"หากไม่ใช่เพราะกลัวว่าตอนขนของจะถูกไฟคลอกเอา ข้าคงไม่ปล่อยให้พวกเ้าดับไฟได้สำเร็จหรอก ป่านนี้ข้าคงจับไอ้สุนัขสอดรู้สอดเห็นอย่างเ้าโยนลงกองไฟย่างให้สุก ให้หลินอวี่ได้เห็นเป็ขวัญตา"
สือชิงจู้ถีบซ้ำอีกหลายทีถึงจะหายแค้น เขาผลักสือซานออกไปด้านข้าง ตั้งใจจะอุ้มโถน้ำตาลขึ้นมา แต่คาดไม่ถึงว่าเสียการทรงตัวจนทำโถน้ำตาลล้มคว่ำลงกับพื้น
"เคร้ง!" น้ำตาลทรายแดงด้านในหกกระจายเต็มพื้น ทับลงบนซากหนูที่ถูกเผาจนเกรียม เมื่อเปื้อนเถ้าถ่านแล้ว ก็ไม่มีทางที่จะนำไปขายต่อได้อีก
"ซวยชะมัด ไอ้โง่ก็คือไอ้โง่จริง ๆ ทำไมถึงใช้โถใบใหญ่ขนาดนี้ใส่น้ำตาล?"
สือชิงจู้ด่าทอส่งเดช เพื่อโยนความผิดให้ผู้อื่นกลบเกลื่อนความอับอายของตนเอง
ในขณะนั้น หยางเวยที่ถูกป้าใหญ่หลินกั้นไว้ที่หน้าประตูและเฝ้าโถน้ำตาลห้าใบอยู่ หูไวพอที่จะได้ยินความเคลื่อนไหวจากในห้องโถง นางรีบวิ่งไปหาคนที่อุ้มโถน้ำตาลแล้วถามด้วยความร้อนใจ
"โถแตกหรือเ้าคะ? น้ำตาลละลายเพราะไฟหรือไม่?"
ทว่าอีกฝ่ายกลับหลบสายตาไม่ตอบคำถาม แล้วอุ้มโถน้ำตาลวิ่งหนีไป ยิ่งวิ่งยิ่งไกลออกไป หยางเวยและป้าใหญ่หลินจึงเพิ่งตระหนักได้ว่า คนที่เดินขนโถน้ำตาลเข้าออกเมื่อครู่ไม่ได้หยุดพักที่หน้าประตูเลยแม้แต่น้อย
ป้าใหญ่หลินหรี่ตามองแผ่นหลังของคนที่วิ่งจากไป แล้วพึมพำกับตัวเองด้วยความฉงน
"ข้าไม่เคยเห็นเ้าหนุ่มคนนี้ในหมู่บ้านเลยนะ?"
"ป้าใหญ่ ท่านไม่รู้จักเขาหรือเ้าคะ?"
เดิมทีหยางเวยก็รู้สึกว่าคนผู้นี้มีพิรุธ เมื่อได้ยินคำพูดของป้าใหญ่หลิน นางจึงร้อนใจอยากจะวิ่งตามไป แต่มีคนคว้าข้อมือนางไว้จากด้านหลัง เมื่อหันไปมอง ก็พบว่าเป็ชายที่มีรอยแผลเป็เต็มใบหน้า
"แม่หนู วิ่งเข้าป่าลึกตอนกลางคืน เ้าอยากรีบไปเกิดใหม่หรืออย่างไร?"
ชายหน้าบากผู้นี้เต็มไปด้วยกลิ่นอายดุร้าย เพียงแค่มองใบหน้าที่โเี้นั้น ก็ดูเหมือนคนที่เคยฆ่าคนมานับไม่ถ้วน ทำเอาผู้คนใจสั่นขวัญแขวน เขาจงใจขวางหยางเวยไม่ให้ตามไป ไม่ใช่เพราะเป็ห่วงความปลอดภัยของนาง
แต่เป็เพราะเกรงว่าคนในหมู่บ้านสือหลินรอบ ๆ จะพบตัวตนของพวกเขา แล้วจะถูกล้อมจับไว้ในหมู่บ้าน เพื่อลงโทษ
"พี่ชาย คนเมื่อครู่นี้ดูเหมือนไม่ใช่คนหมู่บ้านสือหลิน ข้าอยากตามเขาไปเ้าค่ะ"
หยางเวยเคยเห็นชายผู้นี้ ชายคนนี้แรงเยอะมาก เขายกโถน้ำตาลคนเดียวหนึ่งใบเหมือนนาง และขนไปกลับอยู่สิบกว่าเที่ยว ทั้งหมดถูกนำมาวางไว้หน้าประตู แล้วให้คนแปลกหน้าอีกหลายคนขนออกไป
"เดี๋ยวนะ! ขนออกไป?"
หยางเวยเพิ่งพบว่าไม่เพียงแต่ชายที่วิ่งหนีไปเมื่อครู่นางไม่รู้จัก แม้แต่ชายหน้าบากตรงหน้านี้ ั้แ่นางมาอยู่ที่หมู่บ้านสือหลินก็นานแล้ว แต่นางก็ไม่เคยเห็นหน้า คนพวกนี้ไม่ใช่คนหมู่บ้านสือหลินเลย
พวกเขามาขโมยของ!
