ตอนที่ 11 ท่าทางคลุมเครือเกินไป (2)
หลังกู้อันซินร้องไห้เสร็จ อารมณ์ก็ผ่อนคลายลงอย่างสมบูรณ์ จำไม่ได้ว่าตนเองหลับไปได้อย่างไร ไม่ได้ฝันทั้งคืน นอนหลับสนิทจนรุ่งสาง
ตอนเช้าตื่นมา กู้อันซินรู้สึกว่าตนเองนอนหนุนบางอย่าง ความนุ่มแข็งปานกลาง อบอุ่นสบายมาก
เธอจำไม่ได้ว่าซื้อหมอนที่ใช้งานได้ดีขนาดนี้ั้แ่เมื่อไร พอลืมตามองก็ใเมื่อสบสายตาหลิงเย่ว์!
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่กู้อันซินตื่นเพราะการจดจ้องของหลิงเย่ว์ แต่ครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อนสิ้นเชิง เพราะครั้งนี้เข้าใกล้มากขึ้น ศีรษะของเธอนอนหนุนขาของหลิงเย่ว์ แถมแขนของเธอยังโอบรอบเอวของหลิงเย่ว์อีก!
น่าตายจริงๆ!
กู้อันซินได้สติ สะดุ้งตัวขึ้น มองหลิงเย่ว์อย่างทำตัวไม่ถูก
ระยะห่างเมื่อครู่ใกล้เกินไป ท่าทางก็ดูคลุมเครือเกินไป เธอ...นอนกอดเขานอนทั้งคืนเลยเหรอเนี่ย
“ฉันไม่ได้เอาเปรียบเธอนะ เธอร้องไห้กอดฉันไม่ยอมปล่อยเอง ฉันไม่มีทางเลือก” หลิงเย่ว์อธิบายอย่างจนปัญญา
“อืม” กู้อันซินพยักหน้า เธอรู้ดีว่าตนเองขาดความอบอุ่น เคยชินกับการกอดสิ่งของนอน เมื่อคืนร้องไห้จนเหนื่อย เขาอยู่ข้างๆ พอดีจึงถือโอกาสกอดเขา...
“ขี้เหร่” จู่ๆ หลิงเย่ว์มองหน้าเธอแล้วพูดขึ้นมา
กู้อันซินขมวดคิ้ว ไม่ว่าผู้หญิงคนไหนก็ไม่พอใจที่ได้ยินผู้ชายบอกว่าตนเองขี้เหร่
เธอลูบใบหน้าถึงได้ใว่าดวงตาสองข้างบวมเป่ง
ใบหน้าตึงบวมแดงหลังเปียกชุ่มน้ำตา ทั้งยังเส้นผมที่เกาะติดอยู่ข้างใบหน้า ทำให้ดูน่าอนาถจริงๆ
“ห้ามว่าผู้หญิงขี้เหร่!” กู้อันซินก้มหน้าเตือนหลิงเย่ว์แล้วรีบวิ่งเข้าไปในห้องน้ำ
หลังจากเมื่อคืน ระหว่างทั้งสองคนดูเหมือนจะมีอะไรพิเศษบางอย่างกำลังงอกงาม ทำให้กู้อันซินไม่กล้ามองหน้าหลิงเย่ว์ตรงๆ
เธอเชื่อว่านี่คงเป็ภาวะอารมณ์อับอายหลังถูกหลิงเย่ว์เห็นใบหน้าที่ขี้เหร่ที่สุดของเธอ
หลังกินอาหารเช้าเสร็จ กู้อันซินตัดสินใจไปที่บริษัทการ์ตูนสักครั้ง เฉินหลงเฟยเป็คนใจแคบ ไม่น่าจะปล่อยเธอไป อะไรที่ควรเกิดก็ต้องเกิดอยู่ดี
กู้อันซินรู้สึกว่าตอนนี้ตนเองมีความกล้าพอจะรับมือเฉินหลงเฟยแล้ว ถึงการ์ตูนของเธอจะถูกถอดออกจากชั้นวาง เธอก็จะยอมรับ
อย่างมากก็ยกเลิกสัญญาแล้วส่งต้นฉบับให้บริษัทการ์ตูนอื่นใหม่
“ฉันจะออกไปแล้ว ในตู้เย็นมีอาหาร หากนายไม่อยากกินก็สั่งอาหารมากินได้นะ” กู้อันซินกำชับหลิงเย่ว์ก่อนจากไป
หลิงเย่ว์เงยหน้ามองส่ง “ระวังตัวด้วย ถ้ามีปัญหาอะไร ฉันอนุญาตให้เธอขอความช่วยเหลือจากฉันได้”
กู้อันซินยิ้ม รู้ว่าเป็ไปไม่ได้ ต่อให้อยากขอความช่วยเหลือ เธอก็จะไม่ไปหาคนที่ไม่มีความสามารถช่วยเหลืออย่างเขาเด็ดขาด
แต่ความห่วงใยนี้กู้อันซินก็รับเอาไว้ เธอพยักหน้า “ขอบคุณนะ”
เมื่อเห็นกู้อันซินเดินออกไปแล้ว หลิงเย่ว์ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรออก
เสียงะโดังขึ้นจากอีกด้าน “เชี่ย หลิงเย่ว์ฉันนึกว่านายตายแล้วซะอีก! อลิซบอกว่านายจะติดต่อหาฉัน ในที่สุดฉันก็รอถึงวันนี้จนได้!”
สีหน้าสงบนิ่งของหลิงเย่ว์ตรงกันข้ามกับความตื่นเต้นของคนปลายสาย เขาพูดว่า “เซียวอีซาน ฉันมีเื่สำคัญจะคุยกับนาย”
กู้อันซินรีบไปที่บริษัทการ์ตูนอย่างหวาดหวั่น ตอนแรกคิดว่าสิ่งที่รอต้อนรับเธอจะเป็พายุคะนอง คิดไม่ถึงว่าคนด้านในจะทักทายเธอตามปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
กู้อันซินรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ตอนนี้ก็เลยเวลาทำงานมาหลายชั่วโมงแล้ว ด้วยนิสัยใจแคบเ้าคิดเ้าแค้นของเฉินหลงเฟย สิ่งแรกที่จะทำเมื่อมาทำงานในวันนี้น่าจะเป็การลงโทษเธอ
แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า...จะไม่มีอะไรเลยงั้นเหรอ
หรือนี่คือความเงียบสงบก่อนเกิดลมพายุ
กู้อันซินดึงสาวน้อยแผนกต้อนรับมาถามว่า “วันนี้บอกอเฉินมาทำงานหรือยัง”
พนักงานต้อนรับพยักหน้า “มาแล้วค่ะ วันนี้บอกอเฉินมาถึงเป็คนแรก กู้อันซิน คุณมาหาเขาเพื่อคุยเกี่ยวกับเื่หนังสือการ์ตูนเหรอ”
กู้อันซินรีบส่ายหน้า “เปล่า ฉันแค่ถามเฉยๆ”