ศีลไม่เสมอ

    บทที่ 16

            ก็เหมือนกับการที่อมเรศบังเอิญเดินผ่านตึกอำนวยการตอนพักกลางวันหนึ่งและถูก อาจารย์ยศระวี ซึ่งอยู่หมวดเดียวกับพ่อเรียกตัวไว้และโดนด่าตรงนั้นแต่มันไม่จบเพราะอาจารย์ยศระวีเรียกเขาขึ้นไปด่าต่อที่ห้องหมวดภาษาต่างประเทศนั่นคือสถานที่ที่เขาไม่อยากถูกเรียกตัวไปที่สุด

            ฉลาดล้ำโลก… ที่ครูหญิงมาดห้าวดูเผินๆ เหมือนคู่แข่งกับอาจารย์ยูมิแม่ของเขาเรียกเขาขึ้นไปด่าต่อหน้าครูในหมวดนั้นตอนที่พ่อของเขาออกไปสอน ม.ปลาย

            มันต่างกันตรงที่หากจะนิยามกันสั้น ๆ 

            ครูหญิงสองคนในโรงเรียนที่มีบุคลิกลักษณะและการแต่งตัวอัตลักษณ์ทางเพศที่แตกต่าง

            อาจารย์ยูมิ = สาวเท่+เปรี้ยว

            อาจารย์ยศระวี = สาวหล่อ

            และทั้งสองคนนั้นไม่ถูกกันทั้งในแง่ส่วนตัวและการสอน แต่วันนี้อมเรศถูกอาจารย์ยศระวีเรียกมาสาดเสียเทเสียเขาต่อหน้าครูในหมวดคนอื่นที่นั่งอยู่...อย่างน้อยก็อาจารย์จรัสรัสที่กำลังรับประทานอาหารกลางวันที่โต๊ะ

            “เนี่ยดูผลผลิตอาจารย์กณิศล่ะ แล้ว ม.4 จะต่อที่นี่ไหม”

            “ต่อครับ” เขาโกหก

            “เธอควรออกไปเรียนเอกชนจบ ม.3 ก็ควรออกไปเรียนพาณิชย์”

            “...”

            อมเรศนั่งคุกเข่าหน้าโต๊ะครูทอมบอย ริมฝีปากของเขาแสยะขึ้นเป็นรอยยิ้มเหยียดอย่างห้ามไม่ได้อีกครั้งเมื่อฟังคำสบประมาทที่ดูจะลุกลามไปถึงพ่อผู้ให้กำเนิดเขาต้องทนฟังอาจารย์ยศระวีพูดอะไรต่อมิอะไรอีกมากมายจนกระทั่งถึงตอนที่คนที่เขารู้จักดีกลับเข้ามาที่ห้องหมวดภาษาต่างประเทศ

            “เดี๋ยววางไว้ที่โต๊ะครูได้เลยขอบใจมากครับ--” เจ้าของร่างสูงโปร่งหันมาทางนี้พอดีเพราะได้ยินเสียงอาจารย์ยศระวีดังขนาดนั้น“อมเรศ ?”

            เด็กหนุ่มอ่านปากของกฤตธีราออกเขาเลิกสนใจกับครูหญิงทอมบอย แต่สายตามองผ่านหล่อนไปที่ครูวิชาภาษาอังกฤษของเขาแทน

            อมเรศภาวนาให้อาจารย์ยศระวีเลิกพูดยิ่งพูดรายละเอียดก็ยิ่งมาก เขาไม่อยากให้กฤตธีราน่ะรู้เรื่องนี้ ไม่เลยสักนิดเขาไม่เคยพูด ไม่เคยเล่า ว่าตนเองเจออะไรและเกิดอะไรขึ้นบ้างในชีวิตแต่ละวันที่นี่

            “อาจารย์จรัสรัสดูสิคะแล้วอมเรศก็ยังลอยหน้าลอยตาอยู่ในโรงเรียนเราด้วยผมทรงนี้ ? หนูไม่เข้าใจจริงๆ ค่ะว่าแม่เขาไม่คอมเมนต์ว่าอะไรบ้างเหรอ หรือแม่เขาเป็นคนตัดเอง เออก็แปลกดีนะคะเป็นครูแท้ ๆ ไม่รู้กฎเกณฑ์เหรอ”

