ก็เหมือนกับการที่อมเรศบังเอิญเดินผ่านตึกอำนวยการตอนพักกลางวันหนึ่งและถูก อาจารย์ยศระวี ซึ่งอยู่หมวดเดียวกับพ่อเรียกตัวไว้และโดนด่าตรงนั้นแต่มันไม่จบเพราะอาจารย์ยศระวีเรียกเขาขึ้นไปด่าต่อที่ห้องหมวดภาษาต่างประเทศนั่นคือสถานที่ที่เขาไม่อยากถูกเรียกตัวไปที่สุด
ฉลาดล้ำโลก… ที่ครูหญิงมาดห้าวดูเผินๆ เหมือนคู่แข่งกับอาจารย์ยูมิแม่ของเขาเรียกเขาขึ้นไปด่าต่อหน้าครูในหมวดนั้นตอนที่พ่อของเขาออกไปสอน ม.ปลาย
มันต่างกันตรงที่หากจะนิยามกันสั้น ๆ
ครูหญิงสองคนในโรงเรียนที่มีบุคลิกลักษณะและการแต่งตัวอัตลักษณ์ทางเพศที่แตกต่าง
อาจารย์ยูมิ = สาวเท่+เปรี้ยว
อาจารย์ยศระวี = สาวหล่อ
และทั้งสองคนนั้นไม่ถูกกันทั้งในแง่ส่วนตัวและการสอน แต่วันนี้อมเรศถูกอาจารย์ยศระวีเรียกมาสาดเสียเทเสียเขาต่อหน้าครูในหมวดคนอื่นที่นั่งอยู่...อย่างน้อยก็อาจารย์จรัสรัสที่กำลังรับประทานอาหารกลางวันที่โต๊ะ
“เนี่ยดูผลผลิตอาจารย์กณิศล่ะ แล้ว ม.4 จะต่อที่นี่ไหม”
“ต่อครับ” เขาโกหก
“เธอควรออกไปเรียนเอกชนจบ ม.3 ก็ควรออกไปเรียนพาณิชย์”
“...”
อมเรศนั่งคุกเข่าหน้าโต๊ะครูทอมบอย ริมฝีปากของเขาแสยะขึ้นเป็นรอยยิ้มเหยียดอย่างห้ามไม่ได้อีกครั้งเมื่อฟังคำสบประมาทที่ดูจะลุกลามไปถึงพ่อผู้ให้กำเนิดเขาต้องทนฟังอาจารย์ยศระวีพูดอะไรต่อมิอะไรอีกมากมายจนกระทั่งถึงตอนที่คนที่เขารู้จักดีกลับเข้ามาที่ห้องหมวดภาษาต่างประเทศ
“เดี๋ยววางไว้ที่โต๊ะครูได้เลยขอบใจมากครับ--” เจ้าของร่างสูงโปร่งหันมาทางนี้พอดีเพราะได้ยินเสียงอาจารย์ยศระวีดังขนาดนั้น“อมเรศ ?”
เด็กหนุ่มอ่านปากของกฤตธีราออกเขาเลิกสนใจกับครูหญิงทอมบอย แต่สายตามองผ่านหล่อนไปที่ครูวิชาภาษาอังกฤษของเขาแทน
อมเรศภาวนาให้อาจารย์ยศระวีเลิกพูดยิ่งพูดรายละเอียดก็ยิ่งมาก เขาไม่อยากให้กฤตธีราน่ะรู้เรื่องนี้ ไม่เลยสักนิดเขาไม่เคยพูด ไม่เคยเล่า ว่าตนเองเจออะไรและเกิดอะไรขึ้นบ้างในชีวิตแต่ละวันที่นี่
