บ้านปิดเงียบมิน่าถึงได้มองเข้าไปแล้วไม่เห็นอะไร ถึงเป็ยามบ่ายแต่หน้าต่างโดนปิดทำให้ในตัวบ้านมืดมีเพียงแสงลอดผ่านช่องว่างระหว่างแผ่นไม้กับกรอบหน้าต่างคอยให้แสงสว่าง
ไห่หลัวยืนคาอยู่ที่ประตูชั่วขณะหนึ่งไม่รู้ว่าเขาทำอะไร คงกำลังใช้ประสาทััของจอมยุทธ์เก็บรวบรวมข้อมูล
“...อยู่ใกล้ข้าพเ้าไว้”เขาดึงร่างของฉันเข้าใกล้ เจินจูเดินประกบตามหลังขณะคุณชายเดินแบบไม่ช้าไม่เร็วลึกเข้าไปราวกับเป็เ้าของบ้าน
“...ท่านทราบแล้วว่าพวกมันอยู่ที่ใด?”เจินจูถาม
ไห่หลัวหยุดแทนคำตอบ เราอยู่ที่ลานกลางบ้านรอบข้างเงียบสนิทจนผิดธรรมชาติ ไม่มีแม้เสียงนกสักตัว
“พวกท่านออกมาเถอะ”ไห่หลัวส่งเสียงเ็า “ออกมาสู้กันเยี่ยงวิญญูชนมิใช่หลบซ่อนเร้นในเงาเช่นโจรโสโครก แต่พวกท่านกระทำการอุกอาจเช่นนี้ข้าพเ้าพลันตัดสินเสียแล้วว่าพวกท่านทั้งหมดล้วนเป็โจร”
ทันใดนั้นก็มีเสียงตอบกลับมาเป็เสียงผู้ชายที่มีความเย้ายวนเต็มที่
“ข้าพเ้ายินดีเป็โจรหากได้ประมือกับบุรุษรูปงามอย่างท่านสักครา”
ไห่หลัวไม่สะดุ้งะเืเขาเลื่อนมือไปที่กระบี่ก็ได้ยินเสียงอีก
“ท่านคิดดีแล้วหรือที่ชักกระบี่หากท่านชักกระบี่แปลว่าท่านไม่อาจหันหลังกลับออกไปเฉยๆ ได้อีกแล้ว”
“ทั้งเว่ยเซียนเซิงและเจินจูผู้นี้เป็สหายข้าพเ้าเค่อฟ่านกูเหนียงเองก็เช่นกัน ข้าพเ้ายิ่งมิอาจไม่ยุ่งเกี่ยว”
คำพูดของไห่หลัวทำฉันประทับใจเหลือเกินขอบใจนะคุณชาย นายหล่อมาก! พูดจบเขาลดเสียงเป็กระซิบ
“พวกท่านเห็นมันหรือยัง?”
“...ไม่” เจินจูพูดลอดไรฟันมือข้างหนึ่งกำแน่น “รู้แต่ทิศคร่าวๆ”
“...”ไห่หลัวไม่พูดอะไรและก้าวเดินไปกลางลาน พวกเราเลยตามพออยู่ในที่เปิดโล่งฉันก็ชักหวั่นเพราะไม่รู้จะโดนโจมตีจากที่ใด
“เว่ยเซียนเซิงอยู่ที่ใด?”
“อยู่ในห้องนอน” อีกฝ่ายยอมตอบง่ายดาย“พวกเราจะไม่แตะต้องผู้ใดอีกแม้แต่ขุมขนหนึ่งหากพวกท่านยอมส่งมอบภาพของหลงเซียให้แก่ข้าพเ้าแน่นอนว่าเว่ยเซียนเซิงจะปลอดภัย”
“พวกท่านจะเอาภาพที่ข้าพเ้าสะสมเอาสนุกไปทำอะไร?มีเคล็ดลับสุดยอดวิชาซ่อนอยู่ในภาพหรือ?” เจินจูถาม “เพราะถ้าเช่นนั้นข้าพเ้านึกไม่้าเก็บของอันตรายไว้กับตัว”
เดี๋ยวถามไปแบบนั้นอีกฝ่ายก็จะโกหกแล้วตอบว่า เยส สิ!
