บทที่ 15 ตัวตนของฉัน
"ฉันสัญญาเอาไว้ว่าจะพาแฟนไปพบคุณปู่ในงานวันเกิดของท่านค่ะ"
หลี่รั่วหลานเม้มริมฝีปากแน่น ใบหน้าของเธอแดงก่ำด้วยความขัดเขิน ท่าทางนั้นทำให้หลิวอวี่รู้สึกใจเต้นแรงจนหัวใจเริ่มรู้สึกคันยิบ ๆ อย่างบอกไม่ถูก
"แฟนเหรอครับ? ฮ่ะ ๆ... แบบนี้มันจะดีเหรอครับ ผมว่ามันดูไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่"
แม้ว่าหลิวอวี่จะเคยมีแฟนมาก่อน แต่หากจะเอาสวี่เหยียนมาเทียบกับหลี่รั่วหลานแล้วละก็ บอกได้เลยว่าเทียบกันไม่ติด
หลี่รั่วหลานทั้งสวยสง่าและรูปร่างดีสมส่วน เธอคือคุณหนูจากตระกูลมหาเศรษฐีอย่างแท้จริง แค่รัศมีและบุคลิกภาพก็อยู่ในระดับที่แตกต่างจากสวี่เหยียนอย่างสิ้นเชิง
'หากผู้หญิงระดับนี้มาเป็แฟนของฉันจริง ๆ ฉันคงเป็ผู้ชายที่โชคดีที่สุดในโลกแน่ ๆ'
"คุณอย่าเข้าใจผิดนะคะ ฉันแค่จะให้คุณช่วยแสร้งทำเป็แฟนไปก่อนเท่านั้นเอง เพราะฉันกลัวว่าถ้าคุณปู่ไม่ได้เห็นฉันเป็ฝั่งเป็ฝา... ฉันไม่อยากให้ท่านต้องจากไปพร้อมความเสียใจ เลยต้องคิดวิธีนี้ขึ้นมาค่ะ"
เมื่อพูดถึงอาการป่วยของคุณปู่ ดวงตาของหลี่รั่วหลานก็พลันแดงก่ำ เธอพูดจบด้วยเสียงสะอื้นก่อนจะพยายามฝืนกลั้นน้ำตาเอาไว้อย่างสุดความสามารถ
"คุณปู่ของคุณท่านเป็โรคอะไรเหรอครับ พอจะบอกผมได้ไหม?"
ตอนนี้เขาได้รับพลังพิเศษมาแล้ว บางทีเขาอาจจะพอช่วยหลี่รั่วหลานได้ แต่เมื่อถามออกไป หลิวอวี่ก็รู้สึกว่าการยืนคุยกันอยู่หน้าประตูมันดูไม่ค่อยเข้าท่านัก จึงรีบเชิญเธอเข้ามาด้านใน
"คุณเข้ามานั่งพักข้างในก่อนครับ เดี๋ยวผมไปหาน้ำมาให้ดื่ม"
หลิวอวี่พูดพลางเดินตรงไปยังห้องครัว แต่เนื่องจากเขาเพิ่งจะย้ายเข้ามา ตู้เย็นจึงยังว่างเปล่า จะให้รินน้ำประปามาให้คุณหนูอย่างเธอดื่มก็คงจะเสียมารยาทเกินไป
สายตาของหลิวอวี่เหลือบไปเห็นแก้วน้ำที่วางอยู่ไกลออกไป เขาตบหน้าผากตัวเองเบา ๆ แล้วลอบยิ้มขำ
"อ้อ... จริงด้วยสิ ฉันมีความสามารถในการทำน้ำบริสุทธิ์นี่นา"
หลิวอวี่รินน้ำประปาใส่แก้วมาสองใบ จากนั้นจึงใช้มือทั้งสองข้างกุมแก้วเอาไว้ พลางจ้องมองน้ำในแก้วที่เริ่มระเหยกลายเป็ไออย่างรวดเร็วก่อนจะควบแน่นกลับมาเป็น้ำที่ใสสะอาดและบริสุทธิ์ยิ่งกว่าน้ำกลั่น
เขายกแก้วน้ำเดินกลับมาหาหลี่รั่วหลาน แล้วยื่นให้เธอพร้อมรอยยิ้ม
"ดื่มน้ำให้ชื่นใจก่อนนะครับ"
"ขอบคุณค่ะ"
หลี่รั่วหลานยกน้ำขึ้นดื่มไปอึกใหญ่ ทันทีที่น้ำััลิ้น เธอััได้ถึงรสชาติที่หวานลุ่มลึกและกลิ่นหอมจาง ๆ ที่อบอวลอยู่ในปาก ความรู้สึกสดชื่นที่ได้รับทำให้เธอถึงกับประหลาดใจ
"หลิวอวี่คะ ทำไมน้ำที่บ้านคุณถึงได้รสชาติดีขนาดนี้?"