            “น้องยศระวีพี่ว่าเดี๋ยวม.ต้น จะหมดเวลาพักแล้วก็ปล่อยเด็กไปกินข้าวเถอะค่ะ” ดูเหมือนอาจารย์จรัสรัสจะไม่อยากสร้างศัตรูกับเขานักยังไงก็ขอแลกชั่วโมงกับแม่ของเขาบ่อย ๆ นี่เนอะ

            อมเรศไม่สนใจคนที่เหลือจะพูดจะด่าอะไรต่อไปก็เชิญ เขาสนใจแค่กฤตธีรา ฝ่ายนั้นมองหน้าเขาสีหน้าตั้งคำถามกับเหตุการณ์นี้และหลาย ๆ สิ่ง อมเรศมองหน้าครูหนุ่มเขามองหน้าฝ่ายนั้นนิ่ง สั่นศีรษะเล็กน้อยเหมือนกับว่าเขาไม่ต้องการจะพูด และ ‘ครูกรุณาอย่าถามผมเลยครับ’

            เอาล่ะสิถ้ารู้ว่าเขามีปัญหาแบบนี้แล้วจะยังดีกับเขาต่อไปหรือไม่อมเรศกลับไปที่จุดที่เขารู้สึกเจียมตัวเองดีกว่าอาจารย์ยศระวีจะปล่อยเขาออกมาได้ก็ตอนจะหมดเวลาพัก ม.ต้น แล้วจริง ๆ

            วันนี้เป็นวันพฤหัสบดีด้วยเดี๋ยวก็ต้องเข้ากิจกรรมชุมนุม… และกฤตธีราก็คงจะถาม…

            …

            ..

            .

            เขาเข้าเรียนคาบชุมนุมกับกฤตธีราตามปกตินั่งอยู่คนเดียวที่โต๊ะตัวหน้าสุดเพราะนี่คือคาบชุมนุมเขารู้สึกเป็นอิสระไม่มีใครมาจ้องมองที่เลือกนั่งตรงนี้ก็เพียงเพราะว่าอยากมองหน้าของครูใกล้ ๆ ก็เท่านั้น…

            อมเรศคิดหลายอย่างในหัวเขาคิดว่าบางทีเขาอาจควรจะเลิกยุ่งกับอีกฝ่ายเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายต้องเดือดร้อนจะดีไหมเขารู้สึกว่าเขาช่างเป็นคนที่ไม่คู่ควรเลย หลายครั้งที่เขามองครูแล้วก็มามองตัวเอง...การที่คนค่อนข้างไว้ตัวเข้าถึงยากอย่างกฤตธีรายอมมาคลุกคลีกับนักเรียนที่มีแต่ครูเกลียดทั่วโรงเรียนอย่างเขามันก็ดูจะมากเกินฝันแล้ว!

            “ผมกลับบ้านก่อนนะครับสวัสดี--” เขายกมือไหว้ครูหนุ่มตอนที่จะเดินออกจากห้องตอนหมดคาบนักเรียนคนอื่นไปแล้ว เขาเก็บของเสร็จเป็นคนสุดท้าย 

            “เดี๋ยวก่อนสิอมเรศ”ครูภาษาอังกฤษของเขาเรียกไว้ “ไม่มีอะไร…จะเล่าหน่อยเหรอ”

            มือของกฤตธีราคว้าท่อนแขนเขาอมเรศหันกลับไป สายตาสีดำสนิทมองสายตาสีน้ำตาลเทา เด็กหนุ่มยิ้มบางเบาแล้วพูดว่า “ได้ครับผมจะเล่าเราจะคุยกันที่ไหนดีล่ะ ?”

            กฤตธีราเหมือนจะรู้โดยสัญชาตญาณและการสังเกตแล้วว่าอมเรศไม่อยากเข้าไปในห้องหมวดภาษาต่างประเทศรวมทั้งห้องหมวดสังคม ไม่รู้ว่าที่ไม่อยากเข้าเพราะไม่อยากให้พ่อแม่มาเห็นหรือไม่อยากเจอครูคนอื่นในนั้นกันแน่  

            “ไปที่โรงอาหารก็ได้นั่งใกล้ ๆ ห้องอาหารครูหน่อยจะได้ไม่มีเด็กมาวุ่นวาย” คนสูงกว่าทั้งวัยวุฒิและคุณวุฒิว่าอมเรศเดินตามหลังกฤตธีราลงบันไดมาจากห้องเรียนชั้นสามของตึก 4 ห้องเรียนคาบชุมนุมนั้นอยู่ติดกับห้องประจำชั้นของเขาเลย

