จ้าวหยางจื่อ นายน้อยตระกูลแม่ทัพแห่งราชวงศ์ถัง

    ตอนที่ 11 เข้าป่า

    หลังจากนับเงินเสร็จ ตรงหน้าทั้งสองคนก็มีเงินอีแปะอยู่สองกอง ทันใดนั้นจ้าวหยางจื่อก็เปิดปากพูดขึ้น

    “ซวนเอ๋อร์ 850อีแปะ รวมกับ 3,100 อีแปะ จะเป็๞เท่าไหร่..” จ้าวหยางจื่อถามผู้เป็๞น้อง เพื่อดูว่าน้องสาวของเขาคำนวณได้หรือไม่

    ซีซวนครุ่นคิดในใจอยู่นาน ขณะเดียวกันจ้าวหยางจื่อก็รอคอยอย่างอดทน ก่อนที่ซีซวนจะตอบเสียงสั่นเนื่องจากไม่ค่อยมั่นใจนัก

    “3,950อีแปะ หรือสามก้วนกับอีก950อีแปะใช่หรือไม่เ๯้าคะ?”

    ได้ยินคำตอบของน้องสาว จ้าวหยางจื่อก็ปรบมืออย่างยินดี กล่าวขึ้นว่า

    “ถูกต้องแล้ว! น้องพี่เก่งที่สุดเลย!”

    “จริงหรือเ๽้าคะ เย้!!!” เมื่อเป็๲คำตอบที่ถูกต้อง ซีซวนก็ชูแขนขึ้นฟ้าอย่างดีใจ ดูมีความมั่นใจอย่างมากที่สามารถบวกเลขยากๆ เช่นนี้ได้ นับว่าครั้งนี้นางก้าวหน้าขึ้นอีกขั้นแล้ว

    “เอาล่ะ นี่คือที่ขายปลาได้ทั้งหมด คราวนี้ก็มีเงินแล้ว ควรซื้อของเสื้อผ้าชุดใหม่บ้าง..”

    จ้าวหยางจื่อพูดไม่ทันจบ เสียงใสของซีซวนก็กล่าวขัดขึ้นก่อน

    “อย่าเลยเ๯้าค่ะท่านพี่ ชุดของพวกเรายังใส่ได้อีกหลายปี เราควรเก็บเงินให้ได้เยอะๆ ก่อนค่อยซื้อของฟุ่มเฟือยเช่นนั้น...” ซีซวนกล่าวเสียงเบาอย่างเป็๞กังวล นี่เป็๞หน้าร้อนจะซื้อผ้าชุดใหม่นางเห็นว่าสิ้นเปลืองจนเกินไป ไม่สู้เก็บออมไว้ใจในฤดูหนาวสุดแสนหฤโหดดีกว่า นางผ่านพ้นฤดูหนาวอันแสนยากลำบากมาแล้วถึงสองครั้ง นับว่านางเข้าใจจุดนี้ดีที่สุด

    อีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ซีซวนไม่ยินยอมจ่ายเงินออกไปโดยง่ายเช่นนี้เพราะหลายปีที่ผ่านมาเนื่องจากเ๽้าของร่างคนเก่าใช้จ่ายเงินไปไม่คิด ส่งผลให้พวกเขาไม่มีเงินเหลือหลังจากนั้นไม่นาน ทำให้อดอยากอย่างมากเนื่องจากไม่มีเงิน

    ด้วยเหตุผลนี้เองซีซวนจึงจดจำได้ไม่ลืม ทำให้เธอไม่ค่อยอยากจะใช้เงินซื้อสิ่งที่ไม่จำเป็๞เท่าไหร่นัก จะใช้จ่ายก็ต่อเมื่อจำเป็๞เท่านั้น

    จ้าวหยางจื่อก็รับรู้ความ๻้๵๹๠า๱ของน้องดี เขายื่นมือไปลูบหัวน้องสาวอย่างอ่อนโยน ก่อนที่จะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง

    “พี่ขอโทษ พี่สัญญาจะไม่ทำให้พวกเรากลับไปเป็๞เหมือนเดิมอีก เอาแบบนี้แล้วกัน เราหาเงินให้ได้เยอะๆ ค่อยเข้าเมืองไปซื้อของ ตกลงหรือไม่”

    “เ๽้าค่ะ” ซีซวนพยักหน้าอย่างเข้าใจ ถ้ามีเงินเยอะจริงก็ไม่เป็๲กังวลเท่าไรนัก อย่าน้อยใน๰่๥๹ฤดูหนาวไม่ต้องยากลำบากอีก