“ท่านไม่จำเป็ต้องรู้” คำตอบทำฉันงงวูบอ้าว ไม่โกหกหรอกเหรอ? ถ้าเขาบอกมาว่าภาพนั้นอันตราย เจินจูคงยื่นให้ง่ายๆ แล้ว!
แต่ดูเหมือนจอมยุทธ์คงไม่ยอมโกหกเพราะอีโก้แบบนี้ก็ดีไปอย่าง
“เช่นนั้นข้าพเ้าคิดต่อรองข้าพเ้ามอบให้ท่านภาพหนึ่ง ท่านปล่อยผู้คนออกมาห้าคนหากท่านมีไม่พอแลกก็ต้องยอมปล่อยข้าพเ้าไป”
“...” อีกฝ่ายเงียบไปครู่ใหญ่ก่อนจะมีเสียงเบาๆ ว่า “ขอล่วงเกินแล้ว!”
ไม่คิดจะต่อรองหรอกเหรอ?!
แต่วินาทีนั้นก็ได้ยินเสียงฝุบที่ทำให้ขนลุกซู่ขึ้นมามีเสียงเคร้งก่อนร่างของไห่หลัวจะพุ่งปราดออกไปประมือกับศัตรูที่พูดกับเรามาตลอด
ศัตรูเป็ผู้ชายผมหยิกปล่อยยาวปกคลุมใบหน้าแต่ถึงเส้นผมจะค่อนข้างรุงรัง เขาแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสะอาด...ประเด็นคือมันเป็เกราะเบาแบบแหวกกลางเห็นกล้ามหน้าท้องเป็มัดๆ เอวคอดบิดน้อยๆ อย่างเย้ายวนจนกำเดาแทบทะลักและที่สำคัญคืออาวุธในมือไม่มีอะไรเลยนอกจากตะเกียบคู่หนึ่ง!
ตะเกียบคู่นั้นคีบปลายกระบี่ของไห่หลัวไว้แน่นกระบี่เหมือนงอกรากติดกับมัน ขยับอย่างไรก็ไม่หลุด ทั้งสองฝ่ายเหงื่อแตกแสดงว่ากำลังประลองกำลังภายในกันอยู่
เหรียญที่เจินจูดีดกระเด็นหลายตลบบนพื้นเขาคว้ามันขึ้นมาก่อนจะยิงอีกครั้ง ศัตรูเสียสมาธิวูบหนึ่งเพื่อรับเหรียญไห่หลัวอาศัยจังหวะผละจากการเกาะกุมและโจมตีใส่ทว่าอีกฝ่ายยังรับไว้ได้อย่างทันท่วงที
“ซ้าย!” ฉันร้องเตือนเมื่อเห็นเงาวูบจากทิศนั้นเจินจูยิงเหรียญสกัดศัตรูไว้ก่อนเข้าถึงตัวไห่หลัวแต่มันก็โดนปัดกระเด็นเหมือนเดิม คุณชายไห่ผละออกและใช้กระบี่ปัดป้องโดนรุมสองด้านโดยศิษย์ที่ดูแล้วต้องเป็แนวหน้าของสำนักแต่ละกระบวนท่าหวาดเสียวอันตราย ไห่หลัวต้องใช้กำลังและสมาธิมหาศาลจนเหงื่อไหลโทรมกายเสื้อผ้าสีขาวแนบเรือนร่าง