เมื่อคิดได้ดังนั้น หยางเวยจึงออกแรงสะบัดมือจากการเกาะกุมของชายหน้าบาก แล้วคว้าแขนป้าใหญ่หลิน ถอยหลังกลับเข้าบ้านตามสัญชาตญาณ
"เสี่ยวเวย อย่ากลัวเลย ไฟดับแล้ว มีคนไปตามเ้าอวี่แล้ว เขาต้องกลับมาในไม่ช้า"
ป้าใหญ่หลินเห็นนางตัวสั่นเทา จึงคิดว่านางเพิ่งได้สติและใกับกองไฟเมื่อครู่
หยางเวยเผชิญหน้ากับการจ้องมองกดดันของชายหน้าบาก แม้นางจะอยากส่งเสียงะโบอกว่าคนที่เข้าออกบ้านของนางไม่ใช่ผู้ช่วย แต่เป็หัวขโมยที่มาลักน้ำตาล! ทว่าคนในหมู่บ้านกำลังยุ่งกับการดับไฟที่ลามเข้าป่า ที่นี่มีเพียงนางและป้าใหญ่หลิน หากอีกฝ่ายฆ่าปิดปากจะทำอย่างไร?
"แม่หนูนี่ฉลาดไม่เบา"
ชายหน้าบากเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ส่งเสียงร้อง จึงยืนอุ้มโถน้ำตาลอยู่ตรงนั้น จนกระทั่งมีเพื่อนร่วมทางอีกสองคน ช่วยกันอุ้มโถน้ำตาลเดินออกมา เขาจึงเดินนำออกไป โดยไม่ลืมหันกลับมามองเป็ระยะ สายตาที่ดุร้ายเป็การเตือนหยางเวยโดยไร้เสียงว่า หากกล้าปริปาก ชีวิตน้อย ๆ ของเ้าจะไม่เหลือ!
ด้วยแรงงานชายฉกรรจ์สิบกว่าคนที่ช่วยกันส่งต่อ ไม่ถึงครึ่งเค่อ โถน้ำตาลแปดสิบใบที่วางอยู่ในบ้าน ก็ถูกขนออกจากบ้านของหลินอวี่อย่างเปิดเผยต่อหน้าต่อตาคนทั้งหมู่บ้าน เหลือเพียงโถน้ำตาลห้าใบที่อยู่ข้างกายหยางเวย ในขณะที่หยางเวยคิดจะแอบซ่อนพวกมันไว้ สือชิงจู้ก็เดินออกมาจากประตู พร้อมกับเลิกคิ้วยิ้มหื่นกามใส่นาง
"ในบ้านขนหมดแล้ว โถน้ำตาลห้าใบข้างนอกนี้ รวมถึงนางด้วย เอาไปด้วยกันเลย"
แม้เขาจะไม่ได้สนใจแม่หนูคนนี้เป็พิเศษ แต่หยางเวยหน้าตาสะสวย นำกลับไปให้เพื่อน ๆ ที่เหนื่อยมาทั้งคืนได้คลายเครียดก็น่าจะดี อย่างไรเสีย พรุ่งนี้เช้าถ้าหลินอวี่ส่งของไม่ได้ ก็ต้องกลับไปเป็คนจนที่ยอมให้คนรังแกเหมือนเมื่อก่อน ต่อให้แย่งภรรยามันมาก็คงไม่มีใครสนใจ
"เ้าชิงจู้ เ้าคิดจะทำอะไร การกระทำแบบนี้ไม่ใช่การลักขโมย แต่เป็โจรปล้นชัด ๆ !"
ป้าใหญ่หลินจับมือหยางเวยไว้แน่น มองสือชิงจู้ที่พูดเื่เหลวไหลด้วยความไม่อยากเชื่อ และเตือนเขาด้วยความระอา
"ราชวงศ์ใหม่ กฎหมายใหม่ เื่ในอดีตไม่เอาความ แต่ใครที่กล้าเป็โจรปล้นหลังจากก่อตั้งต้าฉาง จะต้องถูกฆ่าทิ้งโดยไม่มีข้อยกเว้น!"
ในสมัยราชวงศ์เก่าที่วุ่นวาย ระเบียบพังทลาย โจรปล้นชุกชุมก็ถือเป็เื่ปกติ แต่เมื่อราชวงศ์ใหม่ก่อตั้งขึ้น เพื่อเสริมสร้างบารมีของฮ่องเต้ และเพื่อเพิ่มประชากรอย่างมั่นคง เื่โจรปล้นชิงราษฎรในต้าฉางนั้นทางการไม่มีทางปล่อยผ่านเด็ดขาด
แต่สือชิงจู้เป็พวกอันธพาล เดิมทีไม่ใช่ชาวบ้านที่เคารพกฎหมายอยู่แล้ว
คืนนี้เขาทั้งวางเพลิงและลักทรัพย์ จึงไม่ได้เห็นกฎหมายอยู่ในสายตา พอออกมาเจอหยางเวยภรรยาสาวของหลินอวี่อยู่ที่นี่ ในใจเขาก็คิดว่าต่อให้หลินอวี่กลายเป็คนจน แต่เขาก็ยังสามารถมีภรรยาไว้กอดซ้ายขวาได้ เขาจะปล่อยให้หลินอวี่อยู่อย่างเป็สุขได้อย่างไร
"ท่านป้า ข้าขอเตือนว่าอย่าสอดรู้สอดเห็นจะดีกว่า ไปดูเ้าสามคนดีของท่านเถิด หยางเวยนางซาบซึ้งที่เราช่วยขนโถน้ำตาล จึงเต็มใจจะตามพวกเราไป ใช่หรือไม่ หยางเวย?"
