมีอีกสักคนคงไม่เป็อะไรมั่ง ยัยนั้นก็สวยอยู่นะ”
แม็กม่าคิดในใจหากโคเลสทำตามที่เขียนไว้ในกระดาษจริงๆ
***************************จบตอนที่ 30******************