“อาจารย์จรัสรัสดูสิคะแล้วอมเรศก็ยังลอยหน้าลอยตาอยู่ในโรงเรียนเราด้วยผมทรงนี้ ? หนูไม่เข้าใจจริงๆ ค่ะว่าแม่เขาไม่คอมเมนต์ว่าอะไรบ้างเหรอ หรือแม่เขาเป็นคนตัดเอง เออก็แปลกดีนะคะเป็นครูแท้ ๆ ไม่รู้กฎเกณฑ์เหรอ”
“น้องยศระวีพี่ว่าเดี๋ยวม.ต้น จะหมดเวลาพักแล้วก็ปล่อยเด็กไปกินข้าวเถอะค่ะ” ดูเหมือนอาจารย์จรัสรัสจะไม่อยากสร้างศัตรูกับเขานักยังไงก็ขอแลกชั่วโมงกับแม่ของเขาบ่อย ๆ นี่เนอะ
อมเรศไม่สนใจคนที่เหลือจะพูดจะด่าอะไรต่อไปก็เชิญ เขาสนใจแค่กฤตธีรา ฝ่ายนั้นมองหน้าเขาสีหน้าตั้งคำถามกับเหตุการณ์นี้และหลาย ๆ สิ่ง อมเรศมองหน้าครูหนุ่มเขามองหน้าฝ่ายนั้นนิ่ง สั่นศีรษะเล็กน้อยเหมือนกับว่าเขาไม่ต้องการจะพูด และ ‘ครูกรุณาอย่าถามผมเลยครับ’
เอาล่ะสิถ้ารู้ว่าเขามีปัญหาแบบนี้แล้วจะยังดีกับเขาต่อไปหรือไม่อมเรศกลับไปที่จุดที่เขารู้สึกเจียมตัวเองดีกว่าอาจารย์ยศระวีจะปล่อยเขาออกมาได้ก็ตอนจะหมดเวลาพัก ม.ต้น แล้วจริง ๆ
วันนี้เป็นวันพฤหัสบดีด้วยเดี๋ยวก็ต้องเข้ากิจกรรมชุมนุม… และกฤตธีราก็คงจะถาม…
…
..
.
เขาเข้าเรียนคาบชุมนุมกับกฤตธีราตามปกตินั่งอยู่คนเดียวที่โต๊ะตัวหน้าสุดเพราะนี่คือคาบชุมนุมเขารู้สึกเป็นอิสระไม่มีใครมาจ้องมองที่เลือกนั่งตรงนี้ก็เพียงเพราะว่าอยากมองหน้าของครูใกล้ ๆ ก็เท่านั้น…
อมเรศคิดหลายอย่างในหัวเขาคิดว่าบางทีเขาอาจควรจะเลิกยุ่งกับอีกฝ่ายเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายต้องเดือดร้อนจะดีไหมเขารู้สึกว่าเขาช่างเป็นคนที่ไม่คู่ควรเลย หลายครั้งที่เขามองครูแล้วก็มามองตัวเอง...การที่คนค่อนข้างไว้ตัวเข้าถึงยากอย่างกฤตธีรายอมมาคลุกคลีกับนักเรียนที่มีแต่ครูเกลียดทั่วโรงเรียนอย่างเขามันก็ดูจะมากเกินฝันแล้ว!
“ผมกลับบ้านก่อนนะครับสวัสดี--” เขายกมือไหว้ครูหนุ่มตอนที่จะเดินออกจากห้องตอนหมดคาบนักเรียนคนอื่นไปแล้ว เขาเก็บของเสร็จเป็นคนสุดท้าย
“เดี๋ยวก่อนสิอมเรศ”ครูภาษาอังกฤษของเขาเรียกไว้ “ไม่มีอะไร…จะเล่าหน่อยเหรอ”
มือของกฤตธีราคว้าท่อนแขนเขาอมเรศหันกลับไป สายตาสีดำสนิทมองสายตาสีน้ำตาลเทา เด็กหนุ่มยิ้มบางเบาแล้วพูดว่า “ได้ครับผมจะเล่าเราจะคุยกันที่ไหนดีล่ะ ?”