สือชิงจู้พูดพลางยื่นมือไปฉุดหยางเวย พวกขี้เมาสองคนที่จ้องนางด้วยสายตาหื่นกระหาย ยิ่งยิ้มหื่นกามแล้วก้าวเข้ามาช่วย มีเพียงชายหน้าบากที่อ้างว่าเป็ทหารหนีทัพที่เคยฆ่าคนเท่านั้นที่เอ่ยปากห้ามพวกเขา
"ขนโถน้ำตาลขึ้นรถไปก่อน พอประกายไฟในป่าดับลง คนหมู่บ้านสือหลินจะรีบกลับมาที่นี่ทันที"
ไฟในป่าก็เป็ฝีมือของพวกสือชิงจู้ที่จุดขึ้น เพื่อเป็การเบี่ยงเบนความสนใจ มิเช่นนั้น ลำพังแค่ใช้หนูวิ่งวุ่นไปมา ไม่มีทางทำให้ไฟลุกลามไปได้ไกลหลายร้อยเมตร
สือชิงจู้เพิ่งทำโถน้ำตาลแตกไปใบหนึ่ง กำลังหงุดหงิดไม่มีที่ระบาย พอเห็นหยางเวยไม่ยอมจำนน เพื่อรักษาหน้าและบารมี เขาจึงสั่งขี้เมาสองคนนั้นว่า "พวกเ้าขนโถน้ำตาลไป ข้าจะจัดการนางเอง เดี๋ยวจะให้นางปรนนิบัติพวกเ้าสองพี่น้องก่อน"
"ขอบคุณพี่ชิงจู้"
เ้าคนหื่นสองคนมองหยางเวยด้วยความอยากได้ ก่อนจะออกแรงยกโถน้ำตาล เดินมุ่งหน้าไปยังป่าที่มีรถวัวจอดอยู่ ชายหน้าบากดูออกว่าสือชิงจู้จงใจเล่นงานหยางเวย แต่ไม่มีทางเลือก จึงช่วยตบป้าใหญ่หลินที่กำลังจะะโเรียกคนจนสลบไป
"เ้าชิงจู้ เร่งมือเข้า"
รอบข้างเริ่มเงียบลง เงาร่างของผู้คนบนเขากำลังค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาทางนี้ ชายหน้าบากอุ้มโถน้ำตาลใบหนึ่ง แล้วรีบก้าวเดินออกจากสถานที่วุ่นวายแห่งนี้ ยังไม่ทันที่ชายหน้าบากจะเดินไปไกล สือชิงจู้พุ่งเข้าใส่หยางเวยราวกับเสือตะปบเหยื่อ
"เ้าอย่าเข้ามานะ!"
หยางเวยเหวี่ยงหมัดมั่ว ๆ ไปโดนดั้งจมูกของสือชิงจู้ เืกำเดาพุ่งกระฉูด สือชิงจู้โกรธจนหน้าดำหน้าแดง เขาคว้าน้ำเต้าเหล้าที่เอว ฟาดลงไปที่ศีรษะของหยางเวย ในขณะนั้นเอง เสียงใสกระจ่างเสียงหนึ่งดังมาจากทางลาดด้านล่าง
"เสี่ยวเวย!"
หลินอวี่กลับมาแล้ว!
ั้แ่ตอนที่ยังห่างจากหมู่บ้านสือหลินอีกหนึ่งลี้ เขาก็เห็นแสงไฟลุกโชนขึ้นในทิศทางบ้านของตน เขารีบเร่งกลับมาจนเห็นว่าบ้านกลายเป็ซากปรักหักพัง สือชิงจู้กำลังจะทำร้ายหยางเวย ป้าใหญ่ล้มลงบนพื้นไม่รู้เป็ตายอย่างไร ยังมีชายแปลกหน้าอีกสองคนกำลังขนโถน้ำตาลของบ้านเขา โทสะพลุ่งพล่านจนเืในกายเดือดพล่าน
"สือชิงจู้ เ้ากล้ารังแกภรรยาข้า ทำร้ายป้าข้า และขโมยน้ำตาลบ้านข้าหรือ? ไปตายซะเถิดเ้า!"
ฟึ่บ!
หลินอวี่ชักมีดตัดฟืนที่เอวออกมา ดวงตาแดงก่ำพุ่งเข้าฟันสือชิงจู้ทันที