            ตอนที่เดินมาจนเกือบถึงชั้นหนึ่งแล้วอาจารย์ยูมิแม่ของเขาเดินหอบแผนที่และสะพายกระเป๋าย่ามพะรุงพะรังสวนมา

            “แม่…” เขาทักเสียงแผ่ว

            “อ้าวอำ จะกลับบ้านยังถ้าจะกลับแล้วก็สั่งไก่มากินนะ สั่งเผื่อหนูแดงด้วยวันนี้แม่จะต้องเปลี่ยนบอร์ดข้างล่างกลับช้าหน่อยนะลูก”

            แม่พูดรัว ๆไม่ได้สังเกตว่าอมเรศไม่ได้มาคนเดียว ก่อนที่สายตาของหล่อนซึ่งตอนนี้อยู่ภายใต้แว่นสายตาไร้กรอบทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าจะเหลือบมองมา

            “...”

            อาจารย์ยูมิไม่ได้พูดอะไรกับครูหนุ่มแม่ของเขามองและเดินผ่านขึ้นบันไดไปยังห้องหมวดสังคมหล่อนเพียงพยักหน้าทีเดียวเท่านั้น

            อมเรศเดินตามกฤตธีราต้อย ๆ ดูเป็นลูกหมาเชื่องๆ บางคนก็สังเกตบางคนก็ไม่สังเกตจนกระทั่งทั้งสองไปนั่งสนทนากันที่โรงอาหารใต้ถุนตึก 6

            “แม่ของเธอนี่แลไม่ชอบครูหรือเปล่าเนี่ย”

            “ไม่หรอกครับพอดี--เพียงแค่แม่เขาเคยอยู่หมวดเดียวกับ อาจารย์นีร”

            ชื่อของอดีตภรรยาทำให้กฤตธีราสะอึกใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มมีแวววูบลงเล็กน้อย อมเรศมองหน้าครู เขาพูดว่า “ผมเข้าใจว่าอาจารย์เจ็บปวดครับผมเสียใจด้วยจริง ๆ เรื่องลูกของอาจารย์--”

            “ไม่เป็นไรเรื่องมันก็ผ่านมานานแล้ว ช่างเถอะ”

            “...”

            อมเรศเม้มปากเขาคิดว่าควรเปลี่ยนเรื่องดีกว่า เพราะฉะนั้นเขาจึงตัดสินทำเช่นนั้นด้วยการเล่าเรื่องของตัวเอง…

            กฤตธีราฟังเรื่องของอมเรศที่จริงก็พอจะรู้หรอกว่าอมเรศไม่เป็นที่ชอบใจของคนที่นี่นักแต่ก็ไม่นึกว่าจะมากมายขนาดนี้เขารู้ตั้งแต่ตอนเห็นอมเรศนั่งร้องไห้อยู่หน้าห้องหมวดภาษาไทย หึ ศรุตานะศรุตาเขารู้สึกไม่พอใจ--ไม่พอใจที่ไม่ว่าใครก็ตามมาทำอะไรกับอมเรศ ของเขา แต่เขาไม่มีสิทธิ์จะไปทำอะไรให้คนที่ทำได้มีเพียงแค่อาจารย์กณิศและอาจารย์ยูมิ

            “บอกพ่อแม่หรือเปล่า”

            “ไม่ครับ”

            “ทำไมล่ะ”

            “ผมไม่อยากให้พวกเขารู้โดยเฉพาะพ่อ ส่วนแม่ผมไม่อยากให้แม่ไปเอาเรื่อง เดี๋ยวคนพวกนั้นจะมาทำกับผมยิ่งกว่าเดิม”

            “ครูจัดการให้เอาไหมล่ะ”

            “ไม่ ผมไม่อยากให้อาจารย์เดือดร้อน”

            “น้องอำ”

            พวกเขานั่งอยู่ฝั่งเดียวกัน และอมเรศใช้จังหวะนั่นบีบมือของครูหนุ่มที่อยู่ใต้โต๊ะอีกฝ่ายบีบมือเขาตอบ ไม่มีใครเห็นทั้งนั้น…

            “...ถึงจะต้องเสียลูกไปแต่ถ้าได้เธอมาเป็นลูกของครูก็คงจะดีนะ”

    คล้ายกับเรื่องศีลไม่เสมอ ที่คุณอ่าน

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663