"ฮ่ะ ๆ... อาจจะเป็เพราะผมตั้งใจทำมาให้คุณดื่มเป็พิเศษละมั้งครับ รสชาติมันเลยดีกว่าปกติ" หลิวอวี่หยอกเย้า
ใบหน้าของหลี่รั่วหลานซับสีเืขึ้นมาทันที เธอคิดในใจว่าเ้าหนุ่มคนนี้ช่างขี้เล่นเหลือเกิน ชอบพูดจาหยอกล้อให้เธอใจสั่นอยู่เรื่อย ไม่รู้เลยว่าที่พูดออกมานั่นน่ะจริงจังแค่ไหน
"ว่าแต่รั่วหลานครับ คุณปู่ของคุณท่านป่วยเป็อะไรเหรอ บอกผมหน่อยสิ บางทีผมอาจจะพอรู้วิธีรักษาท่านก็ได้นะ"
หลังจากล้อเล่นพอเป็พิธี หลิวอวี่ก็รีบกลับเข้าเื่อาการป่วยของคุณปู่เธอทันที
"คุณรักษาโรคได้ด้วยเหรอคะ?" หลี่รั่วหลานมองเขาด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ
"ก็พอจะมีวิชาติดตัวมาบ้างนิดหน่อยครับ"
เมื่อถูกต้อนจนมุม หลิวอวี่จึงต้องจำใจโกหกออกไป เพราะเขาไม่สามารถบอกเธอตรง ๆ ได้ว่าเขามีน้ำวิเศษที่รักษาได้สารพัดโรค แม้แต่คนตายที่เพิ่งสิ้นลมเขาก็อาจจะฉุดกลับมาได้
ต่อให้เขากล้าพูดออกไป หลี่รั่วหลานก็คงคิดว่าเขาเป็พวกสติไม่สมประกอบแน่ ๆ
เธอนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆ
"คุณปู่เป็มะเร็งค่ะ... หมอบอกว่าเหลือเวลาอีกแค่สามเดือนเท่านั้น พวกเราพยายามหาหมอชื่อดังจากทุกที่มาแล้ว แต่ทุกคนต่างก็พูดเป็เสียงเดียวกันว่าให้ทำใจ และพยายามทำให้ท่านมีความสุขที่สุดใน่สามเดือนสุดท้ายนี้ค่ะ"
ความนัยที่หลี่รั่วหลานสื่อออกมานั้นชัดเจนมาก ตระกูลหลี่ที่ร่ำรวยมหาศาลยังหมดปัญญาจะรักษา แล้วคนธรรมดาอย่างหลิวอวี่ที่มีความรู้เพียงผิวเผิน จะไปทำอะไรได้
ทว่าสิ่งที่หลี่รั่วหลานไม่รู้ก็คือ ในตอนนี้หลิวอวี่มีความสามารถที่เหนือธรรมชาติไปแล้ว เื่มะเร็งอาจจะดูเป็เื่ใหญ่สำหรับมนุษย์ทั่วไป แต่สำหรับเขาแล้ว ต่อให้คุณปู่ของเธอก้าวเท้าเข้าไปในประตูนรกแล้วครึ่งตัว เขาก็ยังมั่นใจว่าจะดึงท่านกลับมาได้
แต่ในตอนนี้พูดไปก็คงไม่มีใครเชื่อ ทุกอย่างต้องรอให้เขาได้เห็นตัวคุณปู่จริง ๆ เสียก่อน
"รั่วหลานครับ คุณเป็หลานที่กตัญญูมากจริง ๆ ผมเชื่อว่าคนดี ๆ อย่างคุณปู่จะต้องไม่เป็อะไรแน่ ๆ" หลิวอวี่เอ่ยปลอบ
"ขอบคุณนะคะ... ว่าแต่หลิวอวี่คะ ถ้าวันนี้คุณไม่ติดธุระอะไร ช่วยไปเลือกของขวัญให้คุณปู่กับฉันหน่อยได้ไหมคะ?"
"ได้สิครับ ไปกันเถอะ วันนี้ผมว่างทั้งวันอยู่แล้ว"
หลิวอวี่ในวันนี้ไม่ใช่คนเดิมที่ต้องคอยกังวลเื่ปากท้องอีกต่อไป เพราะตอนนี้เขามีคฤหาสน์หรูเป็ของตัวเองแล้ว
ส่วนหลี่รั่วหลานนั้นเป็ถึงคุณหนูตระกูลใหญ่ ของขวัญที่จะซื้อให้คุณปู่ราคาคงจะไม่ใช่เล่น ๆ แน่ เขาจึงถือโอกาสนี้ออกไปเปิดหูเปิดตา และเป็การหาลู่ทางสำหรับอนาคตของตัวเองด้วย
'จะมีใครหน้าไหนที่หาเงินได้วันละล้านแบบฉันบ้างล่ะ จริงไหม?'