“คนพวกนี้คิดมาสู้แต่แรกแล้วรับมือไม่ถนัดเลย!” เจินจูบ่นพึมพำ หาจังหวะยิงเหรียญออกไปอีกครั้งไม่ได้ไห่หลัวชักกระบี่อีกเล่มออกมารับการจู่โจมสองด้านพร้อมกันไม่รู้ว่าเขาทำได้อย่างไร ท่วงท่าเหมือนรำกระบี่กระบองอยู่อย่างไรอย่างนั้น
“ฉันจะไปหาเว่ย—”
พูดไม่ทันจบประโยค เด็กหนุ่มที่มาทีหลังก็ลอยตัวมาขวางทางระหว่างฉันกับเรือนหลักของบ้าน
“ท่านจะไปที่ใดรึ เสี่ยวเจ้?”เขาแลบลิ้นเลียริมฝีปาก หมอนี่เป็คนประเภทที่ถ้ามีชีวิตอยู่ในยุคของฉันคงเป็พวกกุ๊ยที่สักเต็มตัวและเจาะลิ้นกับคิ้วแน่ๆเขาสักลายัหรือแย้หรืออะไรสักอย่างไว้บนแก้มซ้าย เส้นผมชี้โด่แหลมเปี๊ยวอย่างกับใช้เจลเซต
“ไปขี้มั้ง!”ฉันลืมตัวะโตอบกลับ เจินจูดึงตัวฉันไปข้างหลังและยิงเหรียญใส่อีกหนึ่งนัดถึงไม่โดน อย่างน้อยตอนนี้ไห่หลัวก็สู้กับคนแค่คนเดียวแทนที่จะเป็สอง
“พวกเราปล่อยให้ท่านไปไม่ได้จนกว่าจะส่งมอบภาพมา”
“แล้วเหตุใดไม่ฆ่าข้าพเ้าแย่งไปเสีย?”เจินจูเลิกคิ้วข้างหนึ่ง แต่มือข้างที่จับแขนฉันไว้สั่นกึกๆมืออีกข้างที่ยื่นไปข้างหน้าหนีบตะปูไว้ตัวหนึ่งมือข้างนั้นก็สั่นจนกลัวว่าถ้ายิงออกไปอาจไม่เข้าเป้า
ตอนนั้นเองชายสักแก้มกับชายผมหยิกก็ตีลังกาวูบแลกที่กัน กลายเป็ชายผมหยิกมาขวางพวกเราเพิ่งสังเกตว่าเขาใส่ส้นสูงด้วยแฮะ แต่เดี๋ยวสิที่พวกเขาทำแบบนี้แสดงว่าผลัดกันมาพัก ปล่อยให้ไห่หลัวเหนื่อยคนเดียว!
“วิชาตัวเบาอันสูงเยี่ยม” เจินจูแค่นยิ้มหางตาคงกำลังมองไห่หลัวว่าจะเป็ลมหรือยัง แต่ดูเหมือนคุณชายจะอึดกว่าที่คิด
“ท่านคิดว่าคุณชายไห่ยังรับได้อีกกี่กระบวนท่า?”
