บทที่ 5
พิธีคำนับภรรยาคนก่อนๆของจิ้งเจิ้งหลี่ช่างยาวนานนัก เฟยหลินนึกรังเกียจชายตรงหน้าเพียงหนึ่งเดียวคนนี้จริงๆ ช่างหลายใจยิ่งนัก สายตาเรียวทอดมองไปหญิงสาวแต่ละนางแล้วพลานหดหู่ใจ พวกนางล้วนงดงามไร้ที่ติหากอยู่ในโลกเก่าของนางแล้วละก็รับรองได้ว่าพวกนางทุกคนต้องได้เป็ดารากันแน่นอน
หญิงสาวที่นั่งข้างขวามือของชายเพียงหนึ่งเดียวนั้นคือภรรยาเอกหรือฮูหยินใหญ่ของจวน นามลี่อิน อายุ28ปี นางพักที่เรือนด้านขวาข้างเรือนใหญ่ชื่อเรือนพักคือคีตา์ มีความสามารถด้านร้องเพลงและเล่นพิณที่สำคัญนางคือพี่สาวบุญธรรมของจิ้งเจิ้งหลี่ แม้แต่พี่สาวก็ไม่ละเว้นช่างน่ารังเกียจที่สุด
หญิงสาวด้านซ้ายคือภรรยารองหรือฮูหยินรองนามฟางเซียน อายุ25ปี นางพักที่เรือนด้านซ้ายของเรือนใหญ่ชื่อเรือนพักคือบุปผา์ มีความสามารถในการวาดภาพ
ถัดจากฮูหยินใหญ่คือฮูหยินสามนามซูเม่ยอายุ23ปี เรือนพักนางอยู่ด้านหลังเรือนฮูหยินใหญ่ชื่อเรือนมนต์์ มีความสามารถด้านบทกวีเป็ที่หนึ่ง
ถัดจากฮูหยินรองคือฮูหยินสี่นามฮุ่ยเหออายุ20ปี เรือนพักนางอยู่หลังเรือนฮูหยินรอง ชื่อเรือนธาราสรรค์ นางมีความสามารถด้านการร่ายรำเป็ที่หนึ่ง
ถัดจากฮูหยินสี่คือฮูหยินห้านามซิ่นหลี่ อายุ18ปี เรือนพักอยู่ถัดจากฮูหยินสี่ ชื่อเรือนศรัทธา์ นางมีความสามารถด้านการคัดอักษรได้อย่างรวดเร็ว
่อ่า......นี่มันเวทีประกวดสาวงามแห่งชาติหรือไรชายผู้นี้ทำบุญด้วยสิ่งใดกันจึงได้รับความเมตตาจาก์ถึงเพียงนี้
จวนของตระกลูจิ้งยิ่งใหญ่ไม่น้อย เฟยหลินมองดูอาณาเขตเรือนที่กว้างขวางแล้วให้คิดย้อนกลับไปถึงสกุลจู ที่นั่นนางเคยคิดว่ากว้างขวางแล้ว แต่แท้จริงขนาดของเรือนทั้งตระกลูยังเทียบไม่ได้แม้แต่พื้นที่ของสวนสกุลจิ้ง มือบางยกน้ำชาขึ้นจิบสายตาทอดมองผ่านหน้าต่างของเรือนที่ได้ชื่อจากท่านสามีป้ายแดงว่าหยก์ พลันสายตาก็มองไปเห็น ฉีซือซือสาวใช้ประจำเรือนใหญ่กำลังเดินตรงมาที่เรือนของนาง ด้วยรูปร่างบอบบางใบหน้าอ่อนหวานเฟยหลินมั่นใจว่านางจะต้องเป็สาวอุ่นเตียงของนายท่านจิ้งแน่นอน ริมฝีปากบางยกยิ้มผู้ชายเ้าชู้ถึงว่าสิหลังจากคืนเข้าหอสามีก็มิมาหานางอีกเลยอีกทั้งไม่ได้ยินว่าไปเยือนเรือนฮูหยินคนไหนเช่นกัน สาเหตุเพราะมีสาวงามคอยดูแลที่เรือนใหญ่นั่นเอง น่าแปลกที่ฮูหยินใหญ่มิแสดงอาการโกรธเคืองหรือไม่พอใจอะไรเลย ฮูหยินคนอื่นๆก็เช่นกัน จิ้งเจิ้งหลี่ใช้วิธีใดกันนะถึงควบคุมสาวงามทั้งหมดไว้ได้เช่นนี้ แต่ไม่ว่าเมื่อก่อนเขาจะทำเช่นไรให้พวกนางสงบแต่นับจากนี้นางจะกวนให้วุ่นวายเอง ขณะที่กำลังคิดอะไรเพลินๆสาวใช้คนงามฉีซือซือก็มาถึงเรือนพอดี เหลียนฮวาพานางเข้ามาด้านใน เฟยหลินมองสาวใช้คนงามฉีซือซือั้แ่หัวจรดเท้ามุมปากยกยิ้มน้อยๆมองร่างบางก้มศีรษะให้อย่างอ่อนน้อมแล้วให้นึกอยากแก้ลงนัก