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลิวอวี่ก็เดินตามหลี่รั่วหลานออกไป ทันทีที่ประตูเปิดออก เขาก็ต้องชะงักเมื่อเห็นรถเฟอร์รารี่สีแดงสดจอดอย่างสง่างามอยู่ที่หน้าประตู
รถคันนี้ราคาอย่างต่ำก็น่าจะหลายล้านหยวน เห็นแล้วหลิวอวี่ถึงกับต้องอ้าปากค้าง
ผู้หญิงคนนี้ทำให้โลกทัศน์ของเขาสั่นคลอนครั้งแล้วครั้งเล่า ตระกูลของเธอจะรวยไปถึงไหนกันนะ? รถคันละหลายล้านเอามาขับเล่นเป็ว่าเล่น บ้านหลังใหญ่ราคาแพงลิบก็ยังยกให้คนอื่นฟรี ๆ ได้แบบไม่เสียดาย
"ขึ้นรถสิคะ ยืนเหม่ออะไรอยู่?"
หลี่รั่วหลานขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับแล้วกวักมือเรียกเขา หลิวอวี่ได้สติจึงรีบก้าวเข้าไปนั่งที่เบาะข้างคนขับทันที
ต้องยอมรับเลยว่าััของเบาะหนังแท้นี่มันช่างแตกต่างจริง ๆ นั่งสบายจนไม่อยากลุกเลย ถ้าเขาหาเงินได้เยอะกว่านี้เมื่อไหร่ จะต้องถอยรถสปอร์ตเท่ ๆ แบบนี้มาขับให้ได้สักคัน
แต่ตอนนี้ยังคงต้องเบรกเอาไว้ก่อน เพราะเงินในบัตรทั้งหมดที่เขามี เขาตั้งใจจะเก็บไว้คืนให้หลี่รั่วหลาน เขาคงยอมให้ผู้หญิงมาเปย์ซื้อบ้านซื้อรถให้ตลอดไปไม่ได้หรอก
หากเขาคืนเงินก้อนนี้ไป เขาก็จะแทบไม่เหลืออะไรเลย และต้องเริ่มสร้างตัวใหม่ทั้งหมด
แต่โชคดีที่เขามีทักษะวิเศษติดตัว อย่างแย่ที่สุดก็แค่หาไข่มุกเม็ดงามไปขายหาทุนคืน เื่เงินทองในตอนนี้จึงไม่ใช่เื่ที่น่ากังวลสำหรับเขาอีกต่อไป
รถสปอร์ตแล่นทะยานไปอย่างรวดเร็ว เพียงไม่นานก็มาถึง 'ถนนคนเดินกู่ว่าน'
"คุณปู่ของฉันชอบสะสมของเก่ามาั้แ่สมัยยังหนุ่ม ๆ ฉันเลยตั้งใจจะมาหาซื้อของโบราณสักชิ้นไปเซอร์ไพรส์ท่านค่ะ"
หลี่รั่วหลานยิ้มหวาน "คุณลงไปเดินดูเลือกของก่อนนะคะ พอดีแถวนี้มันจอดรถไม่ได้ ฉันต้องไปวนหาที่จอดที่ห้างข้าง ๆ ก่อน เดี๋ยวจอดรถเสร็จแล้วจะตามลงไปหาค่ะ"
"ได้ครับ" หลิวอวี่พยักหน้า ก่อนจะเปิดประตูรถลงมา เมื่อเดินเข้าไปถึงหน้าถนนคนเดินกู่ว่าน เขาก็ต้องทึ่งกับภาพความคึกคักที่ปรากฏสู่สายตา
สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านรวงและแผงลอยของพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยมากมาย ลูกค้าจำนวนมากกำลังมุงดูสินค้าอย่างตั้งอกตั้งใจ
เนื่องจากหลิวอวี่ไม่มีความรู้เื่ของโบราณเลย เขาจึงได้แต่เดินทอดน่องดูบรรยากาศไปเรื่อย ๆ อย่างไม่รีบร้อน
"โอ๊ย!"
ทันใดนั้นเอง หลิวอวี่รู้สึกว่าไหล่ของตัวเองถูกชนอย่างแรง แรงปะทะทำให้เขาเซไปเหยียบเท้าของชายคนหนึ่งเข้าเต็มเปา พร้อมกับได้ยินเสียงของบางอย่างร่วงกระแทกพื้นจนแตกกระจาย
"นี่แกเดินภาษาอะไรวะ ไม่ดูตาม้าตาเรือหรือไง! ชนของของฉันแตกแล้วเนี่ย จ่ายค่าเสียหายมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!"
เสียงตวาดด้วยความโกรธแค้นดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ผู้คนที่เคยเดินขวักไขว่ต่างพากันหยุดชะงักและจ้องมองมาเป็จุดเดียว
หลิวอวี่มองชายตรงหน้าด้วยความอึ้ง พลางเอ่ยตอบกลับไปด้วยความรู้สึกหงุดหงิด
"พี่ครับ... คนก็เดินกันแน่นขนาดนี้ พี่เดินไม่ระวังเองแท้ ๆ จะมาโทษผมได้ยังไงล่ะ แถมเมื่อกี้พี่นั่นแหละที่ชนผมจนผมก้าวขาไม่ทันด้วย"