“ข้าพเ้าไม่จำเป็ต้องตอบเพราะท่านทราบดีอยู่แล้ว” เด็กหนุ่มผมขาวตอบเลี่ยง“สำนักเต้าหู้้าอะไรจากผู้ต่ำต้อยเช่นข้าพเ้ากันหนอถึงได้ส่งมือดีอย่างพวกท่านมา”
“แค่ส่งภาพมา” อีกฝ่ายย้ำ
“ข้าพเ้าส่งภาพแลกผู้คน”เจินจูย้ำคำเดิม “แต่คราวนี้แต่ละตาข้าพเ้าจะเป็คนกำหนดจำนวนและผู้ที่จะให้ปล่อยตัว ครานี้ขอเป็ไห่เซียนเซิง”
เจินจูล้วงภาพหนึ่งโยนให้อีกฝ่ายฉันเห็นสีกระดาษก็นึกออกมันไม่ใช่ภาพที่เขาได้มาแต่เป็ภาพจากบ้านของหนงทังที่เขาวาดออกมาจากความทรงจำชายผมหยิกรับไปคลี่และม้วนกลับเช่นเดิม
“ดี จ้าเจียว หยุดได้แล้ว”
การต่อสู้ด้านหลังหยุดลงกะทันหันก่อนที่ชายสก๊อยที่ถูกเรียกว่าจ้าเจียวจะะโมายืนข้างเพื่อนดูเหมือน...คนพวกนี้จะไม่เคยเห็นภาพของหลงเซียเลยแยกของจริงกับของก๊อปไม่ออก
ไห่หลัวขยับมายืนข้างพวกเราเขายังไม่เก็บกระบี่ ท่าทางขัดใจพอจะฆ่าคนได้
“ท่านปล่อยเว่ยเซียนเซิงได้แล้ว”
“อ้อ ก่อนหน้าที่เราจะทำการแลกเปลี่ยนข้าพเ้ามีเื่้าถาม” ชายเสียงหวานผมหยิกพูดต่อ “คำ ‘เจิน’ แท้จริงไม่ใช่แซ่ของท่าน ถูกหรือไม่?”
เจินจูนิ่วหน้า
“แล้วท่านคิดว่าข้าพเ้าแซ่อะไร?”คำพูดของเขาแฝงความระวังเต็มที่ต่างจากเมื่อครู่ ฉันมองหน้าเขาสลับกับคนถาม
“ท่านแซ่เซียง ถูกต้องหรือไม่เซียงเจินจู?”
เด็กหนุ่มผมขาวหัวเราะฝืด
“...เหตุไฉนท่านจึงคิดเช่นนั้นท่านก็ทราบว่าตระกูลเซียง...”
“ตระกูลเซียงให้กำเนิดบุตรสี่คนทั้งสี่ล้วนเป็ตัวประหลาด แต่แม้ผู้คนจะทราบว่าเป็สี่ตัวประหลาดตระกูลเซียงกลับทะลึ่งมีกันห้าคน”
“คุโรมาตี้หรือไงวะ...” ฉันอดพูดไม่ได้ในเื่นั้นก็มีจตุรเทพแต่เสือกมีกันห้าคน
“ก็ถ้าท่านทราบว่าตัวประหลาดตระกูลเซียงมีเพียงสี่เหตุไฉนท่านจึงทึกทักว่าข้าพเ้าเป็ตัวประหลาดหมายเลขห้า?ข้าพเ้าอาจแซ่เจินหรืออาจไม่มีแซ่ หรือเจินจูอาจไม่ใช่นามข้าพเ้าด้วยซ้ำ”
อีกฝ่ายหัวเราะ
“ทอดสายตาทั่วพิภพจบแดนนอกจากเหล่าตัวประหลาดตระกูลเซียงและบิดามารดาของพวกมันแล้วมีผู้ใดควบคุมพลังแม่เหล็กได้อีกหรือ?”ชายเสียงหวานม้วนปอยผมหยิกๆ ของตัวเองเล่น“แต่ข้าพเ้ากลับไม่นึกว่าท่านจะฝีมือต่ำทรามถึงเพียงนี้ ปราณแม่เหล็กขั้วโลกอันโด่งดังของตระกูลเซียงกลับกลายเป็เพียงหนังสติ๊กยิงกระต่าย”
“...” เจินจูยังคงสีหน้าเดิมไม่ได้รู้สึกรู้สากับคำพูดเหน็บแนม “พอดีข้าพเ้าโปรดวิชาบุ๋นมากกว่าบู๊ท่านอาจทราบหรือไม่ทราบก็แล้วกันไปแต่วิชาฝีมือพอมีติดตัวแล้วจะหาความสุขในชีวิตยาก ยุทธจักรหาใช่สถานที่สนุกสนานเบิกบานไม่แม้แต่สำหรับยอดฝีมือ”
“เื่นั้นข้าพเ้าทราบ”
“พวกมันถ่วงเวลาเหรอ...?” ฉันพึมพำไห่หลัวได้ยินก็พยักหน้าน้อยๆ
“ข้าพเ้าไม่ทราบว่าพวกมันรออะไร”
“ท่านคิดว่าสู้พวกมันไหวไหม?” ฉันถาม
“หากตัวต่อตัวยังพอรับมือแต่นอกจากมันสองตัวแล้วยังมีพรรคพวกซ่อนอยู่อีกเกือบสิบ”
“เวร...”