“ไม่ต้องมากพิธี มีเื่ใดก็ว่ามา”
แม้น้ำเสียงจะดูอ่อนโยนแต่ประโยคที่แข็งกระด้างทำเอาหญิงงามฉีซือซือเหงื่อซึมที่ขมับเล็กน้อย
“นายท่านจิ้งให้บ่าวมาเรียนเชิญฮูหยินหกที่ห้องหนังสือเ้าค่ะ”
เฟยหลินยกชาขึ้นจิบอีกครั้งก่อนวางลงบนป้านชา ริมฝีปากเรียวยกยิ้มทอดสายตามองหญิงงามตรงหน้า แววตาเ้าเล่ห์เมื่อนึกแผนการบางอย่างออก
“เ้าชื่อฉีซือซือใช่หรือไม่”
“เ้าค่ะ”
ฉีซือซือรับเสียงสุภาพใบหน้างามยังคงก้มลงมองเพียงพื้นเท่านั้น หากแต่ก้อนเนื้อในอกซ้ายยังคงเต้นระรัวเสียจนห้ามมิอยู่ เด็กสาวตรงหน้าช่างน่ากลัวนัก
“ขยับมาใกล้ๆข้าหน่อยสิ”
ฉีซือซือขยับมาอย่างว่าง่ายตามคำสั่งของฮูหยินหก ในใจนึกหวั่นๆชอบกลด้วยฮูหยินคนอื่นมิมีใครทำเช่นนี้มาก่อน พวกนางล้วนต่างคนต่างอยู่มิข้องแวะเกี่ยวข้องอันใดต่อกัน มือบางเรียวจับปลายคางหญิงสาวตรงหน้าก่อนจดจ้องไปทั่วใบหน้าจิ้มลิ้มนั้น ริมฝีปากบางยกยิ้มยั่วเย้า ใบหน้างามประชิดใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นจนฉีซือซือััได้ถึงลมหายใจอุ่น
“เ้างดงามมิน้อย”
หัวใจของฉีซือซือพลันเต้นไม่เป็จังหวะมากกว่าเดิมใบหน้าหวานแดงกล่ำลามไปจนถึงใบหู เฟยหลินมองใบหน้านั้นก่อนยกยิ้มพอใจก่อนประทับจุมพิตลงบนใบหน้างาม ฉีซือซือล้มลงหมดสติในทันที โชคดีที่หลินฟางรับไว้ทันมิเช่นนั้นนางคงล้มลงกระแทกพื้นเป็แน่ เหลียนฮวามองนายสาวของต้นเองแล้วให้ใจเต้นไม่เป็จังหวะตลอด5ปีที่ผ่านมานางมิเคยรู้เลยว่านายหญิงที่ตนรักและบูชาจะนิยมเอ่อ..นิยมสตรีเช่นเดียวกันและเหมือนว่านางจะรู้ทันความคิดของเด็กสาวจึงได้ส่งสายตามองมาที่เหลียนฮวา
“หยุดความคิดของเ้าไว้ตรงนั้นเลยนะฮวาเอ๋อร์ข้าเพียงจะล้อนางเล่นเท่านั้นมิได้เป็เช่นที่เ้าคิด”
เหลียนฮวาก้มหน้างุด เดินเข้าไปช่วยนายหญิงประคองแม่นางซือซือไปนอนที่เตียงริมหน้าต่างซึ่งเป็มุมโปรดของนายหญิง ใช้เวลาร่วม1เค่อกว่าสตรีร่างบางฉีซือซือจะลืมตาตื่น ทันทีที่ดวงตากลมเห็นใบหน้าของเฟยหลินอยู่ห่างเพียงคืบจิตใจก็กระสั่นระรัวร่างบางรีบลงจากเตียงลงมาหมอบนั่งก้มหน้าที่พื้นในทันที ช่างน่าแกล้งยิ่งนัก เฟยหลินลงจากเตียงริมหน้าต่างชายตามองหญิงสาวจากเรือนใหญ่ที่เอาแต่ก้มหน้าแล้วอดอมยิ้มมิได้
"ฮวาเอ๋อร์เตรียมน้ำแกงไก่ตุ๋นเสร็จรึยัง"
"เสร็จแล้วเ้าค่ะฮูหยิน"
"เช่นนั้นก็ไปกันเถิด..นำทางสิซือซือ"
ร่างบางที่หมอบพื้นนิ่งพลันสะดุ้งเมื่อถูกเอ่ยถึงเรียกรอยยิ้มให้2นายบ่าวในทันที นายหญิงของนางคงจะเก็บกดมาหลายปีเป็แน่ จะว่าไปเหลียนฮวาก็ชอบให้นางเป็แบบนี้เช่นกันดูมีชีวิตชีวากว่าเดิม แล้วก็...น่าสนุกด้วย
................................................................................................