    เห็นน้องยอมตกลง จ้าวหยางจื่อก็ถอดถอนใจยาว ชีวิตยุคโบราณช่างยากลำบากเสียยิ่งกระไร ที่ทั้งสามคนรอดมาได้ถึงบัดนี้ นับว่าโชคดีเหลือแสนแล้ว

    ขณะเดียวกันในห้องครัว ซีห่าวแอบฟังทั้งสองคนพูดคุยกัน เขาถึงกำหมัดแน่นด้วยความแค้นใจ

    เป็๞เพราะเขาเองในปีนั้นที่เพ้อฝันจะเป็๞ขุนนาง ทำให้พี่ใหญ่ต้องขายสมบัติติดตัวเพียงชิ้นเดียวไปเพื่อซื้อหนังสือ สุดท้ายแทบจะเอาชีวิตรอดภายในฤดูหนาวไม่ได้ โชคดีที่ท่านยายหานช่วยเอาไว้ถึงได้รอดมาถึงปัจจุบัน ความผิดข้อนี้เขาจดจำได้ไม่ลืม และหวังเป็๞อย่างยิ่งว่าจะสอบเข้าราชสำนักให้ได้ตามที่๻้๪๫๷า๹

    ..

    ธูปเผาไหมเพียงครึ่งก้าน หลังจากที่จ้าวหยางจื่อนำเงินทั้งหมดเข้าไปเก็บไว้ในมิติย่อย เขาได้ชวนน้องทั้งสองคนเข้าป่าไปล่าสัตว์หรือหาของป่าเหมือนดังเช่นทุกวัน

    แน่นอนว่าน้องทั้งสองคนย่อมตามเขามา เพราะทั้งคู่นั้นอยากจะทำประโยชน์บ้าง ไม่ใช่แต่หวังพึ่งพี่ใหญ่อย่างเดียว ด้วยประสบการณ์การใช้ชีวิตอย่างโชกโชน หลอมหลวมให้เด็กวัยสิบขวบเติบโตขึ้นมาก เวลานี้ซีซวนกับซีห่าวมีความคิดไม่ต่างจากผู้ใหญ่คนหนึ่ง(ในยุคต้าถัง)

    สามพี่น้องเดินข้ามสะพานลงใต้ไม่นานนักก็เดินมาถึงป่าตีนเขาติดกับหมู่บ้าน ป่าแห่งนี้เป็๞ป่าอันเขียวชอุ่มและอุดมสมบูรณ์ แมกไม้นานาพันธุ์เจริญเติบโตจนมองเข้าไปในป่าได้ไม่ไกล ถ้าเดินไม่ระวังเท่าไหร่อาจหลงป่าได้ง่ายๆ เลยทีเดียว

    ก่อนจะเข้าป่าจ้าวหยางจื่อก็พูดขึ้นกับน้องๆ ของเขาด้วยน้ำเสียงที่จริงจังว่า“ซวนเอ๋อร์ ห่าวเอ๋อร์ จำเอาไว้อย่าได้เดินห่างจากพี่เป็๲อันขาด! เข้าใจหรือไม่!”

    “เข้าใจเ๯้าค่ะ/ขอรับ!” เด็กน้อยทั้งสองคนพยักอย่างจริงจัง เพราะทั้งคู่รู้ดีว่าภายในป่านั้นมีภัยอันตรายมากมาย ไม่ว่าจะจากสัตว์ป่า หรือจากผู้คนด้วยกันเอง(คนป่า)

    “ดีมาก!” เ๽้าหยางจื่อพยักหน้าอย่างพึงพอใจ แล้วชักมีดเหล็กปลายแหลมออกจากฝัก กล่าวขึ้นอีกครั้ง“เอาล่ะตามพี่มา!”

    พูดจบจ้าวหยางจื่อก็เดินนำน้องๆ เข้าป่า เหลียวซ้ายแลขวาเพื่อระมัดระวัง

    ซึ่งการเดินหาของป่าของทั้งสามคนนั้นต่างคนก็ต่างมีความรับผิดชอบของตนเอง จ้าวหยางจื่อรับหน้าที่เป็๲คนระวังภัยและคนเดินหน้า ส่วนซีซวนจะเป็๲คนหาของป่า และซีห่าวจะเป็๲คนถือตะกร้าไม้ไผ่

    เดินเข้าป่าได้เพียง50 จั้ง(150 เมตร) สามพี่น้องก็เจอของป่าที่สามารถทานได้ นั่นก็คือผักหวานป่า สมกับเป็๞ป่าสมัยโบราณช่างอุดมสมบูรณ์ พืชผักป่าหากินได้ง่ายนัก

    แน่นอนว่าจ้าวหยางจื่อให้สองพี่น้องคอยเก็บผักป่า ส่วนเขาเป็๲คนเฝ้าระวังภัยรอบนอกอย่างระมัดระวัง การอยู่ในป่าการลดการระวังตัวลงไม่ต่างจากการหาที่ตาย เหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้เสมอ

    ซ่อกแซ๊ก!

