ท่ามกลางพฤกษาลึกที่ดูราวกับปากอสูรกายกระหายเื ลู่ชิงหยุดยืนหอบหายใจอยู่ใต้ต้นหลิวโบราณที่กิ่งก้านลู่ไหวไปตามแรงลมป่า ทั่วร่างของเขาสั่นสะท้านประดุจใบไม้ต้องพายุร้าย แสงจันทร์เสี้ยวสลัวรางสาดส่องลงมากระทบใบหน้าที่ซีดเผือดขาวโพลนของบัณฑิตหนุ่มผู้เกือบเอาชีวิตไปทิ้งในท้องพญางูขาว เขาพยายามตะเกียกตะกายสูดหายใจเอาอากาศเย็นเยือกเข้าปอดเพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงไปถึง์ชั้นเก้าให้กลับคืนมา
"รอดตายแล้วลู่ชิงเอ๋ย... หากข้าต้องไปคัดตำราในท้องงูนั่น ใครจะดูแลท่านแม่และน้องเล็กเล่า" เขาพึมพำเสียงสั่น ทว่าความโล่งใจกลับดำรงอยู่เพียงชั่วกระพริบตา เมื่อ ผลิญญาน้ำแข็ง ในสาบเสื้อเริ่มสำแดงฤทธิ์เดชอันน่าสะพรึงกลัว กลิ่นหอมอันเย้ายวนล้ำลึกที่ข้ามผ่านขอบเขตมวลบุปผาทั้งปวงเริ่มขจรขจายออกมา กลิ่นนั้นเย็นชื่นใจประดุจน้ำค้างบริสุทธิ์บนยอดเขาหิมะ แต่มันกลับแฝงด้วยพลังกระตุ้นความกระหายในแก่นแท้แห่งชีวิตอย่างรุนแรง ร่างกายของเขายามนี้ไม่ต่างจากพสุธาที่แตกระแหงเฝ้ารอหยาดพิรุณชโลมดินมานับศตวรรษ ปราณกำเนิดเซียนในร่างกำลังส่งสัญญาณปะาขีดสุดว่ามัน้าสิ่งนี้มาเติมเต็มรากฐานที่พร่องอยู่
"จะ...จะบ้าหรือไร ผลไม้ประหลาดนี่น่ะนะ? หน้าตาก็ประหลาด กลิ่นก็แรงเกินมนุษย์ หากข้าสุ่มสี่สุ่มห้ากินเข้าไปแล้วเกิดท้องเสียขี้แตกขี้แตนกลางป่าช้าเช่นนี้ ข้ามิสมควรเอาหน้าซุกแผ่นดินหนีหรอกหรือ!" เขาพยายามใช้เหตุผลของปราชญ์เข้าข่มสัญชาตญาณ ทว่าท้ายที่สุดเขาก็ทนต่อความเย้ายวนไม่ไหว จึงทรุดตัวลงนั่งแอบอยู่หลังพุ่มไม้หนา ก่อนจะบรรจงงับผลิญญาน้ำแข็งเข้าไปคำหนึ่งด้วยความหวั่นใจ
"กรับ!"
ความหวานล้ำที่ไม่ได้ััเพียงแค่ปลายลิ้น แต่มันกลับแผ่ซ่านทะลุผ่านลำคอดิ่งลึกเข้าไปชโลมดวงิญญา ทว่าทันใดนั้นพลังไอเย็นสุดขั้วก็ะเิออกภายในกระเพาะอาหาร แล้วพุ่งพล่านไปตามเส้นชีพจรราวกับมีเข็มน้ำแข็งนับหมื่นเล่มวิ่งพล่านไปทั่วร่าง
"อั๊ก! อุ๊ก! ว่าแล้ว... ไม่น่ากินของแปลกเลย! ข้าว่าแล้วว่ามันต้องท้องเสียแน่ๆ!" ในวินาทีนั้นเอง ปราณกำเนิดเซียนก็ขานรับอย่างรุนแรง พลังร้อนและเย็นปะทะกันจนเกิดเป็พายุหมุนในช่องท้อง ลู่ชิงรู้สึกเหมือนลำไส้ถูกม้วนเป็เกลียวจนต้องครางโอดครวญ
"โอ๊ย! ท้องข้า! มันปั่นป่วนเหมือนมีัสู้กับพยัคฆ์อยู่ในพุงเลย!"
ในขณะที่ลู่ชิงกำลังจมดิ่งสู่วังวนแห่งการ สร้างรากฐาน สมาธิของเขาถูกตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสมบูรณ์ กระดูกทุกส่วนในร่างเปล่งแสงเรืองรองและหนาแน่นขึ้นนับสิบเท่า พลังิญญามหาศาลบีบอัดจนเกิดการเสียดสีกับบรรยากาศภายนอก
เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!!
ท้องฟ้าเหนือป่าทึบพลันมืดสนิท สายฟ้าสีเงินยวงเส้นมหึมาฟาดกระหน่ำลงมายังจุดที่ลู่ชิงนั่งอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า! เสียงกัมปนาทะเืเลื่อนลั่นจนแผ่นดินไหวโยก ต้นไม้ใหญ่รอบข้างหักโค่นกระจุยกระจายเป็จังหวะเดียวกับการหลอมรวมรากฐานเซียน ทว่าลู่ชิงที่หลับตาปี๋กุมท้องอยู่นั้นกลับไม่ได้ยินเสียงสายฟ้าแม้แต่นิดเดียว ในหัวของเขามีเพียงเสียงโครกครากของลำไส้ที่เขานึกว่าเป็อาการท้องร่วงขั้นรุนแรงเท่านั้น
ที่เขตพักแรมริมลำธาร เหล่ามือปราบกองปราบตงหยางสะดุ้งสุดตัวพุ่งลุกขึ้นด้วยความใ หูเถียนคว้าดาบพลางร้องเสียงหลง
"ฟ้าผ่า! เกิดอะไรขึ้น!" เมื่อเฉินอี้กวาดสายตาไปที่แคร่ที่พักแล้วพบว่าลู่ชิงหายไป เขาก็หน้าถอดสี
"ท่านลู่หายไป! ทุกคนตามข้ามา วิ่งไปทางต้นเสียงฟ้าผ่านั่น เดี๋ยวนี้!"