กฤตธีราเหมือนจะรู้โดยสัญชาตญาณและการสังเกตแล้วว่าอมเรศไม่อยากเข้าไปในห้องหมวดภาษาต่างประเทศรวมทั้งห้องหมวดสังคม ไม่รู้ว่าที่ไม่อยากเข้าเพราะไม่อยากให้พ่อแม่มาเห็นหรือไม่อยากเจอครูคนอื่นในนั้นกันแน่
“ไปที่โรงอาหารก็ได้นั่งใกล้ ๆ ห้องอาหารครูหน่อยจะได้ไม่มีเด็กมาวุ่นวาย” คนสูงกว่าทั้งวัยวุฒิและคุณวุฒิว่าอมเรศเดินตามหลังกฤตธีราลงบันไดมาจากห้องเรียนชั้นสามของตึก 4 ห้องเรียนคาบชุมนุมนั้นอยู่ติดกับห้องประจำชั้นของเขาเลย
ตอนที่เดินมาจนเกือบถึงชั้นหนึ่งแล้วอาจารย์ยูมิแม่ของเขาเดินหอบแผนที่และสะพายกระเป๋าย่ามพะรุงพะรังสวนมา
“แม่…” เขาทักเสียงแผ่ว
“อ้าวอำ จะกลับบ้านยังถ้าจะกลับแล้วก็สั่งไก่มากินนะ สั่งเผื่อหนูแดงด้วยวันนี้แม่จะต้องเปลี่ยนบอร์ดข้างล่างกลับช้าหน่อยนะลูก”
แม่พูดรัว ๆไม่ได้สังเกตว่าอมเรศไม่ได้มาคนเดียว ก่อนที่สายตาของหล่อนซึ่งตอนนี้อยู่ภายใต้แว่นสายตาไร้กรอบทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าจะเหลือบมองมา
“...”
อาจารย์ยูมิไม่ได้พูดอะไรกับครูหนุ่มแม่ของเขามองและเดินผ่านขึ้นบันไดไปยังห้องหมวดสังคมหล่อนเพียงพยักหน้าทีเดียวเท่านั้น
อมเรศเดินตามกฤตธีราต้อย ๆ ดูเป็นลูกหมาเชื่องๆ บางคนก็สังเกตบางคนก็ไม่สังเกตจนกระทั่งทั้งสองไปนั่งสนทนากันที่โรงอาหารใต้ถุนตึก 6
“แม่ของเธอนี่แลไม่ชอบครูหรือเปล่าเนี่ย”
“ไม่หรอกครับพอดี--เพียงแค่แม่เขาเคยอยู่หมวดเดียวกับ อาจารย์นีร”
ชื่อของอดีตภรรยาทำให้กฤตธีราสะอึกใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มมีแวววูบลงเล็กน้อย อมเรศมองหน้าครู เขาพูดว่า “ผมเข้าใจว่าอาจารย์เจ็บปวดครับผมเสียใจด้วยจริง ๆ เรื่องลูกของอาจารย์--”
“ไม่เป็นไรเรื่องมันก็ผ่านมานานแล้ว ช่างเถอะ”
“...”
อมเรศเม้มปากเขาคิดว่าควรเปลี่ยนเรื่องดีกว่า เพราะฉะนั้นเขาจึงตัดสินทำเช่นนั้นด้วยการเล่าเรื่องของตัวเอง…
กฤตธีราฟังเรื่องของอมเรศที่จริงก็พอจะรู้หรอกว่าอมเรศไม่เป็นที่ชอบใจของคนที่นี่นักแต่ก็ไม่นึกว่าจะมากมายขนาดนี้เขารู้ตั้งแต่ตอนเห็นอมเรศนั่งร้องไห้อยู่หน้าห้องหมวดภาษาไทย หึ ศรุตานะศรุตาเขารู้สึกไม่พอใจ--ไม่พอใจที่ไม่ว่าใครก็ตามมาทำอะไรกับอมเรศ ของเขา แต่เขาไม่มีสิทธิ์จะไปทำอะไรให้คนที่ทำได้มีเพียงแค่อาจารย์กณิศและอาจารย์ยูมิ
“บอกพ่อแม่หรือเปล่า”
“ไม่ครับ”
“ทำไมล่ะ”
“ผมไม่อยากให้พวกเขารู้โดยเฉพาะพ่อ ส่วนแม่ผมไม่อยากให้แม่ไปเอาเรื่อง เดี๋ยวคนพวกนั้นจะมาทำกับผมยิ่งกว่าเดิม”
“ครูจัดการให้เอาไหมล่ะ”
“ไม่ ผมไม่อยากให้อาจารย์เดือดร้อน”
“น้องอำ”
พวกเขานั่งอยู่ฝั่งเดียวกัน และอมเรศใช้จังหวะนั่นบีบมือของครูหนุ่มที่อยู่ใต้โต๊ะอีกฝ่ายบีบมือเขาตอบ ไม่มีใครเห็นทั้งนั้น…
“...ถึงจะต้องเสียลูกไปแต่ถ้าได้เธอมาเป็นลูกของครูก็คงจะดีนะ”