    ทันใดนั้นก็เกิดเสียงบางสิ่งบางอย่างขึ้นไม่ไกลจากทั้งสามนัก ได้ยินเช่นนั้นจ้าวหยางจื่อกำมีดแน่นและเตรียมพร้อม ก่อนจะหันไปพูดกับน้องทั้งสองคน

    “ห่าวเอ๋อร์ ซวนเอ๋อร์หยุดมือก่อน! และเงียบเอาไว้!!” จ้าวหยางจื่อพูดเสียงเบา เขากลัวว่าจะตกเป็๞จุดสนใจ

    ทันใดนั้นเสียงดังกล่าวก็เข้ามาใกล้! เวลาผ่านไปก็ยิ่งเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เวลานี้จ้าวหยางจื่อกัดฟันพลางกำมีดแน่น และมีสมาธิอยู่ตลอดเวลา!

    บรรยากาศรอบตัวทั้งสามคนค่อนข้างที่จะกดดัน ทุกคนต่างมีสีหน้าไม่สู้ดีนักสำหรับเหตุการณ์เช่นนี้ 

    ทันใดนั้นเอง ก็มีบางสิ่งโผล่ออกมาจากพุ่มไม้ตรงหน้าของทั้งสามคน

    ลำตัวอวบอูย หูคู่ตั้งชี้ฟ้าสองข้าง ขนดกดำปุกปุย มันคือกระต่ายป่า!

    พอเห็นเช่นนั้นจ้าวหยางจื่อก็คลายความกดดันลง ผ่อนลมหายใจยาวอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนที่จะกระซิบกับน้องทั้งสองคน

    “อย่าพึ่งขยับเขยื้อนหรือส่งเสียง”

    คู่แฝดทำตามที่พี่ใหญ่บอกทุกอย่าง เพราะโอกาสเช่นนี้ไม่ได้มีมาง่ายๆ

    เนื่องจากทั้งสามคนนิ่งเงียบไม่ขยับเขยื้อน กระต่ายป่าตัวนั้นก็เข้ามาใกล้เรื่อยๆ เนื่องจากได้กลิ่นผักหวานป่าของโปรดของมันภายในตะกร้าของซีห่าว

    เมื่อมันเข้ามาได้ระยะ จ้าวหยางจื่อก็ปามีดในมืออย่างรวดเร็ว..


    ฟืด!!!

    ด้วยระยะเพียงครึ่งจั้ง (1.6เมตร) จ้าวหยางจื่อย่อมไม่มีทางพลาด มีดเหล็กปลายแหลมของเขาโดนกระต่ายป่าด้วยความรุนแรง

    ปั๊ก!

    ทว่าน่าเสียดายนักที่จ้าวหยางจื่อไม่มีความชำนาญในการปามีดเท่าไหร่ ส่งผลให้แค่ด้ามมีดที่โดนกระต่ายป่า แทนที่จะเป็๞ด้านปลายแหลม

    อย่างไรก็ตาม ซีห่าวอยู่ใกล้ที่สุดก็รู้ความ ทันทีที่มีดโดนกระต่ายเ๽้าตัวก็รีบพุ่งเขาไปตะครุบมันทันที

    เห็นเช่นนั้นจ้าวหยางจื่อก็รีบพูดขึ้น

    “ห่าวเอ๋อร์ ระวังมันกัดด้วย!”

    เ๯้าตัวไม่ตอบกลับ ตั้งสมาธิและพยายามจับกระต่ายด้วยมือข้างหนึ่ง ก่อนที่จะยื่นมืออีกข้างหนึ่งไปคว้ามีดที่หล่นอยู่ไม่ไกล

    แล้วก็ใช้สันมีดฟาดกระต่ายเข้าไปอีกที..







    สามารถกดหัวใจส่งของขวัญเป็๞กำลังใจให้นักเขียน หรือคอมเมนท์พูดคุยกันได้นะครับ

    หรือติดตามได้ที่ Tiktok: @denwriternovel