เหล่ามือปราบเกือบยี่สิบชีวิตวิ่งสับเท้าฝ่าพงหนามมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่แสงสายฟ้าเพิ่งหายวับไปด้วยหัวใจที่เต้นรัว เมื่อพวกเขามาถึงจุดเกิดเหตุ แสงสว่างจางๆ จากดวงจันทร์เผยให้เห็นภาพที่น่าขนพองสยองเกล้า ต้นไม้รอบบริเวณนั้นหักโค่นราบเป็หน้ากลอง พื้นดินมีรอยไหม้เกรียมเป็วงกว้างประดุจถูกเทพเ้าลงทัณฑ์
แต่ทว่า... ท่ามกลางซากปรักหักพังเ่าั้ พวกเขากลับเห็นร่างของลู่ชิงในชุดบัณฑิตที่บัดนี้ดูผุดผ่องสะอาดตาประดุจหยกเนื้อดี เขากำลัง "นั่งยองๆ" อยู่หลังพุ่มไม้ที่เหลือเพียงซาก ใบหน้าบิดเบี้ยวดูทรมานสุดขีด
"ท่านลู่! ท่านเป็อย่างไรบ้าง!" หูเถียนะโลั่นด้วยความขวัญเสียพลางจะวิ่งเข้าไปหาลู่ชิงที่เพิ่งหลอมรวมรากฐานเสร็จสิ้นพอดี สะดุ้งโหยงรีบดึงกางเกงขึ้น (ทั้งที่ไม่ได้ถอด) แล้วหันมามองขบวนมือปราบด้วยสายตาเคืองๆ
"พวกท่าน... พวกท่านจะมาใอะไรกันรุนแรงปานนั้น ข้าแค่รู้สึกท้องไส้ไม่ดี เลยมาแอบถ่ายหนักอยู่แถวนี้ พวกท่านเล่นวิ่งพรวดพราดมากันหมดขบวนเช่นนี้ ข้าก็ใหมดสิ!"
เหล่ามือปราบยืนนิ่งอึ้งประดุจถูกสาปเป็หิน เฉินอี้มองดูหลุมฟ้าผ่ารอบตัวลู่ชิงที่ลึกจนน่ากลัว สลับกับใบหน้าอันใสซื่อของบัณฑิตที่ดูจะไม่รู้เื่รู้ราวอะไรเลยแม้แต่น้อย 'สายฟ้าฟาดลงมาขนาดนี้... ลำไส้ท่านช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก!' เฉินอี้คิดในใจด้วยความสับสนหูเถียนอ้าปากค้างพลางปาดเหงื่อ
"ท่านลู่... เมื่อครู่ฟ้าผ่าลงมาที่นี่ตั้งหลายครา ท่านไม่รู้ตัวเลยหรือขอรับ?"
"ฟ้าผ่าอะไรกันท่านหูเถียน? ข้าได้ยินแต่เสียงท้องข้าร้องโครกครากปานฟ้าถล่มนี่แหละ!" ลู่ชิงบ่นอุบพลางปัดฝุ่นตามเสื้อผ้า
"ข้าบอกแล้วว่าไม่น่ากินของป่ามั่วซั่วเลยจริงๆ เห็นไหม ทำเอาพวกท่านต้องลำบากวิ่งมาดูข้าถ่ายธุระจนได้"
เหล่ามือปราบต่างมองหน้ากันโดยมิได้นัดหมาย แต่ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากค้านแม้แต่คำเดียว ในใจของพวกเขาบัดนี้เชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมแล้วว่า ลู่ชิงคือยอดยุทธระดับตำนานที่กำลังฝึกวิชา "กายาอัสนี" หรือไม่ก็กำลังบรรลุขั้นพลังบางอย่างที่เหนือชั้นเกินกว่ามนุษย์จะเข้าใจ และการที่เขาบอกว่ามา "ถ่ายหนัก" นั้น ย่อมเป็การพูดเพื่อปกปิดความนัยอันลึกซึ้งหรือเป็อารมณ์ขันของยอดคน
"ขออภัยที่พวกข้าเสียมารยาทขอรับท่านลู่..." เฉินอี้ประสานมือคำนับด้วยความเคารพอย่างสูง
"ในเมื่อท่านธุระเสร็จสิ้นแล้ว เชิญกลับไปพักผ่อนเถิดขอรับ"
ลู่ชิงเดินนำหน้าขบวนกลับแคมป์ด้วยท่าทางบ่นพึมพำถึงเื่ท้องไส้ โดยหารู้ไม่ว่าทุกฝีก้าวที่เขาเดินนั้นช่างดูเบาหวิวและสง่างามผิดจากเดิมลิบลับ ทิ้งให้เหล่ามือปราบยืนมองแผ่นหลังของเขาด้วยความศรัทธาที่พุ่งทะลุเพดานไปเรียบร้อยแล้ว