ถ้าให้เทียบระหว่างม้วนภาพกับชีวิตฉันขอเลือกชีวิต เพราะม้วนภาพยังไงก็ทวงกลับมาได้ แต่ชีวิตเราไปแล้วไปเลยเจินจูเองก็คิดอย่างเดียวกัน มือเขาขยับเหมือนจะหยิบม้วนภาพออกมาแต่ไม่ยอมหยิบสักทีไม่รู้ว่าเขารออะไรอยู่
“เจินจู ข้าพเ้ามาคนเดียวท่านไม่ต้องรอให้ใครมาช่วย” ไห่หลัวพูดขึ้น เจินจูไหล่ตก
“ข้าพเ้ารับทราบแต่น่าเจ็บใจยิ่งนักที่ถูกโจรเหล่านี้ขูดรีดทรัพย์สินซ้ำยังล้อเลียนชาติกำเนิด”เขายอมล้วงมือหยิบม้วนภาพที่เหลือ แต่แล้วกลับชะงัก
ไห่หลัวเองก็เลิกคิ้ว เบิกตากว้างฉันมองตามสายตาเขาก็ต้องประหลาดใจ
เพราะบนหลังคามีสตรีผู้หนึ่งยืนอยู่
ถึงอยู่ไกลแต่ยังเห็นว่าเธอเป็คนหน้าสวยอย่างกับดาราผมสีดำยาวถึงเอวถักเป็เปีย สวมเสื้อผ้าสีขาวแดงเตะตาเสื้อผ้าดูเหมือนเสื้อโค้ตตัวยาวที่สวมทับกางเกงรัดรูป ดูเหมือนชุดชาวเขาบ้านเราเธอสวมรองเท้าปลายแหลมคลายเป็เครื่องแต่งกายของชนเผ่าทางเหนือมากกว่าชุดจีนที่เห็นได้ทั่วไป เธอยืนเฉยๆเหมือนอยู่ตรงนั้นมานานแล้วแต่พวกเราไม่สังเกตเอง เพราะเหตุใดก็ตามมองเธอแล้วทำให้ฉันหนาวเยือก
“จริงสิก่อนที่ข้าพเ้าจะมอบสิ่งของให้ท่านที่ไม่ยอมแม้ต่อรอง” เจินจูหยุดมือ“ท่านเคยได้ยินชื่อเครื่องดื่มชานมไข่มุกหรือไม่?”
“ท่านไม่ต้องเล่นลิ้นหากนี่เป็ปริศนาทายคำ ข้าพเ้าไม่คิดเป็เพื่อนเล่นกับท่าน”
“แล้วกันไป...”
“ขอล่วงเกินแล้ว!”
เจินจูพูดยังไม่ทันขาดคำก็โดนอีกฝ่ายขัดบางอย่างขยับไหววูบ กะพริบตาทีเดียวก็เห็นว่ารอบตัวเราเปลี่ยนเป็สีขาว
“เหวอ?!”ฉันเผลอเกาะเจินจู เราสามคนถอยร่นแต่กลับโดนสิ่งขาวๆ นั่นล้อมจากทุกด้าน
ที่แท้พวกมันถ่วงเวลาปล่อยไอ้นี่เองเหรอ?!ถ้ามันเป็อาวุธสังหาร เราก็จบสิ้นกันแล้วล่ะ!